ราคาน้ํามันวันนี้

“เอกนิติ” แจงฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล

ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่กำลังรุนแรงขึ้นทั่วโลก “เอกนิติ” แจงฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชี้แจงถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมันหน้าปั๊มที่เกิดขึ้น สาเหตุหลักมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนอย่างหนัก รัฐบาลต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

“เอกนิติ” แจงฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล

นายเอกนิติ เน้นย้ำว่า การพยายามตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร แม้จะเป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะสั้น แต่กลับนำไปสู่ปัญหาการกักตุนน้ำมัน เพราะประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันก่อนราคาขึ้น ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันดีเซลพุ่งสูงจาก 67 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 80-100 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเกินกำลังการกลั่นสูงสุดที่ 76 ล้านลิตรต่อวัน และระบบขนส่งไม่ทัน รัฐบาลจึงต้องยอมรับความจริงและปรับตัวตามกลไกตลาด

ปัญหานี้ไม่ใช่แค่น้ำมันขาด แต่เป็นวิกฤตซ้ำซ้อนที่ครอบคลุมก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบอื่นๆ สถานการณ์ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่คาด ทำให้รัฐบาลต้องเร่งสั่งการแก้ไขหลายมาตรการ เพื่อให้ระบบจำหน่ายน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหา “เอกนิติ” แจงฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล

จากคำชี้แจงของนายเอกนิติ มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมัน ดังนี้

  • พฤติกรรมการกักตุน: ประชาชนคาดว่าราคาจะขึ้น จึงรีบไปเติมน้ำมันจำนวนมาก
  • ช่องทางการขนส่งจำกัด: รถบรรทุก รถไฟ เรือ และท่อขนส่งถูกจำกัดเวลา ไม่สามารถเร่งส่งได้ทันความต้องการที่พุ่งสูงกะทันหัน
  • ปั๊มยี่ห้อรองขาดแคลน: Jobber ไม่ได้รับน้ำมัน ส่งผลให้ผู้บริโภคแห่ไปปั๊มใหญ่
  • กลุ่มผู้ใช้น้ำมันพิเศษ: เรือประมงใช้น้ำมันเขียวหรือลักลอบจากมาเลเซีย แต่ตอนนี้ราคาต่างประเทศแพงกว่า จึงหันมาแย่งเติมที่ปั๊มปกติ

รัฐบาลได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อปราบปรามการกักตุนและเอาเปรียบประชาชน พร้อมติดตามข้อมูลการผลิตน้ำมันจากบริษัทต่างๆ ทุกวัน เพื่อยืนยันว่าน้ำมันดิบมีเพียงพอ

แนวทางแก้ไขวิกฤตน้ำมันที่รัฐบาลสั่งการทันที

เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลน รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วน ดังนี้

  • ปรับลดสัดส่วนสำรองน้ำมันตามกฎหมายกลับมาเหลือ 1% เพื่อระบายน้ำมันจากคลังสู่หน้าปั๊ม
  • ยกเลิกข้อกำหนดเพิ่มสำรองน้ำมันที่ทำให้ผู้ค้าต้องเก็บสต็อก
  • ปลดล็อกให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • กำกับให้เรือประมงได้รับน้ำมันจากผู้ค้าโดยตรง ลดการแย่งซื้อที่ปั๊ม

นอกจากนี้ ยังเตรียมให้ราคาน้ำมันดีเซลลอยตัวตามตลาดโลก โดยเทียบกับราคาในภูมิภาคอย่างมาเลเซีย ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและภาษีสรรพสามิตช่วยลดภาระประชาชน พร้อมปราบปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดูแลด้านนี้

มาตรการระยะยาวเพื่อรับมือความผันผวนราคาน้ำมัน

สำหรับระยะยาว รัฐบาลมุ่งผลักดันพลังงานทางเลือก เช่น ไบโอดีเซล เอทานอล น้ำมันปาล์ม การประหยัดพลังงาน และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สำหรับผลิตไฟฟ้า โครงการ “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” จะเน้น Solar Farm, Solar ลอยน้ำ และ Solar Rooftop โดยมีสิทธิลดหย่อนภาษีและระบบซื้อคืนไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ

วิกฤตนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า “เอกนิติ” แจงฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล จริงๆ การบอกความจริงและช่วยกันปรับตัวตามตลาดโลกคือทางออกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ขนส่ง อุตสาหกรรม และเกษตรกร

สุดท้ายนี้ ผู้บริโภคควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานให้ประหยัดมากขึ้น เพื่อช่วย國家ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาน้ำมันและพลังงานทางเลือก สามารถติดตามบล็อกของเราได้เลย!

ที่มา – “เอกนิติ” แจงฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล ต้องบอกความจริงประชาชน

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้ เป็นข่าวสำคัญที่ทุกคนกำลังจับตามองท่ามกลางวิกฤตน้ำมันที่เกิดจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบหนักต่อภาคเกษตร ประมง และผู้ใช้บริการรายย่อยอย่างแท็กซี่หรือไรเดอร์ พรรคประชาชน โดยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค เตรียมยื่นญัตติด่วนเพื่ออภิปรายในสภา วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้ เพื่อสะท้อนปัญหาและส่งข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล

“วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

วิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ชาวนาชาวประมงต่างเดือดร้อนเพราะต้นทุนพุ่งสูง หาน้ำมันรายวันไม่ได้ส่งผลให้ขาดเครื่องมือทำมาหากิน นายวีระยุทธ ระบุว่ารัฐบาลส่งสัญญาณเปิดกว้างรับฟัง โดยจะมี สส. กว่า 30 คนร่วมอภิปราย เพื่อรวบรวมปัญหาจากทุกภาคส่วน แม้รัฐบาลจะพูดถึงการนำน้ำมันสำรองออกมาใช้หรือเพิ่มปริมาณในระบบ แต่ปัญหายังอยู่ที่การช่วยเหลือเฉพาะจุดสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อย

ปัญหาเฉพาะจุดที่คนรายย่อยเผชิญ

การตรึงราคาน้ำมันแบบกว้างอาจไม่ตอบโจทย์ ชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือตรงจุด เช่น เกษตรกรที่ขาดปุ๋ยเพราะต้นทุนสูง โครงการธงฟ้าธงเขียวช่วยได้เพียง 5 ล้านกิโลกรัม จากความต้องการทั้งประเทศ 5 ล้านตันต่อปี หรือแค่ 0.1% เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นไอ้โม่งกักตุนน้ำมันที่พรรคได้รับร้องเรียนหลายจุด ซึ่งจะเปิดข้อมูลชัดเจนในการอภิปรายพรุ่งนี้

  • ปัญหาหาน้ำมันรายวันไม่ได้ ส่งผลต่อการทำมาหากิน
  • ข้อมูลปั๊มน้ำมันไม่โปร่งใส ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
  • แอพ Fuel Now ยังไม่พร้อมใช้งาน กรมพัฒนาธุรกิจพลังงานต้องเร่งรัด
  • ภาคเกษตรขาดปุ๋ย ต้นตอปัญหาที่รัฐต้องแก้ไขด่วน

นายวีระยุทธ ย้ำว่าการเปิดเผยข้อมูลสำคัญมาก จะช่วยให้ประชาชนวางแผนชีวิตและตรวจสอบช่องโหว่ได้ หากรัฐบาลมีน้ำมันสำรองกว่า 100 วันตามที่ยืนยัน การกระจายให้ทั่วถึงและโปร่งใสจะสร้างความเชื่อมั่น

ข้อเสนอทางออกจากพรรคประชาชน

ระยะสั้น: เร่งกระจายน้ำมันและเปิดข้อมูลปั๊มที่เติมได้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ สัญญาว่าสัปดาห์หน้าจะมีน้ำมันทุกปั๊ม แต่ต้องพิสูจน์ด้วยข้อมูลจริง ระยะยาว: แก้ปัญหาต้นตอปุ๋ยและพลังงานทางเลือก เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนซ้ำ

การอภิปรายครั้งนี้ช้าไปบ้างเพราะเสนอตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ดีที่รัฐบาลพร้อมรับฟัง ชวนทุกท่านติดตามมุมมองทั้งฝ่ายค้านและรัฐ เพื่อเห็นทางออกวิกฤตนี้

ในฐานะนักข่าวการเมือง มองว่าการเปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากรัฐบาลตอบสนองเร็ว จะช่วยลดความตื่นตระหนกและฟื้นเศรษฐกิจฐานรากได้ทันที สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมรายงานปัญหาเพื่อความโปร่งใส

ที่มา – “วีระยุทธ” จัดทัพ 30 สส. เปิดข้อมูล “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน พรุ่งนี้

กบน. ขยับดีเซล 33 บาท ลดภาระกองทุนน้ำมัน

สวัสดีครับทุกท่านที่ติดตามข่าวสารด้านพลังงาน! วันนี้เรามีเรื่องสำคัญที่กำลังเป็นกระแสกบน. ขยับดีเซล 33 บาท เพื่อลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งทะยานแบบไม่เคยเห็นมาก่อน สถานการณ์นี้เกิดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเหตุการณ์โจมตีที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ทำให้ราคาดีเซลในตลาดสิงคโปร์กระโดดจาก 92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ไปสูงถึง 223 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 131 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแปรเป็นต้นทุนเพิ่ม 26 บาทต่อลิตรเลยทีเดียว!

กบน. ขยับดีเซล 33 บาท เพื่อบริหารสภาพคล่องกองทุน

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซล ส่งผลให้ราคาขายปลีกวันพรุ่งนี้ (24 มีนาคม 2569) อยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อธิบายว่า การกบน. ขยับดีเซล 33 บาทนี้เป็นการจำเป็นเร่งด่วน เพราะกองทุนต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงวันละเกือบ 2,400 ล้านบาท หรือเดือนละ 70,000 ล้านบาท ถ้าปล่อยไว้อาจกระทบสภาพคล่อง ทำให้ไม่สามารถรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาวได้

สาเหตุหลักจากราคาตลาดโลกพุ่งแรง

ราคาน้ำมันโลกผันผวนรุนแรงจากความขัดแย้ง geopolitical โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนนำเข้าน้ำมันดีเซลของไทยพุ่งสูง กบน. จึงต้องปรับราคาเพื่อไม่ให้กองทุนขาดสภาพคล่อง หากไม่ทำตอนนี้ อนาคตอาจเกิดปัญหาความมั่นคงทางพลังงานได้ครับ

สร้างสมดุลราคากับประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ การคงราคาดีเซลต่ำเกินไปยังเสี่ยงต่อการลักลอบนำออกนอกประเทศ เพราะประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียเพิ่งปรับราคาจาก 32.40 บาท เป็น 38.70 บาทต่อลิตรเมื่อ 16 มีนาคม การกบน. ขยับดีเซล 33 บาทจะช่วยลดส่วนต่างราคา ป้องกันการกักตุนเก็งกำไรและการรั่วไหลของทรัพยากรชาติ

  • ลดภาระกองทุนน้ำมัน: จากวันละ 2,400 ล้านบาท
  • ป้องกันลักลอบนำออก: ราคาสมดุลกับเพื่อนบ้าน
  • รักษาเสถียรภาพระยะยาว: ให้กองทุนมีสภาพคล่องเพียงพอ
  • รับมือวิกฤตโลก: จากราคาพุ่ง 131 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

“ผลจากการประชุม กบน. ในวันนี้ ที่ประชุมมีมติปรับราคาดีเซลขึ้นสู่เพดาน 33 บาทต่อลิตร เพื่อบริหารสภาพคล่องกองทุนฯ ให้พยุงราคาต่อไปได้ท่ามกลางวิกฤตราคาตลาดโลก และลดส่วนต่างกับประเทศเพื่อนบ้าน หากไม่ปรับตอนนี้ ภาระจะหนักเกินไป วอนประชาชนเข้าใจ” นายพรชัยกล่าว

ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจไทย

น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของรถบรรทุกและขนส่ง ซึ่งอาจทำให้ค่าขนส่งสินค้าปรับขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค แต่กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น สนับสนุนผู้ประกอบการขนส่งและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในมุมมองของผม การขยับราคานี้แม้จะกระทบระยะสั้น แต่เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดเพื่อป้องกันวิกฤตใหญ่ในอนาคต ถ้ากองทุนล้ม เราอาจเจอราคาน้ำมันพุ่งแบบไม่ลิมิต!

คุณคิดอย่างไรกับการกบน. ขยับดีเซล 33 บาทนี้? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมสมัครรับข่าวสารอัปเดตราคาน้ำมันและพลังงานจากบล็อกเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญนะครับ สุดท้ายแล้ว ความเข้าใจและการปรับตัวร่วมกันจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้!

ที่มา – “กบน.” เผยจำเป็นต้องขยับดีเซลแตะ 33 บาท ลดภาระกองทุนน้ำมัน หลังราคาตลาดโลกพุ่งแรง

ราคาน้ำมันวันนี้ 24 มีนาคม 2569 ล่าสุด

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 24 มีนาคม 2569 สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ทุกคน! วันนี้เรามีข้อมูล ราคาน้ำมันวันนี้ 24 มีนาคม 2569 มาฝากแบบเรียลไทม์เลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดีเซล เบนซิน หรือแก๊สโซฮอล์ จากปั๊มดังๆ อย่าง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ และคาลเท็กซ์ ใครที่กำลังจะออกไปเติมน้ำมัน หรือวางแผนงบค่าใช้จ่ายรายวัน มาดูกันเลยว่าวันนี้ราคาลิตรละกี่บาท จะได้เลือกเติมถูกปั๊มถูกใจ!

ราคาน้ำมันในไทยมักปรับเปลี่ยนทุกวันตามราคาน้ำมันดิบโลก สถานการณ์ geopolitical อย่างสงครามยูเครน หรือนโยบาย OPEC รวมถึงค่าเงินบาทที่ผันผวน ทำให้ผู้ใช้รถต้องเช็คราคาบ่อยๆ วันนี้ดีเซลส่วนใหญ่ถูกลงนิดหน่อย แก๊สโซฮอล์ E85 ยังคงถูกที่สุด เหมาะสำหรับรถที่รองรับเอทานอลสูง ช่วยประหยัดเงินได้เยอะเลยครับ

ราคาน้ำมันวันนี้ 24 มีนาคม 2569

นี่คือสรุปราคาน้ำมันล่าสุดจากทุกปั๊ม ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันตามพื้นที่นะครับ ไปดูรายละเอียดแต่ละปั๊มกันเลย

ราคาน้ำมันปั๊ม “บางจาก” 24 มีนาคม 2569

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 48.84 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 32.94 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO อยู่ที่ 26.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO อยู่ที่ 30.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV อยู่ที่ 34.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO อยู่ที่ 35.05 บาท/ลิตร

ปั๊มบางจากเด่นเรื่องน้ำมันเกรดพรีเมียมอย่างไฮพรีเมียมดีเซลที่ช่วยเครื่องยนต์ดีเซลทำงานลื่นไหล ลดเขม่าได้ดี เหมาะสำหรับรถกระบะหรือ SUV ครับ แก๊สโซฮอล์ E85S EVO ถูกสุดในกลุ่ม ดีสำหรับรถที่ปรับแต่งมาเพื่อเอทานอล

ราคาน้ำมันปั๊ม “ปตท.” 24 มีนาคม 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 32.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 26.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 30.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 34.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 35.05 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 43.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 46.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.04 บาท/ลิตร

ปตท. มีตัวเลือกครบครัน โดยเฉพาะซูเปอร์พาวเวอร์ที่เติมสารช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์ เหมาะกับรถที่วิ่งไกลๆ เบนซินโอลคอร์ยังคงราคาสูงแต่ให้พลังงานสูง

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” 24 มีนาคม 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.90 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 33.78 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 33.90 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 31.44 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

เชลล์ดังเรื่องสูตรวี-เพาเวอร์ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะและประหยัดน้ำมันได้จริง ฟิวเซฟดีเซลราคาดีสำหรับรถทั่วไป

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” 24 มีนาคม 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 31.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 33.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 32.68 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 42.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.05 บาท/ลิตร

พีทีราคาดีเซลถูกสุดในกลุ่มที่ 31.14 บาท เหมาะสำหรับรถบรรทุกหรือแท็กซี่ที่เติมเยอะ

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” 24 มีนาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 49.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 33.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 32.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.05 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 31.14 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 46.84 บาท/ลิตร

คาลเท็กซ์ใช้สารเทครอนช่วยลดคราบสกปรกในเครื่องยนต์ ดีสำหรับรถเก่าๆ

เคล็ดลับเลือกน้ำมันให้เหมาะกับรถคุณ

สำหรับรถเบนซินธรรมดา แนะนำแก๊สโซฮอล์ 95 ราคาไม่แพงแต่ให้ค่าออกเทนสูง ถ้ารถรองรับ E20 หรือ E85 เติมเลยครับ ประหยัดกว่า 20-30% น้ำมันดีเซลเลือกเกรดธรรมดาก็พอ แต่ถ้ารถหรูใช้พรีเมียมดีกว่าเพื่อยืดอายุเครื่องยนต์ นอกจากนี้ ขับรถประหยัดน้ำมันด้วยการเร่งนุ่มๆ ตรวจแรงดันยาง และหลีกเลี่ยงการจราจรหนาแน่นนะครับ

สรุป ราคาน้ำมันวันนี้ 24 มีนาคม 2569 ยังคงนิ่งๆ แต่แนวโน้มอาจขึ้นถ้าน้ำมันโลกพุ่ง หวังข้อมูลนี้ช่วยให้คุณเติมน้ำมันอย่างชาญฉลาด ติดตามอัปเดตพรุ่งนี้ได้ที่นี่เลย สมัครแจ้งเตือนไม่พลาด! แชร์ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ

ที่มา – ราคาน้ำมันวันนี้ 24 มีนาคม 2569 อัปเดตราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ ล่าสุด

คนใช้รถระทม พรุ่งนี้น้ำมันขึ้น เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ พุ่ง 2 บาท ดีเซล 1.80 บาท

คนใช้รถระทม พรุ่งนี้น้ำมันขึ้น เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ พุ่ง 2 บาท ดีเซล 1.80 บาท ข่าวร้ายสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วประเทศ เมื่อบริษัทน้ำมันใหญ่สองรายอย่าง พีทีที สเตชั่น และบางจาก (BCP) ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันแบบกะทันหัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกประเภทที่ปรับขึ้น 2 บาทต่อลิตร และดีเซลขึ้น 1.80 บาทต่อลิตร ยกเว้น Hi Premium 97 ที่ราคาคงเดิม

คนใช้รถระทม พรุ่งนี้น้ำมันขึ้น เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ พุ่ง 2 บาท ดีเซล 1.80 บาท

การปรับราคานี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่ตี 5 ของวันพรุ่งนี้ วันที่ 24 มีนาคม 2569 ตามประกาศของทั้งสองบริษัท ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ว่า สาเหตุหลักมาจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ผู้ค้าน้ำมันต้องปรับโครงสร้างราคาให้สอดคล้องกัน

ราคาน้ำมันล่าสุดวันที่ 21 มีนาคม 2569

สำหรับราคาน้ำมันปัจจุบันก่อนปรับขึ้น มีดังนี้ (ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ในกรุงเทพฯ)

  • GSH95S EVO: 35.05 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 34.68 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 30.05 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 26.79 บาท/ลิตร
  • Hi Premium 97 (GSH95++): 49.54 บาท/ลิตร
  • Hi Diesel S: 32.94 บาท/ลิตร
  • Hi Premium Diesel S: 48.84 บาท/ลิตร

หลังปรับขึ้นพรุ่งนี้ แก๊สโซฮอล์ทุกชนิดจะแพงขึ้น 2 บาท ทำให้ GSH E85S EVO พุ่งไปที่ 28.79 บาท/ลิตร และดีเซลทั่วไปขึ้นเป็น 34.74 บาท/ลิตร ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางของรถกระบะ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถบรรทุกเพิ่มขึ้นทันที

คนใช้รถระทม พรุ่งนี้น้ำมันขึ้น เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ พุ่ง 2 บาท ดีเซล 1.80 บาท สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ผู้ขับขี่จำนวนมากเริ่มบ่นอุบ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องขนส่งสินค้า หรือมนุษย์เงินเดือนที่เดินทางไปทำงานทุกวัน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้อาจทำให้เงินในกระเป๋าเหลือน้อยลง

ผลกระทบต่อผู้ใช้รถและแนวทางรับมือ

ผลกระทบหลักจะตกอยู่กับรถที่ใช้น้ำมันดีเซล เช่น รถบรรทุก รถตู้โดยสาร และรถกระบะ ซึ่งราคาพุ่ง 1.80 บาทต่อลิตร จะทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้น สินค้าอุปโภคบริโภคอาจแพงตามไปด้วย สำหรับรถเก๋งที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือแก๊สโซฮอล์ การเติมถังเต็มอาจเสียเงินเพิ่ม 80-100 บาทต่อครั้ง

เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำดังนี้

  • ตรวจสอบการใช้น้ำมัน: ขับขี่นุ่มนวล หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบรกกระชาก
  • เปลี่ยนไปใช้รถ EV: พิจารณารถไฟฟ้าในระยะยาวเพื่อลดค่าใช้จ่าย
  • ใช้แอปเปรียบเทียบราคา: หาปั๊มที่ราคาถูกกว่าในพื้นที่
  • วางแผนการเดินทาง: รวมทริปเพื่อลดจำนวนครั้งในการเติมน้ำมัน

นอกจากนี้ รัฐบาลอาจพิจารณาลดภาษีน้ำมันหรืออุดหนุนกองทุนน้ำมันเพื่อบรรเทาภาระประชาชนในอนาคต

สรุปแล้ว คนใช้รถระทม พรุ่งนี้น้ำมันขึ้น เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ พุ่ง 2 บาท ดีเซล 1.80 บาท เป็นข่าวที่ทำให้หลายคนต้องปรับงบประมาณด่วน แนะนำให้รีบเติมน้ำมันก่อนตี 5 พรุ่งนี้ หากยังไม่ได้เติม และติดตามข่าวสารราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการเงินให้ดี

คุณคิดอย่างไรกับการขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ นะครับ!

ที่มา – คนใช้รถระทม พรุ่งนี้น้ำมันขึ้น เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ พุ่ง 2 บาท ดีเซล 1.80 บาท

14 องค์กรเรียกร้องแก้วิกฤตพลังงาน น้ำมันเลือด

14 องค์กรภาคประชาสังคม เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้วิกฤตพลังงาน จำลองเหตุการณ์เติม “น้ำมันเลือด” เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาและสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์โลกไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนชีวิตของคนไทยแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

14 องค์กรภาคประชาสังคม เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้วิกฤตพลังงาน จำลองเหตุการณ์เติม “น้ำมันเลือด”

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนจาก 14 องค์กรภาคประชาสังคมได้รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียนถึงรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการเร่งด่วนแก้ไขวิกฤตพลังงานที่กำลังกดดันประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน เกษตรกร และไรเดอร์ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

14 องค์กรภาคประชาสังคมยื่นหนังสือที่ทำเนียบ

องค์กรที่เข้าร่วมการเรียกร้อง

  • กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
  • กลุ่มนนทรีก้าวหน้า
  • กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์
  • กลุ่ม FemTonsai
  • เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย
  • สภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • สหภาพคนทำงาน
  • สหภาพคนทำงานแพลตฟอร์มไรเดอร์ รังสิต
  • สหภาพไรเดอร์
  • สหพันธ์คนทำงานแพลตฟอร์มแห่งประเทศไทย (สพพท.)
  • สมาคมไรเดอร์ภาคใต้
  • พรรคศรัทธาธรรม
  • ไรเดอร์ไทยเข้มแข็ง
  • MYHR

องค์กรเหล่านี้มาจากหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่กลุ่มนักศึกษา แรงงานแพลตฟอร์ม ไปจนถึงเกษตรกร ซึ่งล้วนได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้รายได้ไม่พอค่าครองชีพ

ตัวแทนองค์กรยื่นหนังสือ

3 ข้อเรียกร้องหลักเพื่อแก้วิกฤตพลังงาน

ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ มีข้อเรียกร้องชัดเจน 3 ข้อที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการทันที ได้แก่

  • ปรับลดราคาน้ำมัน ลิตรละ 11 บาท เป็นเวลา 1 ปี โดยยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมันและปรับลดค่ากลั่น เพื่อบรรเทาภาระประชาชน
  • ลดค่าไฟฟ้า ให้เหลือหน่วยละ 3 บาท ช่วยเหลือครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังล้มละลายจากต้นทุนสูง
  • ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาตามน้ำมันและค่าไฟ

การจำลองเหตุการณ์น้ำมันเลือด

การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์สุดสะเทือนใจ

นอกจากยื่นหนังสือแล้ว กลุ่มผู้ประสานงานยังจัดแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยจำลองสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันที่หน้าปั๊มน้ำมัน กลุ่มไรเดอร์และเกษตรกรแห่กันไปเติมน้ำมัน แต่สุดท้ายได้ “น้ำมันเลือด” แทน ซึ่งเป็นการเสียดสีรัฐบาลที่ปล่อยให้ปัญหาค้างคา จนประชาชนต้อง “เสียเลือดเสียเนื้อ” จากราคาพลังงานแพง

น้ำมันเลือด สัญลักษณ์วิกฤตพลังงาน

การแสดงนี้ได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชนจำนวนมาก สะท้อนถึงความสิ้นหวังของคนตัวเล็กที่ต้องการการแก้ปัญหาจริงจัง ไม่ใช่แค่คำพูด

กลุ่มผู้ชุมนุมจำลองสถานการณ์

น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา อดีต ส.ส.พรรคประชาชน ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย เธอมองว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะภาคเกษตรและแรงงานที่ต้นทุนพุ่งสูง รัฐบาลควรออกมาตรการช่วยกลุ่มเปราะบาง และเปิดพื้นที่ในสภาฯ เพื่อหารืออย่างโปร่งใส

แก้วตา ร่วมสังเกตการณ์

วิกฤตพลังงานครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ค่าขนส่ง ค่าไฟ และราคาสินค้าทุกอย่างแพงตาม เกษตรกรส่งผลผลิตไม่ได้เพราะน้ำมันดีเซลแพง ไรเดอร์วิ่งส่งอาหารต้นทุนสูงจนขาดทุน แรงงานโรงงานค่าไฟแพงจนบริษัทลดคนงาน สถานการณ์แบบนี้หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมใหญ่หลวง

ในมุมมองของผู้เขียน การเรียกร้องของ 14 องค์กรภาคประชาสังคมนี้เป็นสัญญาณเตือนที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม ควรนำข้อเสนอเหล่านี้มาพิจารณาดำเนินการจริง เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น คุณคิดอย่างไรกับวิกฤตพลังงานนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลลงมือทำทันที!

ที่มา – 14 องค์กรภาคประชาสังคม เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้วิกฤตพลังงาน จำลองเหตุการณ์เติม “น้ำมันเลือด”

“พิพัฒน์” เผย นายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง

ในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก ผู้ใช้รถยนต์ในไทยหลายคนเริ่มตื่นตระหนก ส่งผลให้เกิดภาพคิวยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมัน ขาดแคลนน้ำมันขาย ล่าสุด “พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ เพื่อบรรเทาปัญหานี้โดยด่วน

“พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ

วันที่ 23 มีนาคม 2569 หลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศบก. ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่สถานีบริการต่างๆ

จากการหารือกับผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 พบว่าปัจจุบันมีการอัดฉีดน้ำมันเข้าสู่ระบบเกือบ 10,000 สถานีบริการทั่วประเทศ โดยปริมาณเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจากเดิม 67 ล้านลิตร เป็น 82-84 ล้านลิตร แม้จะมากขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงจากความตื่นตระหนกของประชาชน

คำสั่งนายกฯ ชะลอเก็บน้ำมันสำรองทันที

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 นายกรัฐมนตรีได้ลงนามคำสั่งงดเว้นการเพิ่มอัตราการเก็บน้ำมันสำรอง โดยเดิมกำหนดให้ผู้ค้าปรับเพิ่ม 0.5% ภายใน 31 มีนาคม และอีก 1.5% ภายใน 30 เมษายน รวมเป็น 3% แต่ตอนนี้ชะลอไว้ คงอัตราเดิมที่ 1% เพื่อให้ผู้ค้าฯ และโรงกลั่นนำน้ำมันสำรองอัดฉีดสู่ตลาด ลดปัญหาขาดแคลน

นายพิพัฒน์ ระบุชัดว่านายกรัฐมนตรีสั่งการให้ภายในสัปดาห์นี้ สถานีบริการทุกแห่งต้องมีน้ำมันขาย ไม่มีคำว่า “น้ำมันหมด” อีกต่อไป ผู้ค้าฯ ได้รับทราบและเร่งปฏิบัติ โรงกลั่นก็เพิ่มกำลังการกลั่นให้ถึง 100% หรือแม้เกินกว่านั้นเพื่อผลิตให้ทัน

มาตรการเพิ่มเติมและน้ำมัน B20

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีสำหรับผู้ใช้รถบรรทุกและอุตสาหกรรม คือ น้ำมันสูตร B20 (ไบโอดีเซลผสม 20%) จะเริ่มวางขายภายในสัปดาห์นี้ ช่วยลดต้นทุนและส่งเสริมพลังงานทางเลือก

  • เพิ่มปริมาณน้ำมันอัดฉีดต่อวันจาก 67 ล้านลิตร เป็น 82-84 ล้านลิตร
  • ชะลอเก็บสำรอง คงที่ 1% แทนเพิ่มเป็น 3%
  • โรงกลั่นผลิตเต็มกำลัง 100%+
  • น้ำมัน B20 ออกสู่ตลาดสัปดาห์นี้
  • คาดปัญหาคิวยาวหมดไปใน 7 วัน

สถานการณ์นี้เกิดจากความกังวลสงครามตะวันออกกลางที่อาจกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันโลก ส่งผลราคาน้ำมันดิบพุ่ง แต่รัฐบาลไทยเตรียมพร้อมดี โดยมีน้ำมันสำรองในประเทศเพียงพอ หากประชาชนเลิกตื่นตระหนก ปัญหาจะคลี่คลายเร็ว

มาตรการ “พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ แสดงให้เห็นความรวดเร็วของรัฐบาลในการรับมือวิกฤต แนะนำให้ผู้ใช้เติมน้ำมันตามปกติ อย่าตุนเกินจำเป็น เพื่อไม่ให้ระบบล้น

ในมุมมองผู้เขียน มาตรการนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องทันเวลา ช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการจราจร หากทุกฝ่ายร่วมมือ สถานการณ์จะกลับสู่ปกติในไม่ช้า

เรียกดูข้อมูลเพิ่มเติม: ติดตามอัปเดตสถานการณ์น้ำมันล่าสุด และแชร์ประสบการณ์คิวยาวที่ปั๊มของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “พิพัฒน์” เผยนายกฯ สั่งชะลอเก็บน้ำมันสำรอง เพื่ออัดฉีดน้ำมันเข้าระบบให้พอกับความต้องการ

พาณิชย์ ยันกำกับดูแลราคาสินค้า 59 รายการ

ในช่วงที่ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาประกาศชัดเจน พาณิชย์ ยันกำกับดูแลราคาสินค้า 59 รายการ อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผู้ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลืออย่าง “ธงฟ้า-ธงเขียว” เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับทุกคน

พาณิชย์ ยันกำกับดูแลราคาสินค้า 59 รายการ

ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 กระทรวงพาณิชย์กำกับดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด 59 รายการอย่างใกล้ชิด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

  • กลุ่มสินค้าควบคุมราคาเข้มงวด: สินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น อาหารสำเร็จรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมพร้อมดื่ม (นมจืด) นมผงสำหรับเด็ก ปุ๋ยเคมี และอาหารสัตว์ ผู้ผลิตหรือผู้ขายที่อยากปรับราคาต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ก่อน โดยพิจารณาต้นทุนและโครงสร้างราคาอย่างละเอียด
  • กลุ่มสินค้าควบคุมใกล้ชิด: ข้าวของเครื่องใช้ประจำวัน เช่น ผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน กระดาษชำระ ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ สามารถปรับราคาได้แต่ต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์ล่วงหน้า

การกำกับดูแลนี้ช่วยให้ราคาสินค้าไม่พุ่งสูงเกินจริง โดยเฉพาะในสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกผันผวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งการให้กรมการค้าภายในทบทวนรายการสินค้าใหม่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเพื่ออนุมัติ

มาตรการป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคา พาณิชย์ ยันกำกับดูแลราคาสินค้า 59 รายการ

กระทรวงพาณิชย์บูรณาการทำงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด พาณิชย์จังหวัด และคณะกรรมการจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดทั่วประเทศ ตรวจราคาที่แสดง ดูสต็อกสินค้า ป้องกันการปฏิเสธขาย และยืนยันว่าสินค้ามีเพียงพอ โดยเฉพาะวันที่ 23-25 มีนาคม 2569 จะมีทีมผู้บริหารลงตรวจตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ประชาชนสามารถช่วยกันเฝ้าระวังได้ หากพบราคาไม่เป็นธรรมหรือสินค้าขาดแคลน สามารถแจ้งสายด่วน 1569 ได้ทันที กระทรวงจะดำเนินการตรวจสอบและลงโทษผู้กระทำผิดทันที

มาตรการธงฟ้า-ธงเขียว ลดค่าครองชีพประชาชน

เพื่อช่วยเหลือโดยตรง กระทรวงพาณิชย์ขยายโครงการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” จุดขายสินค้าจำเป็นราคาพิเศษทั่วประเทศ ครอบคลุมจังหวัด อำเภอ ชุมชน ทำให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาถูก เช่น ผงซักฟอก สบู่ อาหารพื้นฐาน

ควบคู่กับ “ปุ๋ยธงเขียว” ลดต้นทุนปุ๋ยเคมีราคาพิเศษสำหรับเกษตรกรในฤดูผลิต ช่วยให้ราคาผลผลิตเกษตรไม่แพงเกินไป ส่งผลดีต่อค่าครองชีพโดยรวม

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่และร้านค้าปลีก จัดสินค้าราคาพิเศษผ่านเครือข่ายรัฐและชุมชน เน้นกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้มีรายได้น้อย เด็ก และผู้สูงอายุ

ประโยชน์ของมาตรการธงฟ้า-ธงเขียว

  • ลดค่าใช้จ่ายสินค้าจำเป็นได้ถึง 10-20%
  • กระจายจุดขายทั่วถึง ทุกชุมชน
  • ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดราคาพืชผล
  • ป้องกันการกักตุนและเก็งกำไร

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์โลก การกำกับดูแลราคาสินค้าอย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาเสถียรภาพราคา ทำให้ค่าครองชีพไม่สูงเกินไป

ในมุมมองของเรา มาตรการ พาณิชย์ ยันกำกับดูแลราคาสินค้า 59 รายการ นี้เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้จริง หากประชาชนร่วมมือแจ้งเบาะแส จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายแล้ว การมีราคาสินค้าที่เป็นธรรมคือฐานรากของเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

เรียกร้องให้คุณ: หากพบราคาสินค้าผิดปกติ อย่าลังเล โทรสายด่วน 1569 ทันที เพื่อช่วยกันรักษาความเป็นธรรม!

ที่มา – พาณิชย์ ยันกำกับดูแลราคาสินค้า 59 รายการ กันฉวยโอกาสขึ้นราคา ออกมาตรการ ธงฟ้า-ธงเขียว ลดค่าครองชีพ

สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางจากวิกฤตน้ำมัน

สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางอาจไม่ได้กลับไปเรียน เหตุวิกฤตน้ำมันซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตร ปัญหานี้กำลังเป็นที่กังวลของหลายฝ่าย โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมใหม่ที่กำลังจะมาถึง ครอบครัวเกษตรกรจำนวนมากกำลังเผชิญความยากลำบากจากราคาน้ำมันพุ่งสูง ปุ๋ยแพง และผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ ส่งผลให้รายได้ครอบครัวลดฮวบ เด็กๆ ในครัวเรือนเหล่านี้อาจต้องหยุดเรียนเพื่อช่วยพ่อแม่ทำงาน

สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางอาจไม่ได้กลับไปเรียน เหตุวิกฤตน้ำมันซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตร

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความเห็นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ถึงวิกฤตน้ำมันที่กำลังซ้ำเติมครอบครัวเกษตรกร โดยชี้ว่าปีนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าทุกปี ปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขาดแคลน ปุ๋ยเคมีราคาแพง และราคาขายผลผลิตที่ดิ่งลงสู่พื้นดิน ทำให้ครัวเรือนเกษตรกรจำนวนมากขาดสภาพคล่องทางการเงิน

ทุกปี เกษตรกรไทยต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของรายได้ ซึ่งนำไปสู่กับดักความจนข้ามรุ่น แต่ปีนี้ยิ่งหนักหน่วงเพราะเป็นดับเบิลวิกฤต สถิติล่าสุดระบุว่า เด็กและเยาวชนในครัวเรือนภาคเกษตรมีจำนวนเกือบ 8 ล้านคน คิดเป็น 39.2% ของเด็กทั้งประเทศ และมีอัตราความยากจนสูงเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วไป ครอบครัวเหล่านี้มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าอาชีพอื่นๆ มาก

ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนในภาคเกษตร

จากบทเรียนวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา พบว่าเด็กในครอบครัวยากจนต้องเผชิญปัญหาหลายด้าน เช่น โภชนาการไม่เพียงพอ การเรียนรู้ถดถอย ความมั่นคงในชีวิตสั่นคลอน และการหลุดรอดจากระบบการศึกษา ปัจจุบัน วิกฤตน้ำมันกำลังเข้ามาเพิ่มแรงกดดัน ทำให้เด็กจำนวนมากอาจไม่ได้กลับไปเรียนในเทอมใหม่ สังคมไทยที่กำลังเข้าสู่วัยสูงอายุและแก่ก่อนรวย จะยิ่งขาดแคลนทุนมนุษย์คุณภาพหากไม่แก้ไขปัญหานี้ทันที

ข้อเสนอแนะเร่งด่วนจากสส.ปชน.

น.ส.ณัฐยา เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการลดแรงกระแทกโดยด่วน เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากผลกระทบ โดยมีข้อเสนอหลักดังนี้

  • กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา เร่งสำรวจผลกระทบต่อนักเรียนนักศึกษาทุกระดับ แม้ช่วงปิดเทอม เพื่อเฝ้าระวังและช่วยเหลือทันที
  • กระทรวงมหาดไทย สำรวจครัวเรือนเปราะบางในท้องถิ่น เชื่อมข้อมูลกับกระทรวงศึกษาฯ เพื่อช่วยเหลือเฉพาะจุด
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ใช้ฐานข้อมูลครัวเรือนเปราะบางวางแผนเชิงรุก เป็นเจ้าภาพเชื่อมโยงทุกกระทรวง ลดความซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือ

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังจัดทำ dashboard รับแจ้งข้อมูลจากอาสาส้มกว่า 4,500 คน เพื่อติดตามสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการศึกษาของเด็กๆ โดยตรง

ปัญหา สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางอาจไม่ได้กลับไปเรียน เหตุวิกฤตน้ำมันซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตร นี้ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องอนาคตของชาติ หากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการ กับดักความจนจะยิ่งลึกซึ้ง และสังคมไทยจะเผชิญความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงยิ่งขึ้น การลงทุนในเด็กทุกคนคือกุญแจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

คุณคิดว่ารัฐบาลควรมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!

ที่มา – สส.ปชน. ห่วงนักเรียนกลุ่มเปราะบางอาจไม่ได้กลับไปเรียน เหตุวิกฤตน้ำมันซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตร

Scroll to top