ข่าวสงคราม

คนไทยในอิหร่านถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก ปุ๋ยพอ 5 เดือน

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเป็นที่จับตามอง โดยเฉพาะ คนไทยในอิหร่านถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก ที่กำลังเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย ขณะที่รัฐบาลย้ำชัดว่าปุ๋ยในไทยมีเพียงพอใช้ได้ถึง 5 เดือน ไม่จำเป็นต้องกักตุนกันให้วุ่นวาย วันนี้เรามาไล่เรียงข้อมูลล่าสุดให้ฟังกันแบบชัดๆ เลยนะ

คนไทยในอิหร่านถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ออกมาประกาศความคืบหน้าดีๆ ว่า คนไทยในอิหร่านถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก จำนวน 62 คน ได้เดินทางด้วยรถยนต์ข้ามแดนมาถึงตุรกีเรียบร้อยแล้วเมื่อคืนนี้ โดยมีน.ส.ชนานิตร ประเสริฐผล ที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเตหะราน นำทีม กลุ่มแรกจะบินถึงไทยวันที่ 9 มีนาคม 2569 และกลุ่มสองวันที่ 10 มีนาคม นอกจากนี้ ยังมีคนไทยอีกกลุ่มที่กำลังประสานงานเดินทางทางบกวันที่ 10 นี้ด้วย

ไม่ใช่แค่อิหร่านนะ มีคนไทยจากอิรัก 18 คน ก็ข้ามแดนมาถึงตุรกีแล้ว รอไฟล์ทกลับไทย สถานเอกอัครราชทูตไทยในอังการา คอยดูแลอย่างใกล้ชิด รวมแล้วคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือในตะวันออกกลางทั้งหมด 292 คน ปลอดภัยทั้งหมด ไม่มีรายงานบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โห ดีใจแทนจริงๆ

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง แต่ไทยปลอดภัย

แม้สถานการณ์จะดุเดือด มีการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีในอิหร่าน บาห์เรน คูเวต เลบานอน แต่จนตอนนี้คนไทยยังเซฟ 100% อิหร่านส่งสัญญาณว่าจะโจมตีแค่ฐานทัพสหรัฐฯ เพื่อป้องกันตัว ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่โจมตีหนัก แต่กระทรวงการต่างประเทศไทยแนะนำให้คนไทยอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงด่วนๆ และแจ้งข้อมูลที่อยู่กับสถานทูตหรือกงสุลทันที

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเมื่อ 8 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ย้ำว่าสื่อควรนำเสนอข่าวบนพื้นฐานข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์

นอกจากนี้ ยังมีคนไทยที่ตกค้างอีกจำนวนหนึ่ง ทางรัฐบาลกำลังเร่งประสานงานแบบ 24 ชม. หากคุณหรือคนใกล้ตัวอยู่ในพื้นที่ แจ้งทูตเลยนะ อย่ารอช้า

ย้ำมีปุ๋ยเพียงพอใช้ถึง 5 เดือน ไม่จำเป็นต้องกักตุน

เปลี่ยนมุมมาดูเรื่องปุ๋ยกันบ้าง ที่หลายคนกังวลเพราะสถานการณ์ตะวันออกกลางกระทบการนำเข้า นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันชัด สต๊อกปุ๋ยเคมีในไทยตอนนี้ 1.52 ล้านตัน ใช้ได้เดือนละ 0.8 ล้านตัน พอใช้ยาวๆ

  • ปุ๋ยยูเรีย: 0.32 ล้านตัน (6.5 ล้านกระสอบ) กำลังนำเพิ่มจากซาอุดี 120,000 ตัน + มาเลเซีย 20,000 ตัน รวมเกือบ 9 ล้านกระสอบ
  • นำเข้าแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมจากแคนาดา จีน เกาหลีใต้
  • แหล่งอื่น: มาเลเซีย บรูไน นำเข้าปกติ

คาดเดือนมีนาคมสต๊อกพุ่ง เพราะนำเข้าก่อนวิกฤต สต๊อกเก่ายังราคาเดิม ไม่ขึ้น! พอใช้ 5 เดือนสบายๆ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์

ศุภจี สั่งสแกนผู้ค้าฉวยโอกาส โทษหนัก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ สั่งพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจทุกวัน หากเจอขึ้นราคาฉวยวิกฤต โทษตาม พ.ร.บ. สินค้าและบริการ จําคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ยั้ง!

สรุปนะ คนไทยในอิหร่านถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก ใกล้บ้านแล้ว ปุ๋ยไม่ต้องห่วง เกษตรกรทำนาได้ตามปกติ อย่าตกใจกักตุนเดี๋ยวขาดทุนเอง รัฐบาลเฝ้าดูใกล้ชิด

ติดตามข่าวอัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลางและเศรษฐกิจไทยได้ที่เว็บเรานะ หากมีคำถามโพสต์คอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – คนไทยในอิหร่านถึงไทยพรุ่งนี้ล็อตแรก- ย้ำมีปุ๋ยเพียงพอใช้ถึง 5 เดือน ไม่จำเป็นต้องกักตุน

รมว.แรงงาน เผย แรงงานไทยในตะวันออกกลางขอกลับ 200 คน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก นั่นคือเรื่อง แรงงานไทยในตะวันออกกลาง ที่กำลังเผชิญสถานการณ์ความไม่สงบ ล่าสุด น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า มีแรงงานไทยในตะวันออกกลางประมาณ 200 คนที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยแล้วครับ รัฐบาลยืนยันพร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่ เพื่อให้พี่น้องแรงงานปลอดภัย

แรงงานไทยในตะวันออกกลาง ขอกลับประเทศไม่เกิน 200 คน

จากข้อมูลที่ รมว.แรงงานแจ้งมา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางอย่างอิสราเอลและอิหร่าน ที่มีความตึงเครียดจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ทูตแรงงานได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศไทยในพื้นที่ เพื่อดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลางที่อยากกลับบ้าน รัฐบาลมีความห่วงใยมาก และมีการประชุมต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือ

ตอนนี้มีแรงงานไทยทยอยกลับมาบ้างแล้ว แม้จำนวนไม่มาก ในอิสราเอลมีคนอยากกลับไม่ถึง 100 คน แต่ในอิหร่าน แรงงานส่วนใหญ่ขอเดินทางกลับทั้งหมด ตามที่นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใย หากรวมทุกพื้นที่ในตะวันออกกลาง ก็ไม่เกิน 200 คนครับ แรงงานไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรมและก่อสร้าง ซึ่งโชคดีที่พื้นที่ทำงานไม่ใช่โซนทหารที่ถูกโจมตีหนัก จึงทำให้จำนวนที่อยากกลับยังไม่เยอะนัก

แรงงานเหล่านี้จะเริ่มเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 7 และ 10 มีนาคมนี้ กระทรวงแรงงานเตรียมมาตรการรับมือหากสถานการณ์ลุกลาม โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ การประสานทูตแรงงานช่วยเหลือในพื้นที่ และหาพื้นที่ปลอดภัยให้แรงงานหลบภัย

มาตรการดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง เมื่อกลับถึงไทย

เมื่อแรงงานไทยในตะวันออกกลางกลับมาถึงบ้าน รัฐบาลมีแผนดูแลครบวงจรเลยครับ ไม่ปล่อยให้ลำบาก เริ่มจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่จะช่วยฝึกทักษะใหม่ๆ ให้แรงงานมีอาชีพที่มั่นคงขึ้น เช่น ทักษะดิจิทัลหรือช่างเทคนิคที่ตลาดไทยต้องการ

  • กรมการจัดหางาน จะช่วยจับคู่งานกับโรงงานหรือธุรกิจที่ขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและบริการ
  • ประสาน “5 เสือแรงงาน” กับครอบครัวของแรงงาน เพื่อให้ข้อมูลอัพเดทและคลายกังวล
  • ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น ที่พัก ค่าอาหาร และตรวจสุขภาพฟรี
  • สนับสนุนเงินช่วยเหลือชั่วคราว หากแรงงานยังไม่พบงานใหม่

นอกจากนี้ ยังมีบริการปรึกษาฟรีสำหรับแรงงานไทยที่ทำงานต่างประเทศทั่วโลก สามารถโทร hotline กระทรวงแรงงานได้ตลอด 24 ชม. เพื่อรายงานสถานการณ์หรือขอความช่วยเหลือ

สถานการณ์แรงงานไทยในตะวันออกกลาง: พื้นหลังและบทเรียน

ทำไมแรงงานไทยในตะวันออกกลางถึงมีจำนวนมาก? เพราะที่นั่นมีโอกาสรายได้ดี โดยเฉพาะในอิสราเอลที่เงินเดือนแรงงานเกษตรสูงถึงเดือนละ 5-6 หมื่นบาท และอิหร่านที่งานก่อสร้างให้ค่าจ้างน่าสนใจ แต่สถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด เช่น ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส หรือปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน ทำให้ทุกคนต้องระวัง

จากประสบการณ์ครั้งนี้ เราเห็นว่ารัฐบาลไทยตอบสนองเร็วมาก สร้างความมั่นใจให้แรงงานและครอบครัว บทเรียนสำคัญคือ แรงงานไทยควรเลือกประเทศที่มั่นคง และติดตามข่าวสารจากสถานทูตเสมอ หากสนใจไปทำงานต่างประเทศ แนะนำตรวจสอบผ่านกรมการจัดหางานที่ถูกกฎหมายเท่านั้น

กระทรวงแรงงานยังวางแผนระยะยาว เช่น เพิ่มการฝึกอบรมก่อนไปทำงานต่างแดน และขยายตลาดใหม่ในยุโรปหรือออสเตรเลีย ที่ปลอดภัยกว่า เพื่อลดความเสี่ยงแบบนี้

โอกาสใหม่สำหรับแรงงานไทยหลังกลับจากตะวันออกกลาง

การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่! ทักษะที่ได้จากต่างประเทศ เช่น ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือก่อสร้างโครงสร้างใหญ่ สามารถนำมาใช้ในไทยได้เลย ภาคเกษตรสมัยใหม่ในไทยกำลังบูม และรัฐมีโครงการสนับสนุน SME ที่ต้องการแรงงานมีประสบการณ์

ตัวอย่างเช่น ใน EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) มีงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและโรงงาน EV ที่ขาดคนเก่งๆ แรงงานที่ผ่านการฝึกจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะได้เปรียบแน่นอน

สุดท้ายนี้ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยใส่ใจประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หากคุณหรือคนใกล้ตัวเป็นแรงงานต่างประเทศ แนะนำติดตามข่าวจากช่องทาง官方 และเตรียมตัวพัฒนาทักษะเพื่ออนาคตที่ดีกว่า สนใจข้อมูลเพิ่มเติม คอมเมนต์ด้านล่างหรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ กันนะครับ!

ที่มา – รมว.แรงงาน เผยยอดแรงงานไทยในตะวันออกกลางขอกลับประเทศประมาณ 200 คน ยันพร้อมอำนวยความสะดวก

อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย

อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก หลังจากที่รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของอิหร่านออกมาแถลงเตือนชาติยุโรปอย่างชัดเจน หากให้การสนับสนุนทางทหารแก่สหรัฐและอิสราเอล จะกลายเป็นเป้าหมายโจมตีทันที คำเตือนนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย

นายมาจิด ทัคห์ต-ราวานชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม ว่า ประเทศยุโรปที่เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐและอิสราเอล จะถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมสำหรับการตอบโต้ของอิหร่านทันที คำพูดนี้สะท้อนถึงท่าทีแข็งกร้าวของอิหร่านที่ไม่ยอมให้มีการแทรกแซงจากภายนอก

บริบทของคำเตือนจากอิหร่าน

ความตึงเครียดครั้งนี้เริ่มต้นจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลที่โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน ก่อนนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐ อิหร่านยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อถูกถามถึงการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์จากบางประเทศยุโรป รัฐมนตรีช่วยอิหร่านย้ำว่า ได้แจ้งเตือนไปแล้วว่า “พวกเขาควรระมัดระวังไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามรุกรานอิหร่าน” แม้จะไม่ได้ระบุชื่อประเทศชัดเจน แต่คำเตือนนี้ส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงที่ยุโรปอาจเผชิญหากเลือกข้าง

สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียและการเตือนประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ อิหร่านยังแจ้งเตือนประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียล่วงหน้า ก่อนความขัดแย้งปะทุ โดยระบุว่าหากสหรัฐกระทำการที่เป็นปฏิปักษ์ ฐานทัพสหรัฐทุกแห่งในภูมิภาคจะถูกโจมตีอย่างชอบธรรม ไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่ไหน รัฐมนตรีช่วยยังวิจารณ์สหรัฐว่าเป็นฝ่ายยุติการเจรจาทางการทูต โดยอิหร่านยืนยันว่าได้เจรจาด้วยความจริงใจ แต่การโจมตีทางทหารทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก

  • จุดสำคัญของคำเตือน: ยุโรปที่สนับสนุนสหรัฐ-อิสราเอล จะตกเป็นเป้า
  • ฐานทัพสหรัฐ: ถือเป็นเป้าหมายชอบธรรมในตะวันออกกลาง
  • การเจรจา: อิหร่านพร้อมคุย แต่สหรัฐเลือกใช้กำลังทหาร
  • ผลกระทบ: อาจลุกลามเป็นสงครามภูมิภาคใหญ่

อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบตะวันออกกลาง แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนในอ่าวเปอร์เซีย ประเทศยุโรปหลายแห่งที่พึ่งพิงน้ำมันจากภูมิภาคนี้ อาจต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ความขัดแย้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามตัวแทนที่ใหญ่กว่า โดยอิหร่านมีพันธมิตรอย่างรัสเซียและจีนที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่นาโต้ซึ่งมียุโรปเป็นสมาชิกหลัก ต้องตัดสินใจว่าจะยืนหยัดเคียงข้างสหรัฐหรือไม่

ในฐานะนักวิเคราะห์ เรามองว่าคำเตือนนี้เป็นกลยุทธ์ของอิหร่านในการป้องปราม เพื่อหลีกเลี่ยงการขยายวงสงคราม หากยุโรปถอยห่างจากสหรัฐ อาจเปิดทางให้การเจรจาฟื้นฟูได้ ผู้สนใจควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาผลกระทบต่อการลงทุนในพลังงาน

คุณคิดอย่างไรกับคำเตือนนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย

กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

ในสถานการณ์ความตึงเครียดที่กำลังคุกรุ่นในตะวันออกกลาง กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน แล้ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้โดยสารนับหมื่นที่ติดค้าง โดยเฉพาะการเตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับนักเดินทางทั่วโลกที่กำลังรอคอย

กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

สำนักงานการบินพลเรือนของกาตาร์ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม ว่า จะเริ่มกลับมาเปิดน่านฟ้าบางส่วนสำหรับเที่ยวบินจำนวนจำกัด หลังจากต้องปิดน่านฟ้าชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการตอบโต้ของอิหร่านด้วยขีปนาวุธและโดรน ต่อการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ทำให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซียอย่างกาตาร์ได้รับผลกระทบโดยตรง

การเปิดน่านฟ้าครั้งนี้อยู่ในขีดความสามารถจำกัด โดยใช้เส้นทางบินฉุกเฉินที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด ในระยะแรกจะเน้นเที่ยวบินอพยพผู้โดยสารที่ติดค้างและเที่ยวบินขนส่งสินค้าทางอากาศเท่านั้น ซึ่งช่วยลดภาระของสนามบินนานาชาติฮามัด (Hamad International Airport) ที่มีผู้โดยสารติดค้างจำนวนมาก

รายละเอียดเที่ยวบินอพยพสู่ยุโรป

สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส (Qatar Airways) ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติ ยืนยันว่าจะเริ่มบริการเที่ยวบินพิเศษตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม โดยมุ่งหน้าไปยังเมืองสำคัญในยุโรป เช่น ลอนดอน, ปารีส, มาดริด, โรม และแฟรงก์เฟิร์ต เที่ยวบินเหล่านี้จะให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้โดยสารเปราะบางก่อน ได้แก่

  • ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
  • ผู้โดยสารสูงอายุ
  • ผู้ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เร่งด่วน
  • ผู้โดยสารที่ติดค้างมานานที่สุด

ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบสถานะและจองตั๋วผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสายการบินได้ โดยแนะนำให้เตรียมเอกสารครบถ้วนและติดตามประกาศล่าสุด

เหตุการณ์โจมตีโดรนที่กาตาร์

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมกาตาร์รายงานว่า ดินแดนของประเทศถูกโจมตีด้วยโดรนอิหร่าน 10 ลำในวันศุกร์ โดยกองทัพสามารถสกัดกั้นได้ 9 ลำ และอีก 1 ลำตกในพื้นที่โล่งไม่มีผู้อยู่อาศัย ทำให้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ นอกจากนี้ สนามบินฮามัดเคยถูกโจมตีเช่นกันแต่ระบบป้องกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจำนวนมากที่ใช้กาตาร์เป็นฮับการบินหลัก โดยปกติสนามบินฮามัดรองรับผู้โดยสารกว่า 50 ล้านคนต่อปี แต่การปิดน่านฟ้าทำให้เกิดความล่าช้าและความไม่แน่นอน

สำหรับวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม สนามบินฮามัดจะเปิดบริการเที่ยวบินจำกัด โดยจะประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายการบินในวันถัดไป นักเดินทางควรตรวจสอบกับสายการบินของตนเอง เนื่องจากบางสายการบินอาจยังคงยกเลิกเที่ยวบิน

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินแนะนำให้ผู้โดยสารเตรียมแผนสำรอง เช่น การใช้เส้นทางบินอื่นผ่านตุรกีหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

การที่ กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป ถือเป็นสัญญาณบวกท่ามกลางความไม่แน่นอน หากสถานการณ์คลี่คลาย คาดว่าการบินปกติจะกลับมาในไม่ช้า แต่ผู้เดินทางควรระมัดระวังและวางแผนล่วงหน้า

ติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลางและการเดินทางได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และแบ่งปันประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

ด่วน ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก ฐานทัพ พริ้นส์ สุลต่าน

ด่วน ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก ที่พุ่งเป้ามายังฐานทัพอากาศสำคัญ “พริ้นส์ สุลต่าน” สำเร็จเรียบร้อย! สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดสุดๆ เลยครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และทำไมถึงเสี่ยงให้สงครามลุกลามไปทั่วภูมิภาค

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ทางการซาอุดีอาระเบียประกาศอย่างเป็นทางการว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศสามารถดักจับและทำลายขีปนาวุธวิถีโค้งได้ถึง 3 ลูก ซึ่งถูกยิงตรงมาที่ฐานทัพอากาศ “พริ้นส์ สุลต่าน” (Prince Sultan Air Base) ฐานทัพนี้เป็นหนึ่งในฐานสำคัญของซาอุฯ และเคยเป็นที่ประจำการของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ด้วยนะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปะทะกันระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนโดยอิหร่าน กับฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล-ซาอุฯ ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก เล็งฐานทัพอากาศ “พริ้นส์ สุลต่าน”

รายละเอียดของเหตุการณ์ ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก นี้ มาจากระบบป้องกันขั้นสูงอย่าง Patriot หรือ THAAD ที่ซาอุฯ นำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งพิสูจน์ประสิทธิภาพได้อีกครั้ง ขีปนาวุธที่ถูกยิงมาน่าจะมาจากกลุ่มฮูธีในเยเมน ที่ได้รับการสนับสนุนอาวุธจากอิหร่าน แหล่งข่าวระบุว่ามันเป็น ballistic missile แบบโค้งที่อันตรายมาก แต่ซาอุฯ จัดการได้ทันเวลา ไม่มีรายงานความเสียหายหรือบาดเจ็บ

ก่อนหน้านี้ ซาอุฯ และชาติเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียอย่าง UAE ก็ถูกโจมตีคล้ายๆ กันหลายครั้งแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2019 ที่ Aramco โรงกลั่นน้ำมันถูกโดรนโจมตี จนราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุฟ้า ครั้งนี้เลยยิ่งน่ากังวลเพราะมันเล็งฐานทัพทหารโดยตรง

บริบทสงครามตัวแทนที่กำลังลุกลาม

เหตุการณ์ ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลที่สถานกงสุลอิหร่านในซีเรียเมื่อไม่กี่วันก่อน สหรัฐฯ ก็เข้ามามีส่วนด้วยการโจมตีฐานฮูธีในเยเมน สถานการณ์เลยร้อนแรงแบบ chain reaction ไปทั่ว กลุ่มฮูธีประกาศว่าจะโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงต่อไป ส่งผลให้เส้นทางค้าขายโลกสะดุด

  • การโจมตี Aramco ปี 2019: โดรน 18 ลูกจากอิหร่าน?
  • ขีปนาวุธใส่ Abu Dhabi สนามบิน UAE ปี 2022
  • โดรนโจมตีเรือในทะเลแดงช่วงสงครามกาซา
  • ล่าสุด: สหรัฐโจมตีฮูธี หลังโดรนโจมตีเรือ US

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าอิหร่านกำลังใช้ proxy war ผ่านกลุ่มติดอาวุธเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะตรงๆ กับซาอุฯ และสหรัฐฯ แต่ถ้าซาอุฯ โดนหนักกว่านี้ อาจตอบโต้เยเมนเต็มรูปแบบได้นะครับ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

ตะวันออกกลางคือแหล่งน้ำมัน 30% ของโลก ถ้าสงครามลุกลาม ราคาน้ำมันเบนซินดีเซลในไทยพุ่งแน่นอน จากปัจจุบัน 35-40 บาท/ลิตร อาจแตะ 50 ได้ง่ายๆ ส่งผลให้ค่าครองชีพแพงขึ้น Inflation พุ่ง ส่งออกไทยที่พึ่งพาน้ำมันก็เดือดร้อน นอกจากนี้ หุ้นพลังงานโลกอย่าง Exxon, Aramco ก็ผันผวนหนัก

ในมุมการทูต ซาอุฯ เพิ่งคืนดีกับอิหร่านผ่านจีนไกล่เกลี่ยปีที่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้แสดงว่าความเชื่อมั่นยังเปราะบาง สหรัฐฯ ภายใต้ไบเดนเน้น diplomacy แต่ถ้าทรัมป์กลับมา ปีหน้าอาจ hardline กว่านี้

ส่วนตัวผมมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนใหญ่ ถ้าทุกฝ่ายไม่ยับยั้ง สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบอาจเกิดขึ้นจริง ลุ้นกันยาวๆ เลยครับ แต่ระบบป้องกันของซาอุฯ แข็งแกร่งขนาดนี้ ก็นับว่าสบายใจขึ้นบ้าง

คุณคิดยังไงกับสถานการณ์นี้? คิดว่าจะกระทบไทยหนักแค่ไหน ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน ติดตามเพจเราเพื่ออัพเดทข่าวต่างประเทศแบบเรียลไทม์!

ที่มา – ด่วน ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก เล็งฐานทัพอากาศ “พริ้นส์ สุลต่าน” เสี่ยงสงครามตะวันออกกลางลุกลาม

ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข

ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข คำประกาศสุดแข็งกร้าวจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดขึ้นไปอีก สหรัฐฯ ยืนกรานจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ยอมทำข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน เว้นแต่จะยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เลย

ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข

วันที่ 6 มีนาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยระบุอย่างชัดเจนว่า ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข คำพูดนี้สะท้อนถึงนโยบายกดดันสูงสุดต่ออิหร่านที่ทรัมป์ยึดมั่นมาตลอดการบริหารประเทศ

ทรัมป์ยังขยายความว่า หลังจากอิหร่านยอมจำนนแล้ว สหรัฐฯ และพันธมิตรจะช่วยฟื้นฟูประเทศ โดยคัดเลือกผู้นำที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับจากประชาชน สหรัฐฯ จะทำงานร่วมกับพันธมิตรกล้าหาญเพื่อดึงอิหร่านออกจากขอบเหวแห่งความพินาศ ทำให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ทรัมป์ปิดท้ายด้วยสโลแกนสุดโด่งดังที่ดัดแปลงมา “Make Iran Great Again” หรือ “ทำอิหร่านกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” ซึ่งคล้ายกับสโลแกนหาเสียงของตัวเอง

บริบทของคำประกาศทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน”

คำประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเผชิญหน้าอย่างต่อเนื่องระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ อิหร่านถูกกล่าวหาว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค ทำให้สหรัฐฯ ต้องเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรและกดดันทางการทูต

นโยบายของทรัมป์ต่ออิหร่านนั้นแตกต่างจากสมัยโอบามาที่เคยทำข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA แต่ทรัมป์ถอนตัวออกมาและเรียกมันว่า “ข้อตกลงที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์” ตอนนี้เขายืนยันว่าจะไม่มีข้อตกลงใหม่เว้นแต่การยอมจำนนเต็มรูปแบบ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากจุดยืนนี้

  • เพิ่มความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: อาจนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่าน เช่น โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หรือเพิ่มการสนับสนุนฮูติและฮิซบอลเลาะห์
  • ผลต่อราคาน้ำมัน: ตลาดพลังงานโลกอาจผันผวน หากเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
  • พันธมิตรสหรัฐฯ: ประเทศอาหรับอย่างซาอุฯ และ UAE น่าจะสนับสนุน แต่ยุโรปอาจไม่เห็นด้วย
  • โอกาสฟื้นฟูอิหร่าน: หากสำเร็จตามแผน อาจนำไปสู่ประชาธิปไตยและเศรษฐกิจบูม

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า คำพูดของทรัมป์เป็นกลยุทธ์ “maximum pressure” เพื่อบังคับให้อิหร่านเจรจาจากจุดอ่อนแอ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะลุกลามเป็นสงครามใหญ่

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังชี้ว่าอิหร่านกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจจาก санкции ทำให้ประชาชนไม่พอใจรัฐบาล ซึ่งเป็นโอกาสให้สหรัฐฯ สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกจับตา เพราะอาจเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลางไปตลอดกาล

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนสุดโต่งของทรัมป์? มันจะนำไปสู่สันติภาพหรือสงคราม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารสำคัญ!

ที่มา – ทรัมป์ลั่น “ไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน” หากไม่ยอมจำนนแบบไม่มีเงื่อนไข

ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง

ในสถานการณ์ที่โลกกำลังตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมายืนยันความพร้อมเต็มที่ เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย โดยเฉพาะการดูแลบุคคลสำคัญ สถานทูต สถานกงสุล และสนามบินทั่วประเทศแบบไม่หยุดพัก

ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง

เมื่อเวลา 18.05 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยอ้างอิงคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีที่ให้เร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง และสั่งการให้ทุกหน่วยงานพร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.อ.กิตติ์รัตน์ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขานรับนโยบายทันที โดยส่งคำสั่งด่วนไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของชาติ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

มาตรการหลักที่ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง

  • เพิ่มการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ: ครอบคลุมบุคคลสำคัญ เอกอัครราชทูต สถานทูต สถานกงสุล และสถานที่ราชการ โดยประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง
  • สืบสวนและเฝ้าระวังคนต่างด้าว: ติดตามบุคคลที่อาจก่อเหตุร้ายหรือกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะจากประเทศเฝ้าระวัง พร้อมเพิ่มจุดตรวจ จุดสกัดตามชายแดนและช่องทางธรรมชาติ
  • เตรียมรับคนไทยกลับประเทศ: รองรับท่าอากาศยานทุกแห่ง หากมีผู้เดินทางกลับจากตะวันออกกลาง โดยประสานข้อมูลกับกระทรวงการต่างประเทศ องค์การตำรวจสากล และช่องทางทูตตำรวจ
  • เฝ้าระวังสื่อสังคมออนไลน์: ตรวจสอบข้อมูลปลอมหรือข่าวบิดเบือนที่อาจก่อความตื่นตระหนก ปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายที่กระทบความมั่นคง

นอกจากนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับคำกำชับให้เข้มงวดการพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ต่อ โดยเฉพาะผู้ที่อ้างผลกระทบจากตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันการใช้เป็นข้ออ้างอยู่เกินกำหนดหรือแฝงตัวกระทำผิด

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้านความมั่นคง รับผิดชอบควบคุมภาพรวมทั้งหมด โดยศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง

มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ภายนอก แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนชาวไทยรู้สึกปลอดภัยในบ้านเกิด การยกระดับแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจไทยในการปกป้องชาติและประชาชนอย่างครบวงจร

ในฐานะประชาชน เราควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจ 191 เพื่อร่วมมือกันรักษาความสงบสุข

ที่มา – ตำรวจยืนยัน พร้อมดูแลความปลอดภัยบุคคล-สถานทูต-สถานกงสุล-สนามบิน 24 ชั่วโมง

อิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22

อิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22 ของปฏิบัติการตอบโต้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุยิ่งขึ้น เมื่ออิหร่านระดมยิงขีปนาวุธพิสัยไกลจำนวนมากโจมตีอิสราเอล ถือเป็นระลอกที่ 22 ภายใต้ปฏิบัติการ “True Promise 4” ซึ่งเกิดขึ้นครบหนึ่งสัปดาห์ของความขัดแย้งที่ลุกลามไม่หยุดยั้ง

อิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22 ของปฏิบัติการตอบโต้

วันที่ 6 มีนาคม 2569 สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามได้เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ โดยปล่อยขีปนาวุธหลายสิบลูกพุ่งตรงไปยังเป้าหมายทางทหารของอิสราเอล ภาพวิดีโอที่เผยแพร่แสดงขีปนาวุธทะยานขึ้นฟ้าจากฐานยิงในอิหร่าน สร้างความตึงเครียดให้กับภูมิภาคทั้งหมด

ปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ต่อการโจมตีจากอิสราเอลที่ผ่านมา โดยอิหร่านประกาศว่าจะไม่ยอมให้มีการรุกรานดินแดนของตน ปฏิบัติการ True Promise 4 เริ่มต้นมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และนี่คือระลอกที่ 22 ที่หนักหน่วงที่สุด

ขีปนาวุธที่ใช้ในปฏิบัติการ

อิหร่านใช้ขีปนาวุธรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมีพิสัยไกลและความแม่นยำสูง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ไคบา (Kheibar): ขีปนาวุธข้ามทวีป พิสัย 2,000 กิโลเมตร ความเร็วเหนือเสียง
  • คอร์รามชาห์ร (Khorramshahr): รุ่นปรับปรุง พิกัดเป้าหมายได้แม่นยำ ระบบนำวิถีขั้นสูง
  • ฟัตตาห์ (Fattah): ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หลบหลีกระบบป้องกันได้ดี

ขีปนาวุธเหล่านี้ถูกพัฒนาโดยหน่วยงานทหารอิหร่าน เพื่อรับมือกับระบบป้องกันฟ้าอากาศ Iron Dome ของอิสราเอล

การตอบโต้จากอิสราเอลและสหรัฐฯ

ในขณะเดียวกัน กองทัพอากาศอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องไปยังกรุงเตหะรานและฐานทัพสำคัญของอิหร่าน รวมถึงพื้นที่ในเบรุตของเลบานอน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบุลลาห์ สหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมโดยโจมตีเรือบรรทุกโดรนของอิหร่านในทะเลแดง เพื่อตัดกำลังสนับสนุน

สงครามครั้งนี้เริ่มจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮามาส และขยายวงสู่กลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ฮูติในเยเมนและฮิซบุลลาห์ สถานการณ์ลุกลามจนกระทบราคาน้ำมันโลกและเส้นทางการค้า

ผลกระทบและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

การโจมตีอิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22 ของปฏิบัติการตอบโต้ สร้างความเสียหายจำนวนมาก โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ประชาชนในเทลอาวิวและเตหะรานต้องหลบภัยในที่กำบัง นานาชาติเรียกร้องให้หยุดยิง แต่ทั้งสองฝ่ายยังยืนกราน

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าปฏิบัติการนี้อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ หากสหรัฐฯ หรือรัสเซียเข้าแทรกแซงมากขึ้น ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 10% ในวันเดียว ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก สถานการณ์นี้อาจยืดเยื้อหากไม่มีการเจรจาสันติภาพ

บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ

  • ระบบป้องกันของอิสราเอลสกัดกั้นได้ 90% แต่บางลูกทะลุถึงเป้าหมาย
  • อิหร่านแสดงศักยภาพทางทหาร เพิ่มน้ำหนักในการเจรจา
  • ความเสี่ยงนิวเคลียร์เพิ่มขึ้น หากอิสราเอลโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เตือนใจให้โลกตระหนักถึงอันตรายของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจลุกลามเป็นวิกฤตโลกได้ทุกเมื่อ

CTA: ติดตามข่าวสารอัปเดตสถานการณ์อิหร่าน-อิสราเอลแบบเรียลไทม์ และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – อิหร่านจัดหนัก ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ระลอกที่ 22 ของปฏิบัติการตอบโต้

อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการและคนที่สนใจเรื่องเศรษฐกิจไทย วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสเดือดๆ เลย นั่นคือ อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งปรี๊ด ส่งผลกระทบตรงๆ ต่อต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ของเรา กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ไม่รอช้า รีบออกมาตรการเร่งด่วน 4 ด้าน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอย่างเราปรับตัวได้ทัน

อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง สถานการณ์เป็นยังไง?

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่ากำลังจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญถึง 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งจาก 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ข้อมูล 6 มี.ค. 2569) อาจแตะ 150 ดอลลาร์ ถ้าสงครามยืดเยื้อ ต้นทุนเชื้อเพลิงในโรงงานพุ่ง แถมค่าระวางเรือและประกันสินค้าขึ้น 50-140% เลยทีเดียว

กระทรวงฯ วิเคราะห์แล้ว พบว่าอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงจะโดนหนักสุด เช่น

  • การผลิตปูนซีเมนต์และคอนกรีต
  • การผลิตแก้ว/กระจกแผ่น
  • การผลิตกระเบื้องและเซรามิก
  • การผลิตก๊าซและปิโตรเลียม
  • การผลิตสิ่งทอและเสื้อผ้า
  • การผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษ
  • ปิโตรเคมี (เรื่องวัตถุดิบ)

ส่วนอุตสาหกรรมอย่างอิเล็กทรอนิกส์ อัญมณี เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ ยังรับมือได้ในระยะสั้น แต่ต้องเฝ้าระวังถ้าสถานการณ์ยาว แต่ก็มีอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์นะครับ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม รถ EV/Hybrid ป้องกันประเทศ ยางพารา และบรรจุภัณฑ์กระดาษ

อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม อัด 4 มาตรการเร่งด่วนช่วยยังไง?

จากเสียงสะท้อนผู้ประกอบการ อก. รวบรวมปัญหา 2 กลุ่มใหญ่ คือ การบริหารความเสี่ยงวัตถุดิบ/โลจิสติกส์ และการปรับตัวธุรกิจ จากนั้นอัด 4 มาตรการเร่งด่วน ดังนี้

  • ปรับกระบวนการผลิต: ส่งเสริมลงทุนเทคโนโลยีทันสมัย ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม สำรองวัตถุดิบ ปรับแผนผลิต
  • ลดต้นทุน: สนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป พลังงานชีวมวล SAF จากกากน้ำตาล/น้ำมันปาล์ม ช่วยเกษตรกรด้วย
  • แหล่งเงินทุน: สินเชื่อ SME จากกองทุนพัฒนา SMEs, SME Green Productivity จาก SME D Bank, Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำ
  • สิทธิประโยชน์: ภาษีลดหย่อนสำหรับธุรกิจยั่งยืน ลดใช้พลังงาน
ภาพประกอบ อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังมีแผนระยะกลาง-ยาว ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ลดพึ่งพานำเข้า ส่งเสริม Local Content และ Made in Thailand ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ

“เราไม่ได้มองแค่ระยะสั้น แต่เตรียมระบบทั้งหมด เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยยืดหยุ่น รักษาความแข่งขันท่ามกลางความผันผวนโลก” รัฐมนตรีฯ กล่าว

สรุปนะครับ อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลใส่ใจภาคเอกชน ถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงงาน ลองเช็คดูว่าธุรกิจตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม แล้วรีบใช้มาตรการเหล่านี้ปรับตัว เช่น ติดโซลาร์ ลดพึ่งนำเข้า หรือหาตลาดใหม่ จะช่วยให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน แนะนำติดตามข่าวอัพเดทจากกระทรวงฯ และปรึกษาที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อวางแผนล่วงหน้า ธุรกิจไทยต้องสู้ต่อไปครับ!

ที่มา – อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง อัด 4 มาตรการเร่งด่วนช่วยผู้ประกอบการ

Scroll to top