ศาลฎีกายืนยกฟ้อง แนวร่วม นปช. ปาระเบิดใส่ พล.อ.ร่มเกล้า เสียชีวิต

ศาลฎีกายืนยกฟ้อง แนวร่วม นปช. ปาระเบิดใส่ พล.อ.ร่มเกล้า เสียชีวิต

วันนี้เรามาพูดถึงคดีดังในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่เพิ่งมีคำพิพากษาจาก ศาลฎีกายืนยกฟ้อง แนวร่วม นปช. ปาระเบิดใส่ พล.อ.ร่มเกล้า เสียชีวิต กันครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. เมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองตึงเครียดมาก ใครที่ติดตามข่าวการเมืองคงจำได้ดี

ศาลฎีกายืนยกฟ้อง แนวร่วม นปช. ปาระเบิดใส่ พล.อ.ร่มเกล้า เสียชีวิต

คดีนี้เริ่มจากเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน 2553 ระหว่างการชุมนุมใหญ่ของนปช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ สมัยนั้น รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือศอฉ. เพื่อขอคืนพื้นที่

ในวันดังกล่าว จำเลยที่ 1 นายสุขเสก พลตื้อ และจำเลยที่ 3 นายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ พร้อมพวก ถูกกล่าวหาว่าขว้างลูกระเบิด M.67 สังหาร 2 ลูกใส่เจ้าหน้าที่ทหารหน้าสำนักงานสตรีวิทยา ถนนดินสอ ทำให้ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รอ. เสียชีวิต พร้อมทหารอีก 4 นายบาดเจ็บสาหัส ส่วนจำเลยที่ 2 น.ส.กนกพร ศิริพรรณาภิรัตน์ อดีตผู้ดำเนินรายการทีวีช่องเอเชียอัพเดต ถูกหาว่าเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินและจัดหาระเบิด

เหตุผลหลักที่ศาลฎีกายืนยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ยกฟ้องไปแล้ว ศาลฎีกายืนยัน โดยมีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ประการแรก คือการฟ้องซ้อนกับคดี อ.2542/2553 ที่จำเลยที่ 1-3 ถูกฟ้องฐานก่อการร้าย เหตุการณ์เดียวกัน การขว้างระเบิดใส่ทหาร ทำให้พล.อ.ร่มเกล้าเสียชีวิต เป็นกรรมเดียวกัน ผิดกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90 ไม่ใช่ต่างกรรมต่างวาระตามมาตรา 91 ดังนั้นฟ้องซ้อน ศาลไม่รับพิจารณา

ประการที่สอง สำหรับจำเลยที่ 2 คำฟ้องไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าช่วยเหลือการเงินอย่างไร เมื่อไหร่ ที่ไหน แก่ใคร พยานหลักฐาน เช่น การพบเอกสารรายชื่อการ์ดของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ในบ้านจำเลยที่ 2 แสดงแค่มีความเห็นการเมืองเดียวกับนปช. ไม่พอพิสูจน์ว่าจัดหาระเบิด ดังนั้นหลักฐานโจทก์รับฟังไม่ได้

พื้นหลังเหตุการณ์ชุมนุมนปช. ปี 2553

ย้อนกลับไปปี 2553 การชุมนุมนปช.เริ่ม 15 พ.ย. 2552 จนถึงเม.ย. 2553 มีการปะทะรุนแรงหลายครั้ง รวมถึงการใช้ M79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาจำคุกนายสุขเสกตลอดชีวิตในคดียิง M79 และนายยศวริศ ชูกล่อม จำคุก 5 ปี 4 เดือนฐานสนับสนุน คดีนี้สะท้อนความซับซ้อนของคดีการเมืองที่มักมีฟ้องซ้อนและหลักฐานต้องแน่นหนา

  • ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ยกฟ้องทั้งสามจำเลย
  • ศาลฎีกาเห็นด้วยเรื่องฟ้องซ้อนสำหรับจำเลย 1 และ 3
  • หลักฐานจำเลย 2 ไม่พอ พยานเบิกความไม่เชื่อมโยง
  • คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ดำมืดปี 2553

คดีนี้แสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไทยยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้จะเป็นคดีใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายทหาร แต่หากฟ้องไม่ถูกต้องหรือหลักฐานอ่อน ศาลก็ยกฟ้องได้ สะท้อนถึงความสำคัญของพยานหลักฐานที่ชัดเจน

สำหรับผู้อ่านที่สนใจคดีการเมืองไทย แนะนำติดตามคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าใจบริบทมากขึ้น คุณคิดอย่างไรกับคำพิพากษานี้ ลองคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ!

ที่มา – ศาลฎีกายืนยกฟ้อง แนวร่วม นปช. ปาระเบิดใส่ พล.อ.ร่มเกล้า เสียชีวิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: