สหรัฐฯ

ไทยโต้กลับสหรัฐฯ ทันเส้นตาย งัดหลักฐานสู้ปม ม.301

ในสถานการณ์การค้าที่ตึงเครียดระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ล่าสุด ไทยโต้กลับสหรัฐฯ ทันเส้นตาย ด้วยการส่งเอกสารหลักฐานชัดเจนเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาภายใต้มาตรา 301 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Section 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ เรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินและสินค้าแรงงานบังคับ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เตรียมเดินทางด่วนไปหารือกับ USTR (สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ) ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของไทยและป้องกันความเสี่ยงกำแพงภาษีที่อาจตามมา

ไทยโต้กลับสหรัฐฯ ทันเส้นตาย งัดหลักฐานสู้ปม ม.301

กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ส่งคำชี้แจงและเอกสารหลักฐานไปยัง USTR อย่างทันเวลาพอดีในวันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นเส้นตายที่กำหนดไว้ โดยตอบโต้ 2 ประเด็นหลักที่สหรัฐฯ กล่าวหาไทย รองนายกฯ ศุภจี กล่าวอย่างมั่นใจว่า ไทยมีข้อมูลครบถ้วนที่จะพิสูจน์ว่าไม่มีปัญหาตามที่ถูกกล่าวหา

ประเด็นแรก: กำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรมหลัก

สหรัฐฯ เปิดไต่สวน 16 ประเทศ รวมไทย ในประเด็นที่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity) ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า ไทยชี้แจงว่า อุตสาหกรรมเหล่านี้ขยายตัวตามนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้โลคอลคอนเทนต์ หรือวัตถุดิบในประเทศ เพื่อยกระดับสินค้าไทย ไม่ใช่การผลิตเกินจำเป็น และไม่ใช่ช่องทางผ่านสินค้าจากประเทศอื่นเพื่อเลี่ยงภาษี

  • ยานยนต์และชิ้นส่วน: การส่งเสริมการผลิตในประเทศช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดแข่งขัน
  • ผลิตภัณฑ์ยาง: ไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ แต่เน้นคุณภาพและมาตรฐานสากล
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า: การลงทุนจากเอกชนภายใต้นโยบาย BOI ไม่ก่อให้เกิด overcapacity

ประเด็นที่สอง: สินค้าแรงงานบังคับ

สำหรับการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหา 60 ประเทศรวมไทย ไทยยืนยันชัดเจนว่า ไม่ได้นำเข้าสินค้าดังกล่าวเลย โดยมีเอกสารตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่โปร่งใส ไทยยังยึดมั่นหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานตาม ILO มาอย่างยาวนาน

นางศุภจี เปิดเผยว่า “มั่นใจในคำชี้แจงของไทย เพราะเราไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ยังต้องลุ้นผลพิจารณา” เธอวางแผนเดินทางไปสหรัฐฯ ต้นเดือนพฤษภาคม เพื่อเจรจาโดยตรงกับ USTR และช่วงกลางเดือน 13 พ.ค. จะส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมอีกครั้ง อาจด้วยการไปพบหน้า หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

หลังจากนั้น USTR จะพิจารณาภายใน 7 วัน และประกาศผล หากแพ้คดี ไทยอาจเจอกำแพงภาษีนำเข้า ซึ่งเชื่อมโยงกับมาตรา 122 ที่จะหมดอายุ 24 ก.ค. 2569 ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมหลัก

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและกลยุทธ์รับมือ

มาตรา 301 เป็นเครื่องมือที่สหรัฐฯ ใช้ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ คล้ายกรณีจีนในอดีต หากไทยรอดพ้น จะเป็นสัญญาณดีต่อนักลงทุน แต่หากไม่ อาจเห็นภาษี 10-15% หรือสูงกว่า ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องปรับตัว เช่น หาตลาดใหม่ในอาเซียน หรือยกระดับเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ไทยยังเร่งเจรจา FTA กับสหรัฐฯ ในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงการค้าดังกล่าว ภาคเอกชนอย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ก็สนับสนุนเต็มที่ โดยเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม

การที่ไทยโต้กลับสหรัฐฯ ทันเส้นตาย แสดงถึงความคล่องตัวของกระทรวงพาณิชย์ ในยุคที่สงครามการค้าระลอกใหม่ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

ในมุมมองของผู้เขียน ไทยมีโอกาสสูงที่จะผ่านด่านนี้ไปได้ เพราะหลักฐานชัดเจนและนโยบายโปร่งใส ลองติดตามผลการเจรจาของศุภจีในเดือนพฤษภาคมนี้ และเตรียมกลยุทธ์รับมือ หากมีอัพเดทใหม่ จะนำมาอัพเดทให้ทราบต่อไป คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้!

ที่มา – ไทยโต้กลับสหรัฐฯ ทันเส้นตาย งัดหลักฐานสู้ปม ม.301 “ศุภจี” เตรียมบินพบ USTR พ.ค. นี้

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะในบริบทของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาหลายสัปดาห์ ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายละเอียดข้อเสนอสำคัญที่ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธอย่างหนักแน่น ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์และประเด็นความมั่นคงในภูมิภาค

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ที่ปากีสถาน ซึ่งเป็นการพูดคุยอันยาวนานระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามได้ ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน โดยระบุว่าเป็น “เส้นแดง” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดไว้อย่างชัดเจน แม้อิหร่านจะเผชิญภาวะสงครามมานาน 6 สัปดาห์ แต่รัฐบาลเตหะรานยังคงยืนกรานท่าทีแข็งกร้าว

รายละเอียดข้อเสนอหลักที่อิหร่านปฏิเสธ

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้เปิดเผยข้อเสนอสำคัญหลายประการที่อิหร่านไม่ยอมรับ ดังนี้

  • ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด: สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านหยุดโครงการนิวเคลียร์ทันที ซึ่งเป็นประเด็นที่อิหร่านเคยปฏิเสธมาโดยตลอด
  • รื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์หลัก: โรงงานที่เสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ต้องถูกรื้อถอนทั้งหมด
  • เก็บกู้แร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง: ปริมาณกว่า 400 กิโลกรัมที่เชื่อว่าถูกฝังไว้ใต้ดิน ต้องถูกจัดการภายใต้การกำกับของนานาชาติ
  • ยอมรับกรอบความร่วมมือด้านสันติภาพ: รวมถึงความมั่นคงและการลดความตึงเครียดกับพันธมิตรในภูมิภาค
  • ยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนก่อการร้าย: เช่น ฮามาส, ฮิซบอลเลาะห์ และกลุ่มฮูตี โดยตัดเงินทุนทั้งหมด
  • เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ: ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือ เพื่อฟื้นฟูการค้าทางทะเล

หลังการเจรจา นาย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ได้ยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดและเป็นข้อเสนอสุดท้ายแล้ว พร้อมเตือนว่าอิหร่านยังมีเวลายอมรับ แม้บรรยากาศการเจรจาจะตึงเครียด แต่ทั้งสองฝ่ายเริ่มมีความเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้นหลังใช้เวลาร่วมกันหลายชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม อิหร่านมองว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ตนเองได้เปรียบ โดยเชื่อว่าสหรัฐฯ กำลังอ่อนแอ แต่ฝั่งทรัมป์และแวนซ์เห็นต่าง พวกเขามองว่าอิหร่านอ่อนแอลงหลังสงครามยืดเยื้อ และล่าสุดสหรัฐฯ ยังประกาศปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันเพิ่มเติม

สถานการณ์หลังการเจรจาและแนวโน้มอนาคต

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน ทำให้เกิดคำถามว่าอิหร่านจะยอมจำนนหรือไม่ ประเด็นนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายเป็นอุปสรรคหลักที่ยากต่อการประนีประนอม สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด โดยสหรัฐฯ ใช้กลยุทธ์ทางทหารและการทูตควบคู่กัน

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการยาวนาน หากอิหร่านไม่ยอมรับ สงครามอาจยืดเยื้อต่อไป ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของปากีสถานในฐานะเจ้าภาพยังช่วยลดความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมือง

เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราสามารถวิเคราะห์ว่าทำไมอิหร่านถึงยืนกราน โดยโครงการนิวเคลียร์ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งอธิปไตย และการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนเป็นเครื่องมือต่อรอง หากสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจและทหาร อิหร่านอาจต้องทบทวนท่าที

ในที่สุด สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของการทูตสมัยใหม่ที่ผสมผสานระหว่างการเจรจาและกำลังทหาร ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะอาจเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลางทั้งหมด

คำแนะนำ: ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง จะช่วยให้เราเข้าใจมุมมองหลากหลายมากขึ้น!

ที่มา – ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ เป็นข่าวที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่สถานการณ์ตึงเครียดมานาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่านอย่าง Tasnim รายงานว่าคณะผู้แทนจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้เริ่มการเจรจาไตรภาคีรอบใหม่แล้ว ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยมีเจ้าหน้าที่ปากีสถานเป็นตัวกลางสำคัญ หลังจากที่การพูดคุยเฟสแรกสิ้นสุดลงไปก่อนหน้านี้

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ

แม้การเจรจาจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่รายงานจากสื่ออิหร่านชี้ว่ายังคงมีความท้าทายสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะ “ข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต” จากฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้การบรรลุข้อตกลงเป็นไปอย่างยากลำบาก Tasnim ระบุว่า “นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของทีมอิหร่านในการหกรอบความร่วมมือร่วมกัน” โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว CNN ของสหรัฐฯ อ้างแหล่งข่าวจากปากีสถานว่า บรรยากาศการเจรจาโดยรวมยังคงเป็นเชิงบวก แต่ติดขัดที่ประเด็นการควบคุมพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก แหล่งข่าวใกล้ชิดทีมอิหร่านบอกกับ CNN ว่าสหรัฐฯ ยื่นข้อเรียกร้องที่ “ไม่อาจยอมรับได้” เกี่ยวกับช่องแคบนี้และประเด็นอื่นๆ

สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญในช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นจุดผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก การควบคุมพื้นที่นี้จึงเป็นประเด็น敏感ที่ทั้งสองฝ่ายไม่ยอมกัน สื่ออิหร่านอื่นๆ อย่าง Mehr และ IRIB ก็รายงานในทิศทางเดียวกัน โดยชี้ว่าสหรัฐฯ ใช้นโยบาย “รุกหนักเกินไป” ในรอบนี้

การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานับสิบปี นับตั้งแต่สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในปี 2561 ทำให้อิหร่านกลับมาเสริมสมรรถนะยูเรเนียม สถานการณ์ล่าสุดยังมีปัจจัยจากสงครามในยูเครนและตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน

  • จุดติดขัดหลัก: ข้อเรียกร้องเกินขอบเขตจากสหรัฐฯ เกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ
  • ประเด็นนิวเคลียร์และการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
  • การแทรกแซงของบุคคลที่สามอย่างปากีสถาน
  • ความไม่ไว้วางใจระหว่างกันจากอดีต

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าหากเจรจาล้มเหลว อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหม่ในภูมิภาค โดยเฉพาะหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจารอบนี้เป็นโอกาสทองในการลดความตึงเครียด หากทั้งสองฝ่ายยอมถอยคนละก้าว โดยเฉพาะสหรัฐฯ ควรลดข้อเรียกร้องที่มากเกินไปเพื่อเปิดทางสู่สันติภาพยั่งยืน

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – สื่ออิหร่านเผย เริ่มเจรจากับสหรัฐฯ รอบใหม่ ยังมีจุดติดขัดสำคัญ

เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน

เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน – นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าการต่อสู้กับอิหร่านยังไม่สิ้นสุด แม้สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเจรจาลับที่ปากีสถานเพื่อยุติความขัดแย้งที่ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เนทันยาฮูได้แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ภาษาฮีบรู โดยระบุว่า “เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน” แต่ยอมรับว่าอิสราเอลได้บรรลุผลลัพธ์ครั้งประวัติศาสตร์แล้ว สุนทรพจน์นี้ยาว 13 นาที มุ่งสื่อสารกับประชาชนชาวอิสราเอลเป็นหลัก ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อมานาน

เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน

ในสุนทรพจน์ดังกล่าว เนทันยาฮูได้สรุปความสำเร็จสำคัญของอิสราเอล โดยเฉพาะการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน เช่น การสังหารผู้นำระดับสูง การทำลายโรงงานนิวเคลียร์ และคลังขีปนาวุธข้ามทวีป เขายังขู่ว่าคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านต้องถูกกำจัด ไม่ว่าจะด้วยข้อตกลง外交หรือ “วิธีอื่น”

“อิหร่านกำลังอ้อนวอนขอหยุดยิง” เนทันยาฮูกล่าว “ระบอบแห่งความหวาดกลัวนี้เริ่มอ่อนแอ พวกเขาต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด” คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความมั่นใจของผู้นำอิสราเอล ท่ามกลางข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปากีสถาน ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ผลสำรวจเผยชาวอิสราเอลไม่เชื่อว่าชนะสงคราม

อย่างไรก็ตาม แม้เนทันยาฮูจะอวดอ้างชัยชนะ แต่ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนพบว่า ชาวอิสราเอลส่วนใหญ่ (กว่า 60%) ไม่เชื่อว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ เป็นฝ่ายชนะสงครามกับอิหร่าน สาเหตุหลักมาจากความสูญเสียทางชีวิตและเศรษฐกิจที่หนักหน่วง สงครามครั้งนี้เริ่มต้นจากความตึงเครียดเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และขยายวงไปยังกลุ่มพันธมิตรอย่างฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังประกาศอนุมัติการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนที่กรุงวอชิงตันสัปดาห์หน้า โดยยืนกรานว่าข้อตกลงต้องรวมการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์อย่างสมบูรณ์ และต้องเป็น “สันติภาพที่ยั่งยืนหลายชั่วอายุคน”

บริบทความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านยืดเยื้อมาเกือบทศวรรษ โดยอิสราเอลมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามหลักจากโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย สงครามล่าสุดลุกลามหลังจากอิหร่านโจมตีฐานทัพอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับพันและทำลายโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก

  • ความสำเร็จของอิสราเอล: สังหารนายพลอิหร่าน 5 คน
  • ทำลายนิวเคลียร์: โจมตีโรงงานนาตันซ์และฟอร์โดว์
  • ขีปนาวุธ: ทำลายคลังกว่า 70% ของอิหร่าน
  • ผลกระทบเศรษฐกิจ: น้ำมันโลกพุ่งสูง ส่งผลต่อราคาพลังงานทั่วโลก

การเจรจาที่ปากีสถานถือเป็นความหวังใหม่ โดยมีจีนและรัสเซียเป็นตัวกลาง แต่เนทันยาฮูย้ำว่าอิสราเอลจะไม่ยอมให้อิหร่านฟื้นตัว

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าหากเจรจาล้มเหลว สงครามอาจลุกลามสู่ระดับภูมิภาคเต็มรูปแบบ สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีไบเดน กดดันให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเพื่อป้องกันวิกฤตมนุษยธรรม

ในมุมมองของผู้เขียน สุนทรพจน์ของเนทันยาฮูเป็นกลยุทธ์เพื่อเสริมขวัญกำลังใจประชาชน แต่ความจริงแล้ว ภารกิจต้านอิหร่านยังห่างไกลจากจุดจบ การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญ หากประสบความสำเร็จ อาจนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาคได้ ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน

อิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์

อิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ แล้ว! ข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองโลก เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศยอมรับข้อเสนอหยุดยิงตามรอยสหรัฐฯ และอิสราเอล หากการโจมตีหยุดลง สิ่งนี้จะช่วยคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และส่งผลดีต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก

อิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 หรือ 8 เม.ย. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า อิหร่านพร้อมตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หากฝ่ายตรงข้ามยุติการโจมตีต่ออิหร่านทันที และในช่วงเวลาดังกล่าว ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้เรือสินค้าผ่านได้อย่างปลอดภัย

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน โดยจัดการขนส่งน้ำมันดิบราว 20-30% ของโลก หากปิดกั้นจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ล่าสุดการประกาศอิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ จึงเป็นสัญญาณบวกที่นักวิเคราะห์จับตา

เงื่อนไขและรายละเอียดการเปิดช่องแคบ

นายอารักชีย้ำชัดว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบจะต้องประสานงานกับกองทัพอิหร่านอย่างใกล้ชิด และคำนึงถึงข้อจำกัดทางเทคนิคที่เหมาะสม เช่น การตรวจสอบความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นอกจากนี้ รัฐมนตรีอิหร่านยังขอบคุณนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ และผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน อาซิม มุนีร์ ที่ช่วยผลักดันให้ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศหยุดยิงครั้งนี้

สภาความมั่นคงอิหร่านประกาศชัยชนะ

ขณะเดียวกัน สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านออกแถลงการณ์เฉลิมฉลองชัยชนะ โดยอ้างว่าสามารถบีบให้สหรัฐฯ ยอมรับ “แผนการ 10 ข้อ” ของอิหร่านได้สำเร็จ แผนดังกล่าวเน้นประเด็นพื้นฐาน เช่น

  • การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นระเบียบ ภายใต้การประสานงานของกองทัพอิหร่าน
  • การรับประกันความมั่นคงทางทะเลสำหรับเรือพาณิชย์
  • การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน
  • การยอมรับบทบาทของอิหร่านในภูมิภาค
  • ข้อตกลงแบ่งปันทรัพยากรพลังงาน

สิ่งเหล่านี้จะยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ของอิหร่านให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญมองว่า แผน 10 ข้อนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่อาจนำไปสู่สันติภาพยั่งยืน หากทั้งสองฝ่ายยึดมั่น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

การที่อิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ จะช่วยลดความเสี่ยงราคาน้ำมันผันผวน ซึ่งไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 80% หากช่องแคบเปิดเต็มรูปแบบ คาดว่าราคาน้ำมันในประเทศจะนิ่งลง ส่งผลดีต่อผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม นักลงทุนน้ำมันทั่วโลกต่างโล่งใจ เพราะก่อนหน้านี้ราคาพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหยุดยิง 2 สัปดาห์เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ต้องติดตามการเจรจาต่อรองระยะยาว เพื่อป้องกันการปะทะซ้ำ ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางยังคงซับซ้อน โดยมีอิสราเอล สหรัฐฯ และกลุ่มพันธมิตรอาหรับเป็นตัวแปรสำคัญ

สรุปแล้ว การประกาศครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสู่ความสงบสุข คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – อิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2 เป็นข่าวร้ายที่สะเทือนใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายตามเวลาท้องถิ่นบนเกาะคาไว รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา เฮลิคอปเตอร์ลำนี้กำลังพานักท่องเที่ยวชมวิวสวยงามของชายฝั่งนาปาลี แต่กลับประสบอุบัติเหตุร้ายแรง พุ่งตกกระแทกชายหาด Kalalau Beach ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2: รายละเอียดเหตุการณ์

จากรายงานของหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยประจำเกาะคาไว เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวบรรทุกนักบิน 1 คนและผู้โดยสาร 4 คน รวมทั้งหมด 5 คนบนเครื่อง ขณะที่เครื่องกำลังบินต่ำเพื่อให้ผู้โดยสารได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของหน้าผาสูงชัน ชายหาดสีขาว และน้ำตกที่ไหลรินตามชายฝั่งนาปาลี ซึ่งเป็นพื้นที่ทุรกันดารที่เข้าถึงได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งของฮาวาย

หลังเกิดเหตุ ทีมกู้ภัยรีบเข้าช่วยเหลือทันที ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายถูกนำส่งโรงพยาบาล Wilcox Medical Center เพื่อรับการรักษาอาการบาดเจ็บ ซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียดอาการล่าสุด เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุอาจมาจากปัญหาเครื่องยนต์หรือสภาพอากาศ แต่ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดจากสำนักงาน FAA (Federal Aviation Administration)

บริษัทผู้ดำเนินการและประวัติความปลอดภัย

เฮลิคอปเตอร์ลำนี้อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท Airborne Aviation ซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวชื่อดังในฮาวาย โดยให้บริการทัวร์เฮลิคอปเตอร์ชมวิวเกาะคาไวมานานหลายปี การนั่งเฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะสามารถเห็นมุมมองที่สวยงามแบบ 360 องศา โดยเฉพาะบริเวณ Na Pali Coast ที่มีหน้าผาสูงกว่า 1,200 เมตร และชายหาดที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา

  • จำนวนผู้เสียชีวิต: 3 ราย (รวมนักบินและผู้โดยสาร)
  • ผู้บาดเจ็บ: 2 ราย ส่งโรงพยาบาลทันที
  • สถานที่: Kalalau Beach, Na Pali Coast, เกาะคาไว
  • บริษัท: Airborne Aviation
  • กิจกรรม: ทัวร์นำเที่ยวทางอากาศ

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามถึงความปลอดภัยของกิจกรรมนำเที่ยวทางอากาศในฮาวาย ซึ่งในอดีตเคยมีอุบัติเหตุคล้ายๆ กันเกิดขึ้นหลายครั้ง เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ท้าทายและลมแรงตามชายฝั่ง

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวฮาวาย

ฮาวายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะเกาะคาไวที่ได้ฉายาว่า “Garden Isle” จากความเขียวขจีและธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบ ทัวร์เฮลิคอปเตอร์เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่สร้างรายได้มหาศาลให้เศรษฐกิจท้องถิ่น แต่หลังจาก เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2 นี้ คาดว่าทางการจะเพิ่มมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบรีวิวและใบอนุญาตของบริษัทก่อนจองทัวร์ รวมถึงเลือกช่วงเวลาที่อากาศดีเพื่อลดความเสี่ยง นอกจากนี้ การเดินเท้าหรือล่องเรือก็เป็นทางเลือกอื่นที่ปลอดภัยกว่าในการสำรวจ Na Pali Coast

เหตุการณ์นี้เตือนใจให้เราตระหนักถึงความเสี่ยงในการผจญภัยสุดขั้ว แม้ฮาวายจะสวยงามแค่ไหน แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน หากคุณมีประสบการณ์ทัวร์เฮลิคอปเตอร์ในฮาวาย แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวคนอื่นได้ประโยชน์จากข้อมูลจริงๆ

ที่มา – เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2

ฮาวายอ่วม เผชิญน้ำท่วมใหญ่สุดรอบ 20 ปี ต้องอพยพคนครึ่งหมื่น

ฮาวายอ่วม เผชิญน้ำท่วมใหญ่สุดรอบ 20 ปี ต้องอพยพคนครึ่งหมื่น สถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวฮาวาย เมื่อพายุตามฤดูกาล “โคนา โลว์” ถล่มหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ ทางการต้องรีบสั่งอพยพประชาชนกว่า 5,500 คน เพื่อความปลอดภัย แต่โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

ฮาวายอ่วม เผชิญน้ำท่วมใหญ่สุดรอบ 20 ปี ต้องอพยพคนครึ่งหมื่น

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. 2569 (ค.ศ. 2026?) ฝนตกหนักต่อเนื่องจากพายุโคนา โลว์ลูกที่ 2 ในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้ระดับน้ำในเกาะโออาฮูและพื้นที่ใกล้เคียงพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว นายริก บลันจิอาร์ดี นายกเทศมนตรีเมืองโฮโนลูลู เปิดเผยว่ามีผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้วกว่า 230 ราย และคาดว่าความเสียหายรวมอาจสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สาเหตุหลักจากพายุโคนา โลว์

พายุโคนา โลว์ เป็นปรากฏการณ์ตามฤดูหนาวที่เกิดขึ้นทางตะวันตกของหมู่เกาะฮาวาย มักนำฝนหนัก น้ำท่วม ลมแรง และหิมะบนยอดเขา สรุปปีละ 1-3 ครั้ง แต่ครั้งนี้รุนแรงเป็นพิเศษ ทำให้เขื่อนในเกาะโออาฮูเสี่ยงพังทลาย นายกเทศมนตรีเตือนประชาชนให้ “ดูแลตัวเองและเฝ้าระวังอย่างจริงจัง”

นายจอช กรีน ผู้ว่าการรัฐฮาวาย ยืนยันยังไม่มีผู้เสียชีวิต ชื่นชมทีมกู้ภัยที่ทำงานหนัก น้ำท่วมพัดบ้านเรือน รถยนต์ลอยตามน้ำ ถนนหลายสายปิด สนามบิน โรงเรียน โรงพยาบาลเสียหายหนัก

ผลกระทบและมาตรการรับมือ

  • อพยพด่วน: 5,500 คนทางตอนเหนือโฮโนลูลู
  • เตือนน้ำท่วม: เกาะเมาอี โมโลไก บิ๊กไอแลนด์
  • ปิดบริการ: ถนน สนามบิน โรงเรียน
  • ความเสียหาย: มูลค่ามหาศาล กระทบโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด

สำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินโฮโนลูลู ออกประกาศเตือนน้ำท่วมฉับพลันหลายครั้ง กระตุ้นให้ย้ายไปพื้นที่สูง หลีกเลี่ยงโซนเสี่ยง แม้จุดพีคผ่านไป แต่ฝนยังตกหนักจนต้นสัปดาห์หน้า

บทเรียนจากน้ำท่วมฮาวายครั้งนี้

เหตุการณ์ ฮาวายอ่วม เผชิญน้ำท่วมใหญ่สุดรอบ 20 ปี ต้องอพยพคนครึ่งหมื่น ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของเกาะร้อนต่อภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้พายุรุนแรงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าฮาวายอาจเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยขึ้นในอนาคต ชาวบ้านควรมีแผนเผชิญภัยส่วนตัว เช่น เตรียมเสบียง ฟังประกาศเตือน และรู้จุดอพยพ

จากประสบการณ์ครั้งนี้ เราเห็นการตอบสนองที่รวดเร็วของทางการ ซึ่งช่วยลดความสูญเสียได้มาก หากเทียบกับน้ำท่วมครั้งก่อนๆ ในอดีต นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทั่วโลกหันมาสนใจการเตรียมพร้อมรับมือ climate change ที่กำลังทวีความรุนแรง

สำหรับคนไทยที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวฮาวาย ควรติดตามข่าวสภาพอากาศก่อนเดินทางเสมอ และเลือกช่วงฤดูที่ปลอดภัย หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ ลองตรวจสอบแผนรับมือของท้องถิ่นดูนะครับ มันอาจช่วยชีวิตได้จริงๆ

ติดตามข่าวภัยพิบัติและเคล็ดลับป้องกันตัวเองได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ฮาวายอ่วม เผชิญน้ำท่วมใหญ่สุดรอบ 20 ปี ต้องอพยพคนครึ่งหมื่น

อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก

อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางให้รุนแรงยิ่งขึ้น สื่ออิหร่านรายงานว่ามีการโจมตีแหล่งสำคัญอย่างเซาท์ พาร์ส ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดในโลก

อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก

เมื่อวันพุธที่ 18 มี.ค. 2569 สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีพื้นที่ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติหลายแห่ง รวมถึงแหล่งเซาท์ พาร์สที่ใหญ่ที่สุดในโลก เหตุการณ์นี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านกำลังประเมินความเสียหายอย่างเร่งด่วน

นอกจากเซาท์ พาร์สแล้ว เมืองอัสซาลูเยห์ซึ่งเป็นศูนย์กลางโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมีหลายแห่งก็ถูกโจมตีเช่นกัน สำนักข่าวฟารส์ ซึ่งใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รายงานเสียงระเบิดรุนแรงจากโรงกลั่นหลายจุด แทงก์เก็บน้ำมันและพื้นที่ผลิตก๊าซถูกทำลาย

ผลกระทบจากการโจมตีแหล่งเซาท์ พาร์ส

เซาท์ พาร์สเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน โดยเชื่อมโยงกับนอร์ท ฟิลด์ของกาตาร์ หากความเสียหายรุนแรง อาจกระทบอุปทานก๊าซทั่วโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นทันที เจ้าหน้าที่อิหร่านย้ายพนักงานไปพื้นที่ปลอดภัยและเร่งดับไฟที่ลุกไหม้

  • โจมตีครั้งแรกที่แหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซโดยตรง
  • รวมเซาท์ พาร์สและอัสซาลูเยห์
  • สหรัฐฯ-อิสราเอลประสานงานกัน
  • อิหร่านขู่อย่างหนัก หลังข้าม “เส้นแดง”

แหล่งข่าวอิสราเอลยืนยันกับ CNN ว่ามีการโจมตีโรงงานในอัสซาลูเยห์ และเซาท์ พาร์สโดยร่วมมือกับสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัตซ์ ประกาศยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน

สื่ออิหร่านเตือนว่าการกระทำนี้ข้ามเส้นแดง และมอบ “ไพ่ตาย” คือการล้างแค้นให้อิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนให้ชาวอ่าวเปอร์เซียหลีกเลี่ยงแหล่งพลังงานของซาอุฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์

โฆษกกระทรวงต่างประเทศกาตาร์ มาเจด อัล-อันซารี เรียกการโจมตีเซาท์ พาร์สว่า “ย่างก้าวอันตรายและขาดความรับผิดชอบ” เพราะกระทบพื้นที่ร่วมกัน สถานการณ์นี้อาจลุกลามเป็นสงครามภูมิภาค ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ผันผวน

เหตุการณ์อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก เกิดหลังอิสราเอลโจมตีคลังเชื้อเพลิงสัปดาห์ก่อน แสดงถึงการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าอาจนำไปสู่การตอบโต้จากกลุ่มพันธมิตรอิหร่าน เช่นฮูติหรือเฮซบอลเลาะห์

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงกระทบอิหร่าน แต่ยังเสี่ยงต่อเสถียรภาพตลาดน้ำมันโลก ซึ่งไทยเองก็พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงสำคัญ

คุณคิดว่าการโจมตีนี้จะนำไปสู่อะไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ที่มา – อิหร่านโวย สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีแหล่งผลิตน้ำมัน-ก๊าซฯ ครั้งแรก

ปธน.คิวบาประกาศกร้าวต้านทานสหรัฐบุก

ปธน.คิวบาประกาศกร้าวต้านทานสหรัฐบุก สร้างความตึงเครียดในเวทีการเมืองโลกอีกครั้ง เมื่อมิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ถาโถมเข้าหาเกาะคาริบเบียนแห่งนี้

ปธน.คิวบาประกาศกร้าวต้านทานสหรัฐบุก

มิเกล ดิอัซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างดุเดือด โดยยืนยันว่ารัฐบาลคิวบาจะไม่ยอมให้ใครรุกล้ำอธิปไตย หากสหรัฐฯ คิดบุกยึด พวกเขาจะต้องเผชิญการต้านทานสุดกำลังจากประชาชนคิวบาทุกคน การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังทรัมป์ส่งสัญญาณชัดเจนในการสัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาวเมื่อ 16 มี.ค. ว่าเขาพร้อม “จัดการ” กับคิวบาที่กำลังอ่อนแอ

ปธน.คิวบาประกาศกร้าวต้านทานสหรัฐบุก: พื้นหลังความขัดแย้ง

ความขัดแย้งปะทุจากนโยบายกดดันของทรัมป์ที่มีต่อคิวบามาตั้งแต่แรก ทรัมป์เคยกล่าวว่าคิวบาคือปัญหาที่เขาได้ยินมาตลอดชีวิต และตอนนี้ถึงเวลาที่สหรัฐฯ ต้องลงมือ ไม่ว่าจะในฐานะผู้ปลดปล่อยหรือยึดครอง นอกจากนี้ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เชื้อสายคิวบา ยังวิจารณ์มาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจล่าสุดของคิวบาว่า “ยังไม่พอ” ต้องปฏิรูปตลาดเสรีเต็มรูปแบบ

ดิอัซ-กาเนล โพสต์ผ่าน X (ทวิตเตอร์) ว่า “ไม่ว่าจะสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน คิวบาจะต้านทานผู้รุกรานสุดกำลัง” ขณะที่อุปทูตคิวบาที่วอชิงตัน ชี้ว่าคิวบาเปิดรับลงทุนแต่ไม่ยอมเจรจาเรื่องระบอบปกครอง

วิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจคิวบา

คิวบากำลังเผชิญวิกฤตหนัก ระบบไฟฟ้าล่มทั่วประเทศเมื่อ 16 มี.ค. หลังสูญเสียน้ำมันจากเวเนซุเอลา ซึ่งถูกสหรัฐฯ โค่นล้มนิโคลัส มาดูโร ในเดือนมกราคม เส้นทางทะเลถูกปิดกั้น ทำให้ขาดเชื้อเพลิงอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้กู้ไฟฟ้าได้ 2/3 ในวันถัดมา แต่ประชาชนยังลำบาก

  • ไฟดับยาวนาน ทำให้อาหารเน่าเสีย
  • ราคาสินค้าพุ่งสูง ชาวคิวบาเคยชินกับชีวิตไร้ไฟ
  • ระบบผลิตไฟฟ้าเก่าแก่ ขาดน้ำมัน

ซ้ำเติมด้วยแผ่นดินไหว 5.8 ริกเตอร์นอกชายฝั่ง 17 มี.ค. สร้างความตื่นตระหนกเพิ่ม

ประวัติศาสตร์และอนาคตความสัมพันธ์สหรัฐ-คิวบา

ความสัมพันธ์สหรัฐ-คิวบามีรากเหง้าจากการปฏิวัติ 1959 ของฟิเดล คาสโตร สหรัฐเคยบุกอ่าวหมูปี 1961 ล้มเหลว ปัจจุบันทรัมป์กลับมาใช้นโยบายกดดันหลังโอบามาเปิดสัมพันธ์ คิวบายังคงยึดอุดมการณ์สังคมนิยม ท่ามกลางการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจยาวนาน

ปธน.คิวบาประกาศกร้าวต้านทานสหรัฐบุกนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลฮาวานา แม้เศรษฐกิจย่ำแย่ แต่ประชาชนพร้อมปกป้องแผ่นดิน หากสหรัฐบุกจริง อาจนำไปสู่ความขัดแย้งใหญ่ในลาตินอเมริกา

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความตึงเครียดยังไม่คลาย การเจรจาคือทางออกที่ดีที่สุด คุณคิดว่าสหรัฐฯ จะบุกจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – ปธน.คิวบาประกาศกร้าว พร้อมต้านทานสุดกำลังหากสหรัฐฯ บุกยึดประเทศ

Scroll to top