โครงการคนละครึ่ง

คนละครึ่งพลัส ลงทะเบียนเมื่อไหร่ ใครได้สิทธิ

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงโครงการสุดฮอตที่กำลังจะมาแรงอีกครั้ง นั่นคือ คนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นส่วนต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งที่เรารู้จักกันดี โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เผยถึงประโยชน์ของโครงการคนละครึ่งที่ช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมและแชร์กันระหว่างรัฐและประชาชน สำหรับ คนละครึ่งพลัส จะเป็นแรงจูงใจพิเศษสำหรับผู้เสียภาษี โดยแบ่งสัดส่วน 60:40 เพื่อให้ทุกคนอยากช้อปปิ้งมากขึ้น สร้างความมั่นใจว่าการใช้จ่ายจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว

ไทม์ไลน์ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

ตามข้อมูลล่าสุดจากนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กระทรวงกำลังเตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2567 หลังจากนั้น จะเปิดลงทะเบียนสำหรับร้านค้าและประชาชนทั้งในระบบภาษีและบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดมา คาดว่าโครงการจะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดในปลายเดือนตุลาคม 2567 และจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนมักใช้เงินเยอะอยู่แล้ว โครงการนี้จะทำให้บรรยากาศช้อปปิ้งคึกคักแน่นอน!

ใครบ้างที่ได้สิทธิในคนละครึ่งพลัส

โครงการ คนละครึ่งพลัส แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม โดยมีสิทธิ์ทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ์ มาดูกันว่ากลุ่มไหนได้อะไรบ้าง

กลุ่มที่ 1: ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

กลุ่มนี้มีจำนวนประมาณ 13 ล้านคน รัฐบาลจะเติมเงินเพิ่มให้อีก 1,700 บาท บวกกับเงินเดิม 300 บาท รวมเป็น 2,000 บาทต่อคน จะเติมครั้งเดียวและใช้ได้ใน 2 เดือน คือ พฤศจิกายน-ธันวาคม 2567 กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์เต็มๆ ในการซื้อของจำเป็น

กลุ่มที่ 2: ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี

มีจำนวน 9 ล้านคน จะได้สิทธิแบบ 50:50 คนละ 2,000 บาท สามารถใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท ตลอด 2 เดือนเช่นกัน เหมาะสำหรับประชาชนทั่วไปที่อยากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการช้อปปิ้ง

กลุ่มที่ 3: ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี

กลุ่มนี้ 11 ล้านคน จะได้เงินสูงสุดคนละ 2,400 บาท แบบ 50:50 ใช้วันละไม่เกิน 200 บาท ในช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม 2567 เป็นรางวัลสำหรับผู้เสียภาษีที่ขยันทำงาน

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 5 ต้องลงใหม่นะครับ รอรายละเอียดเพิ่มจากกระทรวงการคลัง โครงการนี้รวมกับคนละครึ่งเดิม จะเริ่มใช้ในเดือนตุลาคม 2567 ช่วยให้การใช้จ่ายราบรื่นและประหยัดเงินในกระเป๋า

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ทำยังไง

การลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส คล้ายกับครั้งก่อนๆ สามารถทำผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือแอปเป๋าตัง โดยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:

  • เข้าเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com แล้วกด “ลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชน”
  • กรอกข้อมูลส่วนบุคคล ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็น
  • รอรับ SMS ยืนยันภายใน 3 วันทำการ
  • ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง” จาก App Store หรือ Google Play แล้วผูก G-Wallet เพื่อยืนยันตัวตนและรับสิทธิ

ขั้นตอนติดตั้งและใช้งานแอปเป๋าตังให้ถูกต้อง

เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิ แอปเป๋าตังเป็นเครื่องมือสำคัญ มาดูขั้นตอนละเอียดกัน:

  1. ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง” จากสโตร์
  2. ค้นหาและกดติดตั้ง
  3. เปิดแอปและยินยอมจัดการข้อมูล
  4. เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปบัตร กรอกเบอร์รับ OTP
  5. ยืนยันตัวตน 2 วิธี: Krungthai NEXT (กรอกรหัส PIN) หรือสแกนใบหน้า (ตั้ง PIN เปิด Face ID)
  6. ยอมรับเงื่อนไข รอระบบตรวจสอบ หากผ่านจะเห็นการ์ด G-Wallet

หลังจากนั้น คุณก็พร้อมใช้สิทธิได้เลย โครงการ คนละครึ่งพลัส ยังรอรายละเอียดเพิ่มเติม แต่คาดว่าจะประกาศชัดเจนเร็วๆ นี้ หากมีอัปเดตจะแจ้งให้ทราบทันที

ในมุมมองของผม โครงการนี้ไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดเงิน แต่ยังช่วยให้ร้านค้าท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มด้วย ทุกคนร่วมกันสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ลองเช็กสิทธิของคุณวันนี้ แล้วชวนเพื่อนๆ มาร่วมด้วย หากสนใจ อย่ารอช้า รีบเตรียมตัวลงทะเบียนเพื่อไม่ให้พลาดเงินส่วนนี้!

ที่มา – www.คนละครึ่ง.com เตรียมเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ได้ใช้เมื่อไหร่ ใครได้บ้าง

เช็กเงื่อนไขล่าสุดคนละครึ่งพลัส รับ 2,400 บาท

อัปเดตข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโครงการ คนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล โครงการนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการบริโภคในท้องถิ่น หากคุณกำลังมองหา เช็กเงื่อนไขล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” รับสิทธิอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้สูงสุด 2,400 บาท บทความนี้จะสรุปให้คุณทราบแบบครบถ้วน

โครงการคนละครึ่งพลัส ถือเป็นส่วนขยายจากโครงการคนละครึ่งเดิมที่เคยประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือประชาชน โดยรัฐบาลมองว่านโยบายนี้จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2568 นี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ได้เปิดเผยรายละเอียดเบื้องต้นว่า โครงการจะเน้นกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อน จำนวนประมาณ 13 ล้านคน โดยจะเพิ่มวงเงินช่วยเหลือจากเดิมเดือนละ 300 บาท เป็น 2,000 บาทต่อเดือน ใช้เงินงบประมาณราว 22,000 ล้านบาท

สำหรับกลุ่มบุคคลทั่วไป โครงการคนละครึ่งและคนละครึ่งพลัส จะเริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคม 2568 โดยมีสิทธิ์ทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ์ หากคุณยังไม่ได้ลงทะเบียนในเฟส 5 มาก่อน ต้องลงทะเบียนใหม่ โดยรอประกาศจากกระทรวงการคลัง ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ยืนยันว่า ผู้มีสิทธิ์ต้องมีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเยาวชนและผู้ใหญ่ที่ต้องการความช่วยเหลือ

เช็กเงื่อนไขล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” รับสิทธิอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้สูงสุด 2,400 บาท

โครงการคนละครึ่งพลัส แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้เหมาะสมกับสถานะของผู้รับสิทธิ์ แต่ละกลุ่มมีเงื่อนไขและวงเงินที่แตกต่างกัน ดังนี้

กลุ่มที่ 1: ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13 ล้านคน)

  • รัฐบาลจะเติมเงินเพิ่มอีก 1,700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 2,000 บาทต่อคน
  • เติมเงินครั้งเดียว ใช้ได้ใน 2 เดือน คือ พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568
  • เงื่อนไข: ต้องเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ และอายุ 16 ปีขึ้นไป

กลุ่มที่ 2: ผู้ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี (9 ล้านคน) – รูปแบบคนละครึ่ง 50:50

  • รับเงินช่วยเหลือ 2,000 บาทต่อคน จ่ายได้สูงสุดวันละ 200 บาท
  • ใช้ได้ 2 เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568
  • เงื่อนไข: ไม่ยื่นภาษี แต่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป และลงทะเบียนผ่านระบบ

กลุ่มที่ 3: ผู้อยู่ในระบบภาษี (11 ล้านคน) – รูปแบบคนละครึ่ง 50:50

  • รับเงินสูงสุด 2,400 บาทต่อคน จ่ายได้สูงสุดวันละ 200 บาท
  • ใช้ได้ 2 เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568
  • เงื่อนไข: ยื่นภาษีปกติ อายุ 16 ปีขึ้นไป

ทั้ง 3 กลุ่มนี้ จะช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ โดยรัฐบาลสนับสนุนส่วนหนึ่ง ทำให้ผู้บริโภคจ่ายน้อยลง และร้านค้าค้าขายได้มากขึ้น สิ่งสำคัญคือ ต้องใช้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อความสะดวกและปลอดภัย

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

หากคุณสนใจ เช็กเงื่อนไขล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” รับสิทธิอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้สูงสุด 2,400 บาท และอยากเข้าร่วม กระบวนการลงทะเบียนไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้ 2 ช่องทางหลัก

  • ผ่านเว็บไซต์: เข้าไปที่ www.คนละครึ่ง.com คลิก “ลงทะเบียนรับสิทธิ์สำหรับประชาชน” กรอกข้อมูลส่วนบุคคลและเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นรอรับ SMS ยืนยันภายใน 3 วัน
  • ผ่านแอปเป๋าตัง: ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play Store ค้นหา “เป๋าตัง” แล้วติดตั้ง เปิดแอป ยินยอมการจัดการข้อมูล เตรียมบัตรประชาชนถ่ายรูป กรอกเบอร์รับ OTP จากนั้นยืนยันตัวตน 2 วิธี คือ
  • Krungthai NEXT: ล็อกอินด้วยรหัส รับ OTP ตั้ง PIN
  • สแกนใบหน้า: สแกนหน้า ตั้ง PIN เปิดใช้งาน Face ID หรือ Touch ID
  • ยอมรับเงื่อนไข รอระบบตรวจสอบ หากผ่าน จะเห็นการ์ด G-Wallet ทันที

หลังลงทะเบียนสำเร็จ คุณสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้ทันทีเมื่อโครงการเปิดตัว โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเหลือประชาชน แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในปีนี้

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐบาล แนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการ หากคุณอายุ 16 ปีขึ้นไปและตรงตามเงื่อนไข อย่าพลาดโอกาสนี้ มันคือการช่วยเหลือที่รัฐบาลมอบให้เพื่อคุณโดยตรง

ในฐานะนักเขียนที่ติดตามนโยบายเศรษฐกิจ ผมเชื่อว่าโครงการคนละครึ่งพลัสจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการฟื้นตัวของประเทศหลังวิกฤต หากคุณมีประสบการณ์จากโครงการก่อนหน้า แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – เช็กเงื่อนไขล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” รับสิทธิอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้สูงสุด 2,400 บาท

“คนละครึ่งพลัส” คนเสียภาษีรับสูงสุด 2,400 บาท เช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ใหม่

“คนละครึ่งพลัส” คือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เสียภาษีที่จะได้รับสิทธิสูงสุด 2,400 บาท ตามที่ระบุในมติล่าสุดของกระทรวงการคลัง หากคุณกำลังมองหาข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับ “คนละครึ่งพลัส” คนเสียภาษีรับสูงสุด 2,400 บาท เช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ใหม่ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจรายละเอียดทั้งหมด เพื่อเตรียมตัวลงทะเบียนและใช้สิทธิให้คุ้มค่าที่สุด

“คนละครึ่งพลัส” คนเสียภาษีรับสูงสุด 2,400 บาท เช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ใหม่

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยอัปเดตเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ใหม่ล่าสุด กลุ่มผู้เสียภาษีจะได้รับเงินสูงสุด 2,400 บาท ในรูปแบบแบ่งจ่าย 60:40 ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไปได้รับ 2,000 บาท แบ่ง 50:50 และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้เพิ่มจาก 300 บาท เป็น 2,000 บาท ระยะเวลาการใช้สิทธิอยู่ที่ 2 เดือน ตั้งแต่พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนและใช้สิทธิได้ภายในเดือนตุลาคมนี้

ตามข้อมูลจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงจะเสนอโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2568 หลังจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนโครงการนี้ให้ทันปีงบประมาณ 2568 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568

เงื่อนไขการลงทะเบียนและเริ่มใช้สิทธิ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้าและประชาชนในระบบภาษีรวมถึงบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดจากที่ประชุมครม. คาดว่าการใช้จ่ายจะเริ่มได้ปลายเดือนตุลาคม และกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงปลายปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการนี้จะช่วยหมุนเวียนเงินในเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน

รายละเอียดสิทธิประโยชน์สำหรับแต่ละกลุ่ม

ผู้มีสิทธิต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักในเฟส 1 ซึ่งมีทั้งหมด 33 ล้านสิทธิ

1. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13 ล้านคน)

  • รัฐบาลเติมเงินเพิ่ม 1,700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 2,000 บาท
  • เติมครั้งเดียว ใช้ได้ 2 เดือน (พ.ย.-ธ.ค. 2568)

2. ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี (9 ล้านคน)

  • ได้รับ 2,000 บาท แบ่งจ่าย 50:50
  • จำกัดวันละไม่เกิน 200 บาท ใช้ได้ 2 เดือน

3. ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี (11 ล้านคน)

  • ได้รับ 2,400 บาท แบ่งจ่าย 60:40
  • จำกัดวันละไม่เกิน 200 บาท ใช้ได้ 2 เดือน

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีว่าอาจมีเฟส 2 ในช่วงธันวาคม 2568 หรือมกราคม 2569 ตามที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุ รัฐมนตรีได้รับนโยบายจากนายกฯ ให้เตรียมความพร้อมสำหรับเฟสต่อไป

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส 2568

การลงทะเบียนทำได้สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเตรียมเอกสารประจำตัวให้พร้อม

  • เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com
  • แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ผูกกับ G-Wallet (เลือกแถบโครงการคนละครึ่ง) และเติมเงินก่อนใช้

สำหรับขั้นตอนสมัครเป๋าตัง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากลิงก์ที่เกี่ยวข้อง โครงการ “คนละครึ่งพลัส” นี้ปรับปรุงให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นการใช้จ่ายที่ร้านค้าทั่วไป เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากรัฐบาล

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้จะช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เสียภาษี ได้รับประโยชน์สูงสุด หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ รีบเช็กสิทธิ์และเตรียมลงทะเบียนตั้งแต่เปิด เพื่อไม่พลาดเงินช่วยเหลือที่รัฐจัดให้ อย่าลืมใช้สิทธิอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ยั่งยืน

ที่มา – “คนละครึ่งพลัส” คนเสียภาษีรับสูงสุด 2,400 บาท เช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ใหม่

เปิดหลักเกณฑ์คนละครึ่งพลัส แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง

เปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง ใช้ได้เมื่อไร เป็นหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากในช่วงนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการช่วยเหลือแบบนี้ โครงการคนละครึ่งพลัสนี้ถือเป็นการต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งเดิมที่เคยประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับรัฐบาล โดยมีการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายแบบ 50:50 ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้ผู้เสียภาษีมีส่วนร่วมมากขึ้น และคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายนี้ โดยโครงการคนละครึ่งที่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2568 ผู้มีสิทธิ์ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และจะมีการแบ่งกลุ่มผู้รับสิทธิ์ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน

เปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง

โครงการคนละครึ่งพลัส หรือที่บางคนเรียกว่าคนละครึ่ง 2568 นี้ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ชัดเจน โดยแบ่งผู้รับสิทธิ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1: ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนประมาณ 13 ล้านคน

กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลจะเติมเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้อีก 1,700 บาท โดยจากเดิมที่ให้อยู่แล้ว 300 บาท รวมแล้วจะได้รับเงินทั้งหมด 2,000 บาท เงินนี้จะเติมให้ครั้งเดียว และสามารถใช้ได้ภายในระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568

  • คุณสมบัติ: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • จำนวนเงิน: 2,000 บาท (รวมเดิม)
  • ระยะเวลาใช้: พ.ย. – ธ.ค. 2568

การช่วยเหลือกลุ่มนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและสินค้าจำเป็น ทำให้ครอบครัวเหล่านี้สามารถจัดการงบประมาณได้ดีขึ้น

กลุ่มที่ 2: ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวนประมาณ 9 ล้านคน

สำหรับกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเสียภาษี รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนคนละ 2,000 บาท โดยแบ่งจ่ายแบบ 50:50 กับรัฐ สามารถใช้จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท และใช้ได้เช่นเดียวกัน 2 เดือน คือ พฤศจิกายน-ธันวาคม 2568

  • คุณสมบัติ: ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี อายุ 16 ปีขึ้นไป
  • จำนวนเงิน: 2,000 บาท
  • จำกัดการใช้: วันละ 200 บาท สูงสุด

นโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้

กลุ่มที่ 3: ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จำนวนประมาณ 11 ล้านคน

กลุ่มนี้คือผู้เสียภาษีที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศ รัฐบาลจะให้เงินสนับสนุนสูงสุดคนละ 2,400 บาท แบ่งจ่าย 50:50 เช่นกัน ใช้ได้วันละไม่เกิน 200 บาท ภายใน 2 เดือน เดียวกัน

  • คุณสมบัติ: ผู้เสียภาษี อายุ 16 ปีขึ้นไป
  • จำนวนเงิน: 2,400 บาท
  • จำกัดการใช้: วันละ 200 บาท

การให้สิทธิ์พิเศษแก่ผู้เสียภาษีนี้ เป็นการขอบคุณและจูงใจให้ประชาชนเข้าระบบภาษีมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐบาลในระยะยาว

ใช้ได้เมื่อไร และขั้นตอนการรับสิทธิ์

สำหรับการใช้สิทธิ์ในโครงการเปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง ใช้ได้เมื่อไร นั้น จะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป โดยผู้สนใจต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตุง หรือเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง รัฐบาลคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าในเดือนตุลาคม เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทัน

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่การใช้จ่ายมักเพิ่มขึ้น เช่น การช้อปปิ้งของขวัญหรือเตรียมตัวสำหรับเทศกาลต่างๆ ผู้ประกอบการร้านค้าปลีก คาเฟ่ ร้านอาหาร จะได้รับประโยชน์โดยตรง เพราะจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นจากเงินสนับสนุน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังเป็นแนวทางเบื้องต้น และอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพิ่มเติมจากรัฐบาล หากมีอัปเดตใหม่ ผู้สนใจควรติดตามข่าวสารจากช่องทางอย่างเป็นทางการ เช่น เว็บไซต์กรมบัญชีกลาง หรือเพจเฟซบุ๊กของกระทรวงการคลัง

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการคนละครึ่งพลัสนี้เป็นมาตรการที่ชาญฉลาด เพราะไม่เพียงช่วยเหลือประชาชน แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจ หากคุณอยู่ในกลุ่มผู้รับสิทธิ์ อย่าลืมเตรียมตัวลงทะเบียนให้ทันนะครับ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสรับเงินช่วยเหลือที่รัฐบาลมอบให้

ที่มา – เปิดหลักเกณฑ์รับเงิน “คนละครึ่งพลัส” แบ่ง 3 กลุ่ม ใครได้บ้าง ใช้ได้เมื่อไร

นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ส่งสัญญาณบวกให้กับประชาชน โดยเฉพาะโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจยอดนิยมอย่าง “คนละครึ่ง” ที่หลายคนรอคอย นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ รายละเอียดรอ รมว.คลังชี้แจง ซึ่งเป็นข่าวดีที่ช่วยเสริมกำลังซื้อให้กับประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย

นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ รายละเอียดรอ รมว.คลังชี้แจง

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของการแถลงนโยบายรัฐบาลที่กำหนดไว้ในวันที่ 29-30 กันยายนนี้ โดยยืนยันว่าร่างนโยบายได้เสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว เมื่อสื่อมวลชนถามถึงการตั้ง “วอร์รูม” เพื่อจัดการปัญหา นายกฯ ตอบแบบขำ ๆ ว่า “ไม่มีหรอกวอร์รูม มีแต่เลิฟรูม” ซึ่งสะท้อนถึงสไตล์การนำที่ผ่อนคลายและเน้นความสามัคคี

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงโครงการคนละครึ่งที่เป็นนโยบายหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายอนุทิน พยักหน้าตอบรับทันที โดยระบุว่าจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนตุลาคมนี้ แต่สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น เงื่อนไขการเข้าร่วม จำนวนเงินสนับสนุน และกลุ่มเป้าหมายนั้น ขอให้รอฟังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะชี้แจงอย่างเป็นทางการ นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ จะช่วยให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้มากขึ้น ส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ

ประวัติและความสำคัญของโครงการคนละครึ่ง

โครงการคนละครึ่งก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2563 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายเงินส่วนหนึ่งเมื่อประชาชนซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วม ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินในเศรษฐกิจฐานราก โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 ล้านคน และช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านค้าปลีกรายย่อยเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในระยะเวลาการดำเนินการ

ในปีนี้ การกลับมาของโครงการคนละครึ่งภายใต้รัฐบาลใหม่ ถือเป็นสัญญาณว่าความช่วยเหลือจากรัฐยังคงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่เงินเฟ้อและต้นทุนชีวิตสูงขึ้น นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ จะช่วยลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างเมืองใหญ่และพื้นที่ชนบท นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับนโยบายดิจิทัลเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำลังผลักดัน เช่น การใช้แอปพลิเคชันถุงเงินเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและชำระเงิน

ผลกระทบที่คาดหวังจากนโยบายนี้

ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจคาดการณ์ว่าการเริ่มโครงการคนละครึ่งในเดือนตุลาคมจะช่วยเพิ่ม GDP ของไทยได้อีก 0.5-1% โดยเฉพาะในภาคบริการและค้าปลีก ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมในเฟสก่อน ๆ ต่างดีใจกับข่าวนี้ เพราะจะช่วยฟื้นยอดขายที่ซบเซาจากสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับประชาชน การลงทะเบียนคาดว่าจะเปิดรับสมัครผ่านเว็บไซต์กระทรวงการคลังหรือแอปเป๋าตัง โดยอาจมีสิทธิ์จำกัดตามฐานะทางสังคมเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ประชาชนควรติดตาม เช่น วงเงินสนับสนุนต่อคน (อาจอยู่ที่ 200-500 บาทต่อเดือน) และระยะเวลาการดำเนินโครงการ (น่าจะครอบคลุมปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า) รัฐบาลยังเน้นย้ำถึงการป้องกันการทุจริต โดยใช้เทคโนโลยีตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เงินช่วยเหลือไปถึงผู้รับสิทธิ์ที่แท้จริง

  • ข้อดีของโครงการ: ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง ลดค่าครองชีพ
  • ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ: เพิ่มยอดขาย สร้างรายได้
  • การเชื่อมโยงนโยบาย: สอดคล้องกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด

ในมุมมองของผู้เขียน การที่นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนฐานราก ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน หากรายละเอียดจาก รมว.คลังออกมาชัดเจน คาดว่าจะสร้างกระแสตอบรับที่ดีจากสังคม

สำหรับท่านที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารล่าสุดจากช่องทาง resmi ของรัฐบาล เพื่อไม่พลาดการลงทะเบียนโครงการนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสทองในการช่วยเหลือตัวเองและเศรษฐกิจชุมชน

ที่มา – นายกฯ ยันคนละครึ่งเริ่ม ต.ค.นี้ รายละเอียดรอ รมว.คลังชี้แจง

กลุ่มเปราะบางรับสิทธิคนละครึ่งพลัส 2,000 บาท

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับกลุ่มเปราะบางที่กำลังรอคอยสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ คนละครึ่งพลัส ที่กำลังจะมาแรงมาก ๆ ล่าสุด มีการอัปเดตสำคัญว่า กลุ่มเปราะบาง เตรียมรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กลุ่มแรก เพิ่มเงินบัตรคนจนเป็น 2,000 บาท นี่คือโอกาสทองที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการคนละครึ่งว่าเป็นมาตรการที่มีประโยชน์ โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐและประชาชน ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลกำลังเร่งรัดโครงการ คนละครึ่งพลัส เพื่อเป็นแรงจูงใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้เสียภาษีในรูปแบบ 60:40 ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น และยังสนับสนุนพ่อค้าแม่ค้าให้ปรับตัวสู่ระบบออนไลน์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

กลุ่มเปราะบาง เตรียมรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กลุ่มแรก เพิ่มเงินบัตรคนจนเป็น 2,000 บาท

โครงการคนละครึ่งรอบใหม่ หรือที่เรียกว่า คนละครึ่งพลัส จะแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม สำหรับกลุ่มแรกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อบัตรคนจน ซึ่งจะได้รับสิทธิเพิ่มเงินช่วยเหลือจากเดิมเดือนละ 300 บาท เป็นสูงถึง 2,000 บาทต่อเดือน นี่เป็นการยกระดับสวัสดิการให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ประมาณ 13 ล้านคนในกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิเป็นลำดับแรก โดยใช้งบประมาณส่วนที่เหลือจากปี 2568 กว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงงบกลางสำรองฉุกเฉินและงบสำหรับโครงการคนละครึ่งเฟสแรก วงเงินสำหรับกลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณ 22,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนนำงบปี 2569 มาสนับสนุนเพิ่มอีก 25,000 ล้านบาท เพื่อให้โครงการครอบคลุมผู้ใช้สิทธิทั้งหมด 20 ล้านคน

สิทธิประโยชน์คนละครึ่งพลัสสำหรับกลุ่มเปราะบาง

สำหรับกลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิในรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% คาดว่ามีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 11 ล้านคน ส่วนประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้ในรูปแบบ 50:50 คือจ่ายคนละครึ่ง ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าซื้อของใช้จำเป็น และยังกระตุ้นให้ร้านค้าท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น

  • เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการจาก 300 บาท เป็น 2,000 บาทต่อเดือน สำหรับกลุ่มเปราะบาง
  • ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิ 20 ล้านคนทั่วประเทศ
  • กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี โดยเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2568

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า โครงการนี้พร้อมดำเนินการทันที โดยคำนึงถึงวินัยการคลัง และจะประสานงานกับธนาคารต่าง ๆ เพื่อจัดการระบบบัญชีและสินเชื่อสำหรับผู้ค้า นอกจากนี้ ยังช่วยยกระดับพ่อค้าแม่ค้าให้เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซได้ดียิ่งขึ้น

ด้านไทม์ไลน์ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่าจะเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม และเริ่มเปิดลงทะเบียนทั้งร้านค้าและประชาชนในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้ปลายเดือนตุลาคม และดำเนินต่อเนื่องถึงธันวาคม 2568 เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงเทศกาล

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่ากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการจะได้รับสิทธิกลุ่มแรก โดยจะเริ่มโครงการต้นเดือนตุลาคมหลังจากหารือกับครม. ผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 5 ต้องลงทะเบียนใหม่ โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลัง

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤต โดยรัฐบาลมองว่านี่คือ ‘Big Win’ สำหรับประเทศ เพราะทุกฝ่ายได้ประโยชน์ รัฐได้ภาษีเพิ่ม ประชาชนได้เงินช่วยเหลือ และผู้ค้าท้องถิ่นได้ลูกค้าใหม่

ในมุมมองของผม โครงการคนละครึ่งพลัสนี้เป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน หากคุณหรือคนใกล้ตัวอยู่ในกลุ่มนี้ อย่ารอช้า รีบเตรียมเอกสารและติดตามข่าวสารเพื่อลงทะเบียนให้ทัน ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจให้หมุนเวียนเร็วขึ้นนะครับ!

ที่มา – กลุ่มเปราะบาง เตรียมรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” กลุ่มแรก เพิ่มเงินบัตรคนจนเป็น 2,000 บาท

รมช.คลัง ยันไม่ขึ้น VAT เดินหน้าโครงการคนละครึ่ง

รมช.คลัง ยันไม่ขึ้น VAT เดินหน้าโครงการคนละครึ่ง

ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ชาวไทยหลายคนต่างกังวลกับข่าวลือเรื่องการปรับขึ้นภาษี โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT ที่อาจกระทบค่าครองชีพ ล่าสุด นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า รมช.คลัง ยันไม่ขึ้น VAT เดินหน้าโครงการคนละครึ่ง และนโยบายอื่นๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยไม่มีการเสนอปรับขึ้นภาษีในขณะนี้

การชี้แจงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายวรภัคเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงการคลังเป็นวันแรก โดยเขาได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และย้ำว่านโยบายของรัฐบาลจะถูกสื่อสารผ่านโฆษกกระทรวงเป็นหลัก เพื่อความโปร่งใสและลดความสับสน

รมช.คลัง ยันไม่ขึ้น VAT เดินหน้าโครงการคนละครึ่ง เพื่อช่วยเหลือประชาชน

นายวรภัคได้กล่าวถึงโพสต์บนเฟซบุ๊กของตัวเองที่ถูกตีความผิดว่าเป็นการเสนอขึ้น VAT โดยยืนยันว่าไม่ใช่เช่นนั้น รัฐบาลภายใต้การนำของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วง 4 เดือนข้างหน้า เพื่อให้เห็น ‘แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์’ ผ่านนโยบายต่างๆ ที่เป็นรูปธรรม

โครงการคนละครึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่รัฐบาลจะเดินหน้าต่อ โดยมุ่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยให้มีสภาพคล่องมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดหนี้ เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ การจัดการพลังงาน และการเจรจาภาษีการค้ากับต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย

  • โครงการคนละครึ่ง: ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ลดภาระค่าครองชีพ
  • ลดหนี้: สนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับประชาชนและธุรกิจ
  • เจรจาภาษีการค้า: ลดอุปสรรคทางการค้ากับพันธมิตรสำคัญ

นายวรภัคซึ่งมีประสบการณ์จากกระทรวงการคลังมานาน ย้ำว่าการทำงานจะมุ่งวางรากฐานการคลังที่ยั่งยืน โดยปรับสมดุลรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สาธารณะให้มีวินัยมากขึ้น เพื่อความมั่นคงในระยะยาว

สำหรับประเด็นที่บริษัทฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของไทยเป็น ‘ลบ’ นั้น มาจากปัจจัยการเมืองและวินัยการเงินที่อ่อนแอลง แต่ในภาพรวมไม่กระทบมากนัก เนื่องจากไทยกู้ยืมจากต่างประเทศในสัดส่วนน้อย รัฐบาลจึงมุ่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นผ่านนโยบายที่ชัดเจน

นโยบายเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ยังสร้างความมั่นใจให้ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น หากคุณกำลังกังวลเรื่อง VAT หรือโครงการช่วยเหลือ แนะนำให้ติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลัง เพื่อไม่พลาดสิทธิประโยชน์

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบาย รมช.คลัง ยันไม่ขึ้น VAT เดินหน้าโครงการคนละครึ่ง เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อประชาชน หวังว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน หากคุณมีประสบการณ์จากโครงการคนละครึ่ง แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – รมช.คลัง ยันไม่ได้เสนอขึ้น VAT พร้อมเดินหน้า โครงการคนละครึ่ง ลดหนี้ เจรจาภาษีการค้า

คนละครึ่งพลัส: เตรียมเปิดลงทะเบียน ต.ค. นี้

คนละครึ่ง 2568 อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้า-ประชาชน กลางเดือนตุลาคมนี้

โครงการ “คนละครึ่ง 2568” หรือ “คนละครึ่งพลัส” ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศจะรื้อฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เคยใช้ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย

ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเเผนคนละครึ่งพลัส 60:40 ภายหลังมีการให้สัมภาษณ์ไว้

“รัฐบาลจะทำโครงการ คนละครึ่งพลัส เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60 ต่อ 40 มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อ เร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด เท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่มีปัญหา พรรคร่วมฯ ไม่มีไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่าง เป็นประโยชน์กับประเทศ ถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ”

เงื่อนไขใหม่ “อัปเกรดคนละครึ่งพลัส”

สำหรับโครงการรอบนี้ถูกขนานนามว่า “คนละครึ่งพลัส” โดยจะแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้

  • ได้สิทธิแบบพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่าย 40%” (60:40)
  • คาดว่ามีสิทธิประมาณ 11 ล้านคน
  • มีแนวทางเพิ่มวงเงินให้สูงกว่าเดิม เช่น 1,200 บาท/คน

2.ประชาชนทั่วไป (นอกระบบภาษี) และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • ใช้สิทธิแบบ 50:50 ตามเดิม : รัฐช่วยจ่าย 50% ประชาชนจ่ายเอง 50%
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจได้สิทธิ Top Up เช่น จากเดิม 300 บาท รัฐบาลเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 เตรียมใช้สิทธิผ่านแอปฯ

อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้า-ประชาชน กลางเดือน ต.ค.

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 25 กันยายน 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ และจะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงประชาชนผู้ใช้สิทธิในระบบภาษีและบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดไป

ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการ คนละครึ่งพลัส จะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคมนี้ และจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2568. โครงการนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ คนละครึ่งพลัส

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากทางกระทรวงการคลัง เพื่อไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม “คนละครึ่งพลัส” อยู่ภายใต้แนวคิดปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าอย่างไร “ไทยรัฐออนไลน์” จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งพลัส” เตรียมเปิดลงทะเบียนร้านค้า-ประชาชน กลางเดือน ต.ค.

ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ใช้จ่ายปลายตุลาคมนี้

ส่องไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้จ่ายได้เร็วสุดปลายเดือนตุลาคมนี้ “กระทรวงการคลัง” มั่นใจกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการ “คนละครึ่ง” ว่ามีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว รัฐบาลมีเวลาไม่มาก แต่อาจทำทุกอย่างที่ค้างท่อโดยเร่งปัจจัยทั้งหลายให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เวลาที่เรามี รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่มีปัญหา พรรคร่วมไม่มีการไม่สนับสนุนกัน ทุกอย่างเป็นประโยชน์กับประเทศถือว่าเป็นบิ๊กวิน (Big Win) ของประเทศ

“คนละครึ่งรอบใหม่” แบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่ม

สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ หรือ คนละครึ่งพลัส จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
  • ส่วนประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือรูปแบบ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

“คนละครึ่งพลัส” พร้อมดำเนินการได้ทันที

ล่าสุด วันที่ 25 ก.ย. 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” จะเป็นหนึ่งในมาตรการที่พร้อมดำเนินการได้ทันที โดยคำนึงถึงวินัยการคลัง ด้วยเงื่อนไขที่เพิ่มแรงจูงใจและสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชนที่อยู่ในระบบภาษี ซึ่งจะทำให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้นในอนาคต และยังยกระดับพ่อค้า-แม่ค้า ให้เข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซ ขยายตลาดได้ด้วย พร้อมประสานทุกธนาคารเข้าไปช่วยดูเรื่องระบบการจัดการบัญชี และการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ค้า

ส่วนรายละเอียดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ทั้งการกำหนดวงเงินงบประมาณ และจำนวนผู้มีสิทธิ์ จะต้องรอนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาให้เรียบร้อยก่อน

ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

ทางด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ และจะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ในระบบภาษีและบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดไป

อย่างไรก็ตาม คาดว่ามาตรการคนละครึ่งจะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคมนี้ และจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือน พ.ย. – ธ.ค. 2568.

เช็กเลย! ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

สำหรับใครที่กำลังรอโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อยู่ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการลงทะเบียนที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์จากโครงการดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และส่งเสริมให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง การที่โครงการแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้เสียภาษี และกลุ่มประชาชนทั่วไป ทำให้มั่นใจได้ว่า โครงการจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้หลากหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้คุณไม่พลาดโอกาสในการรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนได้เข้าใจไทม์ไลน์และรายละเอียดของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” มากยิ่งขึ้นนะคะ

ที่มา – ไทม์ไลน์ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เริ่มใช้จ่ายได้เร็วสุดปลายเดือนตุลาคมนี้

Scroll to top