อัจฉริยะแฉ! กลาง กมธ.มั่นคงฯ อ้างมี 12 เว็บพนันออนไลน์ เอี่ยว “สส.ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ยังเปิดได้ตามปกติ เงินไหลเข้าระบบมหาศาล จี้ กระทรวงดีอี รีบปิด นี่คือข่าวใหญ่ที่กำลังสะเทือนวงการการเมืองและเว็บพนันออนไลน์ในขณะนี้
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในวาระการพิจารณาการตรวจสอบนักการเมืองที่มีชื่อเกี่ยวโยงกับเว็บพนันออนไลน์
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนเองเคยทำคดี “บัญชีม้า” ชื่อ “ชบา” ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการเว็บพนันออนไลน์ผิดกฎหมายและยาเสพติด ในภาคใต้ และพัวพันอยู่ภาคเหนือ ตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งพบว่า “บัญชีม้า” ชื่อ “ชบา” มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท
และต่อมาบัญชีม้าชบา มีบุคคลเกี่ยวข้องหลายคนคือ นายพงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก หรือบอสตาล ซึ่งเป็นประธานสโมสรฟุตบอลลำพูน วอริเออร์ และนายกันต์ชนก เจ้าของร้านอาหารหอยจ๋าอร่อยจี๋ ซึ่งถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกหมายจับ และขณะนี้ทราบว่าหลบหนีอยู่ประเทศอังกฤษ
นายอัจฉริยะ กล่าวต่อไปว่า ตนเองได้ตามต่อในคดีนี้ว่ามีใครบ้างเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ จนทราบว่า ร.ต.อ. ณัฐศักดิธัช ซึ่งถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับเว็บพนัน ไปให้การไว้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษว่า เงินที่ได้มาทั้งหมด 1 พันล้านบาท มาจากการเปิดเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งกลุ่มของ ร.ต.อ.ณัฐศักดิธัช และบอสตาล มีความเกี่ยวพันกับ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม โดยตนเองได้รับการร้องเรียนจากตำรวจในจังหวัดสงขลา และคนที่เกี่ยวข้องกับการทำคดีของ นายชนนพัฒฐ์ ซึ่งในปี 2565 มีการจับกุมนายชนนพัฒฐ์ ในคดีเว็บพนัน และยึดรถหรู 3 คัน เงินสด 2 ล้านบาท โดยยังไม่มีการแจ้งข้อหาฟอกเงิน แต่ต่อมามีการปล่อยอายัดรถหรูและเงินสด ไปหมดแล้ว
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนเองได้ไปยื่นเรื่องคดีของนายชนนพัฒฐ์ ต่อดีเอสไอ แต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่าคดีนี้ไม่เข้าหลักเกณฑ์ของดีเอสไอ ทางดีเอสไอจึงมีหนังสือไปถึงผู้อำนวยการปราบปรามเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ขอให้ทางศูนย์เป็นผู้ดำเนินคดีแทน เนื่องจากวงเงินไม่ถึง 300 ล้านบาท
นายอัจฉริยะ บอกว่า ต่อมาตนเองได้ไปตามเรื่องนี้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลายสิบครั้ง ก็ไม่ได้คำตอบ จึงทำเรื่องถึงจเรตำรวจแห่งชาติเพื่อร้องให้ตรวจสอบคณะพนักงานสอบสวนและผู้ทำคดีนี้ว่า คดีของนายชนนพัฒฐ์ มีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ในขณะนั้น ได้มีคำสั่งให้จเรตำรวจแห่งชาติ ไปตรวจสอบคดีของนายชนนพัฒฐ์ และทราบว่าคดีมีมูลและมีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ขณะที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้แจ้งมาที่ตนว่า มีตำรวจไปกลับคำให้การในชั้นสอบสวนว่านายชนนพัฒฐ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำเว็บพนัน ทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง
นายอัจฉริยะ ยังได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างนายชนนพัฒฐ์ กับเว็บพนัน โดยอ้างว่าปัจจุบันเว็บพนันของนายชนนพัฒฐ์ มี 12 เว็บไซต์ ยังเปิดได้ตามปกติ อยากให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไปดำเนินการปิดเว็บพนันดังกล่าว พร้อมย้ำว่าทั้งหมดนี้ตนเองอยากให้เห็นว่าแม้จะมีการจับกุมไปแล้ว แต่ปัจจุบันเว็บพนันออนไลน์ดังกล่าว และเครือข่ายก็ยังเปิดได้เหมือนเดิม ยังมีเงินเข้ามาในระบบมหาศาล
นายอัจฉริยะ ยังระบุอีกว่า นายชนนพัฒฐ์ มียอดเงินเข้าบัญชี ที่รับโอนมาจาก บอสตาล ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา จำนวน 72 ล้านบาท และนายชนนพัฒฐ์ได้รับเงินจากเครือข่ายเว็บพนันอีก 100 ล้าน โดยนายอัจฉริยะ อ้างว่า นายชนนพัฒฐ์ ได้เปลี่ยนแปลงเงินดังกล่าว เป็นทองคำแท่งไปยัง ภรรยา และบุคคลในครอบครัว และนายชนนพัฒฐ์ มีเงินทั้งหมดรวมเงินใต้เดินมากกว่า 1,500 ล้านบาท
อัจฉริยะแฉ! 12 เว็บพนันชนนพัฒฐ์ยังเปิดปกติ
จากข้อมูลที่นายอัจฉริยะได้เปิดเผยต่อคณะกรรมาธิการฯ ทำให้เห็นถึงความซับซ้อนและขบวนการที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลในสังคม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการพนัน แต่เป็นเรื่องของความโปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
ความเชื่อมโยงของ 12 เว็บพนันชนนพัฒฐ์ที่ยังเปิดปกติ
ประเด็นสำคัญที่นายอัจฉริยะเน้นย้ำคือ การที่ 12 เว็บพนันของนายชนนพัฒฐ์ยังคงเปิดให้บริการได้ตามปกติ แม้จะมีการจับกุมเกิดขึ้นแล้วก็ตาม นี่แสดงให้เห็นถึงปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย และอาจมีผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรือรู้เห็นเป็นใจให้เว็บพนันเหล่านี้ยังคงดำเนินการต่อไปได้
- การดำเนินการของกระทรวง DE: นายอัจฉริยะเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ดำเนินการปิดเว็บพนันดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
- เงินหมุนเวียนในระบบ: เว็บพนันเหล่านี้ยังคงสร้างรายได้และมีเงินหมุนเวียนในระบบมหาศาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
- ความเชื่อมโยงกับนักการเมือง: การที่นักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน ทำให้เกิดคำถามถึงจริยธรรมและความโปร่งใสในการทำงาน
สิ่งที่น่าสนใจคือ เส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังนายชนนพัฒฐ์และการเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นทองคำแท่ง ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน การตรวจสอบเส้นทางการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่า การปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้
สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม รวมทั้งต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ใดสามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้
สุดท้ายนี้ เราต้องไม่ลืมว่าการพนันออนไลน์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมมากมาย เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและปราศจากการพนันได้ โดยการไม่สนับสนุนและแจ้งเบาะแสการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน
ที่มา – “อัจฉริยะ” แฉกลาง กมธ. อ้างมี 12 เว็บพนัน เอี่ยว สส.ชนนพัฒฐ์ ยังเปิดได้ปกติ


