แม่ทัพภาค 2 บอกเคยเตือน 'ภูมิธรรม'แล้ว กัมพูชาไว้ใจไม่ได้ ยันไม่เปิดด่านจนกว่าเกษียณ

แม่ทัพภาค 2 เตือนภูมิธรรม: เขมรไว้ใจไม่ได้

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาประเมินสถานการณ์พร้อมทั้งแสดงความเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการระมัดระวังในการติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เคยเตือน “ภูมิธรรม” แล้ว กัมพูชาไว้ใจไม่ได้

แม่ทัพภาค 2 บอกเคยเตือน “ภูมิธรรม”แล้ว กัมพูชาไว้ใจไม่ได้

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์หลังรับมอบทุนสนับสนุนกำลังพลแนวหน้า โดยประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่ายังอยู่ในระดับ 50/50 พร้อมยืนยันว่ากองทัพไทยมีความพร้อมทั้งการเจรจาและหากจำเป็นต้องปะทะ พลโทพูนสินกล่าวถึงกรณีที่ทหารกัมพูชาแสดงพฤติกรรมยั่วยุต่อคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนที่ช่องอานม้าว่าเป็นการกระทำที่ “ไม่มีมารยาท” ซึ่งจะไม่ส่งผลต่อการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) เพราะฝ่ายไทยทราบพฤติกรรมดังกล่าวเป็นอย่างดี

สำหรับเรื่องปัญหาการรุกล้ำของร้านค้ากัมพูชาบริเวณชายแดน แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่าจะนำเข้าที่ประชุม RBC เพื่อเจรจาให้ฝ่ายกัมพูชารื้อถอนเอง เนื่องจากเป็นการก่อสร้างที่ผิดหลักการ และย้ำว่าการล้อมรั้วระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

ความกังวลเรื่องกัมพูชาและคำเตือนถึงภูมิธรรม

ประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการที่แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาเปิดเผยว่าเคยเตือนนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัวว่า “อย่าไว้ใจเขมร” ซึ่งตอกย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความจำเป็นในการรักษาความมั่นคงของชาติ การออกมาเตือนเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของกองทัพต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและต้องการให้รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ

นอกจากนี้แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้กล่าวถึงการเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยเผยว่ามีแนวคิดที่จะเชิญประเทศจีนเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจา เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งในตอนท้ายพล.ท.บุญสินระบุว่าจะไม่เปิดด่านชายแดนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จนกว่าตนเองจะเกษียณราชการอย่างแน่นอน พร้อมยอมรับว่าเคยเตือนนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัวว่า “อย่าไว้ใจเขมร” ซึ่งความจริงก็คือความจริง แม้จะมีการสูญเสีย แต่ขวัญและกำลังใจของทหารยังคงเต็มเปี่ยมในการรักษาอธิปไตยของชาติ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงมีความท้าทายและต้องการการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การที่แม่ทัพภาคที่ 2 ออกมาแสดงความเห็นและให้ข้อมูลต่างๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนและรัฐบาลได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริงและสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิ่งสำคัญ แต่การรักษาผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ชายแดนจะยังคงตึงเครียด แต่กองทัพไทยก็ยังคงพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ การที่แม่ทัพภาคที่ 2 ออกมายืนยันถึงความพร้อมของกองทัพ ทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารและเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ

ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ การมีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การที่แม่ทัพภาคที่ 2 ออกมาเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ถือเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการตัดสินใจของรัฐบาลและการเตรียมพร้อมของประชาชน การรักษาความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างมั่นคง

การที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล้าออกมาแสดงความเห็นเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง และความตั้งใจที่จะปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง เราประชาชนคนไทยควรให้ความสนใจและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติ

ที่มา – แม่ทัพภาค 2 บอกเคยเตือน “ภูมิธรรม”แล้ว กัมพูชาไว้ใจไม่ได้ ยันไม่เปิดด่านจนกว่าเกษียณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: