เลือกตั้งปี 2569

พรรคประชาชน ดับไฟร้อน “กลุ่มไรเดอร์” ชิง สส.

พรรคประชาชน ดับไฟร้อน เร่งแก้ไขปัญหา นัดพบ “กลุ่มไรเดอร์” รับฟังเสียงวิจารณ์และข้อเสนอแนะ หลังเสนอชื่อ “อิสริยะ” อดีตผู้บริหารไลน์แมน ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า ในวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 12.45 น. เป็นต้นไป ณ อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรค ปชน. (หัวหมาก) สหภาพไรเดอร์ – Freedom Rider Union ได้นัดหมายกลุ่มไรเดอร์เพื่อสอบถามถึงจุดยืนของพรรค และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อย่างนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ อดีตผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มบริษัทไลน์แมน

น.ส.รักชนก ศรีนอก อดีต สส.กทม. พรรค ปชน. ได้กล่าวเชิญชวนพี่น้องไรเดอร์ และทุกท่านที่สนใจในประเด็นนี้ เข้าร่วมวงพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกังวลต่างๆ “เสียงของทุกคนมีความสำคัญกับพวกเรา แม้ว่าจะเป็นคำติชมหรือวิพากษ์วิจารณ์ เรายินดีรับฟังทุกความคิดเห็นเพื่อนำไปปรับปรุง” น.ส.รักชนกกล่าว

ก่อนหน้านี้ ในกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ปรากฏชื่อของนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ติดอยู่ใน 100 รายชื่อแรก ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มไรเดอร์เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องค่าแรงที่ไม่เป็นธรรมในบริษัทไลน์แมน ในช่วงที่นายอิสริยะดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง

นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยแสดงความคิดเห็นสนับสนุนนายอิสริยะ โดยยอมรับว่ารู้จักกันมานานตั้งแต่ช่วงรัฐประหารปี 2549 และมองว่านายอิสริยะมีความคิดที่เฉียบแหลมและก้าวหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวานนี้ (21 ธันวาคม) ว่ามีการจัดทำไพรมารีโหวตผู้สมัคร สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อทั่วประเทศของพรรค ปชน. ผลปรากฏว่าการทำไพรมารีโหวตในจังหวัดชลบุรี ไม่รับรองนายอิสริยะให้ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค อย่างไรก็ตาม นายอิสริยะยังคงผ่านไพรมารีโหวตในจังหวัดอื่นๆ หลังจากนี้จะมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณารับรองต่อไป

พรรคประชาชน ดับไฟร้อน “กลุ่มไรเดอร์” จริงหรือไม่?

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการทำงานการเมืองที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน และต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การที่พรรคประชาชน ดับไฟร้อน โดยการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างพรรคกับกลุ่มไรเดอร์

ทำไมต้อง ดับไฟร้อน “กลุ่มไรเดอร์”?

การที่พรรคการเมืองต้องลงมาจัดการกับความไม่พอใจของกลุ่มไรเดอร์นั้น สะท้อนให้เห็นถึงพลังของประชาชนในการแสดงออกถึงความต้องการและความกังวลของตนเอง การที่กลุ่มไรเดอร์ออกมาทวงถามถึงจุดยืนของพรรค แสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องการให้พรรคการเมืองใส่ใจและรับผิดชอบต่อปัญหาที่พวกเขาเผชิญอยู่ การที่พรรคประชาชน ดับไฟร้อน จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องการที่จะรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประชาชน

  • การรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญ
  • การแก้ไขปัญหาต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อทุกกลุ่ม
  • ความโปร่งใสและความรับผิดชอบเป็นสิ่งจำเป็น

การที่พรรคประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเพื่อดับไฟร้อนในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่จะต้องใส่ใจและรับฟังเสียงของประชาชน พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชนในระยะยาว สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไม่ได้เป็นเรื่องของผู้มีอำนาจเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น และการที่พรรคประชาชน ดับไฟร้อน ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการกระทำหลังจากนี้

ที่มา – พรรคประชาชน ดับไฟร้อน “กลุ่มไรเดอร์” ท้วงส่ง “อิสริยะ” อดีตผู้บริหารไลน์แมน ชิง สส.

จุลพันธ์เชื่อเพื่อไทย คว้า 200 ที่นั่ง สส. ได้!

“จุลพันธ์” ชี้เป้า สส. 200 ที่นั่งท้าทาย แต่เพื่อไทยทำได้ จาก “ศักยภาพพรรค-บุคลากร-นโยบาย” เผย “เยาวภา” เบรก “ยศชนัน”กลับเข้าวงการเมือง

วันที่ 22 ธ.ค.2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการเปิดปากกับภาคภูมิ ถึงการสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 จะหนักที่สุดหรือไม่ว่า เป็นภาวะที่ไม่ปกติของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น หากถามว่ายากกว่าในอดีตหรือไม่ ขอบอกว่าหัวหน้าพรรคในอดีตหลายคนเผชิญกับภาวะที่วิกฤติกว่าตนมาก บางคนเจอการเลือกตั้งที่พ้นจากการปฏิวัติรัฐประหาร บางคนเจอกับสถานการณ์ที่มีเลือดไหลออก มีการยุบพรรคมาใหม่ จำได้ไหมครับ ดังนั้น ยุคตนไม่น่ายากกว่าคนอื่น เพียงแต่อาจเป็นครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปี หลังจากการเลือกตั้งครั้งแรกที่เป็นไทยรักไทย ที่มีคุณทักษิณ นำพาพรรคครั้งแรก

ซึ่งครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกที่เราไม่ได้เป็นที่ 1 จากการเลือกตั้ง คนจึงประเมินว่าเราอาจไม่ได้เป็นเต็งหนึ่ง ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจกับประชาชนเดินหน้าสู่การเลือกตั้งต่อไป

เมื่อถามว่าจากไทยรักไทย มาพลังประชาชน และเพื่อไทย ไม่ว่าจะผ่านสถานการณ์อะไร ก็เป็นที่ 1 มาตลอด จนครั้งที่ 2 กลับมาเป็นนายกฯ ด้วยคะแนนเฉียดฉิวมาก จะเป็นศึกหนักของหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งไม่เคยง่าย เพราะอยู่ที่มือประชาชน ก็เป็นภาระหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะทำความเข้าใจในการสื่อสาร แต่ตนมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจะสามารถกลับมาอย่างแข็งแรงมาก

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าที่นั่ง สส. 200 คน นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นเป้าที่ท้าทาย ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ก็เป็นไปได้ ขนาดเพื่อไทยซึ่งเคยผ่านการเลือกตั้ง มีแลนด์สไลด์ก็ทำมาแล้ว เราเคยได้ถึง 377 สมัย นายกฯยิ่งลักษณ์มี 247 หรือ 249 สุดท้ายเราผ่านการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งเราจะผิดพลาดในหลายประเด็น โดยเฉพาะการบริหารกระแสในช่วงท้าย เราก็ยังมีถึง 141 เสียง เพราะฉะนั้นเราไม่ใช่พรรคเล็ก ตนเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของพรรค ด้วยบุคลากรของพรรค รวมถึงนโยบายที่เราจะนำเสนอในครั้งนี้เรายังตั้งเป้า 200 จริงๆ

เมื่อถามว่า แม้จะเพิ่งผ่านเรื่องคลิปเสียง อังเคิล สถานการณ์ไทย-กัมพูชามานั้น “มันก็ผ่านมาทุกอย่างในมิติที่ดำเนินการมา คนเป็นรัฐเราก็ดำเนินการหลายอย่าง มีสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ถูกต้อง มันก็มีเหตุการณ์ที่เราทำแล้วประสบความสำเร็จอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายในอดีต เรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค เรื่องกองทุนหมู่บ้าน ก็ยังอยู่กับประชาชน แน่นอนว่าคนทำงานย่อมมีบาดแผล แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำมาเป็นประโยชน์กับประชาชน“ นายจุลพันธ์ กล่าว

เมื่อถามว่า เร็วไปไหม 2 ปี 6 เดือน ประเทศไทยมีนายกฯ 3 คนแล้วต้องเลือกตั้งใหม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในสภาฯ คุยกันเล่นๆ ว่า การเป็น สส. ครั้งนี้คุ้มมาก เพราะ สส. 2 ปีเศษ เลือกนายกฯ ไป 5 ครั้ง ไม่เคยมีมาก่อน ก็เป็นโจทย์ที่พวกเราต้องมานั่งคิดว่าคือสาเหตุ พรรคเพื่อไทยผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เพราะเรามองว่ารัฐธรรมนูญ มีจุดบกพร่องอย่างมาก จุดเริ่มต้นผิด เนื้อหาภายในตั้งโจทย์ไม่ถูกต้อง สุดท้ายกลายเป็นรัฐธรรมนูญที่สร้างความอ่อนแอให้กลไกประชาธิปไตยและพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นก็มีเหตุอันควรให้มีกระบวนการนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สุดท้ายแม้จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน

พวกตนบอกตั้งแต่ต้นว่า MOA มันล้มเหลว สุดท้ายมันก็พิสูจน์ว่า พวกตนถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามโค้งสุดท้ายสภาฯ ได้ส่งคำถามที่ 1 ไปยังรัฐบาลคือให้ประชามติว่า ประชาชน อยากจะให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งส่งไปที่ กกต.เรียบร้อย ก็หวังว่าจะได้ลงประชามติ และคงได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนด้วย ในการที่จะเดินหน้ามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เมื่อถามว่าทำไม พรรคเพื่อไทยต้องมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นเพราะผูกพันกับตระกูลวงศ์สวัสดิ์หรือไม่ นายจุลพันธ์ ยืนยัน ไม่เกี่ยวกันต้องพยายามแยกออก เวลาคนรู้จักกันคงไม่ได้เริ่มถามนามสกุลก่อน เราดูคนที่เนื้อ ที่ศักยภาพของเขา ความรู้ความสามารถดีกว่า ที่จะไปดูว่าเป็นใครมาจากไหน เทือกเขาเหล่ากอ มันไม่เคยมีที่ใครจะต้องไปถามลักษณะนั้น

“นายยศชนัน ไม่ใช่คนใหม่ของเพื่อไทย เพราะเคยลงสมัคร สส.เชียงใหม่ มาแล้ว แต่การเลือกตั้งโมฆะ ก็ไปใช้ชีวิตในมุมอื่น เป็นศาสตราจารย์ อยู่ที่ ม.มหิดล ซึ่งจุดนี้พิสูจน์ชัดว่าคงไม่ได้ใช้นามสกุล เพราะมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น มหิดล คงไม่ได้ถามนามสกุลก่อนที่บรรจุเป็นตำแหน่ง อธิการบดี รองคณบดีต่างๆ ตรงนี้เป็นการพิสูจน์ผลงานเอง จนเมื่อปีเศษที่ผ่านมา ก็ได้กลับเข้ามาเพราะมีความรู้เรื่องการนำเทคโนโลยี มาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ก็เข้ามาช่วยงานที่บ้านพิษณุโลกในการให้ข้อแนะนำ ก่อนมาร่วมกับทางพรรคคิดนโยบาย เพราะฉะนั้น นโยบายแพคเกจที่นำเสนอในครั้งนี้ ซึ่งนายยศชนัน รู้มากกว่าตน เพราะอยู่ในกระบวนการตั้งแต่ต้น จนจบ ในเรื่องของนโยบาย

การมาของนายยศชนัน ไม่เกี่ยวว่าจะต้องมีคนตระกูลชินวัตร ตนได้คุยกับนายยศชนัน บอกว่า จริงๆแล้ว นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แม่ของนายยศชนัน เบรกไม่อยากให้เข้าสู่การเมืองอีกครั้ง เพราะอย่างที่เห็นมีสถานการณ์ที่มีอำนาจนอกสภา แทรกแซงองค์กรอิสระที่ดำเนินการอยู่ การอยู่ในการเมืองบางครั้งมีความเสี่ยง แต่พรรคก็ทำเต็มที่เพราะคืออาชีพของเรา เราต้องการทำบ้านเมืองให้มันดีขึ้น” นายจุลพันธ์ กล่าว

พร้อมระบุ สังเกตพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ มีการเชิญเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ตกลงกันไม่ได้เพราะคนนอกบางทีไม่ได้อยากเข้ามา ถ้าเราต้องการสร้างการเมืองที่มี นิติรัฐ นิติธรรม โปร่งใส ตอบโจทย์ชาวบ้าน เพื่อให้คนที่มีศักยภาพจากด้านนอกเข้ามาทำการเมือง มาพัฒนาประเทศร่วมกับเรา เราต้องปรับโครงสร้างของสังคม โครงสร้างพื้นฐานประชาธิปไตย

จุลพันธ์ มั่นใจ เพื่อไทย ครอง 200 ที่นั่ง สส. ได้

อะไรที่ทำให้จุลพันธ์เชื่อมั่นว่าเพื่อไทยจะได้ 200 ที่นั่ง?

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แสดงความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถคว้า 200 ที่นั่ง สส. ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยให้เหตุผลถึงศักยภาพของพรรค ประสบการณ์ที่ผ่านมา และนโยบายที่จะนำเสนอต่อประชาชน

การตั้งเป้า 200 ที่นั่ง สส. ของพรรคเพื่อไทย ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากพรรคสามารถสื่อสารนโยบายและสร้างความเข้าใจกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์การเมืองที่ผ่านมาอาจส่งผลกระทบต่อความนิยมของพรรค แต่ด้วยประสบการณ์และความเข้มแข็งของพรรคเพื่อไทย ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถกลับมาได้อย่างแข็งแกร่ง

สรุป

โดยสรุปแล้ว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของพรรค และตั้งเป้าที่จะนำพาพรรคไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมีเป้าหมายคือการครอง 200 ที่นั่ง สส. ให้ได้สำเร็จ

ที่มา – “จุลพันธ์” เชื่อเพื่อไทยทำได้ ครอง 200 ที่นั่ง สส. เผย “เยาวภา” เบรก “ยศชนัน” กลับเข้าวงการเมือง

“ภูมิใจไทย” ส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ครบ 9 เขต ลุยเลือกตั้ง

พรรค“ภูมิใจไทย” จัดทัพใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ครบ 9 เขต มั่นใจพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 2569 “สรรเพชญ” ยันพร้อมเต็มที่สานงานต่อให้ชาวสงขลา

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายสรรเพชญ บุญญามณี อดีต สส.สงขลา เขต 1 เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคเพื่อรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดสงขลา ซึ่งจัดขึ้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลทับช้าง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผู้ผ่านการสรรหาและเตรียมลงสมัคร สส. ครบทั้ง 9 เขตเลือกตั้งของจังหวัดสงขลาแล้ว

สำหรับรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. จังหวัดสงขลา ในนามพรรค“ภูมิใจไทย” ทั้ง 9 เขต ประกอบด้วย

  • เขต 1 นายสรรเพชญ บุญญามณี อดีต สส.สงขลา เขต 1
  • เขต 2 นายศาสตรา ศรีปาน อดีต สส.สงขลา เขต 2
  • เขต 3 นายสมยศ พลายด้วง อดีต สส.สงขลา เขต 3
  • เขต 4 นายโยธิน ทองเนื้อแข็ง อดีตสมาชิกสภาจังหวัดสงขลา
  • เขต 5 นายอภิชาต ลาพินี
  • เขต 6 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์
  • เขต 7 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ อดีต สส.สงขลา เขต 7
  • เขต 8 นายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ
  • เขต 9 พ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มว่า จำนวนผู้สมัครทั้ง 9 คน มีถึง 4 คนที่เป็นอดีต สส.ของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานในสภา เข้าใจกลไกการผลักดันนโยบาย และรับรู้ปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดี จึงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสานงานต่อยอดงานเดิม และขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของจังหวัดสงขลาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันผู้สมัครรายอื่นๆ ก็เป็นบุคคลที่มีศักยภาพ มีความรู้ ความสามารถ และมีฐานการทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทีมผู้สมัครของพรรค“ภูมิใจไทย”ในจังหวัดสงขลาครั้งนี้ เป็นการผสมผสานระหว่าง ประสบการณ์ ความต่อเนื่อง และพลังใหม่อย่างลงตัว

“การเลือกตั้งรอบนี้ พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมทั้งตัวบุคคล ทีมงาน และนโยบาย ผู้สมัครทุกคนพร้อมลงพื้นที่ แนะนำตัว และสื่อสารนโยบายของพรรคอย่างเข้มข้น เพื่อขอความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวสงขลา ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้งและพร้อมเดินหน้าทำงานให้กับประชาชนชาวสงขลา” นายสรรเพชญกล่าว

“ภูมิใจไทย” จัดทัพใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ครบ 9 เขต มั่นใจพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 2569

พรรคภูมิใจไทย มั่นใจในการส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ทั้ง 9 เขตลงสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง ด้วยความพร้อมในทุกด้าน ทั้งตัวบุคคล นโยบาย และทีมงาน เราเชื่อมั่นว่าผู้สมัครของเราจะสามารถตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาวสงขลาได้อย่างตรงจุด และพร้อมที่จะพัฒนาจังหวัดสงขลาให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีกขั้น

ทำไมต้องเลือก “ภูมิใจไทย” ที่สงขลา?

นอกจากประสบการณ์และความมุ่งมั่นของผู้สมัครแล้ว พรรค“ภูมิใจไทย” ยังมีนโยบายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ที่จะช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดสงขลาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข หรือโครงสร้างพื้นฐาน เราให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพร้อมที่จะนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญ ที่พี่น้องชาวสงขลาจะได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ขอให้ทุกท่านพิจารณาอย่างรอบคอบ และเลือกคนที่ท่านเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาจังหวัดสงขลาไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

การตัดสินใจของท่านมีความหมาย เลือกคนที่ใช่ พรรคที่พร้อม แล้วสงขลาจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ที่มา – “ภูมิใจไทย” จัดทัพใหญ่ ส่งผู้สมัคร สส.สงขลา ครบ 9 เขต มั่นใจพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง 2569

กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน!

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งแก้ไขระบบลงทะเบียนล่วงหน้า หลังพบปัญหาสมาร์ทโฟนบางรุ่นไม่รองรับ อนุญาตใช้รถแห่ แต่ห้ามจัดมหรสพ–การรื่นเริง แจ้งชัด กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน! มีสิทธิถูกรื้อถอนพร้อมเรียกค่าใช้จ่าย

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการ กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยการเตรียมความพร้อมเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กรุงเทพ ว่า กกต.ได้ประชาสัมพันธ์การรับสมัครรับเลือกตั้ง ไปยังพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ได้ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น และปัจจุบันสอบถามเป็นระยะๆ

นอกจากนี้ได้ตรวจสอบในส่วนของการเป็นสมาชิกพรรค และการเสียสิทธิของผู้สมัคร โดยบางรายนำเอกสารหลักฐานมาให้ตรวจสอบแล้ว สำหรับเรื่องการใช้รถแห่ประชาสัมพันธ์สามารถทำได้ แต่ต้องไม่จัดมหรสพหรือการรื่นเริง ซึ่งได้กำชับในเบื้องต้นแล้ว ส่วนเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียง ทาง กกต.กทม. จะแจ้งให้ผู้สมัครทราบในวันรับสมัคร ซึ่งหากผู้สมัครติดตั้งผิดสถานที่ ทางสำนักงาน กกต.จังหวัด หรือ กรุงเทพมหานคร จะแจ้งให้ผู้สมัครแก้ไขให้ถูกต้อง หากไม่แก้ไข ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการรื้อถอน และนำไปคิดค่าใช้จ่ายกับผู้สมัคร ซึ่งขณะนี้ได้ประสานให้ผู้ที่จะลงสมัครได้ดำเนินการให้ถูกต้อง

ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ยังกล่าวอีกว่า ปัญหาการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ที่มีประชาชนร้องเรียนว่า ไม่สามารถลงทะเบียนได้นั้น ทราบว่า สาเหตุมาจากสมาร์ทโฟนบางรุ่นยังไม่รองรับ ทางสำนักงานกำลังแก้ไขอยู่ เนื่องจากเลขาฯ กกต.ได้กำกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนตั้งแต่เมื่อคืน เพราะกระทบต่อประชาชน คาดว่า น่าจะเสร็จภายในวันนี้(22ธ.ค.)

กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน!

ข้อควรรู้! กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน! ทำอย่างไร?

สำหรับผู้สมัคร สส. ที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ การทำความเข้าใจข้อกำหนดและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการติดตั้งป้ายหาเสียง ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางหลักที่ผู้สมัครใช้ในการประชาสัมพันธ์ตนเองและนโยบายของพรรค

สิ่งที่ผู้สมัครต้องรู้เกี่ยวกับการติดตั้งป้ายหาเสียง:

  • สถานที่ที่อนุญาต: กกต. จะกำหนดพื้นที่ที่อนุญาตให้ติดตั้งป้ายหาเสียงได้อย่างชัดเจน ผู้สมัครควรตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียดก่อนทำการติดตั้ง
  • ขนาดและรูปแบบของป้าย: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดและรูปแบบของป้ายหาเสียงที่อนุญาต ผู้สมัครควรปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้อย่างเคร่งครัด
  • ระยะเวลาในการติดตั้ง: กกต. จะกำหนดช่วงเวลาที่อนุญาตให้ติดตั้งป้ายหาเสียงได้ ผู้สมัครต้องติดตั้งและรื้อถอนป้ายภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • การรื้อถอนป้ายที่ผิดกฎหมาย: หากผู้สมัครติดตั้งป้ายในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดอื่นๆ กกต. มีอำนาจในการรื้อถอนป้ายและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนจากผู้สมัคร

การหลีกเลี่ยงปัญหา กกต. แจงติดป้ายหาเสียงผิด ถูกรื้อถอน! ทำได้โดยการตรวจสอบข้อมูลและข้อกำหนดต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนทำการติดตั้งป้ายหาเสียง หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจ ควรสอบถามจากสำนักงาน กกต. ในพื้นที่ของตนเองเพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • วางแผนการติดตั้งป้ายหาเสียงอย่างรอบคอบ เลือกสถานที่ที่เหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนด
  • ตรวจสอบป้ายหาเสียงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพดีและไม่กีดขวางทางสัญจร
  • ให้ความร่วมมือกับ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาหรือข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น

การปฏิบัติตามข้อกำหนดและระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการหาเสียงอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้ผู้สมัครสามารถหาเสียงได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการฝ่าฝืนกฎหมาย

ดังนั้น ผู้สมัครทุกคนควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนดำเนินการใดๆ เพื่อให้การหาเสียงเป็นไปอย่างราบรื่นเเละมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “กกต.” แจงยิบข้อปฏิบัติผู้สมัคร สส. ติดป้ายหาเสียงผิด มีสิทธิถูกรื้อถอนพร้อมเรียกค่าใช้จ่าย

เพื่อไทยเผย 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงปาร์ตี้ลิสต์

“ประเสริฐ” รับ 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลงปาร์ตี้ลิสต์อันดับต้น เชื่อ “ยศชนัน” ดึงเสียงคนยังไม่ตัดสินใจได้ หลังเปิดตัวไม่ถึงสัปดาห์คะแนนพุ่ง

วันที่ 22 ธันวาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงบัญชีรายชื่อ สส. ของพรรคเพื่อไทยที่ปรากฏตามสื่อ โดยมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคร่วมอยู่ด้วยว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคได้หารือกันในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคควรจะอยู่ในบัญชีรายชื่อ จึงได้ไปทาบทาม ซึ่งแคนดิเดตนายกฯ ได้ตอบรับ ซึ่งการจัดลำดับจะต้องพิจารณาอีกครั้ง และควรอยู่ลำดับต้น เพราะเป็นบุคคลสำคัญของพรรค แต่ชื่อที่ปรากฏต่อสาธารณะขณะนี้ เป็นรายชื่อที่เรียงตามตัวอักษร ก. – ฮ. เท่านั้น โดยในอีก 1 – 2 วันนี้ จะพิจารณาจัดลำดับอีกครั้ง ก่อนจะไปสมัครในวันที่ 28 ธันวาคมนี้

สำหรับการเปิดตัวผู้สมัครทั้ง สส.เขต และบัญชีรายชื่อนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้สมัครทั้ง 400 เขต เข้าสู่กระบวนการสรรหาของพรรคเรียบร้อยแล้ว โดยในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ จะเปิดตัวทั้ง 400 เขต ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย และจากนั้นพรรคจะเร่งเดินหน้าหาเสียงทันที และมีกำหนดปราศรัยใหญ่ไว้แล้ว โดยเวทีแรกจะเป็นที่กรุงเทพมหานคร

ขณะที่ผลโพลกรุงเทพมหานคร ที่ขณะนี้เกือบ 50% ยังไม่ตัดสินใจ หลังเดินเครื่องหาเสียงแล้วจะสามารถดึงคะแนนเสียงในส่วนนี้มาได้มากน้อยแค่ไหน นายประเสริฐ กล่าวว่า เรามั่นใจ เนื่องจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่กี่วัน แต่มีคะแนนนิยม มีผลโพลดีขึ้นตลอดเวลา จึงมั่นใจว่า จะสามารถแย่งคะแนนในส่วนนี้มาได้ เพราะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ก็เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ คิดว่า จะโดนใจประชาชน

ส่วนได้ประเมิน หรือไม่ หลังคะแนนของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพิ่มขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ นายประเสริฐ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันอยู่ การที่คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะนายยศชนัน เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ จบศาสตราจารย์ คิดว่า เป็นจุดขายจุดหนึ่ง และการที่มาลงสมัครเป็นแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ที่เดิมมีฐานคะแนนอยู่แล้ว ก็เป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน และนายยศชนัน เป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ อยู่ในช่วงเวลาที่ที่ใช้พลังขับเคลื่อนประเทศได้อย่างเต็มที่

นอกจากนโยบายแล้ว นายยศชนัน จะดึงคะแนนจากกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจได้หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า มั่นใจ เพราะหลังลงพื้นที่ ก็ได้รับคะแนนตอบรับเป็นอย่างดี เชื่อกระแสนิยมจะดีขึ้น จึงขอให้ติดตามความเคลื่อนไหว และนโยบายของพรรคเพื่อไทย เพราะครั้งนี้มีนโยบายที่ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง และเชื่อว่า ประชาชนให้ความมั่นใจ

นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงกำหนดการในการลงรับสมัครเลือกตั้งว่า ได้แบ่งให้แกนนำพรรคไปในแต่ละพื้นที่ โดยในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ที่เป็นการรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขต ในพื้นที่ กทม. จะนำโดยนายยศชนัน, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะไปที่จังหวัดเชียงใหม่, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะไปที่จังหวัดขอนแก่น, นายประเสริฐ จะไปที่จังหวัดนครราชสีมา, นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค จะไปที่จังหวัดนนทบุรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค จะไปที่จังหวัดสุโขทัย ส่วนวันที่ 28 ธันวาคมนี้ จะไปสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อพร้อมกัน

ยัน “จาตุรนต์” ยังอยู่พรรค 

นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยว่า นายจาตุรนต์ได้ทำหน้าที่นี้มาสักพักหนึ่งแล้ว โดยได้วางยุทธศาสตร์ร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรคมา และขณะนี้เข้าสู่การเลือกตั้ง จึงได้แจ้งมายังตนเอง และหัวหน้าพรรคว่า มีความประสงค์อยากทำเรื่องประชามติ และรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคก็เห็นด้วย และจะให้การสนับสนุนนายจาตุรนต์ในการขับเคลื่อนเรื่องการทำประชามติ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ยืนยัน นายจาตุรนต์ ไม่ได้ออกจากพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ภารกิจหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา และขณะนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ยังเป็นชุดเดิม โดยมีรองประธานทำหน้าที่รักษาการ ขณะที่ประธานคนใหม่กำลังพูดคุยกันอยู่

เพื่อไทยเผย 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงปาร์ตี้ลิสต์

พรรคเพื่อไทยเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยล่าสุดเลขาธิการพรรคได้ออกมาเปิดเผยถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคที่จะลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงคะแนนเสียงจากประชาชน

ทำไม 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงปาร์ตี้ลิสต์จึงสำคัญ?

การที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังประชาชนว่า พรรคพร้อมที่จะนำเสนอผู้ที่มีความสามารถและความเหมาะสมเข้ามาบริหารประเทศ การตัดสินใจนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้สนับสนุนอีกด้วย

นอกจากนี้ การมีชื่อของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความจริงใจของพรรคในการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

การที่ เพื่อไทยเผย 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงปาร์ตี้ลิสต์ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ ว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมและมีความมั่นใจในการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยที่ เพื่อไทยเผย 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงปาร์ตี้ลิสต์ นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง และเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าจะมีผลต่อคะแนนนิยมของพรรคมากน้อยเพียงใด

พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า เพื่อไทยเผย 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงปาร์ตี้ลิสต์ จะสามารถดึงคะแนนเสียงจากประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร

ที่มา – เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผย 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงปาร์ตี้ลิสต์ เชื่อ “ยศชนัน” ดึงเสียงคนยังไม่ตัดสินใจ

ภูมิใจไทยเปิดตัว! ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์

พรรคภูมิใจไทยเปิดตัว 100 รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เตรียมจับตาเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ 24 ธันวาคมนี้! ใครจะได้เป็นตัวแทนพรรคลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งหน้า มาร่วมติดตามข่าวสารไปพร้อมๆ กัน

ภูมิใจไทยเปิด 100 รายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้เปิดเผยรายชื่อผู้แสดงความจำนงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ หรือที่เรียกกันว่าปาร์ตี้ลิสต์ ครบทั้ง 100 รายชื่อ โดยไม่ได้มีการจัดลำดับแต่อย่างใด ซึ่งในรายชื่อนั้นประกอบไปด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียง ขุนพลทางการเมือง อดีตรัฐมนตรี และทายาทนักการเมืองที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ดังนี้

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
  2. นายกนก วงษ์ตระหง่าน
  3. นายกมล วิภาดาพิสุทธิ์
  4. นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ อดีตนายกเทศมนตรีธัญบุรี
  5. นางกษมา จิรภัคเสถียร
  6. นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน
  7. นายกิติศักดิ์ นาอ่อน
  8. นายเกรียงยศ สุดลาภา
  9. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์
  10. นายโกวิทย์ นาพิมพ์
  11. นายไกรสร วิศิษฎ์วงศ์
  12. นายขจรศักดิ์ สีทองหลาง
  13. นายขวัญชัย สกุลทอง
  14. นายจักรกฤษณ์ การะเกด
  15. นายจักรวัฒน์ ฐิติพิทยา
  16. นายจำลอง ช่วยรอด
  17. นายจิณณา สืบสายไทย
  18. นางสาวจิณตภา ฐิติพิทยา
  19. นายชลัฐ รัชกิจประการ บุตรชายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ
  20. นายชูเกียรติ น้ำเงิน
  21. นายเชน หมั่นเขตกิจ
  22. นายเชิง รักหาญ
  23. นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย บุตรชายนายเนวิน ชิดชอบ
  24. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  25. นางสาวณัฐกฤตา วิบูลย์วุฒิวงศ์
  26. นายณัฐพล จรัสสุริยพงศ์
  27. นางสาวณัฐสุดา เจริญพันธุ์
  28. นางสาวณิชกานต์ สิงห์ขจร
  29. นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล
  30. นายทรงศักดิ์ ทองศรี
  31. นายธนกร วังบุญคงชนะ
  32. นายธนกฤต ชาติอนุลักษณ์
  33. นางสาวธนัชดา ตันจรารักษ์
  34. นายธนิศร์ ศรีประเทศ
  35. นายธรรมรงศักดิ์ รักงาม
  36. นายธานี เกสทอง
  37. นายนภินทร ศรีสรรพางค์
  38. นางสาวนันทนา สงฆ์ประชา
  39. นายนาวิน สังฆมาตร
  40. นายนิกร จำนง
  41. นายบุญเกิด ทรงรัมย์
  42. นายบุญอยู่ รอดพะดี
  43. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร
  44. นายปารเมศ โพธารากุล
  45. นายปิติ ปิตุเตชะ
  46. นางสาวปิยพร ไพบูลย์
  47. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
  48. นายพงศกร อรรณนพพร
  49. นายพนม จันทร์ศรีทอง
  50. นางสาวพัชรนันท์ โกศลสมบัตินนท์
  51. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์
  52. นางพัทธนันท์ สมใจ
  53. นายพิกิฎ ศรีชนะ
  54. นางพิชชารัตน์ เลาหะพงศ์ชนะ
  55. นายพิเชฎฐ์ ชัยศรี
  56. นายพินิจ จันทรสุรินทร์
  57. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ
  58. นายพิพัฒน์ชัย ภัครัชตานนท์
  59. นายพีรพร สุวรรณฉวี
  60. นายพีระเพชร ศิริกุล
  61. นางพูนสุข โพธิ์สุ
  62. นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์
  63. นายมงคลพัฒน์ สรรณ์ไตรภพ
  64. นายมนตรี สันติลักขณาวงศ์
  65. นายมานพ เกตุเมฆ
  66. นพ.มารุต มัสยวาณิช
  67. นายยุทธพล อังกินันท์
  68. นายยูฮัน บูละ
  69. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์
  70. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ
  71. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก
  72. นายราเชนทร์ มาลัยวงศ์
  73. นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ
  74. นายวราวุธ ศิลปอาชา
  75. นายวันชนะ แถมยิ้ม
  76. นายวีระยุทธ งามจิตร
  77. นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒนา
  78. นางสาวศศิธร กิตติธรกุล
  79. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู
  80. นายศุภชัย ใจสมุทร
  81. นางสาวศุภมาศ อิศรภักดี
  82. นายสมนึก หาห้วยทราย
  83. นายสมฤกษ์ บัวใหญ่
  84. นายสรวิศ ธานีโต
  85. นายสวัสดิ์ อุทัยแสน
  86. นายสวาป เผ่าประทาน
  87. นายสัญญา คงสมบัติ
  88. นางสาวสัตตบุษย์ บุญเรือง
  89. นายสันติ พร้อมพัฒน์
  90. นายสิรภพ ดวงสอดศรี
  91. นายสุพิน บุญเลิศ
  92. นายสุรศักดิ์ เลิศรุจิกุล
  93. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
  94. นางสุวณา ปิยะพิสุทธิ์
  95. นายอนุชา บูรพชัยศรี
  96. นายอรุณ พรหมคุณ
  97. นายอาทิตย์ ฉัตรชัยพลรัตน์
  98. นายอารี ไกรนรา
  99. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
  100. นายเอกภพ เพียรวิเศษ

จับตา! ภูมิใจไทยเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ

ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ พรรคภูมิใจไทยนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค จะจัดการประชุมเพื่อนนำเสนอนโยบายของพรรคในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 500 คน นอกจากนี้ สิ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งคือการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเปิดตัวทั้ง 3 รายชื่อ ซึ่งจะเป็นใครนั้น ต้องติดตามกันต่อไป!

การเปิดตัวรายชื่อผู้สมัคร สส. ปาร์ตี้ลิสต์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยในการสู้ศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ด้วยรายชื่อที่ผสมผสานทั้งคนรุ่นใหม่และนักการเมืองมากประสบการณ์ ทำให้พรรคมีความแข็งแกร่งและน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง การภูมิใจไทยเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการแข่งขันทางการเมืองที่กำลังจะทวีความเข้มข้นขึ้น

การที่พรรคภูมิใจไทยเปิดตัวรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ครบทั้ง 100 คน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของพรรคในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ การมีทั้งนักการเมืองมากประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ในบัญชีรายชื่อ ทำให้พรรคมีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้หลากหลายกลุ่ม

ที่มา – ภูมิใจไทยเปิด 100 รายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จับตาเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ 24 ธ.ค.

ปชป. เปิดแคมเปญ ไทยหายจน สู้ศึกเลือกตั้ง

ปชป. เปิดแคมเปญ “ไทยหายจน” สู้ศึกเลือกตั้ง 69 พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

พรรคประชาธิปัตย์เปิดแคมเปญ “ไทยหายจน” สู้ศึกเลือกตั้ง 69 “อภิสิทธิ์” ย้ำไม่ทนความจน ไม่ทนทุนเทา ไม่เอาคอร์รัปชัน พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต “กรุงเทพฟ้าใหม่ไปไกลกว่าเดิม”

วันนี้ 22 ธันวาคม 2568 พรรคประชาธิปัตย์เปิดแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งชื่อ “ไทยหายจน” ซึ่งจะเป็นทิศทางนโยบายของพรรคที่อาสามาเปลี่ยนแปลงให้คนไทยและประเทศไทยหลุดพ้นจากภาวะ “ทนหายใจ” ไปสู่ “ไทยหายจน”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความจนในที่นี้ไม่ใช่จนเงินอย่างเดียว แต่ต้องการสื่อถึงความจนในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น จนปัญญา เพราะปัญหาการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพ จนความคิดสร้างสรรค์ จนใจ ไม่เห็นทางแก้ปัญหา จนตรอก ไม่เห็นอนาคตที่ดีขึ้น คนไทยและประเทศไทยมีปัญหามากมาย ตั้งแต่ปัญหาเฉพาะหน้า เฉพาะตัว คือเรื่องปากท้อง รายได้น้อย ค่าครองชีพสูงมีหนี้เยอะ ฝุ่น PM 2.5 น้ำท่วม ภัยจากมิจฉาชีพ

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ปัญหาในระยะยาวที่เป็นปัญหาของประเทศ คือ เศรษฐกิจอ่อนแอ เทคโนโลยีล้าหลัง การศึกษาไม่ดี ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมในสังคม ปัญหาสังคมผู้สูงวัย หนักที่สุดและรุนแรงขึ้นทุกวัน คือ การทุจริต คอร์รัปชั่น ปัญหานักการเมืองสีเทาที่ใช้การเลือกตั้งฟอกตัว และทุนเทาที่ใช้ตลาดหุ้นฟอกเงิน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนมองไม่เห็นทางออก ทนกันไปอย่างนี้มากว่าสิบปีแล้ว อยู่ในภาวะจำยอม จำใจ ทนหายใจไปวันๆ

พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า คนไทยและประเทศไทยต้องไม่ทนอีกต่อไป ไม่ทนความจน ไม่ทนทุนเทา ไม่เอาคอร์รัปชั่น และขออาสามาสร้างความเปลี่ยนแปลงร่วมกับพี่น้องประชาชน เพื่อให้ไทยหายจน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวแคมเปญแล้ว ทางพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ถึงนโยบายที่เป็นรูปธรรม ปฏิบัติได้จริง เพื่อไปสู่เป้าหมาย “ไทยหายจน” ผ่านช่องทางการสื่อสารทุกรูปแบบ

ปัดตอบ “การดี” นั่งแคนดิเดตนายกฯ ปชป.

เมื่อถามว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน ของพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการเปิดตัวในช่วงไหนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวสั้นๆ ว่า ภายในสัปดาห์นี้ ส่วน 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์มี ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายอนาคตศึกษา (Chief Foresight Officer) แห่ง FutureTales Lab ด้วยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้นะครับ เมื่อถามย้ำว่าแคนดิเดตนายกฯ 1 ใน 3 จะมีผู้หญิงใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้นะครับ

ปชป. เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต สู้ศึกเลือกตั้ง 69

ขณะเดียวกันวันนี้ (22 ธ.ค.) พรรคประชาธิปัตย์ยังได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้ง สส.กทม. ทั้ง 33 เขต โดยก่อนการเปิดตัว พรรคได้เปิดวีทีอาร์ของ นายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรค และวีทีอาร์ “เปิดตัวกรุงเทพฟ้าใหม่ไปไกลกว่าเดิม” หลังจากนั้น นายอภิสิทธิ์ ได้ขึ้นกล่าววิสัยทัศน์ต่อว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ของพรรค

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะบอกว่าตัวเองอยู่กับพรรคมาเป็นเวลานาน ครั้งนี้มีผู้แสดงเจตจำนงสมัครลง สส.กทม. เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นครั้งแรกที่ต้องใช้หลายกระบวนการ ตั้งแต่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครส่งคลิปแสดงวิสัยทัศน์ แสดงเจตนาถ่ายทอดความมุ่งมั่นว่าต้องการมาทำอะไร จนให้ผู้สมัครตอบคำถาม และให้พูดถึงประเด็นปัญหาของคนกรุงเทพฯ ไล่เรียงจนถึงการสัมภาษณ์ของคณะกรรมการสรรหา ก่อนส่งให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้ตัดสิน

“จุดเริ่มต้นตัวเองอยากให้ทุกคนภาคภูมิใจ เพราะประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าทางพรรคเลือกถูกคนหรือไม่ เมื่อทั้ง 33 คนสวมเสื้อตัวนี้แล้วและกำลังต้องลงสู่สนามการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ตัวเองจะใช้เวลาช่วงต้นเพื่อที่จะบอกว่าภารกิจของพวกเราคืออะไร”

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศ ทั้งความสำคัญของเศรษฐกิจ ความสำคัญในแง่ระบบการบริหารราชการที่ทุกคนทราบกันดี กรุงเทพมหานครตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ทางการเมืองเหมือนกับเป็นหัวใจทางการเมืองด้วย เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะของการนำกระแสไม่มากก็น้อย บางครั้งไม่นำกระแสก็สวนกระแสไปเลย เพราะอยากยืนยันบางสิ่งบางอย่าง หลายครั้งได้เห็นว่าพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นในเขตกรุงเทพมหานคร โดยหน้าที่ สส. คือผู้แทนของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ซึ่งพื้นที่อย่างกรุงเทพมหานคร พี่น้องประชาชนดูจะเข้าใจเรื่องนี้ เพราะในอดีตที่ผ่านมาประชาชนชาวกรุงเทพฯ แทบจะพูดได้ว่าเอาเรื่องพรรคการเมืองเป็นตัวตั้งในการตัดสินใจ เราจึงเห็นผลการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครมักจะไปแบบทางใดทางหนึ่ง

พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสครองใจคนมาหลายสมัย ชนะแบบท่วมท้น ทั้งการเลือกตั้ง สส. เราเคยมีผู้ว่าฯ ที่ชนะการเลือกตั้งสองครั้งในระยะเวลาที่ไม่นานมานี้ ซึ่งตัวเองเชื่อว่าหากลงท้ายปี พ.ศ. ด้วยเลข 9 ประชาธิปัตย์จะชนะมาตลอด ซึ่งคะแนนทุกคะแนนได้มาด้วยตนเองและได้รับการสนับสนุน จึงต้องถามว่าตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์มีอะไรให้กับสังคมบ้าง

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคไป เวลาประมาณ 2 เดือน เราปักธงชัดเจนว่าเรากับพี่น้องประชาชนจะไม่ทนอีกต่อไปและสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือการเมืองสุจริต สำหรับเรื่องอุดมการณ์ความคิด ความซื่อสัตย์สุจริต การยอมรับในกระบวนการประชาธิปไตย อย่ามองว่าเป็นเรื่องนามธรรม ทุกเรื่องย่อมกลับมาสู่ปัญหาที่ใกล้ชิดกับชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยช่วงหาเสียง ตัวเองรับรองได้ว่า “ต้องการแข่งขันเรื่องรถไฟฟ้า” ตัวเองยืนยันว่าระหว่างพรรคการเมืองที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงกับพรรคการเมืองที่ติดขัดเรื่องผลประโยชน์ที่ทับซ้อน ใครจะทำให้พี่น้องประชาชนได้ขึ้นรถไฟฟ้าในเงื่อนไขที่ดีกว่า

จากวันนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งเราต้องเป็นกระบอกเสียงของจุดยืนพรรค และสิ่งที่เราบอกว่าจะไม่ทนจะต้องเริ่มต้น ต้องหาเสียงภายใต้กรอบกฎหมายบนความซื่อสัตย์สุจริต สำหรับตัวเองคนเป็นนักการเมืองที่ดีต้องมีเรื่องกฎกติกาและมารยาท ขอให้ยึดมั่นในแนวทางถูกต้อง สร้างกติกาทางการเมืองที่ดี จึงขอถือโอกาสนี้เปิดตัวผู้สมัครเพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนรู้จักผู้สมัครมากขึ้น

ช่วงท้ายนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวอวยพรให้กับผู้สมัครบอกว่า ขอให้ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจเดินหน้าและประสบความสำเร็จในการทำงาน เอาการเมืองสุจริตมาเปลี่ยนแปลงประเทศต่อไป

ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ปชป. 70% เป็นหน้าใหม่

หลังจากนั้น นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 33 เขต โดยผู้สมัครกว่า 70% เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน และทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามานั้นเข้ามาด้วยความสามารถของตนเอง และแสดงความมั่นใจในศักยภาพของผู้สมัครทั้งหมดที่จะช่วยนำพาให้ “กรุงเทพฯ ฟ้าใหม่ ไปได้ไกลกว่าเดิม”

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ 33 เขต ประกอบด้วย

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายพีรวุฒิ พิมพ์สมฤดี

เขตเลือกตั้งที่ 2 ดร.เจษฎา เลิศธนสาร

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายอภิมุข ฉันทวานิช

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายพงศกร ขวัญเมือง

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายนนธนัตถ์ บุนนาค

เขตเลือกตั้งที่ 6 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร

เขตเลือกตั้งที่ 7 นายพงศ์พล เตมีย์

เขตเลือกตั้งที่ 8 นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา

เขตเลือกตั้งที่ 9 น.ส.วิเวียน จุลมนต์

เขตเลือกตั้งที่ 10 ดร.ชัยพร แก้ววาตะ

เขตเลือกตั้งที่ 11 น.ส.รมิดา อินทะแพทย์

เขตเลือกตั้งที่ 12 นางพิมชนก เก่าเจริญ

เขตเลือกตั้งที่ 13 นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฐ์

เขตเลือกตั้งที่ 14 รอ.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ

เขตเลือกตั้งที่ 15 น.ส.ฐิตยากร พรโรจนากูร

เขตเลือกตั้งที่ 16 นายสุนันท์ มีนมณี

เขตเลือกตั้งที่ 17 นายฐิติวัชร์ ดีประเสริฐวงศ์

เขตเลือกตั้งที่ 18 นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์

เขตเลือกตั้งที่ 19 น.ส.กานต์ วนาดรวรวิศาล

เขตเลือกตั้งที่ 20 นายรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง

เขตเลือกตั้งที่ 21 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล

เขตเลือกตั้งที่ 22 นายปรินต์ ทองปุสสะ

เขตเลือกตั้งที่ 23 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์

เขตเลือกตั้งที่ 24 น.ส.มารีญา ฤกษ์ดี

เขตเลือกตั้งที่ 25 นายชยิน พึ่งสาย

เขตเลือกตั้งที่ 26 นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล

เขตเลือกตั้งที่ 27 น.ส.มลฑาทิพย์ ทิพยธนาพัฒน์

เขตเลือกตั้งที่ 28 นายพร้อมพล ธรรมจินดา

เขตเลือกตั้งที่ 29 น.ส.ศิริขวัญ นิลกรรณ์

เขตเลือกตั้งที่ 30 นายคณพล พงศ์พิทยา

เขตเลือกตั้งที่ 31 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์

เขตเลือกตั้งที่ 32 ดร.วิสวัส ทองธีรภาพ

เขตเลือกตั้งที่ 33 นายเจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร

แคมเปญ “ไทยหายจน” ของพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นความพยายามในการนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชน การเปิดตัวผู้สมัคร สส.กทม. ชุดใหม่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงและสร้างความหวังให้กับคนกรุงเทพฯ การจะบรรลุเป้าหมาย “ไทยหายจน” ได้จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการนำเสนอนโยบายที่เป็นรูปธรรมและการได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ที่มา – ปชป. เปิดแคมเปญ “ไทยหายจน” สู้ศึกเลือกตั้ง 69 พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลง สส. มีชื่อลูก“ภูมิธรรม-ทวี”

การเมืองไทยกำลังเข้มข้น! พรรคเพื่อไทยเปิดรายชื่อ สส. บัญชีรายชื่อ 100 คน มีชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครบ แถมมีลูก “ภูมิธรรม-ทวี” ลงสมัครด้วย มาดูกันว่าใครบ้างที่มีชื่อในบัญชีนี้ และเบื้องหลังการลาออกของจาตุรนต์คืออะไร

3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลง สส. ครบ มีชื่อ ลูก “ภูมิธรรม-ทวี” ด้วย

พรรคเพื่อไทยเปิดเผยรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน ซึ่งเป็นไปตามลำดับตัวอักษร โดยมีชื่อของ 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าว ได้แก่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรคคนสำคัญอย่าง นายภูมิธรรม เวชชัย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รวมอยู่ด้วย

ที่น่าสนใจคือ มีบุคคลที่เพิ่งเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยก็มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ สส. เช่น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ และนายต่อศักดิ์ อัศวเหม และที่สร้างความฮือฮาคือการปรากฏชื่อทายาทนักการเมืองชื่อดังที่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อเป็นครั้งแรก ได้แก่ นายธงธรรม เวชยชัย บุตรชายของนายภูมิธรรม และนายรวิ สอดส่อง บุตรชายของ พล.ต.อ. ทวี สอดส่อง ทำให้เห็นถึงการผสมผสานคนรุ่นใหม่เข้ากับประสบการณ์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย

ทำไมต้อง 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย?

การที่พรรคเพื่อไทยส่ง 3 แคนดิเดตนายกฯ ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อนั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมในการนำพาพรรคไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การมีตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยให้พรรคสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุม

  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ: ผู้บริหารมากประสบการณ์
  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: นักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์: หัวหน้าพรรคที่มากด้วยความสามารถ

การมี 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ทำให้พรรคมีความแข็งแกร่งและมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลมากขึ้น หากผลการเลือกตั้งออกมาเป็นที่น่าพอใจ

นอกจากเรื่องรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อแล้ว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังได้ยืนยันถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยว่า ไม่ได้มีปัญหาใดๆ ภายในพรรค และนายจาตุรนต์ยังคงเป็นสมาชิกพรรคและมีบทบาทเหมือนเดิม เพียงแต่จะไปทำหน้าที่ในคณะกรรมการทำประชามติ ซึ่งที่ผ่านมานายจาตุรนต์ได้ทุ่มเทให้กับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด

การลาออกของนายจาตุรนต์อาจทำให้หลายคนสงสัยถึงความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย แต่การยืนยันจากหัวหน้าพรรคทำให้น่าเชื่อได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทเพื่อไปทำงานที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง

การเปิดเผยรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง พรรคได้รวบรวมบุคลากรที่มีความสามารถและประสบการณ์หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การมี 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกัน จะเป็นจุดแข็งที่สำคัญในการดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชน และทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า

การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ เราหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาและตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุด

ที่มา – 3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ลง สส. ครบ มีชื่อ ลูก “ภูมิธรรม-ทวี” ด้วย

จาตุรนต์ลาออก ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

จาตุรนต์ลาออก ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ทุ่มรณรงค์ประชามติ

“จาตุรนต์” ลาออก ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย อ้างพรรคมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว ขอทุ่มภารกิจรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เคยผลักดัน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. 2568 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคแล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า ตลอดช่วงที่ได้รับมอบหมายในตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ทำหน้าที่ด้วยความยินดีและเป็นเกียรติ แต่เมื่อยุทธศาสตร์พรรคและยุทธศาสตร์การเลือกตั้งคืบหน้าไปมากแล้ว ขณะที่การยุบสภาเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน การปรับยุทธศาสตร์ในเวลาจำกัดอาจไม่เป็นผลดี จึงได้ขอลาออกจากตำแหน่งเพื่อให้แกนนำที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมานานแล้ว ได้ขับเคลื่อนงานต่อเนื่อง

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้มีส่วนร่วมผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาโดยตลอด และเห็นว่านี่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับประเทศชาติ จึงขอทุ่มเทให้ภารกิจรณรงค์ “ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง ทราบว่าทางพรรคกำลังจะตั้งคณะกรรมการรณรงค์ในการออกเสียงประชามติในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งตั้งใจจะไปร่วมงานในส่วนนั้นต่อไป

ในหนังสือลาออกจากตำแหน่งยังระบุว่า การมอบให้ตนมาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเปรียบเสมือน “การเปลี่ยนม้ากลางศึก” อาจไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่พรรคกำหนดไว้แล้ว ซึ่งจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เลือกตั้ง จึงเห็นว่าหากให้แกนนำพรรคที่ทำงานร่วมกันมาใกล้ชิดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาในการกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางของพรรค มาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์จะเหมาะสมกว่า

สำคัญอีกประการหนึ่ง ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ส่งคำขอไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อให้จัดให้มีการลงประชามติ โดยมีคำถามว่าประชาชนจะเห็นชอบให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งการจัดให้มีการออกเสียงประชามติครั้งนี้คงจะเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง การจัดทำประชามติในครั้งนี้จะผ่านความเห็นชอบของประชาชนหรือไม่เป็นเรื่องที่มีความหมายสำคัญอย่างมากต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า เมื่อตนได้มีส่วนร่วมในการผลักดันและดำเนินการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาโดยตลอด จึงเห็นว่าผมมีความจำเป็นในการมีส่วนร่วมชี้แจงและรณรงค์ให้การจัดทำประชามตินี้ผ่านความเห็นชอบของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียง ซึ่งเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญของพรรคนอกจากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง “อาจจะทำให้ผมมีเวลาในการทำงานให้กับพรรคน้อยลงในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงขอลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยตั้งแต่วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568 นี้เป็นต้นไป”

ท้ายหนังสือมีหมายเหตุว่า เนื่องจากในสัปดาห์นี้พรรคจะมีกิจกรรมสำคัญเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อการสื่อสารและประชาสัมพันธ์งานการเมืองของพรรค ผมจึงยังจะไม่เปิดเผยหรือชี้แจงเรื่องการลาออกจากตำแหน่งฯ ของผมต่อสาธารณชนจนกว่าการจัดกิจกรรมสำคัญของพรรคในสัปดาห์นี้จะผ่านพ้นไปก่อน

ทำไมจาตุรนต์ลาออกจากตำแหน่ง ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย?

การลาออกของนายจาตุรนต์ ฉายแสง จากตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย สร้างความสนใจในวงการการเมืองอย่างมาก สาเหตุหลักมาจากความต้องการที่จะทุ่มเทเวลาและทรัพยากรทั้งหมดให้กับการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เขาผลักดันมาโดยตลอด

นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ยังมองว่า การที่พรรคมียุทธศาสตร์ที่วางไว้แล้ว การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในช่วงเวลาใกล้ยุบสภา อาจไม่เป็นผลดีเท่าที่ควร การลาออกจึงเป็นการเปิดทางให้ทีมงานเดิมที่ทำงานร่วมกันมาอย่างใกล้ชิด สามารถสานต่อยุทธศาสตร์ของพรรคได้อย่างราบรื่น

การตัดสินใจครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนายจาตุรนต์ในการผลักดันประเด็นรัฐธรรมนูญ และความใส่ใจในความเป็นเอกภาพของพรรคเพื่อไทย

โดยสรุปแล้ว การลาออกของ จาตุรนต์ลาออก ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้เขาสามารถโฟกัสกับการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อย่างเต็มที่ และเพื่อให้การดำเนินงานของพรรคเพื่อไทยเป็นไปอย่างราบรื่นในช่วงการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง การสนับสนุนประชามติครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเขา

ที่มา – “จาตุรนต์” ลาออก ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ขอไปทุ่มเทภารกิจรณรงค์ประชามติ

Scroll to top