“ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่หลายคนจับตามอง เมื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีกับ อ.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมือง ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ทำลายเกียรติยศและเกียรติภูมิของผู้อื่น
ภูมิธรรมฟ้อง อ.ธนพร หมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เมื่อนายภูมิธรรม เวชยชัย ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้อง อ.ธนพร ศรียากูล ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คำถามสำคัญที่ตามมาคือ หาก อ.ธนพร ออกมาขอโทษ จะมีการยุติเรื่องหรือไม่? นายภูมิธรรมได้ตอบคำถามนี้อย่างชัดเจนว่า เป็นเรื่องที่ทนายความเป็นผู้พิจารณา เนื่องจากได้มอบหมายให้ทนายจัดการเรื่องนี้ไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
ฟ้องหมิ่นประมาท: จุดยืนของภูมิธรรม
นายภูมิธรรมยังกล่าวอีกว่า หากพบว่ามีการกระทำที่เกินเลย พูดแล้วไม่รับผิดชอบ ทำลายเกียรติยศเกียรติภูมิของผู้อื่น และก่อให้เกิดความสับสนต่อปัญหาของประเทศ ก็จะดำเนินการฟ้องร้องอย่างแน่นอน ถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของตนเอง
หลายคนอาจมองว่าการฟ้องร้องระหว่างนักการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ในประเด็นนี้ นายภูมิธรรมได้ชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมาก็มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกันอยู่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นการกระทำที่เกินเลยไปถึงการทำลายเกียรติภูมิของครอบครัว
นายภูมิธรรมเน้นย้ำว่า การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่หากเป็นการวิพากษ์วิจารณ์แบบไม่สุจริตและนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่ ถือเป็นเรื่องที่ผู้กระทำต้องรับผิดชอบ และควรที่จะตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่มาถามผู้เสียหาย
- การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตเป็นสิ่งที่พึงกระทำ
- ข้อมูลที่นำมาวิพากษ์วิจารณ์ควรเป็นความจริงและมีหลักฐาน
- การทำลายเกียรติยศและเกียรติภูมิของผู้อื่นเป็นการกระทำที่ไม่สมควร
สถานการณ์ “ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างมีความรับผิดชอบ การวิพากษ์วิจารณ์ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสีหรือทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น
ในขณะที่หลายคนอาจมองว่าการฟ้องร้องเป็นเรื่องใหญ่โต แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิที่จะปกป้องชื่อเสียงและเกียรติยศของตนเอง และไม่ควรปล่อยให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือสร้างความเสียหายโดยไม่มีการตรวจสอบ
ประเด็นนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการปกป้องสิทธิของผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องพิจารณาและถกเถียงกันต่อไป เพื่อสร้างบรรยากาศของการแสดงความคิดเห็นที่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และเคารพซึ่งกันและกัน
สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากกรณี “ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย คือการตระหนักถึงความรับผิดชอบในการใช้คำพูดและการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นในโลกออนไลน์หรือออฟไลน์ การตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเผยแพร่ และการเคารพในสิทธิของผู้อื่น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน
ที่มา – “ภูมิธรรม” เดินหน้าฟ้อง “อ.ธนพร” ฐานหมิ่นประมาท หากขอโทษจะยุติหรือไม่ต้องถามทนาย

