สภากรุงเทพมหานคร

“ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย

“ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย

บรรยากาศการเมืองในพื้นที่เขตคันนายาวกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ “ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและการต้อนรับที่อบอุ่นจากพี่น้องประชาชนที่มาพบปะพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด

ในการลงพื้นที่หาเสียงครั้งสำคัญนี้ นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตคันนายาว หมายเลข 9 ได้รับกำลังใจอย่างดีเยี่ยมจาก ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ สามี และลูกชายอย่าง “ปาร์ตี้” พลพลัฐ วิภัติภูมิประเทศ ที่ร่วมแรงร่วมใจลงพื้นที่เดินพบปะประชาชนทั้งเช้าและเย็น เพื่อย้ำจุดยืนในการทำงานเพื่อคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

เสียงสะท้อนจากพื้นที่สู่การเปลี่ยนแปลงในสภากทม.

สำหรับภารกิจของ “ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขอคะแนนเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สะท้อนปัญหาและความต้องการในชุมชนโดยตรง โดยนางชญาดาย้ำว่า “การเป็นผู้แทนที่ดีต้องเริ่มต้นจากการรับฟังอย่างตั้งใจ เพราะคนในพื้นที่คือผู้ที่รู้ปัญหาอย่างแท้จริง”

ทางด้าน ดร.พลภูมิ ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า การเมืองท้องถิ่นเป็นการทำงานบริการพี่น้องประชาชน การที่ทีมงานลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เข้าถึงปัญหาและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ทำให้แคมเปญ “ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย ได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกเป็นอย่างมาก

นโยบายเน้นการพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หากมองถึงทิศทางการพัฒนาเขตคันนายาว ทีมคนทำงานภายใต้การนำของนางชญาดาได้วางแนวทางไว้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชน ดังนี้:

  • การผลักดันระบบสาธารณูปโภคที่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
  • การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชน
  • การเป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาเข้าสู่สภากรุงเทพมหานครอย่างมีพลัง
  • การสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชนผ่านการรับฟังผู้ประกอบการรายย่อย

สุดท้ายนี้ วันเลือกตั้ง สก. ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ คือโอกาสสำคัญที่ชาวคันนายาวจะได้ตัดสินใจเลือกตัวแทนที่พร้อมจะลงมือทำจริง ขยันลงพื้นที่ และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาเขตคันนายาวให้มีความก้าวหน้าและน่าอยู่ยิ่งขึ้น การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจึงเป็นการกำหนดทิศทางอนาคตของพวกเราทุกคนครับ

ที่มา – “ชญาดา” พา “สามี-ลูก” ร่วมอ้อนขอคะแนน สก. ชาวคันนายาว โค้งสุดท้าย

วิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

วิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เมื่อมีการพยายามโยงชื่อของ สก. พรรคประชาชน หรือพรรคส้มเดิม เข้าไปพัวพันกับกระแสข่าวลือเรื่องการฮั้วเงินทอน ล่าสุด นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ออกมาเปิดใจชัดเจนว่า เขาเป็นคนจุดประเด็นเรื่องการทุจริตงบ กทม. นี้มาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่ทำไปคือความโปร่งใส ไม่ใช่การหาเสียงแบบสาดโคลนใส่กัน

เปิดเบื้องหลัง วิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

นายวิโรจน์อธิบายว่า ตนได้ออกมาตีแผ่กลโกงเรื่อง ‘งบแปรญัตติ’ มาตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 โดยพบกระบวนการตัดงบประมาณอย่างไม่มีเหตุผลเพื่อนำไปต่อรองกับผู้ว่าฯ และล็อกสเปกผู้รับเหมาเครือข่ายตนเอง หากพรรคส้มเป็นตัวการทุจริตเสียเอง ตนคงไม่นำความลับเหล่านี้ออกมาแฉแต่แรก การที่ สส. ศุภณัฐ ร่วมตั้งข้อสังเกตเรื่องทุจริตเครื่องออกกำลังกาย จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าพรรคของเรายืนหยัดต่อสู้กับคอร์รัปชันอย่างแท้จริง

หากพิจารณาถึงความจริงจังในการปราบทุจริต นายวิโรจน์เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานดังนี้:

  • การปรับระบบงบประมาณ: ต้องทำให้อุดช่องโหว่การโกง ไม่ว่าใครจะเป็นผู้บริหารก็ไม่สามารถทุจริตได้
  • ความโปร่งใสในสภา กทม.: สก. ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ ไม่ใช่ผู้แสวงหาผลประโยชน์
  • การคัดเลือกคนดีเข้าสู่สภา: สก. ที่มีคุณภาพเปรียบเสมือน CFO ที่ซื่อตรง ช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างคุ้มค่า

ในอีกมิติหนึ่ง นายวิโรจน์ ยันแฉทุจริตงบ กทม. ไม่เกี่ยว สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน เพราะนโยบายของพรรคคือการทำงานอย่างสร้างสรรค์ การนำเรื่องเก่ามาตีปี๊บใส่ร้ายโดยปราศจากหลักฐาน คือพฤติกรรมของการเมืองยุคเก่าที่ประชาชนชาว กทม. ไม่พึงปรารถนา และเชื่อมั่นว่าในวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายนนี้ ชาวเมืองหลวงจะมีวิจารณญาณที่เพียงพอในการตัดสินใจลงคะแนนให้กับผู้ที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

สุดท้ายแล้ว การปราบทุจริตไม่ใช่แค่การพูดให้ดังในช่วงหาเสียง แต่คือการสร้างระบบที่ตรวจสอบได้จริง เราอยากเชิญชวนให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเพื่อกำหนดอนาคตของ กทม. ร่วมกันครับ

ที่มา – “วิโรจน์” ยันแฉทุจริตงบ กทม. ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว หยุดสาดโคลนกล่าวหา สก.พรรคส้มฮั้วเงินทอน

“เท้ง” บุก 3 ตลาดจตุจักรขอคะแนน ชูกาบัตร 2 ใบ ส่ง “ดร.โจ”

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาอัปเดตบรรยากาศการเมืองสุดคึกคักที่เขตจตุจักร เมื่อ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำทีมลงพื้นที่ลุยตลาด 3 แห่งรวด เพื่อเดินหน้าขอคะแนนเสียงอย่างเต็มกำลัง โดยกิจกรรมครั้งนี้ถือว่าได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้าและชาวจตุจักรเป็นอย่างมากเลยครับ

“เท้ง” บุก 3 ตลาดจตุจักรขอคะแนน ชูกาบัตร 2 ใบ ส่ง “ดร.โจ”

การลงพื้นที่ครั้งนี้นายณัฐพงษ์ หรือ “เท้ง” ไม่ได้มาตัวเปล่า แต่มาพร้อมกับนายอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย อดีต สก. ขวัญใจคนจตุจักร ซึ่งการที่เขาเลือกมาลงพื้นที่ครั้งนี้ภายใต้ธีม “เท้ง” บุก 3 ตลาดจตุจักรขอคะแนน ชูกาบัตร 2 ใบ ส่ง “ดร.โจ” ก็เพื่อตอกย้ำให้ประชาชนเห็นถึงความพร้อมในการส่งผู้สมัครเข้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในนาม ดร.โจ ซึ่งเป็นตัวแทนที่พรรคประชาชนมั่นใจว่าจะสามารถเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นได้จริง

ยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง: เลือก สก. และผู้ว่าฯ ให้ครบ

สำหรับไฮไลท์สำคัญที่ทีมงานพรรคประชาชนเน้นย้ำกับชาวบ้าน คือกติกาการเลือกตั้งที่หลายคนอาจจะสับสน แต่ถ้าจำง่ายๆ ก็คือ “กา 2 ใบ” โดย“เท้ง” บุก 3 ตลาดจตุจักรขอคะแนน ชูกาบัตร 2 ใบ ส่ง “ดร.โจ” เป็นแคมเปญหลักที่ต้องการสื่อสารให้ชัดว่า:

  • บัตรใบสีชมพู: เลือก สก. (สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร)
  • บัตรใบสีเขียว: เลือกผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งในครั้งนี้คือ ดร.โจ เบอร์ 10 นั่นเองครับ

ทางด้านนายอภิวัฒน์ หรือ “อดีต สก. อภิวัฒน์” ได้กล่าวว่า ตนเองทำงานหนักในพื้นที่จตุจักรมานานกว่า 7 ปี มีความเข้าใจปัญหาในทุกซอกทุกมุมของเขตนี้เป็นอย่างดี การกลับมาลงสมัครครั้งนี้จึงมั่นใจว่าสามารถ “สานงานต่อได้ทันที” โดยไม่ต้องใช้เวลาเสียเปล่าในการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ชาวบ้านให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นตลอดการลงพื้นที่ตลาดเช้าเสนานิคม ตลาดศรีเสนา และตลาดบางเขน

ในมุมมองของผู้เขียน การลงพื้นที่แบบ “เคาะประตูบ้าน” และการลงตลาดของหัวหน้าพรรคประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงพลังที่ชัดเจนว่าทางพรรคไม่ได้มองข้ามการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง และนี่คือโค้งสุดท้ายที่ทุกฝ่ายต่างเร่งเครื่องกันอย่างหนัก เพื่อคว้าความไว้วางใจจากประชาชนให้มากที่สุดครับ

ที่มา – “เท้ง” บุก 3 ตลาดจตุจักรขอคะแนน ชูกาบัตร 2 ใบ ส่ง “ดร.โจ เบอร์ 10” นั่งผู้ว่าฯ

“คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองท้องถิ่น เมื่อนายคริส โปตระนันทน์ ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของการบริหารงานภายในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่ “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม. ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนที่ต้องการความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาษี

เจาะลึกปม “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายคริสได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบพฤติกรรมส่อทุจริตที่เรียกกันว่า “ระบบอากง” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานเขตต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และสร้างความเสียหายให้กับเงินงบประมาณของกรุงเทพมหานครอย่างมหาศาล

เปิดกลโกงผ่านการซอยโครงการย่อย

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากการติดตามของนายคริส คือวิธีการใช้งบประมาณที่ถูกแบ่งเป็นโครงการย่อยๆ ให้มีมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดประมูลตามระเบียบพัสดุ วิธีการนี้เปิดช่องให้เกิดการเลือกผู้รับเหมาแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งมักจะเล็งเห็นได้ว่าอาจเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเมืองท้องถิ่น ข้อมูลนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม. อย่างต่อเนื่องจนกว่าความจริงจะปรากฏ

นายคริสได้ระบุชื่อเขตที่พบความผิดปกติหลายแห่ง ได้แก่:

  • เขตบางนา และ พระขนง
  • เขตบางแค และ บางซื่อ
  • เขตจตุจักร และ ราชเทวี
  • เขตลาดพร้าว และ ยานนาวา
  • เขตทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน และพระนคร

บริษัทเอกชนที่ได้รับงานในเขตเหล่านี้กำลังถูกตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในยุคนั้นหรือไม่ ซึ่งนายคริสได้เรียกร้องให้อดีตผู้ว่าฯ กทม. รวมถึง สก. ในพื้นที่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงถึงความสัมพันธ์กับบริษัทผู้รับเหมาเหล่านั้น เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อหน้าสาธารณชน

นอกเหนือจากการตรวจสอบย้อนหลังแล้ว นายคริสยังได้เตรียมเสนอญัตติปฏิรูปการบริหารจัดการ กทม. ทั้งระบบ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “องค์กรอิสระด้านต่อต้านคอร์รัปชันประจำกรุงเทพฯ” ซึ่งองค์กรนี้ต้องทำงานเป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ว่าฯ กทม. เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณและปราบปรามการทุจริตโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าในการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ของนายคริสในสัปดาห์หน้า นี่ไม่ใช่แค่การเล่นเกมการเมือง แต่คือการทวงคืนความยุติธรรมและความโปร่งใสให้กับการใช้ภาษีของคนกรุงเทพฯ ทุกบาททุกสตางค์ การตรวจสอบที่เข้มข้นเช่นนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่จะทำให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบและขอบเขตของอำนาจที่ตนเองได้รับมา

ที่มา – “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

นโยบาย Data-Driven ยกระดับ สก. อิสระสู่ “นักจัดการเมือง”

ในยุคที่เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา การทำงานเมืองแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ล่าสุด “ทีมคนทำงาน” ได้สร้างความฮือฮาด้วยการประกาศเปิดตัว นโยบาย Data-Driven ยกระดับ สก. อิสระสู่ “นักจัดการเมือง” เพื่อพลิกโฉมการบริหารกรุงเทพมหานครให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและแก้ปัญหาให้ตรงจุดที่สุด

นโยบาย Data-Driven ยกระดับ สก. อิสระสู่ “นักจัดการเมือง”

กลุ่มผู้สมัคร สก. อิสระ นำโดย นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย และ นายพัทธนัย จิวรวิวัฒน์ ได้เปลี่ยนผ่านการเมืองท้องถิ่นจากการคาดเดาไปสู่การใช้ตัวเลขและสถิติเป็นที่ตั้ง การนำแนวคิดการทำงานด้วยข้อมูลมาปรับใช้นั้นไม่ได้เป็นเพียงการกล่าวอ้าง แต่คือเครื่องมือจริงที่จะมาเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นพื้นที่ที่น่าอยู่ขึ้นภายใต้แนวคิด นโยบาย Data-Driven ยกระดับ สก. อิสระสู่ “นักจัดการเมือง” อย่างเป็นระบบ

รายละเอียดการขับเคลื่อนเมืองด้วยข้อมูล

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทำไมเราจึงจำเป็นต้องใช้ Data ในการทำงาน ทีมคนทำงานได้วางกรอบการทำงานไว้ 4 ด้านหลักเพื่อรองรับการยกระดับสู่การเป็นนักจัดการเมืองรุ่นใหม่:

  • ทะลวงกล่องดำ (Data Black Box): จัดการปัญหาประชากรแฝงเพื่อให้การจัดสรรงบประมาณสู่โรงเรียน โรงพยาบาล และสวนสาธารณะมีความแม่นยำ
  • คุมกระเป๋าตังค์แสนล้าน: ตรวจสอบงบประมาณ กทม. ผ่านการนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาอภิปรายในสภาฯ
  • รื้อกติกาเก่าด้วยเหตุผล: ปรับปรุงข้อบัญญัติที่ใช้มานานกว่า 40 ปีด้วยฐานข้อมูลที่ทันสมัย
  • ระบบ BMC AI: เชื่อมต่อฐานข้อมูล 50 เขตให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อการวิเคราะห์ปัญหาใน 12 มิติ

นอกจากนี้ การเป็นผู้สมัครอิสระที่มาพร้อมกับ นโยบาย Data-Driven ยกระดับ สก. อิสระสู่ “นักจัดการเมือง” ยังถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ เพราะทีมคนทำงานไม่ต้องผูกมัดกับวาระของพรรคการเมืองใหญ่ ทำให้สามารถมุ่งเน้นการแก้ปัญหาในระดับเส้นเลือดฝอยได้อย่างแท้จริง การเข้าถึงข้อมูลแบบ Open Data จะช่วยให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบว่างบประมาณทุกบาททุกสตางค์ได้ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าหรือไม่

ในฐานะประชาชน เราต่างคาดหวังที่จะเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การที่นักการเมืองท้องถิ่นหันมาใช้เทคโนโลยีและข้อมูลในการบริหารเขต ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะเมื่อคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ถูกขับเคลื่อนด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง เมืองที่เคยเป็นปัญหาจะกลายเป็นเมืองที่ “เป็นไปได้” สำหรับทุกคนในที่สุด

ที่มา – “ทีมคนทำงาน” เปิดตัวนโยบาย “Data-Driven” ยกระดับ สก. อิสระสู่ “นักจัดการเมือง” ยุคใหม่

ไอซ์-หัทกร ผู้สมัคร สก. ลุยหาเสียงชูกลไกข้อกฎหมาย “สร้าง-ปรับปรุง-ยกเลิก”

เชื่อว่าเพื่อนๆ ชาวเขตยานนาวาหลายคนคงกำลังมองหาทางเลือกใหม่ในการพัฒนาพื้นที่ของเราอยู่นะครับ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ “ไอซ์-หัทกร โกศลจิตร์” ผู้สมัคร สก. อิสระ ที่มาพร้อมกับแนวคิดที่น่าสนใจอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ

ไอซ์-หัทกร ผู้สมัคร สก. ลุยหาเสียงชูกลไกข้อกฎหมาย “สร้าง-ปรับปรุง-ยกเลิก”

การลงพื้นที่ของไอซ์-หัทกร ผู้สมัคร สก. ลุยหาเสียงชูกลไกข้อกฎหมาย “สร้าง-ปรับปรุง-ยกเลิก” ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่เป็นการใช้ความรู้ด้านนิติศาสตร์มาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการจัดการพื้นที่ทับซ้อนและปัญหาเรื้อรังในเขตยานนาวาที่มีความซับซ้อนสูง

แก้ปัญหาน้ำท่วมและโครงสร้างพื้นฐานด้วยหลักกฎหมาย

ไอซ์-หัทกร ผู้สมัคร สก. ลุยหาเสียงชูกลไกข้อกฎหมาย “สร้าง-ปรับปรุง-ยกเลิก” ได้นำเสนอนโยบายที่จับต้องได้จริง เช่น:

  • การจัดการน้ำท่วม: เน้นการสร้างเขื่อนในจุดเสี่ยง เช่น ชุมชนโรงสี เพื่อป้องกันน้ำหนุนและน้ำท่วมขัง
  • ปลดล็อกถนนส่วนบุคคล: ผลักดันให้ กทม. สามารถเข้าไปดูแลสาธารณูปโภคในถนนที่ชาวบ้านใช้สัญจรแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นทางสาธารณะ
  • คุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง: เพิ่มพื้นที่สีเขียวและการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้สัตว์เลี้ยงในชุมชน
  • พัฒนาศูนย์เด็กเล็ก: เพิ่มงบประมาณอาหารกลางวันเพื่อโภชนาการที่ดีขึ้นของเด็กๆ

ด้วยจุดยืนความเป็นผู้สมัครอิสระ ทำให้ไอซ์-หัทกรสามารถทำงานได้อย่างโปร่งใส ไม่ขึ้นตรงกับพรรคการเมืองใด ทำให้มั่นใจได้ว่าเสียงของพี่น้องประชาชนจะถูกนำไปขับเคลื่อนในสภา กทม. อย่างตรงไปตรงมาที่สุด

ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะมาช่วยกันกำหนดอนาคตของเขตยานนาวาให้ดีขึ้นกว่าเดิม การเลือกคนที่มีความมุ่งมั่นและมีกระบวนการทำงานที่ชัดเจน จะช่วยให้กรุงเทพฯ ของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น ใครที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อสนับสนุนตัวแทนที่พร้อมทำงานเพื่อคนในพื้นที่อย่างจริงใจครับ

ที่มา – “ไอซ์-หัทกร” ผู้สมัคร สก. ลุยหาเสียงชูกลไกข้อกฎหมาย “สร้าง-ปรับปรุง-ยกเลิก”

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ช่วงโค้งสุดท้ายกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน สร้างสีสันและเข้าถึงใจพี่น้องประชาชนได้อย่างดีเยี่ยม โดยงานนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง พร้อมด้วยทีมรองโฆษกพรรค ได้ลงพื้นที่ลุยตลาดท่าดินแดงเพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุนให้นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 5 และนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2

ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ตอกย้ำความพร้อม

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นการเน้นย้ำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่มุ่งพัฒนาเมืองกรุงอย่างยั่งยืน โดย ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน เพื่อแสดงถึงความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมพันสำคัญอย่างคลองสาน พร้อมชูนโยบายที่จะเปลี่ยนเขตคลองสานให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวและระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยกว่าเดิม

วิสัยทัศน์ของนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ว่าที่ สก.

นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ผู้สมัคร สก. เขตคลองสาน เบอร์ 2 ได้เปิดเผยถึงแผนพัฒนาพื้นที่ 3 ด้านหลักที่จะผลักดันหากได้รับโอกาสกลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง:

  • สร้างสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา: เชื่อมต่อคลองสานและสัมพันธวงศ์ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคัก
  • ขยายรถไฟฟ้าสายสีทอง: ผลักดันให้ไปถึงสถานีประชาธิปก เพื่อเชื่อมต่อกับ MRT สายสีม่วง เพิ่มความสะดวกในการสัญจรของคนในเขต
  • พัฒนาโครงข่ายรถเมล์ไฟฟ้า: เพิ่มเส้นทางและเที่ยววิ่งเชื่อมสถานีกรุงธนบุรี วงเวียนใหญ่ และคลองสาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ง่ายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายพงศกร ขวัญเมือง ยังได้เชิญชวนให้ชาวกรุงเทพฯ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดอนาคตของเมืองหลวงร่วมกัน โดยพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่านโยบายที่นำเสนอจะตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและการเดินทางของพี่น้องชาวไทยได้อย่างแท้จริง

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตัวแทน แต่คือการเลือกอนาคตของเขตคลองสาน หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้และมีประสิทธิภาพ การสนับสนุนผู้สมัครที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในพื้นที่ย่อมส่งผลบวกต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในเขตอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ทีมโฆษก ปชป. ขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก หาเสียงเขตคลองสาน ชู “อนุชา” เป็นผู้ว่าฯ เลือก สก.พรรคประชาธิปัตย์

ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา

เชื่อว่าหลายคนกำลังตื่นตัวสุดๆ กับกระแสการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยาที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้ แต่เดี๋ยวก่อนครับ! ก่อนที่คุณจะกดแชร์โพลหรือผลสำรวจต่างๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ต้องระวังให้ดี เพราะล่าสุดทาง กกต. ได้ออกมาเน้นย้ำถึงข้อกฎหมายสำคัญที่ว่า ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา อย่างเด็ดขาด

กฎเหล็ก กกต.! ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา

การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม กกต. จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งพรรคการเมือง ผู้สมัคร สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนทุกคน ให้งดเว้นการแชร์หรือเปิดเผยผลสำรวจทุกประเภท ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569

บทลงโทษหากใครฝ่าฝืน ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา

หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล่นๆ แต่อย่าได้ชะล่าใจไปครับ เพราะการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นมีโทษค่อนข้างหนัก ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ระบุบทลงโทษไว้ดังนี้:

  • โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน
  • ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น ก่อนจะโพสต์หรือแชร์อะไรในช่วงที่ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนครับ เพื่อป้องกันไม่ให้เราต้องมาเดือดร้อนเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

นอกเหนือจากเรื่องข้อกฎหมายแล้ว กกต. ยังอยากเชิญชวนให้ทุกท่านออกมาใช้สิทธิ์ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งของท่าน การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินอนาคตของเมืองที่เราอยู่ด้วยตัวเอง เสียงของคุณมีความหมายสำคัญเสมอ

ในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง ผมมองว่าการปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัดคือพื้นฐานสำคัญที่สุดของสังคมประชาธิปไตย แม้การแชร์โพลจะเป็นความอยากรู้อยากเห็นหรือความหวังดี แต่การเคารพกฎหมายย่อมสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งที่โปร่งใสและร่วมกันสร้างเมืองให้น่าอยู่ไปด้วยกันนะครับ เจอกันที่คูหาเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้ครับ!

ที่มา – กกต. ย้ำมีความผิดตามกฎหมาย ห้ามเผยแพร่ผลโพลช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม.-พัทยา

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.

การเมืองกรุงเทพมหานครกำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.” น้อมรับโพล “มัลลิกา” แซง โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมายืนยันถึงความพร้อมของทีมงานทุกคนในการสู้ศึกครั้งสำคัญนี้

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ซึ่งยังคงนั่งแท่นประธานยุทธศาสตร์ให้เหมือนเดิม สิ่งที่พรรคมุ่งเน้นในตอนนี้คือการนำเสนอนโยบายเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นฐานอย่างทางเท้าหรือไฟส่องสว่าง แต่รวมไปถึงการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างส่วยเทศกิจและสินบนใบอนุญาต

มุมมองต่อโพลสำรวจและการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.”

แม้ผลโพลล่าสุดจะชี้ให้เห็นว่าคู่แข่งอย่างนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กำลังมีคะแนนนำ แต่ทางพรรคประชาชนยังคงแสดงความเป็นมืออาชีพด้วยการน้อมรับทุกข้อคิดเห็น นายณัฐพงษ์ย้ำเตือนด้วยประสบการณ์ส่วนตัวว่า โพลที่แม่นยำที่สุดคือโพลในวันเลือกตั้งจริง ดังนั้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.” จะยังคงมุ่งหน้าลงพื้นที่สื่อสารนโยบายให้ถึงมือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นโยบายหลักที่พรรคประชาชนนำเสนอในช่วงโค้งสุดท้าย มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การขับเคลื่อนงบประมาณ กทม. ให้มีความโปร่งใสผ่าน สก. ทั้ง 50 เขต
  • การยกระดับเศรษฐกิจปากท้องของคนกรุงให้ดีขึ้น
  • การทำงานควบคู่กับ สส. 119 คน เพื่อผลักดันกฎหมายจากสภาฯ สู่ท้องถิ่น
  • การสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านผู้นำที่กล้าคิดกล้าทำ

ท้ายที่สุด การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกตัวบุคคล แต่มันคือการเลือกอนาคตของเมืองหลวงที่ทุกคนปรารถนาให้ดีกว่าเดิม ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพฯ ทุกท่านออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อใช้อำนาจที่มีในการกำหนดทิศทางของเมืองด้วยความหวังและพลังที่แท้จริง

ที่มา – เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.” น้อมรับโพล “มัลลิกา” แซง

Scroll to top