ราคาน้ํามันโลก

วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย พลัฏฐ์จี้รัฐเพิ่มผลิตภาพ

วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย กำลังเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราจะมาพูดถึงมุมมองจาก “พลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์” อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ออกมาเตือนรัฐบาลให้เลิกใช้นโยบายอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นการจับจ่าย แล้วหันมาโฟกัสที่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทน เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพในระยะยาว

วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย: สาเหตุจากอะไร?

ปัจจุบัน ประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยบ่นว่าค่าครองชีพแพงขึ้นแบบเห็นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน อาหาร หรือบริการต่างๆ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ยิ่งทำให้ราคาน้ำมันและสินค้านำเข้าพุ่งสูง ซึ่งอาจจุดชนวนให้เกิดวิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย อีกครั้ง ที่ผ่านมา รัฐบาลมักโยนภาระให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดการผ่านนโยบายการเงิน เช่น ลดดอกเบี้ยหรือควบคุมเงินในระบบ แต่พลัฏฐ์ชี้ว่าวิธีนี้แก้ปัญหาได้แค่ชั่วคราว ไม่ยั่งยืน

นโยบายแบบ “Demand driven” ที่กระตุ้นให้คนใช้จ่ายมากขึ้น เช่น มอบเงินช่วยเหลือหรือลดภาษี อาจทำให้เงินเฟ้อแฝงตัว เพราะ供給 (Supply) ไม่ทัน需求 (Demand) ผลที่ตามมาคือ ราคาสินค้าสูงขึ้น แม้จะมีมาตรการ补贴 แต่กลับทำให้ต้นทุนในประเทศแพง ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวด้วย นักท่องเที่ยวจีนและญี่ปุ่นเริ่มบ่นว่า “ไทยแพงไป ไม่อยากมาแล้ว” ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายสำหรับเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการท่องเที่ยว

พลัฏฐ์ชี้ทางออกจากวิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย

พลัฏฐ์เสนอให้รัฐปรับไปใช้นโยบาย “Supply side” โดยเน้นเพิ่ม “ผลิตภาพ (Productivity)” ในทุกภาคส่วน ทั้งการผลิต บริการ และเกษตรกรรม แทนการพึ่งพาการเงินอย่างเดียว วิธีนี้จะช่วยให้สินค้าถูกลง กำลังซื้อประชาชนเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

ตัวอย่างจากจีน: เพิ่มผลิตภาพ ลดราคาสินค้า

มาดูกรณีศึกษาจากจีนกันครับ ที่ผ่านมา ค่าแรงในจีนพุ่งสูง พนักงานจบใหม่ได้เงินเดือนเริ่มต้น 6,000-8,000 หยวน (ราว 30,000-40,000 บาท) สูงกว่าไทยที่ยังติดอยู่ 15,000-20,000 บาทมานาน แต่ที่น่าทึ่งคือ แม้ค่าแรงขึ้น ราคาสินค้าอาหารและบริการกลับถูกลงหรือนิ่ง! เพราะจีนโฟกัสผลิตภาพสูง

  • ขนส่ง: ค่าแท็กซี่ในจีนถูกกว่าไทยมาก รถ EV ราคาถูกลง แข่งขันสูง เรียกรถได้ใน 3 นาที
  • เกษตร: ใช้เทคโนโลยีลดแรงงาน เพิ่มผลผลิต เช่น เลี้ยงหมูแบบ “คอนโด” นำจากไทยมาพัฒนา ควบคุมโรคได้ดี ลดต้นทุน
  • อุตสาหกรรม: สร้างโครงสร้างพื้นฐานดี มี Economies of scale และ scope ทำให้ผลิตถูก กำไรสูง ควบคุม需求เก็งกำไรอย่างอสังหาฯ

ผลคือ เศรษฐกิจจีนขยายตัวแข็งแกร่ง กำลังซื้อประชาชนพุ่ง แม้เงินเฟ้อต่ำ

ไทยควรทำตามจีนอย่างไร?

สำหรับไทย พลัฏฐ์แนะนำให้หน่วยงานเศรษฐกิจและ BOI เร่งยกระดับผลิตภาพ โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ยังล้าหลัง ใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น ระบบชลประทานอัจฉริยะ หรือโรงงานอัตโนมัติ นอกจากนี้ ควบคุมราคาพลังงานและลดการผูกขาด เพื่อให้ราคาสินค้าถูกลงจริง

สรุปแล้ว วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย จะไม่ใช่ฝันร้าย ถ้ารัฐฟังคำเตือนจากพลัฏฐ์ หันมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งระบบ คุณล่ะคิดเห็นยังไง? รัฐบาลควรเริ่มจากภาคไหนก่อน ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – วิกฤตเงินเฟ้อจ่อซ้ำไทย “พลัฏฐ์” จี้รัฐเลิกอัดเม็ดเงินกระตุ้นจับจ่าย หันเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแทน

ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง

ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะหลังจากเกิดวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือครั้งใหญ่ โดยจัดสรรเงินจำนวน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.19 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนชาติพันธมิตรในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเพิ่มการสำรองน้ำมันดิบ

ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการประชุมทางไกลระหว่างผู้นำญี่ปุ่นกับกลุ่มอาเซียนและประเทศพันธมิตร เช่น ไทย ออสเตรเลีย อินเดีย และเกาหลีใต้ นางซานาเอะ ทาคาอิจิ ระบุว่า ญี่ปุ่นมีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้งกับเอเชียผ่านห่วงโซ่อุปทาน หากเกิดการขาดแคลนน้ำมัน จะกระทบเศรษฐกิจญี่ปุ่นโดยตรง โดยเฉพาะการผลิตสินค้าที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง

รายละเอียดเงินช่วยเหลือและการนำไปใช้

เงินช่วยเหลือ 1 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ จะอยู่ในรูปแบบเงินกู้ต่ำดอกเบี้ยผ่านธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC) เพื่อให้ประเทศเอเชียสามารถจัดซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงขยายคลังน้ำมันสำรอง มูลค่านี้เทียบเท่าน้ำมันดิบ 1.2 พันล้านบาร์เรล ซึ่งครอบคลุมการนำเข้าทั้งปีของอาเซียน ญี่ปุ่นกังวลว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีคลังสำรองจำกัด อาจขาดเงินชำระค่าน้ำมันที่ราคาพุ่งสูง ส่งผลให้การผลิตเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์หยุดชะงัก

  • รูปแบบ: เงินกู้สำหรับซื้อน้ำมันและขยายคลังสำรอง
  • ผู้รับ: อาเซียนและพันธมิตร เช่น ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม
  • ไม่กระทบญี่ปุ่น: ไม่ใช่การแจกน้ำมันจากคลังสำรองญี่ปุ่น

วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดล้อม ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอเชียซึ่งพึ่งพาเส้นทางนี้มากที่สุด จึงได้รับผลกระทบหนัก ผู้นำจาก 15 ประเทศ ได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย บังกลาเทศ บรูไน กัมพูชา ติมอร์-เลสเต อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ศรีลังกา และเวียดนาม ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน เน้นย้ำความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือ

ผลกระทบต่อประเทศไทยและโอกาสที่ได้รับ

สำหรับประเทศไทย ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง นี้ จะช่วยเสริมคลังน้ำมันสำรองของไทยที่ยังจำกัด ป้องกันการขาดแคลนเชื้อเพลิงที่อาจกระทบอุตสาหกรรมยานยนต์และการส่งออก ไทยซึ่งเป็นฐานผลิตสำคัญของญี่ปุ่น จะได้รับประโยชน์โดยตรงในการรักษาห่วงโซ่การผลิต นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนราคาน้ำมันโลก

ญี่ปุ่นเองมีคลังสำรองน้ำมันสูงถึง 240 วัน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานสากล เพื่อรับมือการพึ่งพานำเข้าจากตะวันออกกลาง 95% มาตรการนี้จึงเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อความมั่นคงร่วมกัน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นทางพลังงานภูมิภาค ลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง และส่งเสริมการกระจายแหล่งนำเข้า ผู้ประกอบการไทยควรติดตามและเตรียมแผนสำรองพลังงานเพื่อรับมือวิกฤตต่อไป หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารพลังงานโลกกับเราได้

ที่มา – ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง

ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน

ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะในออสเตรเลียที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงอยู่แล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันของบริษัท วีวา เอนเนอร์ยี ในเมืองจีลอง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเบนซินสำคัญของประเทศ

ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน

เมื่อช่วงค่ำของวันพุธที่ 15 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงพร้อมเสียงระเบิดดังสนั่นที่โรงกลั่นน้ำมันวีวา เอนเนอร์ยี ในย่านคอริโอ เมืองจีลอง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครเมลเบิร์น โรงกลั่นแห่งนี้เป็นหนึ่งในสองโรงกลั่นที่เหลืออยู่ในออสเตรเลีย โดยรับผิดชอบผลิตเชื้อเพลิงกว่าครึ่งหนึ่งของรัฐวิกตอเรีย และคิดเป็น 10% ของความต้องการเชื้อเพลิงทั้งประเทศ ทำให้เหตุการณ์นี้ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์วิกฤตเชื้อเพลิงที่เกิดจากผลกระทบสงครามในอิหร่าน

สาเหตุและลักษณะของเหตุเพลิงไหม้

หน่วยกู้ภัยไฟไหม้วิกตอเรียรายงานว่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่โรงงานโมแกส ซึ่งเป็นส่วนผลิตน้ำมันเบนซินสูตรค่าออกเทนสูง มีการรั่วไหลรุนแรงของไฮโดรคาร์บอนเหลวและก๊าซเชื้อเพลิง หัวหน้าหน่วยดับเพลิงชี้ว่า สาเหตุน่าจะมาจากอุปกรณ์ขัดข้อง เช่น วาล์วทำงานผิดปกติหรือการรั่วไหล ทำให้ไม่สามารถเข้าไปปิดวาล์วได้เนื่องจากความร้อนสูง โชคดีที่ไม่มีพนักงานบาดเจ็บ และไม่พบหลักฐานการวางเพลิง

ผลกระทบต่อการผลิตและตลาดเชื้อเพลิง

ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลียครั้งนี้กระทบการผลิตเบนซินโดยตรง ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดลดลงทันที นายสก็อตต์ ไวแอตต์ ซีอีโอของวีวา เอนเนอร์ยียืนยันว่าบริษัทไม่ได้พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางโดยตรง แต่การหยุดชะงักนี้ยังคงทำให้ราคาเชื้อเพลิงผันผวน นายคริส โบเวน รัฐมนตรีพลังงาน ยอมรับว่าการผลิตเบนซินจะได้รับผลกระทบระยะหนึ่ง แม้น้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานยังผลิตได้ในระดับลดลงเพื่อความปลอดภัย

  • ลดกำลังการผลิตเบนซิน 10% ของประเทศ
  • ราคาน้ำมันในตลาดสปอตพุ่งสูง
  • กระทบรัฐวิกตอเรียหนักสุด เนื่องจากโรงกลั่นผลิตเชื้อเพลิงกว่าครึ่งของรัฐ
  • ซ้ำเติมวิกฤตจากสงครามอิหร่านที่ทำให้อุปทานน้ำมันโลกตึงตัว

มาตรการรับมือจากรัฐบาลและบริษัท

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี เตือนถึงภาวะอุปทานน้ำมันที่ยืดเยื้อ รัฐบาลทำข้อตกลงกับผู้จัดจำหน่ายใหญ่如 Ampol และ Viva Energy เพื่อควบคุมราคาขายปลีกไม่ให้พุ่งสูงเกินไป นอกจากนี้ หน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมตรวจสอบคุณภาพอากาศและน้ำรอบพื้นที่แล้ว พบไม่มีสารปนเปื้อนอันตราย และยกเลิกคำเตือนให้ประชาชนหลบภัยแล้ว

สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบออสเตรเลีย แต่ยังสะท้อนปัญหาพลังงานโลก โดยเฉพาะเมื่อสงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาเบนซินในออสเตรเลียอาจเพิ่มอีก 20-30 เซนต์ต่อลิตรในสัปดาห์หน้า

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลียครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการกลั่นน้ำมันในประเทศน้อยลง เราควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันในไทยด้วย หากคุณเป็นเจ้าของรถหรือธุรกิจขนส่ง แนะนำให้สำรองเชื้อเพลิงไว้ล่วงหน้าและติดตามข่าวสารพลังงานจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อวางแผนการเงินให้ดี

CTA: สมัครรับข่าวสารอัปเดตวิกฤตพลังงานโลกฟรีทางอีเมลของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 16 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 16 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ใช้รถทุกคัน วันนี้วันที่ 16 เมษายน 2569 เรามาอัปเดตราคาน้ำมันล่าสุดกันเลยดีกว่าครับ ว่าปั๊มน้ำมันหลักๆ อย่าง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ ปรับราคายังไงบ้าง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่รถบรรทุกและแท็กซี่นิยมใช้ รวมถึงน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์สำหรับรถยนต์ทั่วไป ราคาลิตรละกี่บาท เช็คได้ที่นี่เลย!

ราคาน้ำมันในไทยมักปรับเปลี่ยนทุกวันศุกร์หรือตามสถานการณ์โลก เช่น ราคาน้ำมันดิบ Brent หรือ WTI ที่ผันผวน ค่าเงินบาทอ่อนลงก็ทำให้ราคาขึ้นได้ครับ นอกจากนี้ยังมีภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมันมาลดชดเชย วันนี้ราคาดูจะนิ่งๆ แต่บางชนิดอย่างพรีเมียมยังแพงอยู่ มาดูรายละเอียดกันครับ จะได้วางแผนเติมน้ำมันให้คุ้มค่า

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 16 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

นี่คือสรุปรราคาน้ำมันหลักๆ จากทุกปั๊ม ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันนิดหน่อยตามพื้นที่

ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินหลักๆ วันนี้

  • ดีเซล B20: 37.40 บาท/ลิตร (ส่วนใหญ่)
  • ดีเซลธรรมดา: 44.40 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.58 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 16 เมษายน 2569

บางจากมีน้ำมัน GSH EVO series ที่เพิ่มสารช่วยเครื่องยนต์ ให้เครื่องนุ่มและประหยัดน้ำมันขึ้นครับ

  • ดีเซล B20: 37.40 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 44.40 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 66.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97: 56.54 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.89 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.95 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.58 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 16 เมษายน 2569

ปตท. หรือ PTT Station มีตัวเลือกหลากหลาย รวมถึงซูเปอร์พาวเวอร์ที่เหมาะสำหรับรถสปอร์ต

  • ดีเซล B20: 37.40 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 44.40 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.89 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.95 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.58 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.95 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.54 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 66.30 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 52.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 16 เมษายน 2569

เชลล์เด่นเรื่อง V-Power ที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องยนต์ ลดเขม่า เหมาะสำหรับคนขับไกล

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 36.45 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 42.83 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 43.45 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 44.40 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 67.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 16 เมษายน 2569

พีที หรือ PT มีโปรโมชั่นบ่อยๆ ราคาแข่งขันได้

  • ดีเซล: 44.40 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.58 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 53.04 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 16 เมษายน 2569

ซัสโก้ราคาใกล้เคียงคู่แข่ง มีปั๊มกระจายทั่วประเทศ

  • ดีเซล: 44.40 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.69 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.58 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 16 เมษายน 2569

คาลเท็กซ์มีเทครอนช่วยเคลือบเครื่องยนต์ ลดแรงเสียดทาน

  • โกลด์ 95 เทครอน: 56.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.58 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 44.40 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 66.80 บาท/ลิตร

สรุปวันนี้ราคาน้ำมันดีเซล B20 ถูกสุดที่ 37.40 บาท เหมาะสำหรับรถใหญ่ แก๊สโซฮอล์ E20 ก็ถูก 35.95 บาท ประหยัดสุดสำหรับรถที่รองรับเอทานอล มุมมองผมนะครับ ราคาน่าจะนิ่งไปสักพักถ้าตลาดโลกไม่ปั่น แต่แนะนำตรวจสอบก่อนเติมเพราะบางพื้นที่อาจต่าง ติดตามอัปเดตราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ได้ที่นี่เลย สะดวกมาก!

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 16 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายค่าเสียหาย 2.7 แสนล้านดอลลาร์

อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายค่าเสียหายการโจมตี 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดเจรจารอบใหม่ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นจุดสนใจของนานาชาติในขณะนี้ หลังจากเกิดความขัดแย้งรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง อิหร่านประกาศชัดเจนว่าต้องได้รับการชดเชยก่อนจึงจะยอมนั่งโต๊ะเจรจาครั้งใหม่ สิ่งนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสถานการณ์โลก?

อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายค่าเสียหายการโจมตี 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดเจรจารอบใหม่

วันที่ 16 เมษายน 2569 นายฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี โฆษกรัฐบาลอิหร่าน ได้ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต้องรับผิดชอบจ่ายเงินชดเชยความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการโจมตีที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มูลค่ารวมสูงถึง 270,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9.7 ล้านล้านบาทไทย

ความเสียหายครั้งนี้ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่านหลายด้าน ซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นฟูได้ โฆษกฯ เน้นย้ำว่าประเทศกำลังเผชิญข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่

รายละเอียดความเสียหายจากการโจมตี

โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่:

  • โรงงานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ: หยุดชะงักการผลิต ส่งผลต่อรายได้หลักของชาติ
  • โรงงานปิโตรเคมี โรงถลุงเหล็กและอะลูมิเนียม: เครื่องจักรเสียหายหนัก ต้องนำเข้าชิ้นส่วนใหม่
  • ฐานทัพทหาร สะพาน ท่าเรือ และระบบรถไฟ: ถูกทำลายบางส่วน ส่งผลต่อการขนส่งและความมั่นคง
  • มหาวิทยาลัย โรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำทะเล โรงพยาบาล โรงเรียน และบ้านเรือนประชาชน: ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ทำให้ชีวิตประชาชนลำบาก
  • อุตสาหกรรมการบิน: เครื่องบินพลเรือนอย่างน้อย 60 ลำไม่สามารถใช้งานได้ โดย 20 ลำถูกทำลายสนิท สายการบินสูญเสียรายได้มหาศาล โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่เปอร์เซีย

นอกจากนี้ อิหร่านยังกล่าวหาประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค 5 ประเทศว่าเป็นฐานโจมตี และเสนอให้เก็บภาษีจากเรือสินค้าที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อนำเงินมาชดเชย

สถานการณ์การเจรจาและข้อเรียกร้องของอิหร่าน

ประเด็นอิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายค่าเสียหายการโจมตี 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดเจรจารอบใหม่ ได้ถูกหยิบยกในการเจรจาล่าสุดที่ปากีสถานเมื่อสัปดาห์ก่อน และจะเป็นเงื่อนไขหลักในการพูดคุยครั้งต่อไป นายเอบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภา ยังเตือนว่าข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ไม่ควรขยายเวลา สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องยอมรับสิทธิอิหร่านในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ มิเช่นนั้นสงครามอาจปะทุอีก

การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่สะท้อนถึงความเดือดร้อนของประชาชนอิหร่านที่ต้องเผชิญทั้งความสูญเสียทางกายภาพและเศรษฐกิจ ท่ามกลาง санкцииจากนานาชาติที่ยืดเยื้อมานาน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและภูมิภาค

ความขัดแย้งครั้งนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมัน 20% ของโลก อาจถูกปิดกั้น หากเจรจาไม่สำเร็จ ประเทศในอ่าวเปอร์เซียและยุโรปต่างกังวลกับห่วงโซ่อุปทานที่อาจขาดตอน

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การเจรจารอบใหม่จะเป็นโอกาสสำคัญในการลดความตึงเครียด แต่ข้อเรียกร้องค่าเสียหายมหาศาลนี้อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ สหรัฐฯ และอิสราเอลอาจมองว่าเป็นการต่อรองที่ไม่สมเหตุสมผล

ในความเห็นของเรา ข้อเรียกร้องนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านในการปกป้องอธิปไตย แต่เพื่อสันติภาพระยะยาว ทุกฝ่ายควรหาทางออกที่ยั่งยืน คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อิหร่านย้ำ สหรัฐฯ อิสราเอลต้องจ่ายค่าเสียหายการโจมตี 2.7 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนเปิดเจรจารอบใหม่

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 15 เมษายน 2569

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 15 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาเช็คราคาน้ำมันล่าสุดกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ ใครที่กำลังวางแผนเติมน้ำมันดีเซลหรือเบนซินให้รถคันโปรด อย่าพลาดข้อมูลนี้เด็ดขาด เพราะราคาน้ำมันปรับขึ้นลงทุกวันตามสถานการณ์โลก ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ค่าเงินบาทที่ผันผวน หรือนโยบายรัฐบาลเรื่องภาษีและ补贴ต่างๆ ทำให้เราต้องติดตามกันตลอด

สำหรับ อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 15 เมษายน 2569 เราได้รวบรวมข้อมูลจากปั๊มน้ำมันใหญ่ๆ ทุกเจ้า ไม่ว่าจะเป็น ปตท. บางจาก พีที เชลล์ ซัสโก้ และคาลเท็กซ์ ราคาที่แจ้งเป็นราคากลาง ไม่รวมภาษีท้องถิ่นที่อาจต่างกันนิดหน่อยตามพื้นที่ ไปดูกันเลยครับว่าน้ำมันดีเซล B20 ลิตรละกี่บาท แก๊สโซฮอล์ 95 หรือเบนซินโคตรแพงอยู่ที่เท่าไหร่

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 15 เมษายน 2569

ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินล่าสุดจากทุกปั๊ม

โดยรวมแล้ว ราคาน้ำมันดีเซล B20 วันนี้อยู่ที่ประมาณ 37.40 บาทต่อลิตรทั่วปั๊มหลักๆ ส่วนดีเซลธรรมดาและไฮดีเซลอยู่ราว 44.40 บาท ถือว่ายังนิ่งๆ แต่กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้นเล็กน้อยตามราคาน้ำมันโลกที่พุ่ง หากคุณขับรถกระบะหรือรถบรรทุก แนะนำดีเซล B20 ครับ ผสมไบโอดีเซล 20% ช่วยลดฝุ่น PM2.5 และประหยัดด้วย

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 15 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 66.80 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 56.54 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 15 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.40 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 66.30 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 15 เมษายน 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.45 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.83 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.45 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 67.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 15 เมษายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 53.04 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 15 เมษายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.69 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 15 เมษายน 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.58 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 44.40 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 66.80 บาท/ลิตร

เห็นไหมครับว่าราคาน้ำมันวันนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกันระหว่างปั๊มต่างๆ โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ E20 ที่ถูกสุดประมาณ 35.95-36.45 บาท เหมาะสำหรับรถที่รองรับเอทานอล ถ้าคุณขับรถเก๋งทั่วไป ลองเลือก GSH95 หรือแก๊สโซฮอล์ 95 ครับ เครื่องยนต์นุ่มนวล ประหยัดน้ำมันยาวๆ ส่วนพรีเมียมอย่าง V-Power หรือเทครอน แพงหน่อยแต่เครื่องดีขึ้นจริง

เคล็ดลับจากเรา: เติมน้ำมันช่วงเช้าหรือดึกที่ปั๊มไม่แออัด จะได้โปรโมชั่นบัตรเครดิตหรือแต้มสะสมเพิ่ม แถมราคาอาจมีปรับพิเศษ ติดตาม อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 15 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร และวันถัดไปได้ที่นี่เลยนะครับ กดแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วย!

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ สุดท้ายนี้ จากแนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่กำลังขึ้น แนะนำวางแผนงบเติมน้ำมันให้ดี และพิจารณารถ EV ในอนาคตเพื่อประหยัดระยะยาวครับ

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 15 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

“สีหศักดิ์” เผยอาเซียนเรียกร้องสหรัฐฯเร่งข้อตกลง

“สีหศักดิ์” เผยอาเซียน เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างมาก หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะล้อมช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานที่อาจยืดเยื้อ

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันที่ 13 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้แถลงหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยย้ำว่าอาเซียนห่วงใยการเจรจาที่อิสลามาบัดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่ยังไม่คืบหน้า แม้สถานการณ์จะซับซ้อน แต่ทุกฝ่ายต้องใช้外交เพื่อแก้ไข

“สีหศักดิ์” เผยอาเซียน เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า อาเซียนเรียกร้องให้สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านเร่งหาข้อตกลงเพื่อนำไปสู่สันติภาพ โดยเฉพาะหลังข่าวลือว่าสหรัฐฯอาจปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งจะยกระดับความตึงเครียดและนำไปสู่ความขัดแย้งที่ใหญ่ขึ้น อาเซียนและประชาคมโลกไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ จึงย้ำให้ทุกฝ่ายมุ่งสู่การเจรจา ลดความรุนแรง และสร้างกลไกสันติภาพระยะยาว นอกจากนี้ ยังยืนยันหลักการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบที่มีความสำคัญยิ่ง

ผลกระทบต่ออาเซียนจากวิกฤตพลังงาน

“สีหศักดิ์” เผยอาเซียน เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว ที่จะกระทบความมั่นคงพลังงานของทุกประเทศในภูมิภาค ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูง จะทำให้ค่าครองชีพและค่าอาหารเพิ่มขึ้น แม้ตอนนี้อาเซียนยังไม่สามารถร่วมมือเต็มรูปแบบ แต่เป็นโอกาสให้มองระยะยาวในการเสริมสร้างความมั่นคงพลังงาน

  • ขอให้รัฐมนตรีพลังงานอาเซียนประชุมด่วน เพื่อกำหนดมาตรการรูปธรรม เช่น ประเทศผู้ผลิตพลังงานให้ลำดับความสำคัญช่วยเหลือชาติที่ขาดแคลน
  • ร่วมมือพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด แลกเปลี่ยนความรู้ ระดมทุนจากเอกชนและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ
  • เสริมความมั่นคงอาหาร โดยชาติผู้ผลิตสำรองอาหารช่วยเหลือกัน หากเกิดวิกฤตนำเข้า
  • ยกระดับขีดความสามารถอาเซียนในการตอบสนองวิกฤต ตามข้อเสนอเวียดนามเรื่องโครงสร้างการตัดสินใจที่รวดเร็ว

ช่องแคบฮอร์มุชเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ผ่านน้ำมันกว่า 20% ของโลก หากปิดกั้นจะส่งผลกระทบ domino ไปทั่ว หากสหรัฐฯ อิสราเอล อิหร่านไม่เร่งเจรจา ผลกระทบจะยาวนาน อาเซียนซึ่งนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากตะวันออกกลาง จะต้องปรับตัว เช่น ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ลดการใช้พลังงาน และกระจายแหล่งนำเข้า

บทเรียนและแนวทางอนาคตสำหรับอาเซียน

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้อาเซียนเร่งรวมตัว โดยเฉพาะในด้านพลังงานและอาหารที่เราได้เปรียบจากการเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นศักยภาพของอาเซียนในการเป็นกระบวนทัศน์สันติภาพ ในขณะที่โลกเผชิญความขัดแย้ง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ตะวันออกกลางชี้ให้เห็นว่าการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลมีความเสี่ยงสูง อาเซียนควรลงทุนพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้นเพื่อลดผลกระทบในอนาคต คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “สีหศักดิ์” เผยอาเซียน เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว

อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องปลดทรัมป์ บทแก้ไขข้อ 25

อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นข่าวร้อนที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองสหรัฐฯ เมื่อจอห์น เบรนแนน อดีตผู้อำนวยการซีไอเอ ยุคโอบามา ออกโรงเรียกร้องให้ใช้มาตรการพิเศษเพื่อถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากเก้าอี้ประธานาธิบดี

อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 โดยเบรนแนนให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ช่อง CNN อย่างดุเดือด เขาชี้ว่าคำขู่ของทรัมป์ที่จะ “ทำลายอารยธรรมอิหร่าน” เป็นพฤติกรรมที่อันตรายและไม่เหมาะสมกับผู้นำประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในมือ เบรนแนนย้ำชัดว่าทรัมป์ “ขาดความมั่นคงทางจิตใจ” และไม่สมควรเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดอีกต่อไป

ทำไมอดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์

เบรนแนนมองว่าบทแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 25 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2510 (ค.ศ. 1967) ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ มันเปิดช่องให้รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ประกาศว่าประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แล้วส่งต่ออำนาจให้รองประธานาธิบดีชั่วคราว

  • ประธานาธิบดีแสดงพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงความไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
  • รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี 8 ใน 15 คนเห็นชอบ
  • ประธานาธิบดีมีเวลา 4 วันโต้แย้ง หากไม่สามารถ รองฯ ขึ้นบริหาร
  • หากโต้ สภาคองเกรสโหวตภายใน 21 วัน 2 ใน 3 ถอดถอนถาวร

นอกจากเบรนแนนแล้ว ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดโมแครตกว่า 70 คนออกมาเรียกร้องให้ใช้มาตรการนี้เช่นกัน พวกเขามองว่าการขู่ทำลายอิหร่านอาจนำไปสู่สงครามใหญ่และเสี่ยงต่อความมั่นคงโลก

พฤติกรรมของทรัมป์ที่ถูกวิจารณ์หนัก

ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ามีท่าทีรุนแรงต่ออิหร่าน โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ที่อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก ทรัมป์ตอบโต้ด้วยคำขู่ที่รุนแรง ทำให้หลายฝ่ายกังวลเรื่องการตัดสินใจที่ impulsively เบรนแนน ซึ่งเคยทำงานด้านข่าวกรองมานาน ยืนยันว่าพฤติกรรมนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เสี่ยงต่อการกดปุ่มนิวเคลียร์จริงๆ

แม้ทรัมป์จะได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงที่เหนียวแน่น รวมถึงเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ที่ภักดี แต่กระแสเรียกร้องนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างลึกซึ้งในสังคมอเมริกัน

โอกาสสำเร็จของการใช้บทแก้ไขข้อ 25 กับทรัมป์

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความเป็นไปได้ต่ำมาก เพราะต้องอาศัยคณะรัฐมนตรีซึ่งส่วนใหญ่แต่งตั้งโดยทรัมป์เอง และสภาคองเกรสที่รีพับลิกันครองอำนาจ แต่เหตุการณ์นี้คล้ายกับกรณีปี 2021 ที่มีการพูดถึงข้อ 25 หลังเหตุการณ์ Capitol riot แสดงว่ามาตรการนี้ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบอำนาจ

นอกจากนี้ ยังมีประวัติศาสตร์เช่น รอนัลด์ เรแกนที่เคยถูกพิจารณาแต่ไม่เกิดขึ้นจริง สิ่งนี้ทำให้บทแก้ไขข้อ 25 กลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงการกฎหมายและการเมือง

การเมืองสหรัฐฯ ในยุคนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะระหว่างเดโมแครตกับรีพับลิกัน การเรียกร้องของอดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่ผู้นำอาจนำพาประเทศไปสู่หายนะ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาธิปไตยอเมริกันมีกลไกป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่การนำมาใช้ต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง คุณคิดว่าทรัมป์สมควรถูกปลดหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองโลกเพิ่มเติม!

ที่มา – อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ ทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ สร้างความฮือฮาและความกังวลไปทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดพลังงานที่กำลังตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ เมื่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงหลักของโลก พุ่งทะยานขึ้นกว่า 8% สู่ระดับ 102 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ก็ไม่แพ้กัน ปรับขึ้นไปแตะ 104 ดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศจะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีน้ำมันดิบประมาณ 20-30% ของการค้าขายทั่วโลกผ่านจุดนี้ทุกวัน อิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ก็ใช้เส้นทางนี้ในการส่งออก หากสหรัฐฯ ปิดล้อมจริง คาดว่าจะทำให้อุปทานน้ำมันขาดแคลนทันที ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงแบบนี้

ทรัมป์กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures ทางช่อง Fox News ว่า “เราจะไม่ยอมให้อิหร่านทำเงินจากการขายน้ำมันให้กับคนที่พวกเขาชอบ และไม่ขายให้กับคนที่พวกเขาไม่ชอบ มันจะต้องเป็นแบบได้ทั้งหมดหรือไม่ได้เลย” คำพูดนี้จุดชนวนความกลัวในตลาดทันที นักลงทุนต่างรีบซื้อสัญญาน้ำมันล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เตรียมดำเนินการปิดล้อม

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ได้ออกแถลงการณ์ว่าจะเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซตามคำสั่งของทรัมป์ ในเวลา 10.00 น. วันจันทร์ตามเวลาสหรัฐฯ หรือประมาณ 21.00 น. ตามเวลาในไทย มาตรการนี้จะบังคับใช้กับเรือทุกลำที่เข้าออกท่าเรืออิหร่านในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน แต่เรือที่ไม่เกี่ยวข้องกับอิหร่านยังผ่านได้ปกติ

อย่างไรก็ตาม แผนการนี้มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอง ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นในสหรัฐฯ ปัจจุบันเฉลี่ย 4.12 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 38% ตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ชาวอเมริกันอาจต้องจ่ายแพงขึ้นอีก หากการปิดล้อมยืดเยื้อ

ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่สหรัฐฯ แต่กระจายไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้ามากกว่า 80% หากราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ คาดว่าราคาน้ำมันในไทยจะทะลุ 45-50 บาทต่อลิตรทันที ส่งผลต่อค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และเศรษฐกิจโดยรวม

มาดูผลกระทบหลักๆ ที่คาดการณ์กัน:

  • ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูง: สถานีบริการน้ำมันทั่วไทยต้องปรับราคาขึ้นตามกลไกตลาดโลก
  • ค่าขนส่งและโลจิสติกส์แพงขึ้น: สินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภทจะมีราคาสูงตาม
  • เงินเฟ้อเร่งตัว: รัฐบาลอาจต้องอุดหนุนน้ำมันเพิ่ม สร้างภาระงบประมาณ
  • ผลดีต่อผู้ผลิตน้ำมัน: ประเทศอย่างซาอุฯ รัสเซีย ได้ประโยชน์จากราคาสูง

ในอดีต ช่องแคบฮอร์มุซเคยถูกขู่อีกหลายครั้ง เช่น ในปี 2019 ที่อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนัก การขู่ปิดล้อมครั้งนี้ของทรัมป์จึงเป็นการยกระดับความตึงเครียดไปอีกขั้น นักวิเคราะห์คาดว่าอาจนำไปสู่การเจรจาใหม่ หรือเลวร้ายกว่านั้นคือการเผชิญหน้า军事

สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดพลังงานโลกที่ขึ้นอยู่กับภูมิรัฐศาสตร์ ผู้บริโภคและธุรกิจควรเตรียมแผนสำรอง เช่น ลดการใช้รถยนต์ หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน หรือติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับตัวทัน

ติดตามข่าวต่างประเทศและอัปเดตเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์ได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ กันนะ!

ที่มา – ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

Scroll to top