“นฤมล” นำ ศธ. ลงนาม MOU ร่วมมือกับ 3 กระทรวง หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ

“นฤมล” นำ ศธ. ลงนาม MOU ร่วมมือกับ 3 กระทรวง หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ

การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา โดยมีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้นำทีมจากกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อส่งเสริมการใช้ยางพาราในโครงการภาครัฐต่างๆ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ณ อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำทีมจากกระทรวงเกษตรฯ มาร่วม นอกจากนี้ยังมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมลงนามด้วย นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็มาร่วมในพิธีนี้

ภาพการลงนาม MOU

ประโยชน์ของการลงนาม MOU ร่วมมือกับ 3 กระทรวง หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ

“นฤมล” นำ ศธ. ลงนาม MOU ร่วมมือกับ 3 กระทรวง หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ จะช่วยสร้างตลาดที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทย โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพปลูกยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ การนำยางพารามาใช้ในภาครัฐ เช่น การผลิตอุปกรณ์การเรียนการสอน เฟอร์นิเจอร์สำหรับโรงเรียน หรือแม้แต่โครงสร้างพื้นฐานในสถานศึกษา จะไม่เพียงแต่ลดต้นทุนการนำเข้าวัสดุจากต่างประเทศ แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การใช้ยางพาราในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอาจรวมถึงการผลิตอุปกรณ์กีฬาหรือเฟอร์นิเจอร์สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว ในขณะที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สามารถนำไปใช้ในโครงการสวัสดิการสังคม เช่น การผลิตที่นั่งหรือวัสดุสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับยางพาราไทย ลดปัญหายางราคาตกต่ำ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรจำนวนมาก

ภาพพิธีลงนาม

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เปิดเผยหลังพิธีลงนามว่า “นฤมล” นำ ศธ. ลงนาม MOU ร่วมมือกับ 3 กระทรวง หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และส่งเสริมการใช้วัสดุท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด การร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลงนาม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐเพื่อความยั่งยืน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนและเกษตรกร

ในบริบทของประเทศไทย ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่เลี้ยงดูครอบครัวเกษตรกรนับล้านราย โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การที่ภาครัฐหันมาใช้ยางพาราในโครงการต่างๆ จะช่วยลดการพึ่งพาตลาดส่งออกที่ผันผวน และสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งภายในประเทศ นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน

  • เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร: โดยการรับประกันตลาดจากภาครัฐ
  • ลดต้นทุนโครงการรัฐ: ใช้วัสดุท้องถิ่นแทนนำเข้า
  • ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน: รักษาสิ่งแวดล้อมจากการปลูกยางพาราอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สร้างโอกาสงาน: ในอุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา

จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พื้นที่ปลูกยางพาราของไทยมีมากกว่า 10 ล้านไร่ และผลิตผลต่อปีสูงถึง 4 ล้านตัน หากนำไปใช้ในภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนได้อย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การลงนาม MOU “นฤมล” นำ ศธ. ลงนาม MOU ร่วมมือกับ 3 กระทรวง หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ สำเร็จสมบูรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการติดตามผลและพัฒนามาตรฐานการผลิตให้ได้คุณภาพสากล นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับเทคนิคการปลูกและแปรรูปจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ยางพาราได้มากยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การริเริ่มนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงต่างๆ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง หากคุณเป็นเกษตรกรหรือสนใจในประเด็นนี้ ลองติดตามโครงการที่เกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมเพื่อผลักดันเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโต

ที่มา – “นฤมล” นำ ศธ. ลงนาม MOU ร่วมมือกับ 3 กระทรวง หนุนใช้ยางพาราในภาครัฐ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to top