นายกฯ น้ำตาคลอพิธีพระราชทานเพลิงศพ 'จ.ส.อ.ศตวรรษ' ทหารกล้าพลีชีพ ให้กำลังใจครอบครัว

นายกฯ น้ำตาคลอ พิธีพระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ.ศตวรรษ”


“นายกฯ อนุทิน” น้ำตาคลอ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ.ศตวรรษ สุจริต” ทหารกล้าพลีชีพในสนามรบไทย-กัมพูชา พร้อมให้กำลังใจครอบครัว-สวมกอดลูกสาวทั้ง 2 คนของ “จ่าเพียว”

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังสนามบินร้อยเอ็ด และในเวลา 15.10 น. เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ จ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต หรือ จ่าเพียว ทหารกล้าที่ได้สละชีพจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง ไทย-กัมพูชา ณ วัดพรหมพิทักษ์วนาราม หมู่ที่ 9 ตำบลรอบเมือง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก เข้าร่วมในพิธี

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว และการสูญเสียของ จ.ส.อ.ศตวรรษ นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาติไทย การจัด พิธีพระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ.ศตวรรษ” อย่างสมเกียรติ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใย และความใส่ใจของผู้บริหารประเทศที่มีต่อผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความเสียใจและให้กำลังใจครอบครัวของ จ.ส.อ.ศตวรรษ รวมทั้งได้พูดคุยกับบุตรสาวทั้งสองของ จ.ส.อ.ศตวรรษ พร้อมทั้งให้กำลังใจให้ตั้งใจเรียนหนังสือ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นสักขีพยานในพิธีมอบธงชาติคลุมหีบศพของ จ.ส.อ.ศตวรรษ พร้อมทั้งมอบใบประกาศเกียรติคุณและเงินช่วยเหลือจากกองทัพบก โดยมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีมีน้ำตาคลอในช่วงที่พูดคุยกับครอบครัว พร้อมทั้งกล่าวว่าเงินช่วยเหลือที่ได้รับขอให้เก็บไว้ดูแลบุตรทั้งสองคน และได้สวมกอดลูกสาวทั้งสองของ จ.ส.อ.ศตวรรษ

นายกฯ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ.ศตวรรษ”

ผู้สื่อข่าวได้รายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนที่จะเดินทางกลับขึ้นรถยนต์ ได้มีประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมในพิธีได้เข้ามาขอถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทักทายประชาชน ในขณะที่ประชาชนได้กล่าวให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีให้สู้ๆ กับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ให้จบในรุ่นของเรา ในขณะนั้น นายกรัฐมนตรีได้ชูกำปั้นแสดงสัญลักษณ์ของการต่อสู้ ก่อนที่จะชี้ไปที่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ พร้อมทั้งกล่าวว่าคนนี้เป็นแม่ทัพใหญ่

ความเสียสละของ จ.ส.อ.ศตวรรษ

การเสียสละของ จ.ส.อ.ศตวรรษ ไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียบุคคลากรที่สำคัญของกองทัพ แต่ยังเป็นการสูญเสียของครอบครัวและคนที่รัก การให้ความสำคัญกับพิธีศพและการให้กำลังใจครอบครัวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความขอบคุณและความห่วงใยจากสังคม

พิธีพระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ.ศตวรรษ” ไม่ได้เป็นเพียงพิธีทางศาสนา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้กล้าที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแนวหน้า

การที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธานในพิธีด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการดูแลและให้ความสำคัญกับทหารที่เสียสละเพื่อชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยและให้กำลังใจกับครอบครัวของ จ.ส.อ.ศตวรรษ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจและความห่วงใยที่รัฐบาลมีต่อประชาชน

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนร่วมมือกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป เพื่อให้การเสียสละของ จ.ส.อ.ศตวรรษ ไม่สูญเปล่า

ที่มา – นายกฯ น้ำตาคลอพิธีพระราชทานเพลิงศพ “จ.ส.อ.ศตวรรษ” ทหารกล้าพลีชีพ ให้กำลังใจครอบครัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: