“แม่ทัพภาคที่ 2” ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์เสียงระเบิดที่ปราสาทตาควาย โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทย และยังคงยืนยันว่าไม่เคยไว้ใจประเทศกัมพูชาในทุกสถานการณ์
“แม่ทัพภาคที่ 2” เผยเหตุระเบิดที่ปราสาทตาควาย
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ สโมสรร่วมเริงไชย กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมารับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจำนวนมาก ซึ่งเป็นน้ำใจจากประชาชนชาวไทยที่มอบให้กับทหารชายแดน
พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ปราสาทตาควายว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในฝั่งกัมพูชา และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกำลังทหารของประเทศไทย โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าเป็นกับระเบิดสังหารบุคคลที่ทางฝั่งกัมพูชาวางไว้ และอาจเกิดจากการที่ทหารกัมพูชาเผลอเหยียบกับระเบิดของตนเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีผลกระทบต่อทหารไทยและไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน
ประเด็นสำคัญที่แม่ทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำ
- เรื่องการรื้อถอนบริเวณช่องอานม้า: ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่มีการรื้อถอนใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าฝ่ายกัมพูชาจะขอให้รื้อออก แต่ทางเราไม่ยินยอม เนื่องจากถือว่าเป็นอธิปไตยของไทยในการป้องกันการรุกล้ำซ้ำเดิม และจะยังคงตรึงกำลังไว้เช่นเดิม
- การสร้างแนวป้องกันเพิ่มเติม: จะต้องมีการพูดคุยกับทางกัมพูชาเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน โดยแนวรั้วมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการรุกล้ำของกองกำลังทางทหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าแนวรั้วจะเป็นเส้นเขตแดน ทั้งนี้ การสร้างรั้วจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน
- การประชุมพูดคุยกับแม่ทัพกัมพูชา: ทางกัมพูชาได้ตอบรับการประชุม แต่ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 27 สิงหาคม ที่ช่องสนั่ม เพื่อหารือถึงข้อตกลงต่างๆ ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำกัมพูชา การพูดคุยในระดับแม่ทัพอาจจะยังไม่มีผลเท่าที่ควร แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการหารือเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด
สำหรับเรื่องของ MOU นั้น เป็นเรื่องของรัฐบาล หรือกลุ่มพลังมวลชนที่จะพิจารณาข้อดีข้อเสีย ส่วนทางทหารจะยึดถือแผนที่ 1 ต่อ 50,000 และยึดถือเส้นเขตแดนเพื่อผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ความน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการปะทะตามแนวชายแดนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายในกัมพูชาเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการยั่วยุต่างๆ หากมีการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ทางเราก็มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้ไปตามสมควร
แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกำลังทหารฝ่ายตรงข้าม หากมีการเพิ่มเติมทดแทนกำลังที่สูญเสียไป หรือมีการถอนกำลังออกไป ถือเป็นเรื่องปกติ ขอย้ำว่ายังคงไม่สามารถไว้ใจได้ และยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ยืนยันว่าไม่เคยไว้วางใจ และไม่มีความหนักใจหรือกดดันใดๆ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทำงานตามหน้าที่ด้วยความสุข
หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ก็พร้อมที่จะรับใช้ประเทศชาติในส่วนที่สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงว่าจะมอบหมายให้ช่วยเหลือในด้านใดบ้าง จะเป็นพลเมืองดี และพร้อมที่จะทำหน้าที่ช่วยเหลือประเทศชาติในส่วนที่ทำได้ต่อไป
ทหารไทยทุกคนมีขวัญและกำลังใจที่ดี ได้รับแรงหนุนจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และขอให้ไว้วางใจในการป้องกันอธิปไตยของกองทัพทั้ง 4 เหล่าทัพ ในส่วนของแนวชายแดนที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ทางเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอบคุณสำหรับกำลังใจและสิ่งของที่ทุกท่านส่งมาด้วยน้ำใจ จะน้อมรับและนำไปมอบให้กับน้องๆ ทหารตามแนวชายแดนต่อไป
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมและความไม่ประมาท ถึงแม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะดูสงบ แต่การรักษาความมั่นคงของชาติเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง
ที่มา – “แม่ทัพภาคที่ 2” เผยเหตุเสียงระเบิดที่ประสาทตาควาย ยืนยันไม่เคยไว้ใจกัมพูชา


