ในสถานการณ์การค้าที่ตึงเครียดระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ล่าสุด ไทยโต้กลับสหรัฐฯ ทันเส้นตาย ด้วยการส่งเอกสารหลักฐานชัดเจนเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาภายใต้มาตรา 301 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Section 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ เรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินและสินค้าแรงงานบังคับ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เตรียมเดินทางด่วนไปหารือกับ USTR (สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ) ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของไทยและป้องกันความเสี่ยงกำแพงภาษีที่อาจตามมา
ไทยโต้กลับสหรัฐฯ ทันเส้นตาย งัดหลักฐานสู้ปม ม.301
กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ส่งคำชี้แจงและเอกสารหลักฐานไปยัง USTR อย่างทันเวลาพอดีในวันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นเส้นตายที่กำหนดไว้ โดยตอบโต้ 2 ประเด็นหลักที่สหรัฐฯ กล่าวหาไทย รองนายกฯ ศุภจี กล่าวอย่างมั่นใจว่า ไทยมีข้อมูลครบถ้วนที่จะพิสูจน์ว่าไม่มีปัญหาตามที่ถูกกล่าวหา
ประเด็นแรก: กำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรมหลัก
สหรัฐฯ เปิดไต่สวน 16 ประเทศ รวมไทย ในประเด็นที่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน (Overcapacity) ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า ไทยชี้แจงว่า อุตสาหกรรมเหล่านี้ขยายตัวตามนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้โลคอลคอนเทนต์ หรือวัตถุดิบในประเทศ เพื่อยกระดับสินค้าไทย ไม่ใช่การผลิตเกินจำเป็น และไม่ใช่ช่องทางผ่านสินค้าจากประเทศอื่นเพื่อเลี่ยงภาษี
- ยานยนต์และชิ้นส่วน: การส่งเสริมการผลิตในประเทศช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดแข่งขัน
- ผลิตภัณฑ์ยาง: ไทยเป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ แต่เน้นคุณภาพและมาตรฐานสากล
- เครื่องใช้ไฟฟ้า: การลงทุนจากเอกชนภายใต้นโยบาย BOI ไม่ก่อให้เกิด overcapacity
ประเด็นที่สอง: สินค้าแรงงานบังคับ
สำหรับการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหา 60 ประเทศรวมไทย ไทยยืนยันชัดเจนว่า ไม่ได้นำเข้าสินค้าดังกล่าวเลย โดยมีเอกสารตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่โปร่งใส ไทยยังยึดมั่นหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานตาม ILO มาอย่างยาวนาน
นางศุภจี เปิดเผยว่า “มั่นใจในคำชี้แจงของไทย เพราะเราไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ยังต้องลุ้นผลพิจารณา” เธอวางแผนเดินทางไปสหรัฐฯ ต้นเดือนพฤษภาคม เพื่อเจรจาโดยตรงกับ USTR และช่วงกลางเดือน 13 พ.ค. จะส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมอีกครั้ง อาจด้วยการไปพบหน้า หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
หลังจากนั้น USTR จะพิจารณาภายใน 7 วัน และประกาศผล หากแพ้คดี ไทยอาจเจอกำแพงภาษีนำเข้า ซึ่งเชื่อมโยงกับมาตรา 122 ที่จะหมดอายุ 24 ก.ค. 2569 ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมหลัก
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและกลยุทธ์รับมือ
มาตรา 301 เป็นเครื่องมือที่สหรัฐฯ ใช้ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ คล้ายกรณีจีนในอดีต หากไทยรอดพ้น จะเป็นสัญญาณดีต่อนักลงทุน แต่หากไม่ อาจเห็นภาษี 10-15% หรือสูงกว่า ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องปรับตัว เช่น หาตลาดใหม่ในอาเซียน หรือยกระดับเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ไทยยังเร่งเจรจา FTA กับสหรัฐฯ ในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยงการค้าดังกล่าว ภาคเอกชนอย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ก็สนับสนุนเต็มที่ โดยเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม
การที่ไทยโต้กลับสหรัฐฯ ทันเส้นตาย แสดงถึงความคล่องตัวของกระทรวงพาณิชย์ ในยุคที่สงครามการค้าระลอกใหม่ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
ในมุมมองของผู้เขียน ไทยมีโอกาสสูงที่จะผ่านด่านนี้ไปได้ เพราะหลักฐานชัดเจนและนโยบายโปร่งใส ลองติดตามผลการเจรจาของศุภจีในเดือนพฤษภาคมนี้ และเตรียมกลยุทธ์รับมือ หากมีอัพเดทใหม่ จะนำมาอัพเดทให้ทราบต่อไป คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้!
ที่มา – ไทยโต้กลับสหรัฐฯ ทันเส้นตาย งัดหลักฐานสู้ปม ม.301 “ศุภจี” เตรียมบินพบ USTR พ.ค. นี้


