ข่าวการเมืองเลือกตั้ง

“ชัชชาติ” ยังนำโด่ง ผลโพลแนวโน้มคนกรุงเทพฯ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

“ชัชชาติ” ยังนำโด่ง ผลโพลแนวโน้มคนกรุงเทพฯ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

เรียกได้ว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองระดับท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อนิด้าโพลได้เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดในหัวข้อ “โค้งแรก สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. 69” ซึ่งผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมานั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า “ชัชชาติ” ยังนำโด่ง ผลโพลแนวโน้มคนกรุงเทพฯ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ซึ่งถือเป็นการสะท้อนความนิยมที่ยังคงเหนียวแน่นในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน

จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนกว่า 2,000 หน่วยตัวอย่าง ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายน 2569 พบว่าคะแนนนิยมของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในฐานะผู้สมัครอิสระนั้นพุ่งสูงถึงร้อยละ 67.30 ซึ่งทิ้งห่างจากผู้สมัครท่านอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ กรุงเทพกลาง หรือแม้แต่เขตกรุงธนใต้ นายชัชชาติก็ยังคงเป็นขวัญใจคนกรุงที่ครองแชมป์ได้ทุกพื้นที่

วิเคราะห์ทำไม “ชัชชาติ” ยังนำโด่ง ผลโพลแนวโน้มคนกรุงเทพฯ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

สาเหตุสำคัญที่ทำให้การสำรวจชี้ว่า “ชัชชาติ” ยังนำโด่ง ผลโพลแนวโน้มคนกรุงเทพฯ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 อาจเป็นผลมาจากการทำงานที่ลงพื้นที่จริงและภาพลักษณ์ของผู้ว่าฯ ที่เข้าถึงง่ายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) นั้น ผลโพลกลับแสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจที่แตกต่างออกไป ดังนี้:

  • อันดับ 1 ผู้สมัครอิสระ ครองใจคนกรุงร้อยละ 29.10
  • อันดับ 2 พรรคประชาชน ตามมาติดๆ ด้วยคะแนนร้อยละ 26.50
  • อันดับ 3 กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจหรือยังไม่แน่ใจ

ความน่าสนใจของกระแสการเมืองครั้งนี้อยู่ที่ความนิยมในตัวบุคคลที่สูงมากของนายชัชชาติ แต่ในขณะเดียวกัน ประชาชนก็เริ่มเปิดใจให้กับผู้สมัครหน้าใหม่และทางเลือกจากพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคประชาชน ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญในสภา กทม. ที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งจริง

ในมุมมองของเรา ผลโพลนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร้อนแรงในสนามการเมือง กทม. เท่านั้น แม้ตัวเลขจะชี้ชัดว่าผู้ว่าฯ คนปัจจุบันมีคะแนนนิยมทิ้งห่าง แต่ทุกคะแนนเสียงจากประชาชนคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ การรณรงค์หาเสียงและนโยบายใหม่ๆ ในอนาคตจะเป็นตัวตัดสินสำคัญว่าภาพรวมนี้จะคงเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลงในวันหย่อนบัตรจริง

ที่มา – “ชัชชาติ” ยังนำโด่ง ผลโพลแนวโน้มคนกรุงเทพฯ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

“ต่อศักดิ์” พ้อโดนโจมตี ยันไม่มีเซฟเฮ้าส์สุทธิสาร “ชัชชาติ” รับ “อากง” เสียกำลังใจ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ “ต่อศักดิ์” พ้อโดนโจมตี ยันไม่มีเซฟเฮ้าส์สุทธิสาร “ชัชชาติ” รับ “อากง” เสียกำลังใจ หลังจากที่มีการออกมาแฉถึง “ระบอบอากง” และการซื้อขายตำแหน่งในที่ทำงาน ซึ่งสร้างความสั่นสะเทือนให้กับความเชื่อมั่นในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก

“ต่อศักดิ์” พ้อโดนโจมตี ยันไม่มีเซฟเฮ้าส์สุทธิสาร “ชัชชาติ” รับ “อากง” เสียกำลังใจ

นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงกรณีที่ถูกพาดพิงถึงระบอบอากง โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น 100% และปฏิเสธข่าวลือเรื่องการมีเซฟเฮ้าส์ที่ย่านสุทธิสารเพื่อเก็บโทรศัพท์ผู้ใต้บังคับบัญชาเอาไว้อย่างสิ้นเชิง โดยเขากล่าวติดตลกว่า “เมียดุจะตาย จะกล้าไปมีเซฟเฮ้าส์ที่ไหน” พร้อมยืนยันว่าในการทำงานร่วมกันมีการสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีอย่างเต็มที่ ไม่มีการปิดกั้นหรือยึดเครื่องมือสื่อสารแน่นอน

เบื้องลึกความสัมพันธ์และการทำงานภายใต้ “ระบอบอากง”

สำหรับประเด็นที่ถูกตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงมีการเชื่อมโยงว่าระบอบอากงคือตัวเขา นายต่อศักดิ์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะตนมีอายุมากและมักจะดูแลน้องๆ เหมือนหลานในโรงงานหรือที่ทำงาน ทำให้ได้รับฉายาว่า “อากง” ซึ่งเขาเองก็แปลกใจที่มีการตีความไปในเชิงลบถึงขั้นเรื่องการทุจริต

  • การปฏิเสธเรื่องการซื้อขายตำแหน่งอย่างเด็ดขาด
  • การเปิดเผยว่าใช้เทคโนโลยี Notebook LM ในการประชุมมานานกว่าหนึ่งปี
  • ความเห็นใจจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ออกมาให้กำลังใจ

ทางด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แม้จะยอมรับว่า “อากง” หรือนายต่อศักดิ์มีความเสียกำลังใจจากการถูกโจมตี แต่ก็ได้ให้คำแนะนำว่าต้องยึดมั่นในความจริงและสู้ต่อ เพราะการเมืองที่ดีย่อมต้องเริ่มต้นจากความซื่อสัตย์ การออกมาเคลื่อนไหวของฝ่ายกฎหมายในอนาคตจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องจับตามองต่อไป

ท้ายที่สุด การเมืองควรเป็นเรื่องของการแข่งขันทางนโยบายที่สร้างสรรค์ มากกว่าการนำเรื่องราวที่ไม่มีมูลความจริงมาโจมตีกัน การถกเถียงด้วยเหตุผลและหลักฐานคือทางออกเดียวที่จะทำให้ภาคประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในตัวนักการเมืองอีกครั้ง “ต่อศักดิ์” พ้อโดนโจมตี ยันไม่มีเซฟเฮ้าส์สุทธิสาร “ชัชชาติ” รับ “อากง” เสียกำลังใจ ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการทำงานการเมืองในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่สะพัดรวดเร็ว

ที่มา – “ต่อศักดิ์” พ้อโดนโจมตี ยันไม่มีเซฟเฮ้าส์สุทธิสาร “ชัชชาติ” รับ “อากง” เสียกำลังใจ

“แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา

“แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา

เป็นภาพที่สร้างความฮือฮาและรอยยิ้มให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ เมื่อหนุ่มน้อยหน้าใสอย่าง “แสนปิติ สิทธิพันธุ์” หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ “แสนดี” บุตรชายเพียงคนเดียวของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ได้กลับมาเมืองไทยหลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทจากประเทศสหรัฐอเมริกา และทันทีที่กลับมาก็ไม่รอช้า รีบมาปรากฏตัวเคียงข้างคุณพ่อบนรถแห่เพื่อช่วยหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทันที

บรรยากาศการหาเสียงสุดอบอุ่นของ “แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวในบทบาทผู้ช่วยหาเสียงอย่างเป็นทางการครั้งแรกของน้องแสนดี หลังจากที่หลายคนเฝ้าติดตามภาพความน่ารักและการเติบโตของเขามาโดยตลอด โดยทั้งคู่เริ่มต้นออกเดินทางด้วยรถแห่จากย่านบรรทัดทอง มุ่งหน้าสู่เขตจอมทองและเขตบางขุนเทียน เพื่อพบปะกับพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ความสดใสของแสนดีช่วยสร้างบรรยากาศการเมืองที่ดูเข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากขึ้นครับ

  • ช่วงเช้า: ลุยพื้นที่เขตจอมทอง พบปะชุมชนเคหะธนบุรี 1-5
  • ช่วงบ่าย: เดินทางต่อเนื่องสู่เขตบางขุนเทียน บางบอน เซ็นทรัลพระราม 2 และตลาดพิบูลย์ 4

การที่ “แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา นั้น นอกจากจะเป็นภาพลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่อบอุ่นในครอบครัวสิทธิพันธุ์แล้ว ยังสะท้อนถึงการสนับสนุนและเป้าหมายในการพัฒนาเมืองหลวงให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น หลายคนที่ได้เห็นภาพต่างก็เข้ามาให้กำลังใจและชื่นชมในความตั้งใจของทั้งคุณพ่อและคุณลูก

นอกเหนือจากเรื่องการเมือง นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีของคนรุ่นใหม่ที่กลับมาพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดหลังจากสั่งสมประสบการณ์ความรู้จากต่างแดน แฟนคลับที่อยากเห็นภาพบรรยากาศน่ารักๆ ของทั้งคู่ในการหาเสียงพื้นที่อื่นๆ สามารถติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณชัชชาติได้เลยครับ แล้วคุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับการที่ลูกหลานออกมาช่วยครอบครัวหาเสียงแบบนี้? ลองมาแชร์ความคิดเห็นกันดูนะครับ

ที่มา – “แสนดี” ขึ้นรถแห่ช่วย “พ่อชัชชาติ” หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. หลังเรียนจบป.โท ที่อเมริกา

ปชป. ปล่อย MV เมืองฟ้าอมร and more ส่ง เจมส์ อนุชา ลุย

ปชป. ปล่อย MV เมืองฟ้าอมร and more ส่ง เจมส์ อนุชา ลุย

กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลทันที เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงแรปสุดเดือดในหัวข้อ ปชป. ปล่อย MV เมืองฟ้าอมร and more ส่ง เจมส์ อนุชา ลุย โดยงานนี้ได้ “เจมส์ อนุชา บูรพชัยศรี” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 5 มาลุยเดินเท้าถ่ายทำจริงตั้งแต่เช้ามืด เพื่อสะท้อนชีวิตคนเมืองอย่างตรงไปตรงมา

ในมิวสิกวิดีโอนี้ เราจะได้เห็นภาพความเรียล (Real) ของกรุงเทพฯ ผ่านมุมมองของเจมส์ อนุชา ที่ลงพื้นที่ตั้งแต่ช่วงที่ท้องฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อถ่ายทอดอุปสรรคที่คนกรุงเทพฯ ต้องเจอในทุกเช้า ทั้งเรื่องการจราจร ทางเท้า และปัญหาชีวิตประจำวัน โดยมีเนื้อหาที่เข้าใจง่ายเข้าถึงได้ทุกกลุ่มผ่านทำนองเพลงแรปที่แต่งโดย วีร์ ศรีวราธนบูลย์

ทำไมต้อง ปชป. ปล่อย MV เมืองฟ้าอมร and more ส่ง เจมส์ อนุชา ลุย?

เป้าหมายสำคัญของมิวสิกวิดีโอชุดนี้คือการตั้งคำถามกับคนกรุงเทพฯ ว่า “เมืองหลวงของเราวันนี้ดีพอแล้วหรือยัง?” และตอกย้ำแนวคิด “เมืองฟ้าอมร and more” ที่พรรคประชาธิปัตย์และคุณเจมส์ อนุชา มั่นใจว่ากรุงเทพฯ ของเรายังมีศักยภาพที่จะเติบโตและเป็นได้มากกว่าที่เป็นอยู่ หากมีการบริหารจัดการที่ตรงจุดและมีนโยบายที่จับต้องได้จริง

โดยนโยบาย 5 แกนหลักที่ถูกแฝงไว้ในเพลงประกอบด้วย:

  • เดินทางสะดวก: จัดการระบบขนส่งมวลชนให้เชื่อมต่อไร้รอยต่อ
  • เมืองสะอาด: บริหารจัดการขยะ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อปอดของคนเมือง
  • ใช้ชีวิตสบาย: เน้นความปลอดภัย และทางเท้ามาตรฐานที่ทุกคนใช้ได้จริง
  • มีรายได้มากขึ้น: กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างโอกาสและอาชีพใหม่
  • ตรวจสอบได้หมด: เน้นความโปร่งใส ทุกเม็ดเงินต้องคุ้มค่าไร้ทุจริต

ความน่าสนใจของ ปชป. ปล่อย MV เมืองฟ้าอมร and more ส่ง เจมส์ อนุชา ลุย คือการเลือกวิธีสื่อสารผ่านดนตรี ซึ่งดูทันสมัยและเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ได้ดีกว่าการปราศรัยแบบเดิมๆ นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของการหาเสียงที่เน้นความจริงใจและความเข้าใจปัญหาเชิงลึกของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ท้ายที่สุดนี้ มิวสิกวิดีโอนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการหาเสียง แต่คือการชวนคนกรุงเทพฯ มาหยุดคิดและร่วมกันหาทางออกให้เมืองที่เราต่างรักและอยู่อาศัย คุณล่ะคิดว่ากรุงเทพฯ ดีพอแล้วหรือยัง? มาร่วมกันตัดสินใจเพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่ากันครับ

ที่มา – ปชป. ปล่อย MV “เมืองฟ้าอมร and more” ส่ง “เจมส์ อนุชา” ลุยเดินเท้าตั้งแต่เช้ามืด

อนุชา ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ลั่นทำการเมืองสุจริต

บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของ อนุชา ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ลั่นทำการเมืองสุจริต กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครหมายเลข 5 พร้อมทีมงานจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่สวนหลวง ร.9 เพื่อนำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นการปฏิรูปพื้นที่สาธารณะให้ตอบโจทย์คนเมืองอย่างแท้จริง

อนุชา ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ลั่นทำการเมืองสุจริต

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอนุชาได้แสดงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต ตั้งแต่การปรับปรุงแสงสว่างในสวนสาธารณะ การเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการบริหารจัดการพื้นที่กิจกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะที่กระแสผลโพลที่ยังตามหลังคู่แข่งอยู่นั้น นายอนุชากลับมองว่าเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่จะทำให้ทีมงานมุ่งมั่นเข้าถึงประชาชนมากขึ้น

นโยบายโดนใจจากใจคนทำเมือง

นอกจากเรื่องความปลอดภัย นายอนุชายังชู 5 นโยบายหลักที่เน้นการแก้ปัญหาที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม การเดินทางที่สะดวกเข้าถึงสวนสาธารณะได้ง่ายขึ้น และการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” เพื่อยืนยันว่า อนุชา ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ลั่นทำการเมืองสุจริต และพร้อมให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

  • การเพิ่มความปลอดภัยในสวนสาธารณะด้วยการตรวจตราเข้มข้น
  • การปรับปรุงเครื่องออกกำลังกายให้อยู่ในร่มเพื่อยืดอายุการใช้งาน
  • การบริหารจัดการพื้นที่ว่างของ กทม. ให้มีประสิทธิภาพ
  • การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเพื่อให้เดินทางเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้สะดวกขึ้น
  • การทำการเมืองที่ตรวจสอบได้จริงภายใต้นโยบายพรรคประชาธิปัตย์

นายอนุชายังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คือการนำเสนอทางเลือกเพื่อสร้างความหวัง และพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเดินหน้าทำงานเป็นทีมร่วมกับ ส.ก. ทั้ง 50 เขต เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

ในฐานะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง การพิจารณาผู้สมัครจากความโปร่งใสและนโยบายที่ปฏิบัติได้จริงถือเป็นหัวใจสำคัญของการเมืองคุณภาพ ถึงเวลาแล้วที่คนกรุงจะตัดสินใจเลือกอนาคตที่ดีกว่าผ่านการลงคะแนนเสียงในวันเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงนี้

ที่มา – “อนุชา” ลุยหาเสียงเขตสวนหลวง ไม่หวั่นโพลตามหลัง ลั่นทำการเมืองสุจริต ยัน 5 นโยบายโดนใจ ปชช.

“เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยเมื่อ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องลึกเบื้องหลังกรณีการเชิญ นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามารับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามของพรรคมาก่อนจริง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุนที่ตั้งคำถามถึงจุดยืนทางการเมืองของนายสุรพลในอดีต

“เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ท่ามกลางกระแสวิจารณ์

เหตุการณ์นี้นำไปสู่การตั้งคำถามจากนักวิชาการและแนวร่วมกลุ่มประชาธิปไตยว่า การดึงตัวบุคลากรที่มีประวัติความเห็นต่างในทางการเมืองมาร่วมงานนั้น เป็นการผลักมวลชนของพรรคออกไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคประชาชนยืนยันว่า การเข้ามารับบทบาทประธานยุทธศาสตร์ กทม. นั้น เป็นเรื่องของการใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการเมือง ไม่ได้เกี่ยวกับการตัดสินใจเชิงนโยบายระดับพรรคที่ขัดกับอุดมการณ์หลัก ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจการเมืองท้องถิ่นประเด็นนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

เปิดมุมมองพรรคต่อประเด็น “เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

ณัฐพงษ์มองว่าโจทย์สำคัญของการเมืองไทยในปัจจุบันคือการเอาชนะระบอบการเมืองผูกขาดที่รวบรวมอำนาจไว้ในมือคนเพียงกลุ่มเดียว เขาเน้นย้ำถึงเหตุผลในการเปิดกว้างเพื่อขยายแนวร่วม ดังนี้:

  • เป้าหมายหลักคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปโครงสร้างประเทศ
  • การทำงานต้องเน้นความเป็นมืออาชีพและผู้ที่มีความเข้าใจปัญหา กทม. อย่างลึกซึ้ง
  • การเปิดรับผู้ที่มีความเห็นต่างในอดีต ไม่ได้หมายถึงการเสียตัวตนหรือจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยของพรรค

อย่างไรก็ตาม กระแสตีกลับที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะจากบุคคลอย่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล หรือนักวิชาการอย่าง นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ก็เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนพร้อมจะรับฟัง นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังยืนยันว่าถึงแม้จะมีกระแสกดดันเพียงใด แต่ทางพรรคก็ยังคงเดินหน้าตรวจสอบกรณีทุจริตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินเขากระโดง หรือปัญหาการคอร์รัปชันในระดับโครงสร้าง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์ ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าพรรคประชาชนจะสามารถรักษาฐานเสียงเดิมไปพร้อมกับการขยายพันธมิตรใหม่ท่ามกลางทัศนคติที่แตกต่างกันได้อย่างไร หากพรรคสามารถพิสูจน์ให้เห็นจากการปฏิบัติงานจริงว่าบุคลากรที่นำเข้ามานั้นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับกรุงเทพฯ ได้จริง เสียงวิจารณ์อาจเปลี่ยนเป็นความเข้าใจได้ในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นมวลชนคือสิ่งเดียวที่พรรคต้องประคองไว้อย่างระมัดระวังที่สุด

ที่มา – “เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ขอไม่ขยายความเพิ่มปมนั่งประธานยุทธศาสตร์

อนุทิน ประธานงานแต่ง หนุน ชนน์ชนก บุตรชายเนวิน คึกคัก

อนุทิน ประธานงานแต่ง หนุน ชนน์ชนก บุตรชายเนวิน คึกคัก

เรียกได้ว่าเป็นงานมงคลสมรสที่รวมเอาบุคคลสำคัญระดับประเทศไว้อย่างคับคั่ง สำหรับงานพิธีแต่งงานของ หนุน ชนน์ชนก ชิดชอบ บุตรชายคนที่สองของ คุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับนักแสดงสาวสวยอย่าง คุณพระพาย รมิดา ธีรพัฒน์ ซึ่งจัดขึ้นอย่างหรูหรา ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นประธานในพิธีด้วยตนเอง

บรรยากาศชื่นมื่นในงานแต่ง หนุน ชนน์ชนก บุตรชายเนวิน

บรรยากาศภายในงานนอกจากจะอบอวลไปด้วยความรักของคู่บ่าวสาวแล้ว ยังเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมแสดงความยินดี โดยเฉพาะการที่ อนุทิน ประธานงานแต่ง หนุน ชนน์ชนก บุตรชายเนวิน มาร่วมเป็นประธาน ถือเป็นภาพลักษณ์ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของพรรคภูมิใจไทยและครอบครัวชิดชอบได้เป็นอย่างดี โดยมีบรรดารัฐมนตรีและสส. จากพรรคภูมิใจไทยเดินทางมาร่วมงานอย่างเนืองแน่น ไม่ว่าจะเป็น:

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส. อุทัยธานี

ความชื่นมื่นในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องราวของความรักระหว่างหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ยังเป็นวาระที่เหล่าผู้บริหารระดับสูงในรัฐบาลได้มาพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง การที่แกนนำพรรคคนสำคัญต่างมารวมตัวกันภายใต้การนำของ อนุทิน ประธานงานแต่ง หนุน ชนน์ชนก บุตรชายเนวิน ยิ่งทำให้งานนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก

สำหรับเส้นทางความรักของ คุณหนุน ชนน์ชนก และคุณพระพาย รมิดา นั้น ทั้งคู่ได้ศึกษาดูใจกันมาเป็นเวลาหลายปีจนได้เข้าพิธีมงคลสมรสอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางคำอวยพรจากเพื่อนฝูงและผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการการเมืองและสังคมที่มาร่วมกันแสดงความยินดีนับร้อยชีวิต ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สวยงามและได้รับความสนับสนุนจากครอบครัวอย่างอบอุ่นเต็มที่

ในฐานะที่ติดตามแวดวงการเมืองและสังคมมาโดยตลอด ต้องยอมรับว่างานวิวาห์ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องส่วนตัว แต่ยังสะท้อนถึงการรวมกลุ่มทางสังคมของคนในพรรคภูมิใจไทยที่เข้มแข็งและเหนียวแน่น ซึ่งภาพรวมบรรยากาศที่ออกมานั้นสะท้อนให้เห็นถึงความปรองดองและความยินดีที่ส่งผ่านมายังทุกคนที่ได้ชมภาพความประทับใจนี้ครับ

ที่มา – “อนุทิน” ประธานงานแต่ง “หนุน ชนน์ชนก” บุตรชายเนวิน รมต.ภูมิใจไทยร่วมงานคึกคัก

ไทยรัฐจับมือสถาบันพระปกเกล้า เลือก ผู้ว่าฯ กทม. อีกสักตั้ง

เชื่อว่าเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ หลายคนกำลังเฝ้ารอวันสำคัญที่จะถึงนี้ กับการตัดสินใจเลือกผู้นำเมืองหลวงคนใหม่ ล่าสุดไทยรัฐ และสถาบันพระปกเกล้า ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญผ่านแคมเปญ เลือก ผู้ว่าฯ กทม. อีกสักตั้ง เพื่อยกระดับความรู้และความเข้าใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้สนุกและน่าติดตามยิ่งกว่าที่เคย

ร่วมขับเคลื่อนการเลือกตั้งผ่านแคมเปญ เลือก ผู้ว่าฯ กทม. อีกสักตั้ง

การจับมือกันระหว่างสื่อยักษ์ใหญ่อย่างไทยรัฐกับหน่วยงานวิชาการอย่างสถาบันพระปกเกล้า ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอข่าวสารทั่วไป แต่เป็นการนำข้อมูลเชิงลึกผ่าน KPI Poll มาตีแผ่ให้คนเมืองหลวงได้เข้าถึงง่ายขึ้น ภายใต้แนวคิด “ช้อยส์ที่ใช่ ข้อมูลที่ชัวร์” เพื่อนๆ จะได้พบกับการนำเสนอถึง 5 แกนคอนเซปต์หลักที่เปลี่ยนเรื่องนโยบายที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว

ทำความรู้จักกับ 5 หัวใจสำคัญของแคมเปญ เลือก ผู้ว่าฯ กทม. อีกสักตั้ง

แคมเปญนี้ได้เตรียมเนื้อหาที่เข้มข้นจัดจ้านผ่านหน้าจอไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • รายการเกมคุมเมือง: พลิกโฉมเวทีดีเบตให้เป็นควิซโชว์สุดสนุก ช่วยให้เราเข้าใจวิสัยทัศน์ของแคนดิเดตแต่ละคนได้แบบย่อยง่าย
  • Data-Driven Social Pulse: เจาะลึกดัชนีชี้วัดความพึงพอใจด้วย Big Data เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเรื้อรังที่คนกรุงพบเจอทุกวัน
  • Deep Investigative Analysis: วิเคราะห์ลึกถึงกึ๋นทุกสมรภูมิการเมืองจากมุมมองวิชาการ
  • Systemic Policy Debate: พื้นที่ระดมสมองเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของกรุงเทพมหานคร
  • Real-time Election Night: อัปเดตผลคะแนนสดๆ แบบวินาทีต่อวินาทีในวันเลือกตั้ง

ร้อยเอก ดร. จารุพล เรืองสุวรรณ ได้กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือการทำให้การเลือกตั้งมีความหมายและยั่งยืน โดยลดความวุ่นวายจากวาทกรรมเลือกข้าง แล้วหันมาโฟกัสที่การตัดสินใจด้วยข้อมูลและนโยบายที่จับต้องได้จริง ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาประชาธิปไตยในเมืองหลวงของเรา ในขณะที่ทางฝั่งไทยรัฐเองก็ได้เตรียมความพร้อมจัดเต็ม ทั้งการนำเสนอนโยบายจากแคนดิเดต และการเปิดเผย Exit Poll เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมก่อนปิดหีบ

ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่คนกรุงเทพฯ จะได้แสดงพลังอำนาจอธิปไตยอย่างสร้างสรรค์ อย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารจากแคมเปญนี้กันนะครับ เพราะทุกคะแนนเสียงของคุณมีความหมายต่อทิศทางของกรุงเทพฯ ในอีกหลายปีข้างหน้า ขอให้ทุกคนมาร่วมใช้สิทธิ์ใช้เสียงเพื่อกำหนดอนาคตเมืองที่คุณรักไปด้วยกันครับ

ที่มา – ไทยรัฐ-สถาบันพระปกเกล้า จับมือทำแคมเปญ “เลือก ผู้ว่าฯ กทม. อีกสักตั้ง”

ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ

ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองสำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปีนี้ เมื่ออดีตผู้ว่าฯ อย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ออกมาเปิดใจเคลียร์ชัดถึงกระแสข่าวลือเรื่อง “ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ” ที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงการเมือง โดยยืนยันว่าทุกการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรในกรุงเทพมหานครนั้น ยึดถือความสามารถและผลงานเป็นหลักเสมอมา

นายชัชชาติระบุว่า ตนไม่เคยรู้จักหรือมีกลไกที่เรียกว่า “ระบบอากง” ตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนชื่อเรียกดังกล่าวอาจเป็นการสร้างสีสันทางการเมืองให้ดูน่าสนใจเกินจริงเท่านั้น ในมุมมองของทีมงานกรุงเทพมหานคร การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใส และหากใครมีหลักฐานหรือข้อมูลเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากล ก็พร้อมที่จะเปิดกว้างสำหรับการตรวจสอบทุกเมื่อ

เปิดใจประเด็นร้อนระบบอากงกับการเมือง

นอกจากประเด็น ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ แล้ว นายชัชชาติยังได้กล่าวขอบคุณนายจิรายุที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เพราะมองว่าการตรวจสอบเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ยิ่งมีการจับผิดหรือติเตียน ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าการทำงานของตนไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือได้รับอิทธิพลจากพรรคการเมืองอย่างเพื่อไทยตามที่หลายคนกังวลเลยแม้แต่น้อย

ในส่วนของประเด็นการซื้อขายตำแหน่งที่มีการแอบอ้างว่ามีการจ่ายเงินเพื่อแลกเก้าอี้ นายชัชชาติยืนยันหนักแน่นว่า:

  • ไม่มีนโยบายการซื้อขายตำแหน่งในทุกระดับชั้น
  • การคัดเลือกคนเน้นความรู้ความสามารถเพื่อประโยชน์ของประชาชน
  • หากพบการกระทำทุจริตพร้อมดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุด

ชัชชาติยันไร้ระบบอากง ไม่มีการซื้อขายตำแหน่งใดๆ และพร้อมเป็นต้นแบบของการบริหารที่ยึดหลักธรรมาภิบาล สำหรับข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองอื่น นายชัชชาติก็ได้ย้ำชัดเจนว่าตนยังคงเป็นผู้สมัครอิสระที่เน้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น โดยไม่ได้ยึดติดกับสีเสื้อหรือสังกัดพรรคใดเป็นหลัก

กล่าวโดยสรุป การออกมาตั้งโต๊ะแถลงของชัชชาติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่เป็นการยืนยันถึงจุดยืนในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ท่ามกลางกระแสการเมืองที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การตอบโต้ด้วยคารม แต่คือการพิสูจน์ด้วยผลงานที่ผ่านมาและผลงานในอนาคตที่ประชาชนจะได้รับ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของนักการเมืองที่พร้อมรับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ความเชื่อมั่นของชาวกรุงจึงเป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใดในการตัดสินใจผ่านคูหาเลือกตั้งในครั้งนี้

ที่มา – “ชัชชาติ” ยันไร้ระบบอากง ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง ขอบคุณ “จิรายุ” ออกมาด่ายิ่งตอกย้ำไม่เกี่ยวเพื่อไทย

Scroll to top