ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ ทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ สร้างความฮือฮาและความกังวลไปทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดพลังงานที่กำลังตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ เมื่อราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงหลักของโลก พุ่งทะยานขึ้นกว่า 8% สู่ระดับ 102 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ก็ไม่แพ้กัน ปรับขึ้นไปแตะ 104 ดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศจะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีน้ำมันดิบประมาณ 20-30% ของการค้าขายทั่วโลกผ่านจุดนี้ทุกวัน อิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ก็ใช้เส้นทางนี้ในการส่งออก หากสหรัฐฯ ปิดล้อมจริง คาดว่าจะทำให้อุปทานน้ำมันขาดแคลนทันที ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงแบบนี้

ทรัมป์กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures ทางช่อง Fox News ว่า “เราจะไม่ยอมให้อิหร่านทำเงินจากการขายน้ำมันให้กับคนที่พวกเขาชอบ และไม่ขายให้กับคนที่พวกเขาไม่ชอบ มันจะต้องเป็นแบบได้ทั้งหมดหรือไม่ได้เลย” คำพูดนี้จุดชนวนความกลัวในตลาดทันที นักลงทุนต่างรีบซื้อสัญญาน้ำมันล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เตรียมดำเนินการปิดล้อม

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ได้ออกแถลงการณ์ว่าจะเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซตามคำสั่งของทรัมป์ ในเวลา 10.00 น. วันจันทร์ตามเวลาสหรัฐฯ หรือประมาณ 21.00 น. ตามเวลาในไทย มาตรการนี้จะบังคับใช้กับเรือทุกลำที่เข้าออกท่าเรืออิหร่านในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน แต่เรือที่ไม่เกี่ยวข้องกับอิหร่านยังผ่านได้ปกติ

อย่างไรก็ตาม แผนการนี้มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เอง ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นในสหรัฐฯ ปัจจุบันเฉลี่ย 4.12 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เพิ่มขึ้น 38% ตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ชาวอเมริกันอาจต้องจ่ายแพงขึ้นอีก หากการปิดล้อมยืดเยื้อ

ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่สหรัฐฯ แต่กระจายไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้ามากกว่า 80% หากราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ คาดว่าราคาน้ำมันในไทยจะทะลุ 45-50 บาทต่อลิตรทันที ส่งผลต่อค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และเศรษฐกิจโดยรวม

มาดูผลกระทบหลักๆ ที่คาดการณ์กัน:

  • ราคาน้ำมันในประเทศพุ่งสูง: สถานีบริการน้ำมันทั่วไทยต้องปรับราคาขึ้นตามกลไกตลาดโลก
  • ค่าขนส่งและโลจิสติกส์แพงขึ้น: สินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภทจะมีราคาสูงตาม
  • เงินเฟ้อเร่งตัว: รัฐบาลอาจต้องอุดหนุนน้ำมันเพิ่ม สร้างภาระงบประมาณ
  • ผลดีต่อผู้ผลิตน้ำมัน: ประเทศอย่างซาอุฯ รัสเซีย ได้ประโยชน์จากราคาสูง

ในอดีต ช่องแคบฮอร์มุซเคยถูกขู่อีกหลายครั้ง เช่น ในปี 2019 ที่อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนัก การขู่ปิดล้อมครั้งนี้ของทรัมป์จึงเป็นการยกระดับความตึงเครียดไปอีกขั้น นักวิเคราะห์คาดว่าอาจนำไปสู่การเจรจาใหม่ หรือเลวร้ายกว่านั้นคือการเผชิญหน้า军事

สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดพลังงานโลกที่ขึ้นอยู่กับภูมิรัฐศาสตร์ ผู้บริโภคและธุรกิจควรเตรียมแผนสำรอง เช่น ลดการใช้รถยนต์ หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน หรือติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับตัวทัน

ติดตามข่าวต่างประเทศและอัปเดตเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์ได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ กันนะ!

ที่มา – ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: