รัฐบาลใหม่

“พรรคเพื่อไทย” พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

“พรรคเพื่อไทย” ประกาศความพร้อมในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ในสภา พร้อมย้ำว่าจะรอวันกลับมาสานต่อนโยบายที่ยังค้างไว้ให้สำเร็จลุล่วง เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน

สืบเนื่องจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งเดียวจากพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แห่งประเทศไทย (ผลโหวตนายก มติสภาฯ เห็นชอบให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” จากภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32) ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยต้องปรับบทบาทมาเป็นฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ พรรคเพื่อไทย ได้มีการโพสต์ข้อความเพื่อแสดงจุดยืนและความพร้อมในการทำหน้าที่ โดยมีเนื้อหาใจความสำคัญดังนี้ “พรรคเพื่อไทยพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตามครรลองของรัฐสภา ยึดมั่นหลักการประชาธิปไตย ขอขอบคุณทุกแรงใจ นโยบายหลายเรื่องที่ยังค้างไว้ เราจะรอวันกลับมาสานต่อให้สำเร็จ เพื่อคนไทยทุกคน…ตลอดไป”

“พรรคเพื่อไทย” พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

การประกาศดังกล่าวเป็นการยืนยันว่า “พรรคเพื่อไทย” จะยังคงเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป แม้ว่าจะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ตาม โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล และเสนอแนะนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างสร้างสรรค์

นโยบายต่างๆ ที่“พรรคเพื่อไทย” เคยได้ริเริ่มและผลักดันไว้ในอดีต แต่ยังไม่ทันได้สานต่อให้สำเร็จลุล่วงนั้น พรรคฯ ยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้ง และจะรอโอกาสที่จะกลับมาสานต่อนโยบายเหล่านั้นให้เป็นจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้าน

ในฐานะฝ่ายค้าน “พรรคเพื่อไทย” จะมุ่งเน้นการทำงานดังต่อไปนี้:

  • ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โปร่งใส และเป็นธรรม
  • เสนอแนะนโยบายทางเลือกที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
  • ปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน
  • รักษาและส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่ “พรรคเพื่อไทย” ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์และคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนเสมอมา และจะยังคงทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถเพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมที่เสมอภาค ยุติธรรม และเจริญก้าวหน้า

การทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์ของพรรคเพื่อไทย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว เพราะจะช่วยให้เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอย่างเหมาะสม ทำให้รัฐบาลต้องทำงานอย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “พรรคเพื่อไทย” พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ลั่นจะรอวันกลับมาสานต่อนโยบายที่ค้างไว้

ส่องเทรนด์! #นายกรัฐมนตรีคนที่32 ติดลมบน

แฮชแท็ก #นายกรัฐมนตรีคนที่32 #ประชุมสภา #โหวตนายก พุ่งติดเทรนด์โซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว หลังจากการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผลปรากฏว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” จากพรรคภูมิใจไทย ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อย่างไม่เป็นทางการ

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีการพิจารณาวาระสำคัญ นั่นคือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย สืบเนื่องจากการที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ คือวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และนำไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ในการประชุมครั้งนี้ นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยการขานชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ตามลำดับตัวอักษร และให้แต่ละคนออกเสียงลงมติว่าจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง โดยจำนวน สส. ในปัจจุบันมีทั้งหมด 493 คน ดังนั้น ผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาฯ เกินกึ่งหนึ่ง หรือ 247 เสียงขึ้นไป การเข้าสู่วาระการโหวตนายกรัฐมนตรี เกิดขึ้นหลังจากที่มีการถกเถียงและลงมติว่าจะเลื่อนญัตติเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องด่วนในวาระ 8 ขึ้นมาพิจารณาก่อน ด้วยคะแนน 313 ต่อ 142 เสียง

นายไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นบุคคลเพียงชื่อเดียวที่พรรคเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ นายสรวงศ์ เทียนทอง สส. สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งเป็นบุคคลสุดท้ายที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาฯ ได้อภิปรายก่อนที่จะลงมติเลือกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ โดยใช้วิธีการขานชื่อลงคะแนนแบบเปิดเผยจนครบทั้ง 493 คน และผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องมีคะแนนเสียงเกิน 247 เสียงขึ้นไป

เมื่อเวลา 15.51 น. ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาฯ ได้มีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับคะแนนเสียงเกิน 247 เสียง ส่งผลให้ นายอนุทิน ได้รับเลือกให้เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่32 ของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปคือการรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ

#นายกรัฐมนตรีคนที่32 คือใคร? ทำไมถึงเป็นที่พูดถึง?

ภายหลังจากการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ส่งผลให้แฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง เช่น #ประชุมสภา #พรรคภูมิใจไทย และ #โหวตนายก พุ่งขึ้นติดเทรนด์ยอดนิยมบนแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (X) อย่างรวดเร็ว ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความตื่นตัวของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ทำความเข้าใจขั้นตอนหลังจากการโหวต #นายกรัฐมนตรีคนที่32

หลายคนอาจสงสัยว่า หลังจากสภาฯ มีมติเห็นชอบแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? ขั้นตอนหลังจากนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างสมบูรณ์

การเลือก #นายกรัฐมนตรีคนที่32 ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราทุกคนสามารถเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศต่อไป

ที่มา – แฮชแท็กการเมืองพุ่งติดเทรนด์ หลังโหวต “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯ คนที่ 32

สภาโหวตนายกฯ คนที่ 32 ปิดอภิปรายหนุน “ชัยเกษม-อนุทิน”


การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เริ่มกระบวนการลงมติเพื่อเลือก นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย หลังจากที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ได้อภิปรายสนับสนุนและคัดค้านผู้ถูกเสนอชื่อ ทั้งนายชัยเกษม นิติสิริ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง โดยมีประเด็นที่น่าสนใจและข้อโต้แย้งที่หลากหลาย

สภาเริ่มโหวตนายกฯ คนที่ 32 ปิดอภิปรายหนุน “ชัยเกษม-อนุทิน”

ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน ได้เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายเสนอชื่อผู้ชิงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในขณะที่นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว เสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายก่อนที่จะมีการลงมติ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ พรรคกล้าธรรม ได้อภิปรายสนับสนุนนายอนุทิน โดยให้เหตุผลว่าจะช่วยให้ประเทศก้าวข้ามความไม่แน่นอน และให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายคัดค้านนายอนุทิน โดยยกเหตุผลเรื่องคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมและข้อตกลง 5 ข้อกับพรรคประชาชน

นายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ สนับสนุนนายอนุทิน โดยชื่นชมที่ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนชายแดน ในขณะที่นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสงสัยเรื่องการใช้เงินและเรียกร้องความซื่อสัตย์สุจริต

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย สนับสนุนนายชัยเกษม โดยให้เหตุผลว่านายอนุทินขัดต่อหลักการประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งคำถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ, สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายถึงจิตใจที่โอบอ้อมอารีของนายอนุทิน ด้านนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนนายชัยเกษม โดยกล่าวถึงเรื่องคดีฮั้ว สว. ของนายอนุทิน

ประเด็นสำคัญในการอภิปรายเพื่อโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 32

ประเด็นสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้อยู่ที่คุณสมบัติ ความเหมาะสม และกระบวนการที่มาของทั้งสองผู้ถูกเสนอชื่อ โดยมีการยกประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ข้อตกลงทางการเมือง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่านายอนุทินไม่มีมาตรฐานและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีเรื่องของคดีฮั้ว สว. และที่ดินเขากระโดง ในขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ว่าเรื่องอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี และครม.ชุดใหม่คงไม่แทรกแซง

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่าพรรคของตนไม่ได้เลือกนายอนุทินมาบริหารประเทศ แต่เลือกมายุบสภาผู้แทนราษฎรภายใต้กรอบเวลาที่ตกลงกัน และเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การอภิปรายครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างและความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ในการเลือก นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ

หลังจากสิ้นสุดการอภิปราย ประธานในที่ประชุมได้อธิบายขั้นตอนการลงคะแนน และเริ่มเข้าสู่การลงมติเพื่อเลือก นายกรัฐมนตรีคนที่ 32

การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย ผลลัพธ์ที่ออกมาจะส่งผลต่อทิศทางการเมือง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ที่มา – ปิดอภิปรายหนุน “ชัยเกษม-อนุทิน” กว่า 2 ชม. สภาเริ่มโหวตนายกฯ คนที่ 32

คปท. ศปปส. รวมพลัง! ไม่เอานายกฯ จากเพื่อไทย

การชุมนุมของกลุ่ม “คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม” แสดงพลังอย่างชัดเจนบริเวณหน้ารัฐสภา ประกาศจุดยืนหนักแน่นว่าพวกเขาไม่ต้องการนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทย พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกผู้นำที่ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศบริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกลุ่มประชาชนจำนวนมาก มารวมตัวกันเพื่อจัดกิจกรรมแสดงพลังทางการเมืองครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันไม่ให้พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อบุคคลใดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยให้เหตุผลว่าพรรคเพื่อไทยได้สูญเสียความชอบธรรมในการบริหารประเทศไปแล้ว

ผู้ร่วมชุมนุมต่างถือป้ายข้อความที่สื่อถึงจุดยืนของตนเองอย่างชัดเจน เช่น “ไม่เอานายกฯ จากพรรคเพื่อไทย” พร้อมทั้งประกาศเจตนารมณ์ให้รัฐสภาดำเนินการเลือกผู้นำประเทศที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนและความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

แกนนำเครือข่ายได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ประเทศกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีจึงต้องไม่ใช่เป็นเพียงแค่เกมการเมืองของพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องเป็นบุคคลที่สามารถตอบสนองต่อเงื่อนไขและข้อเรียกร้องของประชาชนได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งยืนยันว่าจะติดตามการประชุมรัฐสภาอย่างใกล้ชิด

สำหรับการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบรัฐสภา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากคอยดูแลสถานการณ์อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขณะที่การประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและจับตามองจากสังคมในวงกว้าง

คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม

คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม

คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม

คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม

คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม

ภาพ ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์ ⁣

คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม รวมพลังหน้าสภา ประกาศไม่เอานายกฯ จากเพื่อไทย

สถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนระอุนี้ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนในประเทศ การตัดสินใจของรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคต

ทำไม คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม ถึงออกมาเคลื่อนไหว?

การรวมตัวของ คปท. ศปปส. และกองทัพธรรม เพื่อแสดงจุดยืนอันชัดเจนว่าไม่ต้องการนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลและความไม่ไว้วางใจของกลุ่มคนเหล่านี้ต่อพรรคเพื่อไทย โดยพวกเขามองว่า พรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง หรืออาจมีวาระซ่อนเร้นอื่นๆ

การออกมาแสดงพลังของกลุ่มเหล่านี้ เป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐสภาและพรรคการเมืองต่างๆ ว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยกำลังจับตามองการตัดสินใจของพวกเขาอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตนเองหากรู้สึกว่าถูกละเลย

สถานการณ์เช่นนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับระบบประชาธิปไตยของไทย ว่าจะสามารถรับฟังและตอบสนองต่อเสียงของประชาชนได้อย่างไร และจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้หรือไม่ ว่าการเมืองไทยยังคงเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง การเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความไม่สงบในสังคมได้

ดังนั้น การตัดสินใจของรัฐสภาจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้ประเทศสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนปรารถนา

การชุมนุมของกลุ่ม คปท. ศปปส. และกองทัพธรรม เป็นเพียงภาพสะท้อนหนึ่งของสังคมไทยที่กำลังมีความคิดเห็นแตกต่างหลากหลาย การเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน และการหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามความขัดแย้งและสร้างสังคมที่เข้มแข็งได้ในที่สุด นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราต้องร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศเรา

ที่มา – “คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม” รวมพลังหน้าสภา ประกาศไม่เอานายกฯ จากเพื่อไทย

คาเฟ่ พรรคภูมิใจไทย ขาย “เค้กส้ม” รับวันโหวตนายกฯ

คาเฟ่ พรรคภูมิใจไทย ขาย “เค้กส้ม” รับวันโหวตนายกฯ

ภรรยา “อนุทิน” ทำตามสัญญาของสามี นำ “เค้กส้ม” เปิดขายรับวันโหวต “นายกฯ คนที่ 32” ที่ร้านคาเฟ่ จาริสต้า ตอบรับ MOA “พรรคประชาชน-ภูมิใจไทย“

วันที่ 5 กันยายน 2568 บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยช่วงเช้าวันนี้ มีเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดเตรียมสถานที่ และเปลี่ยนภาพถ่ายติดผนังภายในพรรค

ขณะที่ร้านกาแฟ จาริสต้า ซึ่งเป็นร้านของภรรยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย วันนี้ได้มีการนำเค้กส้ม จำนวน 5 ชิ้น มาจำหน่าย ในราคา 100 บาท ซึ่งตรงกับวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่พรรคประชาชนมีมติเลือก นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ มีรายงานว่าจะมีแขกผู้ใหญ่ของพรรคเดินทางเข้ามาที่ทำการ เพื่อเตรียมติดตามผลการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

วันนี้ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยคึกคักเป็นพิเศษ นอกจากจะเป็นวันสำคัญทางการเมืองแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษที่คาเฟ่ จาริสต้า ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นธุรกิจของครอบครัวชาญวีรกูล นั่นก็คือการนำ เค้กส้ม มาวางจำหน่ายในราคาพิเศษ เพียง 100 บาทเท่านั้น! งานนี้ใครที่เป็นแฟนคลับพรรคภูมิใจไทย หรือชื่นชอบรสชาติของเค้กส้มพลาดไม่ได้เลยทีเดียว

ทำไมต้องเค้กส้ม?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็นเค้กส้ม คำตอบก็คือ เค้กส้มเป็นเหมือนสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยให้สัญญาไว้ว่าจะนำมาเลี้ยงหากสถานการณ์ทางการเมืองเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งการนำเค้กส้มมาขายในวันนี้ก็ถือเป็นการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนนั่นเอง

นอกจากเค้กส้มแล้ว ที่ร้านจาริสต้ายังมีเครื่องดื่มและขนมอื่นๆ ให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชา หรือเบเกอรี่ต่างๆ หากใครที่แวะเวียนไปที่พรรคภูมิใจไทย อย่าลืมแวะชิมเค้กส้มและเครื่องดื่มอร่อยๆ ที่ร้านจาริสต้ากันนะคะ

บรรยากาศการเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น หลายพรรคการเมืองต่างจับจ้องผลการลงมติอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของ สส. แต่ละท่านมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศชาติ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการติดตามข่าวสารและแสดงความคิดเห็นก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

การที่พรรคภูมิใจไทยนำเค้กส้มมาขายในวันโหวตนายกฯ ก็ถือเป็นสีสันทางการเมืองอย่างหนึ่งที่สร้างความสนใจให้กับประชาชนได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจของประชาชนและร่วมมือกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

มาร่วมส่งกำลังใจให้การเมืองไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ และอย่าลืมแวะไปอุดหนุน คาเฟ่ พรรคภูมิใจไทย เพื่อลิ้มลองเค้กส้มแสนอร่อยกันนะคะ

มาร่วมกันติดตามผลการโหวตนายกรัฐมนตรีและเป็นกำลังใจให้ประเทศไทยของเราก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ที่มา – คาเฟ่ พรรคภูมิใจไทย ขาย “เค้กส้ม” รับวันโหวตนายกฯ คนที่ 32

สภาฯ ยังไม่เริ่มโหวตนายกฯคนที่ 32 ถกเถียงเลื่อน

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ยังไม่มีการเริ่มกระบวนการ โหวตนายกฯ คนที่ 32 เนื่องจากเกิดการถกเถียงกันในประเด็นการเลื่อนญัตติขึ้นมาพิจารณาก่อน โดย สส. จากพรรคภูมิใจไทยเสนอญัตติให้เลื่อนวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่พรรคเพื่อไทยคัดค้าน โดยมองว่าไม่ควรเลื่อนและควรเป็นไปตามลำดับเดิมที่วางไว้

เมื่อเวลา 09.41 น. น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติให้เลื่อนวาระการพิจารณาการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขึ้นมาพิจารณาก่อน ในขณะที่สภากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. …. ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนหน้านี้แล้ว

นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนวาระการโหวตนายกฯ คนที่ 32 เนื่องจากเป็นวาระที่สำคัญอย่างยิ่ง และ สส. ควรมีเวลาในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ โดยควรให้เวลาถึง 3 วัน จึงขอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สอบถามความคิดเห็นจากที่ประชุม เนื่องจากมีข้อเสนอที่แตกต่างกันสองทาง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการลงมติ ถือเป็นประเพณีปฏิบัติที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยังมีสมาชิกต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับญัตติที่มีความแตกต่างกัน และต้องมีการลงมติว่าจะเลื่อนระเบียบวาระหรือไม่ ก่อนที่จะย้ำอีกครั้ง แต่เกิดความผิดพลาดในการพูด ทำให้เกิดเสียงหัวเราะในสภาฯ

ประธานสภาฯ ได้ขอให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นสั้นๆ เกี่ยวกับเหตุผลที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในช่วงหนึ่ง นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ได้กล่าวชื่นชมประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ที่ทราบดีว่าการพิจารณาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีความเห็นเป็นสองทาง ถึงแม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่ก็ชื่นชมที่ประธานสภาฯ ยังคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของสภาฯ และบรรจุเรื่องนี้ไว้ในเรื่องด่วนที่ 8

เหตุผลที่ สส. พรรคกล้าธรรมเห็นว่าควรเร่งการโหวตนายกฯ คนที่ 32 เพราะสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้จำเป็นต้องมีรัฐบาลเข้ามาบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาชายแดน และเรื่องภาษี หากเกิดสุญญากาศขึ้น อาจทำให้กระบวนการต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ สส. ส่วนใหญ่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะเพิ่งจะผ่านมาเพียง 2 ปี และเชื่อว่าภารกิจต่างๆ ยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ การสนับสนุนรัฐบาลเพื่อทำภารกิจเร่งด่วนภายใน 4 เดือนข้างหน้าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีการอ้างอิงถึงการเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี และเห็นว่าไม่ควรเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะประชาชนกำลังรอคอยที่จะทราบว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อย่างไรก็ตาม นายอรรถกร ได้พูดผิดชื่อพรรคหลายครั้งและต้องขอโทษที่พูดผิด

น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวอีกครั้งว่า การเสนอญัตติของตนเป็นเพียงการเสนอให้เลื่อนวาระขึ้นมาพิจารณาเท่านั้น หากสามารถเลื่อนขึ้นมาได้ ก็จะมีการอภิปรายต่อไปอีกเป็นเวลานาน จึงขอให้ประธานสภาฯ พิจารณาว่าจะอนุญาตให้ใครอภิปรายได้บ้าง และจะใช้เวลาในการอภิปรายเท่าไหร่ ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เห็นด้วยกับประธานสภาฯ ว่าการเลื่อนวาระหรือไม่นั้นไม่ควรใช้เวลานาน และขอให้ประธานสภาฯ กำหนดเวลาให้ชัดเจน เพราะยังมีวาระอื่นๆ ที่รออยู่

ในระหว่างนี้ นายจุลพันธ์ ได้กล่าวในทำนองว่า การกำหนดเวลาของประธานสภาฯ ที่ 5 นาทีนั้นเหมาะสม และทุกคนควรปฏิบัติตาม โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเศษๆ เท่านั้น ซึ่งสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นธรรมและเป็นการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน “ท่านไม่ต้องกลัวครับ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีมันก็อยู่ในระเบียบวาระ ยังไงวันนี้มันก็ต้องเดินไปถึง ถ้ามีเสียงครบท่านได้เป็นแน่นอน ใครมีบุญญาวาสนาท่านจะถึง ท่านได้เป็นครับ ไม่ต้องไปห่วง แต่อย่าเริ่มความอยากเป็นรัฐบาลด้วยการปิดปาก” ก่อนที่ประธานสภาฯ จะเข้ามาห้ามปรามและเข้าสู่การอภิปรายของสมาชิกรายอื่นๆ ต่อไป

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ถูกพาดพิงหลายครั้งจากผู้อภิปรายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว จึงต้องหาทางออกมุ่งหน้าสู่การยุบสภา พร้อมเรียกร้องให้ทุกคนในที่นี้ยืนยันว่าจะเลื่อนวาระการโหวตนายกฯ คนที่ 32 ขึ้นมาพิจารณาก่อน และจะอยู่ร่วมเป็นองค์ประชุมพิจารณากฎหมายอื่นๆ จนจบ

สภาฯ ยังไม่เริ่มโหวตนายกฯคนที่ 32

ทำไมการโหวตนายกฯ คนที่ 32 ถึงสำคัญ

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนประเทศ เนื่องจากเป็นการแต่งตั้งผู้นำรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น การมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยชอบธรรมจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ความท้าทายในการโหวตนายกฯ คนที่ 32

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 ในครั้งนี้ เผชิญกับความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางการเมือง การแบ่งขั้วอำนาจ และข้อจำกัดทางกฎหมาย การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้การโหวตนายกฯ คนที่ 32 เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

การถกเถียงเรื่องการเลื่อนหรือไม่เลื่อนวาระการโหวตนายกฯ คนที่ 32 สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและละเอียดอ่อนของสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน การที่ สส. จากพรรคต่างๆ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ย่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือการที่ทุกฝ่ายต้องเปิดใจรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และหาทางออกที่เหมาะสมที่สุดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และเป็นความหวังของประชาชนที่จะได้เห็นประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ หวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อให้กระบวนการนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่สดใส

ที่มา – สภาฯ ยังไม่เริ่มโหวตนายกฯ คนที่ 32 ถกเถียงเลื่อน-ไม่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน หนุนภูมิใจไทยเหมือนเดิม

การเมืองวันนี้ยังคงร้อนแรง! นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมยืนยันหนักแน่นว่ายังคงสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา ผู้สื่อข่าวได้ดักสัมภาษณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาในเวลา 09.09 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ถือว่าเป็นมงคล ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันนี้ ว่าจะมีการเปลี่ยนใจหรือไม่ และมีความกังวลในเรื่องใดหรือไม่

นายณัฐพงษ์ ได้แต่ยิ้ม พร้อมกล่าวสั้นๆ ขณะที่กำลังจะขึ้นลิฟต์ว่า “ฝากติดตามการประชุมสภาวันนี้ด้วย” เมื่อถูกถามย้ำว่ายังคงสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หัวหน้าพรรคตอบอย่างหนักแน่นว่า “ยืนยันคำเดิมครับ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ว่ายังคงให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง

“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน หนุนภูมิใจไทยเหมือนเดิม

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความผันผวน หลายพรรคการเมืองกำลังจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลกันอย่างเข้มข้น ท่าทีของแต่ละพรรคจึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ออกมายืนยันเช่นนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังพรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคอื่นๆ ที่กำลังเจรจาต่อรองกันอยู่

ทำไมการสนับสนุนของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ถึงมีความสำคัญ

การสนับสนุนของนายณัฐพงษ์และพรรคประชาชนมีความสำคัญเนื่องจาก:

  • พรรคประชาชนแม้จะเป็นพรรคขนาดเล็ก แต่ก็มีบทบาทในการเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งสามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น
  • การที่หัวหน้าพรรคออกมายืนยันความชัดเจนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในจุดยืนทางการเมือง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุน
  • ท่าทีที่ชัดเจนของนายณัฐพงษ์ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ สส. ในพรรค รวมถึง สส. จากพรรคอื่นๆ ได้

การเมืองไทยในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลง การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริงและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง การออกมาให้สัมภาษณ์ของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจและควรค่าแก่การติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ดังนั้น การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ออกมายืนยันการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ว่าจะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” ยิ้มให้สื่อ ยันยังหนุนภูมิใจไทยเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ

“สรวงศ์” รับสภาพหาก สส.เพื่อไทย ถอนตัวไม่สู้ต่อ ขอให้บอกกันตรงๆ ยันยื่น “ชัยเกษม” ชิงเก้าอี้นายกฯ คนที่ 32 เผย “อิ๊งค์” ให้กำลังใจผ่านกลุ่มไลน์ ชี้ “ทักษิณ” บินออกนอกประเทศเป็นเรื่องส่วนตัว

วันที่ 5 กันยายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมที่ห้องประชุมงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในการประชุมในวันนี้ก็เป็นการแจ้งกับเลขาธิการพรรคของแต่ละพรรคร่วม ในการพูดคุยเพิ่มเติม โดยพรรคเพื่อไทยเป็นหลักในการประชุมในวันนี้ 

ส่วนประเด็นเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ยืนยันว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ สส.แต่ละคน ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยยืนยันเหมือนเดิมว่าจะมีการยื่น นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ในการชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งในส่วนของการขอคะแนนเสียงเพิ่มนั้น ตนมีการตามข่าวอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังคงยืนยันในเรื่องของเอกสิทธิ์ในการโหวต

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงขวัญกำลังใจของ สส.พรรคเพื่อไทย หลังจากที่มีกระแสข่าวหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเครื่องบินส่วนตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศ นายสรวงศ์ กล่าวว่า อันดับแรก นายทักษิณ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย การเดินทางของท่านก็เป็นเรื่องส่วนตัว 

เมื่อถามถึงความพร้อมสำหรับบทบาทการเป็นฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง นายสรวงศ์ เผยว่า เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ 

ผู้สื่อข่าวถามต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีการให้กำลังใจอย่างไรบ้าง นายสรวงศ์ ตอบว่า ท่านพิมพ์ข้อความให้กำลังใจในกลุ่มไลน์ ซึ่งตนเองก็ต้องขอขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน ไม่ทิ้งกัน และพร้อมที่จะสู้ต่อไป 

เมื่อถามถึงทิศทางของ สส.พรรคเพื่อไทย จะมีงูเห่าเพิ่มหรือไม่ นายสรวงศ์ ระบุว่า ให้ดูกันต่อไป วันนี้เสียงเขาพอ หางอาจจะยังไม่โผล่ เราอยู่กันด้วยความจริงใจอยู่แล้ว ตนเองก็พูดตรงๆ กับสมาชิกไปแล้วว่า ถ้าหาก ไม่มีอุดมการณ์ที่จะสู้ต่อไปด้วยกัน หรือคิดว่าพรรคเพื่อไทยไปต่อไม่ได้แล้ว ก็ขอให้แสดงตัวอย่างชัดเจน โตๆ กันแล้ว ทุกคนมีวุฒิภาวะกันหมด ตนเองพร้อมที่จะสู้กับสมาชิกที่ยังอยู่กับเรา ส่วน 8 งูเห่าของพรรคเพื่อไทย จะมีการขับออกหรือมีบทลงโทษของพรรคหรือไม่นั้น ต้องดูกันต่อไป เพราะเป็นเรื่องในส่วนของคณะกรรมการจริยธรรมของพรรค 

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามย้ำ มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนที่นายทักษิณจะกลับมาที่ประเทศไทย จะกลับมาจริงหรือไม่ นายสรวงศ์ ยืนยันอีกครั้งว่า นายทักษิณ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย ท่านจะไปก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ซึ่งตนเองก็เข้าใจดี เพราะเคยมีคดีความและห้ามเดินทางออกนอกประเทศ บางทีชื่อถูกแบล็กลิสต์ในระบบมันยังไม่ถูกเคลียร์ออก พอใช้พาสปอร์ตแตะที่เครื่องอาจจะขึ้นแจ้งเตือนว่าไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะมีการตรวจสอบ ส่วนจะกลับมาที่ประเทศไทยแน่นอนหรือไม่นั้น ตนเองไม่ทราบ.

เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ

“อิ๊งค์” ให้กำลังใจ ชี้ “ทักษิณ” บินนอกเรื่องส่วนตัว

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงน่าติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ท่ามกลางกระแสข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องการเดินทางออกนอกประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร และเรื่องของ สส. งูเห่าในพรรค

นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า การตัดสินใจเสนอชื่อนายชัยเกษม เป็นไปตามมติของพรรค และ สส.แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ในการโหวต อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าพรรคต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน และพร้อมรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค หากใครที่คิดว่าไม่สามารถร่วมเดินทางไปกับพรรคเพื่อไทยได้อีกต่อไป ก็ขอให้แจ้งความประสงค์อย่างชัดเจน

แม้จะมีข่าวลือและความไม่แน่นอนต่างๆ เกิดขึ้น แต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ส่งข้อความให้กำลังใจสมาชิกพรรคผ่านกลุ่มไลน์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อไป

การที่เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของพรรคในการรักษาความเป็นเอกภาพ และเดินหน้าตามกระบวนการประชาธิปไตย แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายมากมายก็ตาม

อนาคตทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ สส. และการสนับสนุนจากประชาชน การที่เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ แม้จะมีความเสี่ยง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย และมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศชาติไปข้างหน้า

ที่มา – เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ ชี้ “ทักษิณ” บินนอกเรื่องส่วนตัว

ภูมิใจไทย จี้สภาฯ เร่งวาระเลือกนายกฯ

โฆษกพรรคภูมิใจไทยมองว่าญัตติการเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน พร้อมเตรียมพูดคุยกับสมาชิกพรรคในวันนี้ เพื่อยืนยันแนวทางสนับสนุนหัวหน้าพรรคอย่างเต็มที่ ยืนยันว่า “อนุทิน” ไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์ ขึ้นอยู่กับเพื่อนสมาชิกจะอภิปราย

วันนี้ 5 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยทยอยเข้าร่วมประชุม สวมชุดผ้าไทยสีน้ำเงิน พร้อมรอยยิ้มทักทายสื่อมวลชนที่รออยู่ด้านหน้าห้องประชุม

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยก่อนเข้าประชุมพรรคภูมิใจไทยว่า การประชุมวันนี้จะมีการพูดคุยเรื่องลำดับขั้นตอนการโหวตเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน และแจ้งให้ทราบว่านอกวาระการประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมีการประชุมวาระทั่วไปที่ถูกบรรจุไว้ล่วงหน้า เพื่อทำความเข้าใจในประเด็นนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในที่ประชุมสภาฯ ด้วยกันตลอดอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้จะกำชับเรื่องการทำงานในที่ประชุมสภาฯ รวมถึงการให้ความร่วมมือกับพรรคต่างๆ ในการพิจารณากฎหมายต่างๆ

ส่วนญัตติการโหวตเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน ในวันนี้ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 8 จะมีการเสนอเลื่อนญัตติขึ้นมาเป็นวาระแรกหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทยบอกว่าขอดูสถานการณ์ในหน้างานก่อน เพราะการเปิดประชุมช่วงเช้าวันนี้ จะต้องมีการประชุมเรื่องที่ค้างเอาไว้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการลงมติกฎหมายที่ค้างเอาไว้ก่อนเลือกนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นจะมีการพูดคุยกับพรรคต่างๆ หรือไม่

ส่วนตัวมองว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญในคำสุดท้ายก็ระบุไว้ว่าให้เลือกโดยพลัน ดังนั้นวาระนี้น่าจะเป็นวาระที่เร่งด่วนที่สุดในสภาฯ เพราะเราก็ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

โฆษกพรรคภูมิใจไทย ย้ำว่าจึงมีโอกาสที่เราจะดันญัตตินี้เป็นเรื่องแรกในที่ประชุมสภา แต่จะเป็นการประสานกันของแต่ละพรรคการเมืองอีกครั้ง ซึ่งวันนี้การโหวตเลือกนายกฯ จะต้องมีการโหวตในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอยู่แล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากวันนี้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของนายอนุทิน จะต้องมีการจัด สส.เพื่อปกป้องหรือเป็นองครักษ์หรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่าอย่าเรียกว่าเป็นองครักษ์ เพราะหากดูในครั้งก่อนของสภาชุดนี้ ก็ไม่ต้องถึงขั้นใช้องครักษ์ จะมีแค่ตัวแทนพรรคในการลุกขึ้นอภิปราย แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะวินิจฉัยอย่างไรในประเด็นต่างๆ ถ้าหากมีสมาชิกจะร้องขอ

ส่วนกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้สัมภาษณ์ไว้ว่าวันนี้จะให้อภิปรายได้แค่เหตุผลว่าทำไมถึงส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนนี้ ทางพรรคมองอย่างไรที่ประธานสภาปิดช่องไม่ให้ใช้เปิดแผล หรือแฉกัน โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ต้องบอกว่าที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคฯ ได้ให้สัมภาษณ์ในหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวอะไรก็ตาม แต่ถ้าจะมาใช้คำว่าแฉคงไม่ใช่ เพราะคำว่าแฉต้องใช้ในลักษณะที่ไม่มีใครทราบมาก่อน และทุกเรื่องหัวหน้าพรรคฯ เคยบอกไว้แล้วว่าทุกเรื่องไม่เคยมีปัญหา และไม่เคยมีความกังวลในเรื่องที่มีการกล่าวถึงกันอยู่แล้ว

ซึ่งไม่ได้มองว่าดีในมุมไหน แต่ว่าในการประชุมทุกครั้งอำนาจอยู่ที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นท่านผู้แทนราษฎรจะให้สิทธิ์ใครในประเด็นไหนอย่างไรอยู่ในสิทธิ์ของประธานสภาผู้แทนราษฎร

ภูมิใจไทย จี้สภาฯ เร่งวาระเลือกนายกฯ

ทำไมภูมิใจไทยถึงให้ความสำคัญกับวาระเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน?

เหตุผลหลักที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันให้การเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน เป็นเพราะพรรคฯ มองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยพลันเมื่อมีเหตุจำเป็น นอกจากนี้ การเร่งกระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการบริหารประเทศ

  • ความสำคัญของการมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
  • บทบาทของรัฐธรรมนูญในการกำหนดกรอบเวลา
  • ผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง

พรรคภูมิใจไทยยังเชื่อมั่นว่า การที่สภาฯ ให้ความสำคัญกับวาระเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน จะเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน และเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของสังคมที่ต้องการเห็นการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว

การผลักดันให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นวาระเร่งด่วนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการที่จะมีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลและแก้ไขปัญหาของประเทศ

โดยสรุปแล้ว การที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นวาระเร่งด่วน เป็นการสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และมีส่วนร่วมในการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง

ที่มา – ภูมิใจไทย ไม่ส่งองครักษ์พิทักษ์ “อนุทิน” จี้สภาฯ เลื่อนวาระเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน

Scroll to top