การชุมนุมของกลุ่ม “คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม” แสดงพลังอย่างชัดเจนบริเวณหน้ารัฐสภา ประกาศจุดยืนหนักแน่นว่าพวกเขาไม่ต้องการนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทย พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกผู้นำที่ยึดมั่นในผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศบริเวณหน้ารัฐสภา เกียกกาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กองทัพธรรม ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกลุ่มประชาชนจำนวนมาก มารวมตัวกันเพื่อจัดกิจกรรมแสดงพลังทางการเมืองครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันไม่ให้พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อบุคคลใดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยให้เหตุผลว่าพรรคเพื่อไทยได้สูญเสียความชอบธรรมในการบริหารประเทศไปแล้ว
ผู้ร่วมชุมนุมต่างถือป้ายข้อความที่สื่อถึงจุดยืนของตนเองอย่างชัดเจน เช่น “ไม่เอานายกฯ จากพรรคเพื่อไทย” พร้อมทั้งประกาศเจตนารมณ์ให้รัฐสภาดำเนินการเลือกผู้นำประเทศที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนและความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
แกนนำเครือข่ายได้กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ประเทศกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีจึงต้องไม่ใช่เป็นเพียงแค่เกมการเมืองของพรรคใดพรรคหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องเป็นบุคคลที่สามารถตอบสนองต่อเงื่อนไขและข้อเรียกร้องของประชาชนได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งยืนยันว่าจะติดตามการประชุมรัฐสภาอย่างใกล้ชิด
สำหรับการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบรัฐสภา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากคอยดูแลสถานการณ์อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขณะที่การประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและจับตามองจากสังคมในวงกว้าง





ภาพ ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม รวมพลังหน้าสภา ประกาศไม่เอานายกฯ จากเพื่อไทย
สถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนระอุนี้ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนในประเทศ การตัดสินใจของรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคต
ทำไม คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม ถึงออกมาเคลื่อนไหว?
การรวมตัวของ คปท. ศปปส. และกองทัพธรรม เพื่อแสดงจุดยืนอันชัดเจนว่าไม่ต้องการนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลและความไม่ไว้วางใจของกลุ่มคนเหล่านี้ต่อพรรคเพื่อไทย โดยพวกเขามองว่า พรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง หรืออาจมีวาระซ่อนเร้นอื่นๆ
การออกมาแสดงพลังของกลุ่มเหล่านี้ เป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐสภาและพรรคการเมืองต่างๆ ว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยกำลังจับตามองการตัดสินใจของพวกเขาอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตนเองหากรู้สึกว่าถูกละเลย
สถานการณ์เช่นนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับระบบประชาธิปไตยของไทย ว่าจะสามารถรับฟังและตอบสนองต่อเสียงของประชาชนได้อย่างไร และจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้หรือไม่ ว่าการเมืองไทยยังคงเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง การเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและความไม่สงบในสังคมได้
ดังนั้น การตัดสินใจของรัฐสภาจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้ประเทศสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนปรารถนา
การชุมนุมของกลุ่ม คปท. ศปปส. และกองทัพธรรม เป็นเพียงภาพสะท้อนหนึ่งของสังคมไทยที่กำลังมีความคิดเห็นแตกต่างหลากหลาย การเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน และการหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามความขัดแย้งและสร้างสังคมที่เข้มแข็งได้ในที่สุด นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราต้องร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศเรา
ที่มา – “คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม” รวมพลังหน้าสภา ประกาศไม่เอานายกฯ จากเพื่อไทย







