เชื่อว่าพี่น้องประชาชนหลายท่านคงเริ่มกังวลกับสถานการณ์แหล่งน้ำในบ้านเรามากขึ้น เมื่อนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับภาวะ สส.เชียงใหม่ ปชน. อัดรัฐเฉยแก้สารหนูจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน โดยชี้ว่าภาครัฐยังคงเพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนของสารพิษในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของคนไทย
สถานการณ์วิกฤต: สส.เชียงใหม่ ปชน. อัดรัฐเฉยแก้สารหนูจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน
ปัญหาเรื่องแม่น้ำเป็นพิษไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป สารโลหะหนักจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ต้นทาง แต่กำลังขยายวงกว้างจนน่าเป็นห่วง:
- แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย: พบค่าสารหนูเกินมาตรฐานความปลอดภัยมาโดยตลอด
- แม่น้ำโขงเขตอีสาน: ตรวจพบปลาที่มีการสะสมของสารหนูและตะกั่ว
- แม่น้ำสาละวินและแม่น้ำกระบุรี: พบค่ามลพิษสูงเกินเกณฑ์ความปลอดภัยหลายเท่าตัว
นายภัทรพงษ์ย้ำชัดว่า การที่รัฐบาลยังนิ่งเฉย ไม่ยอมเจรจาต้นตอของปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งที่รู้ว่าแหล่งมลพิษมาจากการทำเหมืองที่คุมเข้มไม่ได้ ถือว่าเป็นการผลักภาระให้ประชาชนรับกรรม ทั้งที่คนไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการทำเหมืองเหล่านั้นเลย
ผลกระทบที่รัฐบาลละเลย
เมื่อพูดถึงประเด็น สส.เชียงใหม่ ปชน. อัดรัฐเฉยแก้สารหนูจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน เราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “สุขภาพ” ของประชาชนในพื้นที่เกษตรกรรมที่ต้องใช้น้ำจากแหล่งเหล่านี้ในการอุปโภคบริโภค การประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าที่ผ่านมากลับพบว่าไม่มีแผนการเจรจาที่เป็นรูปธรรม แม้กระทั่งสหประชาชาติ (UN) ยังส่งหนังสือด่วนเตือน แต่รัฐบาลไทยกลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจน
ในฐานะที่ติดตามปัญหานี้มาโดยตลอด การแก้ไขเรื่องนี้ต้องใช้การเจรจาระดับพหุภาคีระหว่างไทย จีน เมียนมา และลาว เพื่อหยุดต้นตอของมลพิษ ไม่ใช่เพียงแค่การเพิกเฉยหรือปล่อยให้สถานการณ์แย่ลงไปเรื่อยๆ หากรัฐยังไม่รีบดำเนินการ ผลกระทบต่อระบบนิเวศและชีวิตของคนไทยในระยะยาวอาจจะสายเกินแก้
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเลิกเกรงใจและหันมาพูดคุยอย่างจริงจัง เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับแหล่งน้ำของประเทศ และปกป้องคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงครับ
ที่มา – สส.เชียงใหม่ ปชน. อัดรัฐเฉยแก้สารหนูจากเหมืองประเทศเพื่อนบ้าน แม่น้ำโขงกระทบแล้ว


