คดีเว็บพนัน

เจาะมหากาพย์ ศึกบิ๊กสีกากี เกมเฉือนคม จากเว็บพนันมินนี่ สู่สินบนทองคำ

เจาะมหากาพย์ ศึกบิ๊กสีกากี เกมเฉือนคม จากเว็บพนันมินนี่ สู่สินบนทองคำ

วงการตำรวจไทยในช่วงที่ผ่านมาต้องสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่า เจาะมหากาพย์ ศึกบิ๊กสีกากี เกมเฉือนคม จากเว็บพนันมินนี่ สู่สินบนทองคำ ซึ่งเป็นสมรภูมิที่ไม่ได้มีแค่เรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย แต่ดูเหมือนจะมีมิติของการช่วงชิงอำนาจในเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเพียง 2 วันก่อนการเลือก ผบ.ตร. คนที่ 14 เมื่อมีการเข้าค้นบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องความเชื่อมโยงกับคดีเว็บพนันออนไลน์

เบื้องลึกเบื้องหลังในศึกบิ๊กสีกากี

ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือการที่สังคมตั้งคำถามว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นเรื่องของพยานหลักฐานที่ชัดเจน หรือเป็นการ “ตัดขา” คู่แข่งกันแน่? ในขณะที่ทีมที่ปรึกษากฎหมายของบิ๊กโจ๊กมองว่าเป็นกระบวนการที่มีธงตั้งไว้ก่อน อีกฟากหนึ่งอย่าง บิ๊กเต่า-พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าการทำงานเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น เจาะมหากาพย์ ศึกบิ๊กสีกากี เกมเฉือนคม จากเว็บพนันมินนี่ สู่สินบนทองคำ จึงกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำและเส้นสายในองค์กรตำรวจไทย

หากเราไล่เรียงคดีที่เกิดขึ้น จะพบความเชื่อมโยงที่น่าตกใจ ตั้งแต่:

  • คดีเว็บพนันออนไลน์ “มินนี่” ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
  • คดี BNK Master ที่ขยายผลไปสู่บุคคลระดับสูง
  • คดีส่วยและสินบนทองคำมูลค่า 246 บาท
  • ความเกี่ยวข้องกับอดีตกรรมการ ป.ป.ช. ที่สังคมกำลังเฝ้าจับตา

สถานการณ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ตำรวจต้องตรวจสอบกันเอง แต่ยังตั้งคำถามถึงอิสระของกระบวนการยุติธรรมว่าสามารถทำงานได้อย่างตรงไปตรงมามากน้อยเพียงใด เมื่อผู้ตรวจสอบต้องกลายมาเป็นผู้ถูกตรวจสอบเสียเอง นี่คือมหากาพย์ที่ยังไม่จบลงง่ายๆ เพราะการโยกย้ายตำแหน่งในวงการตำรวจมักจะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการทำคดีเสมอ

ท้ายที่สุดแล้ว ความจริงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครผิดหรือถูกเท่านั้น แต่คำถามสำคัญคือระบบตรวจสอบในบ้านเราเข้มแข็งพอที่จะไม่ให้ “สนิมเนื้อใน” กัดกินจนองค์กรผุพังหรือไม่ ศึกครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เกมของตัวบุคคล แต่มันคือการเขย่าวงการสีกากีครั้งใหญ่ที่ประชาชนทุกคนต้องร่วมกันติดตามจนกว่าความกระจ่างจะปรากฏ

ติดตามบทวิเคราะห์เจาะลึกเพิ่มเติมได้ใน แฟ้มลับ ป.ป.ช. สนิมเนื้อใน EP.2 เพื่อเข้าใจที่มาที่ไปของคดีที่สะเทือนโครงสร้างตำรวจไทยให้ถึงแก่น

ที่มา – เจาะมหากาพย์ “ศึกบิ๊กสีกากี” เกมเฉือนคม จากเว็บพนันมินนี่ สู่สินบนทองคำ

“ชนนพัฒน์” พร้อมเข้ากระบวนการ หลัง DSI ทำเรื่องขอส่งตัว

“ชนนพัฒน์” พร้อมเข้ากระบวนการ หลัง DSI ทำเรื่องขอส่งตัว

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อนายชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม ได้ออกมาประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าตนนั้น “ชนนพัฒน์” พร้อมเข้ากระบวนการ หลัง DSI ทำเรื่องขอส่งตัว เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตนเองตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้ทำหนังสือขออนุญาตต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เหตุผลที่ “ชนนพัฒน์” พร้อมเข้ากระบวนการ หลัง DSI ทำเรื่องขอส่งตัว

นายชนนพัฒน์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวด้วยความโปร่งใส โดยระบุว่าตนเองมีความตั้งใจที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตั้งแต่ต้น และได้เคยเข้าให้ข้อมูลกับทาง DSI ด้วยตนเองมาแล้ว เพราะเชื่อมั่นว่าในฐานะผู้แทนราษฎร ยิ่งถูกตั้งคำถามสังคมยิ่งต้องพร้อมให้ตรวจสอบได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

สาเหตุที่ต้องมีการดำเนินการขอมติจากสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้นั้น เป็นเพราะอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภา ซึ่งตามหลักรัฐธรรมนูญและกฎหมายจำเป็นต้องดำเนินขั้นตอนให้ถูกต้องและรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในทางกฎหมายภายหลัง โดยนายชนนพัฒน์ย้ำว่าเรื่องนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการพิสูจน์ตนเอง

  • พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ DSI อย่างเต็มที่
  • ยืนยันความโปร่งใสในฐานะผู้แทนราษฎร
  • หวังสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นายชนนพัฒน์เน้นย้ำและฝากไปถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรก็คือ ขอให้มีการใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับสมาชิกสภาท่านอื่นๆ หากใครตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันในอนาคต ขอให้ดำเนินการอย่างเท่าเทียมและอย่าเลือกปฏิบัติกับตนเพียงคนเดียว เพราะอยากให้กรณีนี้เป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษากฎหมายและความถูกต้องของสภานิติบัญญัติ

ท้ายที่สุด การแสดงตัวของนายชนนพัฒน์ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่สะท้อนถึงวุฒิภาวะของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่พร้อมเผชิญหน้ากับความจริงแทนการหลีกเลี่ยง และยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ถึงแม้จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีก็ตาม ซึ่งเราต้องรอดูกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร

ที่มา – “ชนนพัฒน์” พร้อมเข้ากระบวนการ หลัง DSI ทำเรื่องขอส่งตัว ขอ ปธ.สภาฯ อย่าเลือกปฏิบัติ

คุมตัว “ชนนพัฒฐ์” ส่งศาลอาญา ขอฝากขัง

เหตุการณ์ร้อนแรงในวงการการเมืองไทย เมื่อเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการ คุมตัว “ชนนพัฒฐ์” ส่งศาลอาญา ขอฝากขัง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และฟอกเงิน สร้างความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์และรายละเอียดสำคัญให้ฟังแบบเข้าใจง่าย

คุมตัว “ชนนพัฒฐ์” ส่งศาลอาญา ขอฝากขัง

จากกรณีที่ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 4 สังกัดพรรคกล้าธรรม ได้เดินทางเข้าพบ DSI เพื่อรายงานตัวตามหมายเรียกและรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวผู้ต้องหาออกจากกรมทันที โดยเวลา 14.15 น. DSI คัดค้านการประกันตัว และคุมตัวไปยังศาลอาญารัชดาภิเษท เพื่อยื่นขอฝากขัง

ที่ศาลอาญา เวลา 14.30 น. ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ DSI พร้อมพนักงานสอบสวน ได้นำตัวนายชนนพัฒฐ์ไปฝากขัง โดยข้อหาที่แจ้งคือ ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478

พื้นหลังคดีและข้อกล่าวหาหลัก

คดีนี้เกิดจาก DSI สอบสวนเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งแพร่ระบาดในประเทศไทยมานาน พบว่านายชนนพัฒฐ์มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือหรือชักชวนให้ผู้อื่นเล่นพนัน รวมถึงการฟอกเงินจากกิจกรรมดังกล่าว แม้ผู้ต้องหาจะตั้งใจมารายงานตัวตามกำหนด แต่ DSI มองว่ามีความเสี่ยงสูง จึงคัดค้านประกันตัวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

  • ข้อหาแรก: ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ข้อหาที่สอง: ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้เล่นพนัน
  • ข้อหาที่สาม: ร่วมกันฟอกเงินจากผลประโยชน์ดังกล่าว

เว็บพนันออนไลน์เหล่านี้มักใช้เทคโนโลยีซ่อนตัว ทำให้ DSI ต้องใช้กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศในการติดตาม ซึ่งร.ต.อ.เขมชาติเป็นหัวหน้าที่สำคัญในการดำเนินคดีประเภทนี้

ปฏิกิริยาของนายชนนพัฒฐ์ต่อสื่อมวลชน

ระหว่างถูกนำตัว ผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์สั้นๆ เพียงว่า “ตั้งใจมารายงานตัวตามที่ DSI เรียก ขอโทษทีต้องขึ้นรถแล้วครับ” โดยปัดตอบคำถามเพิ่มเติมจากนักข่าว แสดงถึงความระมัดระวังในการให้ข้อมูล คำพูดนี้กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียทันที สะท้อนถึงสถานการณ์ที่ตึงเครียด

ผลกระทบต่อการเมืองและสังคม

การที่ สส.ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร้ายแรงเช่นนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคที่เน้นเรื่องธรรมะและความกล้าในการเมือง การดำเนินคดีนี้ยังเป็นสัญญาณจากรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง โดยเฉพาะพนันออนไลน์ที่สร้างความเสียหายให้ประชาชนนับล้านคนต่อปี ทำให้ครอบครัวแตกแยกและเศรษฐกิจเสียหาย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ คดีประเภทนี้จะเข้มข้นขึ้นในอนาคต เพราะ DSI ได้รับงบประมาณเพิ่มในการสืบสวนไซเบอร์ นอกจากนี้ ยังอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือบุคคลมีสีอื่นๆ ทำให้การเมืองไทยร้อนระอุต่อเนื่อง

สำหรับประชาชน คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระวังเว็บพนันที่แฝงตัวในแอปหรือโซเชียล หากพบเบาะแส ควรแจ้ง DSI โดยตรงเพื่อช่วยเหลือสังคม

ความคืบหน้าที่ควรติดตาม

ศาลจะตัดสินฝากขังหรือให้ประกันตัวหรือไม่ ยังต้องรอคำวินิจฉัย คาดว่าจะมีข่าวอัปเดตในเร็ววัน DSI สัญญาว่าจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ในฐานะนักสังเกตการณ์การเมือง คิดว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญให้ สส.ทุกคนยึดมั่นจริยธรรม หากคุณสนใจประเด็นกฎหมายพนันหรือข่าวการเมืองล่าสุด กดติดตามบล็อกนี้ และแชร์บทความเพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย หากมีมุมมองเรื่องนี้ คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ!

ที่มา – คุมตัว “ชนนพัฒฐ์” ส่งศาลอาญา ขอฝากขัง เจ้าตัวปัดตอบสื่อ บอกสั้นๆ “ขอโทษที”

“ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก พร้อมชี้แจงเจ้าหน้าที่

ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 เหตุการณ์ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมาก เมื่อ “ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก พร้อมชี้แจงเจ้าหน้าที่ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา เขต 4 พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยทนายความ เดินทางมารายงานตัวตามกำหนดเวลา 10.59 น. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีสำคัญ

“ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก พร้อมชี้แจงเจ้าหน้าที่

การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับคดีเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงิน ซึ่งเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย นายชนนพัฒฐ์แสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยกล่าวสั้นๆ กับสื่อมวลชนที่รอสัมภาษณ์ว่า “มารายงานตัวตามหมายเรียก มั่นใจในพยานหลักฐาน” เขายังย้ำว่าหตุ事情นี้เป็นเหตุการณ์เก่า และพร้อมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่อย่างครบถ้วน

รายละเอียดข้อกล่าวหาในคดี “ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก

ข้อกล่าวหาที่ DSI ออกหมายเรียกครอบคลุมหลายมาตรา โดยเฉพาะตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 นายชนนพัฒฐ์ถูกกล่าวหาว่า ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษนาหรือชักชวนผู้อื่นให้เล่นพนัน รวมถึงร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ ส.ส. และพรรคการเมือง

  • ฐานร่วมกันจัดให้เล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ทำอุบายล่อหรือช่วยโฆษณาชักชวนให้ผู้อื่นเล่นพนัน
  • ร่วมกันฟอกเงินจากกิจกรรมดังกล่าว
  • เหตุการณ์เชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่

นอกจากนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังทยอยยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เมื่อสื่อถามถึงเรื่องนี้ นายชนนพัฒฐ์ตอบอย่างใจเย็นว่า “ไม่เป็นไร ค่อยๆ ชี้แจงไป” แสดงถึงความสงบและมั่นใจในการต่อสู้คดี

หลังจากนั้น นายชนนพัฒฐ์และทีมทนายได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ DSI เพื่อให้ปากคำอย่างละเอียด โดยคาดว่าจะออกมาให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมในภายหลัง เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นการรายงานตัวตามหมายเรียกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินไปในคดีเว็บพนันซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย

พื้นหลังคดีเว็บพนันและบทบาทของ DSI

คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการใหญ่ของ DSI ในการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ที่ลุกลามไปถึงการฟอกเงินมูลค่ามหาศาล เว็บพนันเหล่านี้มักเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ สร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะการดึงดูดเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง นายชนนพัฒฐ์ในฐานะ ส.ส. จึงตกเป็นเป้าสนใจว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร

จากข้อมูลเบื้องต้น คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุการณ์เก่าๆ ที่เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานมานาน การออกหมายเรียกครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสอบสวน ซึ่งอาจนำไปสู่การออกหมายจับหากไม่ให้ความร่วมมือ ทว่าการที่ “ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก แสดงถึงความเคารพกระบวนการกฎหมาย

ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง เหตุการณ์นี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพรรคก้าวไกลอย่างไร ต้องติดตามต่อไป เพราะ ส.ส. แต่ละคนคือตัวแทนประชาชนที่ต้องโปร่งใส

สุดท้ายแล้ว คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ ส.ส. และนักการเมืองทุกคนระมัดระวังการเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย หากคุณสนใจข่าวการเมืองและคดีดัง ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตล่าสุด และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลกระจายสู่สาธารณะ

ที่มา – “ชนนพัฒฐ์” มาตามนัด พบดีเอสไอตามหมายเรียก พร้อมชี้แจงเจ้าหน้าที่

ปปง. ยึดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” เพิ่ม 12 รายการ 12 ล้านบาท

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวเด็ดจากวงการปราบปรามอาชญากรรมเลยนะ ปปง. ยึดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” กับพวกเพิ่มอีก 12 รายการ มูลค่าราว 12 ล้านบาท! นี่เป็นการตอกย้ำว่ารัฐบาลไทยจริงจังกับการตัดวงจรเงินสกปรกจากพนันออนไลน์มากแค่ไหน ใครที่ติดตามข่าวคดีนี้คงตื่นเต้นไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ ปปง. เคยยึดทรัพย์ไปแล้วกว่า 158 ล้านบาท ตอนนี้รวมแล้วเกือบ 170 ล้านเลยทีเดียว

ปปง. ยึดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” กับพวกเพิ่มเติม 12 รายการ

วันที่ 11 มีนาคม 2568 นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ได้แถลงข่าวหลังการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นประธาน คณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงเป็นปกติธุระ พนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ

สำหรับคดีนี้ กลุ่มบุคคลนำโดยนายชนนพัฒฐ์และพวกร่วมกันจัดให้มีการพนันผ่านเว็บไซต์ www.gimi88.com และเว็บที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นแหล่งเงินหมุนเวียนมหาศาลจากการพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย ทรัพย์สินที่ถูกยึดเพิ่มเติมครั้งนี้มี 12 รายการ เช่น หุ้นในบริษัทจำกัด เงินในบัญชีธนาคาร สรุปมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.81/2569 ส่วนคำสั่งก่อนหน้า ย.286/2568 ยึดไป 158 ล้านบาท และคดีกำลังพิจารณาในศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ ฟ 16/2569

ทรัพย์สินที่ ปปง. ยึดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” มีอะไรบ้าง

  • หุ้นในบริษัทจำกัดหลายแห่ง
  • เงินฝากในบัญชีธนาคารหลายบัญชี
  • ทรัพย์สินอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับรายได้จากการพนันออนไลน์

การยึดทรัพย์แบบนี้เป็นกลไกสำคัญของ ปปง. หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่มีหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 เพื่อตัดแขนตัดขาการทำความผิด โดยไม่ต้องรอให้ศาลตัดสินว่ามีความผิดก่อน ทรัพย์สินที่ยึดจะถูกอายัดไว้ก่อน แล้วตรวจสอบว่ามาจากไหน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินสกปรก จะยึดถาวรและนำไปใช้ประโยชน์สาธารณะ เช่น สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล

ปปง. ยึดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” สะท้อนปัญหาพนันออนไลน์ในไทย

คดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาเว็บพนันออนไลน์ที่แพร่ระบาดในไทย gimi88.com เป็นหนึ่งในหลายเว็บที่หลอกล่อคนไทยด้วยโฆษณาหนักๆ สัญญาแจ็คพอตใหญ่ แต่จริงๆ แล้วเป็นเครื่องมือฉ้อโกงและฟอกเงิน ข้อมูลจาก ปปง. ชี้ว่าธุรกิจพนันออนไลน์ผิดกฎหมายในไทยมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี สร้างความเสียหายให้ประชาชนนับไม่ถ้วน ทั้งเสียเงิน ทะเลาะครอบครัว สุขภาพจิตแย่

นอกจากนี้ ปปง. ยังดำเนินการคดีอื่นๆ ในที่ประชุมครั้งนี้ด้วย เช่น ยึดทรัพย์จากขบวนการยาเสพติดและฉ้อโกง แต่คดี ปปง. ยึดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” เป็นที่สนใจเพราะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย รัฐบาลภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์ หรือผู้นำคนปัจจุบัน กำลังเร่งปราบปราม โดยใช้ AI และ大数据 ติดตามธุรกรรมต้องสงสัย

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้าไม่มี ปปง. เงินจากการพนันเหล่านี้จะไหลไปซื้อบ้าน ซื้อรถ ฟอกเป็นทรัพย์สินสะอาดได้สบาย การยึดทรัพย์ช่วยคืนความยุติธรรมให้สังคมจริงๆ ในปีที่ผ่านมา ปปง. ยึดทรัพย์ได้กว่า 10,000 ล้านบาททั่วประเทศ แสดงถึงประสิทธิภาพสูง

สำหรับคนที่อยากรู้เพิ่มเติม แนะนำติดตามเว็บ ปปง. อย่างเป็นทางการ หรือแอปข่าวอาชญากรรม ถ้าคุณเจอเว็บพนันน่าสงสัย รายงานได้เลยนะครับ ช่วยกันปราบปรามจะได้อยู่โลกที่ปลอดภัยกว่า สุดท้าย การพนันออนไลน์ไม่เคยให้ผลดี ลงทุนอย่างถูกกฎหมายดีกว่า!

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ยอมให้อาชญากรออนไลน์รอดพ้นกฎหมายง่ายๆ ติดตามข่าวอัปเดตคดีนี้ต่อไป เพราะอาจมีดราม่าในศาลแพ่งรออยู่

ที่มา – ปปง. ยึดทรัพย์ “ชนนพัฒฐ์” กับพวกเพิ่มอีก 12 รายการ มูลค่า 12 ล้านบาท

หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ในแวดวง ส.ส. กันหน่อยนะครับ โดยเฉพาะกรณี หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยทีเดียว เรื่องนี้เกี่ยวกับ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา สังกัดพรรคกล้าธรรม ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาเรื่องเว็บพนันออนไลน์ ถ้าไม่มา ก็เตรียมตัวรับหมายใหม่ได้เลย!

หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ

เรื่องราวเริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวนะครับ) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.35 น. ตรงๆ เลยว่า ดีเอสไอได้ออกหมายเรียก นายชนนพัฒฐ์ ไปแล้วกำหนดให้มารายงานตัววันที่ 12 มีนาคมนี้ ถ้า “เบี้ยว” ไม่มา ก็จะออกหมายเรียกซ้ำอีกครั้งทันที ไม่มีเกรงใจนะครับ เพราะเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับเว็บพนันที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยเราอยู่แล้ว

เพื่อนๆ รู้ไหมครับ เว็บพนันออนไลน์พวกนี้แพร่ระบาดหนักมาก โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้ประชาชนนับไม่ถ้วน ทั้งหมดเป็นเงินหมุนเวียนมหาศาล และเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ การที่ ส.ส. อย่างคุณชนนพัฒฐ์ ถูกกล่าวหาในคดีนี้ จึงยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของนักการเมืองคนนี้ พรรคกล้าธรรมเองก็คงต้องชี้แจงอะไรบ้างล่ะครับ

กรณีเว็บพนัน ส.ส.สงขลา: พื้นหลังของคดี

ก่อนอื่น มาทำความรู้จัก นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว กันสักหน่อย เขาเป็น ส.ส. เขต 5 สงขลา จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่เน้นธรรมาภิบาล แต่ดันมาติดคดีเว็บพนันซะได้ ข้อกล่าวหาคือเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือบริหารเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งดีเอสไอสืบสวนมานาน หลักฐานแน่นพอที่จะออกหมายเรียกแล้ว ถ้าคุณชนนพัฒน์ไม่มา ก็เท่ากับหลบหนี ทำให้สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น

ในแง่กฎหมาย คดีเว็บพนันถือเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่มีโทษหนักมาก สูงสุดจำคุก 5-10 ปี และปรับมหาศาล ดีเอสไอจึงเข้ามาจัดการเพราะเป็นคดีพิเศษ

หากเปิดสมัยประชุมจ่อยื่น ปธ.สภาฯ: กระบวนการพิเศษสำหรับ ส.ส.

ที่น่าสนใจคือ ถ้า หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ แล้วยังไม่มา และตรงกับช่วงเปิดสมัยประชุมรัฐสภา รัฐมนตรียุติธรรมก็ชี้ชัดเลยครับ ว่าดีเอสไอจะยื่นเรื่องผ่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สภามีมติอนุมัติออกหมายเรียกหรือหมายจับ เพราะ ส.ส. มีสถานะพิเศษตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 116 ที่คุ้มครองไม่ให้ถูกจับกุมเว้นแต่มีพฤติกรรมร้ายแรงหรือสภาเห็นชอบ

กระบวนการนี้ชัดเจนมาก: 1) ออกหมายเรียกปกติก่อน 2) ถ้าไม่มา ออกซ้ำ 3) ถ้าประชุม ยื่น ปธ.สภา -> สภาโหวต ถ้าสภาอนุมัติ ก็ออกหมายจับได้เลย อธิบดีดีเอสไอคาดว่าจะทำตามนี้เป๊ะๆ เพื่อให้ได้ตัวมาดำเนินคดี

  • ขั้นตอนการออกหมายเรียก ส.ส.: ต้องแจ้งสภาก่อน ห้ามจับโดยตรง
  • บทบาทประธานสภา: เป็นตัวกลางส่งเรื่องสภา
  • มติสภา: ถ้าส.ส.ส่วนใหญ่เห็นด้วย ก็จบ สามารถจับได้
  • กรณีไม่ประชุม: ดีเอสไอออกหมายจับปกติได้เลย

เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้าสภาโหวตไม่ผ่าน ก็อาจกลายเป็นดราม่าการเมืองใหญ่โต พรรคกล้าธรรมจะปกป้อง ส.ส.ตัวเองยังไง หรือฝ่ายค้านจะใช้โอกาสนี้โจมตีรัฐบาล? นี่แหละเสน่ห์ของการเมืองไทย!

บทบาทดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรมในคดีนักการเมือง

ดีเอสไอเป็นหน่วยงานหลักในการสืบสวนคดีพิเศษ เช่น ค้ามนุษย์ ยาเสพติด และตอนนี้เพิ่มเว็บพนันเข้าไปด้วย รัฐบาลชุดนี้ภายใต้ นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับการปราบปรามเว็บพนันมาก เพราะสร้างรายได้ให้รัฐเสียหายปีละหลายหมื่นล้าน รมว.ยุติธรรมอย่างพล.ต.ท.รุทธพล ก็ย้ำชัดว่าจะไม่ละเว้นใคร แม้เป็น ส.ส. ก็ตาม แสดงถึงความเด็ดขาดของกระบวนการยุติธรรมไทยครับ

จากสถิติ ดีเอสไอเคยจับกุมเว็บพนันหลายเครือข่าย ล่าสุดปิดได้กว่า 1,000 เว็บ แต่ยังมีหลงเหลืออีกเพียบ คดีนี้ถ้าได้ตัว ส.ส.ชนนพัฒน์มา สืบต่ออาจเจอขบวนการใหญ่!

สรุปแล้ว เรื่อง หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ เป็นตัวอย่างที่ดีว่านักการเมืองต้องรับผิดชอบกฎหมายเท่าเทียมประชาชน ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย มันสะท้อนภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งขึ้นในยุคนี้

คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ? ส.ส.คนนี้จะมารายงานตัวไหม หรือจะเบี้ยวแล้วรอสภา? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ความเห็นส่วนตัว: การมีกระบวนการพิเศษสำหรับ ส.ส. เป็นดาบสองคม คุ้มครองประชาธิปไตยแต่ก็อาจเอื้อให้บางคนรอดพ้นความยุติธรรมได้ ถ้าสภาโปร่งใสจริง คดีแบบนี้ต้องเดินหน้าให้จบ!

ที่มา – หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ หากเปิดสมัยประชุมจ่อยื่น ปธ.สภาฯ

“วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองกับประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นคือ “วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว ซึ่งนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ายึดทรัพย์ ค้นบ้าน และออกหมายเรียกนายชนนพัฒน์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา จากพรรคกล้าธรรม นี่มันการปรามพวก ส.ส. ที่ทำตัวเปรี้ยวเกินไปหรือเปล่านะ?

ประเด็นนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามบางแหล่ง) ที่นายวิโรจน์มองว่าการดำเนินการของ DSI-ปปง. แม้จะเป็นหน้าที่ แต่ก็อาจแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง เพื่อข่มขู่ ส.ส. ในพรรคกล้าธรรมและพรรคอื่นๆ ที่มีพฤติกรรม “เปรี้ยว” เกิน โดยเฉพาะคนที่มีร่องรอยธุรกรรมทางการเงินสีเทา ถ้าทำตัวไม่น่ารัก ก็อาจโดนเชือดได้ในพริบตา แต่ถ้าว่านอนสอนง่าย ก็ลอยชายสบายใจได้เลย

“วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว

ในโพสต์เฟซบุ๊กของนายวิโรจน์ (คลิกอ่านที่นี่) เขาเขียนชัดๆ ว่า “จับกุมตามหน้าที่ก็ดี แต่มานึกอีกทีอาจแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง?” โดยชี้ว่าการนี้เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ ส.ส. อย่าเพี้ยนมาก ถ้ามีแผลเก่าเรื่องเงินสีเทา นายวิโรจน์ยังวิเคราะห์ต่อว่าพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ คงไม่มีพลังพอจะล้มรัฐบาลได้ ถ้าสกัดพรรคกล้าธรรมสำเร็จ พรรคภูมิใจไทยก็สบายใจ ไม่ต้องกลัวฝ่ายค้านมีลูกเล่นพลิกเกม

ฝากจับตา “ตัวเบ้งสีเทา” ยังลอยนวลอีกมาก

นอกจากนี้ นายวิโรจน์ยังฝากให้สังคมจับตา “ตัวเบ้งสีเทา” หรือผู้มีอิทธิพลใหญ่ที่ยังลอยนวลเบื้องหลังขบวนการสแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ไปเป็นแรงงานสแกม และฟอกเงิน เขาย้ำว่าคดีของนายชนนพัฒน์และนายเบน สมิธ ต้องไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่การกล่าวหาแค่ 2 คน ไม่จบปัญหา เพราะอาชญากรรมเหล่านี้ทำเป็นเครือข่าย มีบิ๊กเฮดมากมายที่ยังทำงานต่อไป หลอกเงินประชาชนและทำลายธุรกิจสุจริต

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองมาดู背景ของคดีกันครับ นายชนนพัฒน์ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากสแกมคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา ซึ่ง DSI และ ปปง. สืบสวนมานาน คดีนี้เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่กำลังระบาดหนักในไทย ส.ส.คนนี้จากพรรคกล้าธรรมที่เพิ่งตั้งใหม่ กำลังเป็นดาวรุ่งฝ่ายค้าน แต่โดนจับตาเพราะพฤติกรรม “เปรี้ยว” ในสภา?

ปัญหาสแกมเมอร์และฟอกเงินในไทย

ขยับมาที่ปัญหาใหญ่ สแกมเมอร์โทรศัพท์และออนไลน์ ทำให้คนไทยเสียหายปีละหลายหมื่นล้านบาท ปปง.เพิ่งยึดทรัพย์ไปกว่า 1,000 ล้านจากเครือข่ายล่าสุด แต่ตัวการใหญ่ยังลอยนวล นายวิโรจน์ชี้ถูกต้องว่าต้องจับให้สิ้นซาก ไม่ใช่จับลูกน้องอย่างเดียว ตัวเบ้งสีเทาเหล่านี้มักมีเส้นสายในวงการธุรกิจและการเมือง

  • การปราม ส.ส.เปรี้ยว: เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายค้านรวมตัวล้มรัฐบาล
  • ตัวเบ้งสีเทา: ผู้บงการฟอกเงินและสแกมที่ยังไม่โดนจับ
  • บทเรียนกฎหมาย: ไม่มีใครใหญ่เกินกฎหมาย ต้องเร่งรัดดำเนินคดีทุกคน
  • ผลกระทบประชาชน: เงินหาย ธุรกิจเจ๊ง สังคมต้องตื่นตัว

ในมุมมองของผม การเมืองไทยยุคนี้เต็มไปด้วยเกมลับๆ การยึดทรัพย์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่คดีเงิน แต่สะท้อนพลังอำนาจที่อยากควบคุม ส.ส.ฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมเพิ่งมาแรง กล้าท้าทายรัฐบาลเรื่องงบประมาณและคอร์รัปชัน นี่อาจเป็นวิธี “เชือดไก่ให้ลิงดู” แต่ถ้าปล่อยตัวเบ้งไว้ ปัญหาจะยิ่งบานปลาย

สุดท้าย นายวิโรจน์ทิ้งท้ายเด็ดๆ ว่า “ไม่มีใครใหญ่ไปกว่ากฎหมายครับ” ผมเห็นด้วยสุดๆ สังคมต้องกดดันให้หน่วยงานรัฐทำงานโปร่งใส จับกุมทุกคนไม่เว้นวายร้ายใหญ่ หวังว่าคดีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปราบปรามสแกมและฟอกเงินอย่างจริงจัง

คุณคิดยังไงกับประเด็น “วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว? เชื่อว่ามีการเมืองแฝงหรือเป็นคดีจริงๆ? คอมเมนต์มาคุยกันด้านล่างเลยครับ! ติดตามบล็อกนี้เพื่ออัปเดตข่าวการเมืองและ DSI ปปง. แบบ real-time นะ

ที่มา – “วิโรจน์” มองเชือด “ชนนพัฒน์” ปรามพวกเปรี้ยว ฝากจับตา “ตัวเบ้งสีเทา” ยังลอยนวลอีกมาก

เผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อน ยังนัด 12 มี.ค.

ในคดีเว็บพนันออนไลน์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน DSI หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อนรับทราบข้อหา ยังเรียกพบกำหนดการเดิม 12 มี.ค. ทำให้กำหนดการเดิมยังคงอยู่ นักการเมืองรายนี้ต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามนัด ไม่มีเลื่อน!

เผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อนรับทราบข้อหา ยังเรียกพบกำหนดการเดิม 12 มี.ค.

จากรายงานล่าสุดของ DSI ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ได้ยืนยันชัดเจนว่า ยังไมได้รับเอกสารแจ้งเลื่อนจากนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้ต้องหาคดีนี้ จึงต้องมารับทราบข้อหา ฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ สมคบและร่วมกันฟอกเงิน ในวันที่ 12 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ

พื้นหลังคดีเว็บพนันออนไลน์คดีพิเศษ 150/2567

คดีนี้เริ่มจากปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาเว็บพนันออนไลน์ โดยล่าสุดจับกุม น.ส.นารีรัตน์ แอดมินเว็บพนันได้ที่เขตดินแดง กรุงเทพฯ เมื่อ 5 มี.ค. และศาลอาญาอนุญาตฝากขัง 12 วัน คัดค้านประกันตัวแล้ว ปัจจุบันเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 24 ราย ซึ่งส่วนใหญ่หลบอยู่ต่างประเทศ แต่ DSI ยืนยันว่าจะติดตามตัวให้ได้หากกลับไทย

  • ข้อหาหลัก: ร่วมจัดพนันออนไลน์ สมคบฟอกเงิน
  • ผู้ต้องหาหลัก: นายชนนพัฒฐ์ และกลุ่มแอดมินเว็บพนัน
  • สถานะ: จับกุมบางส่วน 24 รายเหลือหมายจับ
  • การสอบสวน: ไล่บี้ธุรกรรมการเงิน ร่วมกับ ปปง.

สำหรับนายชนนพัฒฐ์ ซึ่งเป็นนักการเมืองชาย การสอบสวนจะครอบคลุมทุกประเด็น โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้สำนวนรัดกุม พนักงานสอบสวนจะไม่โฟกัสแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

ประเด็นเอกสิทธิ์ส.ส. และขั้นตอนหากไม่มานัด

แม้นายชนนพัฒฐ์จะเป็น ส.ส. แต่ปัจจุบันไม่ใช่ช่วงเปิดสมัยประชุมสภา จึงไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง หากไม่มารับทราบตามนัด จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่มา จะขอหมายจับ แต่ถ้าตรงช่วงประชุมสภา จะต้องขออนุญาตสภาก่อนจับกุม

DSI ย้ำชัดว่าไม่ใช่เรื่องยากในการติดตาม แม้ผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ เพราะหากกลับไทย จับได้ทันที คดีนี้สะท้อนความเด็ดขาดในการปราบพนันออนไลน์และฟอกเงิน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในไทย

นอกจากนี้ การร่วมมือกับ ปปง. ช่วยให้ไล่ตรวจข้อมูลแพ่ง-อาญาได้ละเอียดยิ่งขึ้น ทำให้คดีมีน้ำหนัก

  • กำหนดการ: 12 มี.ค. 10.00 น.
  • สถานที่: กรมสอบสวนคดีพิเศษ
  • หากเลื่อน: ต้องส่งเอกสารล่วงหน้า (ยังไม่ส่ง)

คดีนี้ไม่เพียงกระทบนักการเมือง แต่ยังเป็นสัญญาณให้กลุ่มอาชญากรไซเบอร์รู้ว่า กฎหมายไทยเข้มงวดขนาดไหน

ในมุมมองของผู้เขียน คดีเผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อนรับทราบข้อหา ยังเรียกพบกำหนดการเดิม 12 มี.ค. ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้มีอิทธิพล สังคมควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อความยุติธรรม

ติดตามข่าวสารคดีใหญ่และอัปเดต DSI ได้ที่บล็อกนี้! อย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนไทยตื่นตัวกับปัญหาพนันออนไลน์

ที่มา – เผย “ชนนพัฒฐ์” ไม่ได้ส่งเอกสารเลื่อนรับทราบข้อหา ยังเรียกพบกำหนดการเดิม 12 มี.ค.

“ชนนพัฒฐ์” ยันยังอยู่สงขลา ไม่พร้อมสัมภาษณ์

ข่าวการเมืองร้อนแรงที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย เมื่อ “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ส.ส.พรรคกล้าธรรม เขต 4 สงขลา ออกมายืนยันว่ายังอยู่สงขลา แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ DSI และ ปปง. ออกหมายเรียกในคดีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังการตรวจค้นบ้านพักเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 ทำให้ประชาชนและนักการเมืองจับตามองอย่างใกล้ชิด

“ชนนพัฒฐ์” ยัน ยังอยู่สงขลา ตอนนี้ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ หลังถูกออกหมายเรียก

จากรายงานล่าสุดของผู้สื่อข่าวท้องถิ่น เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 ได้พยายามติดต่อนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เจ้าตัวตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ตอนนี้ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด แต่ยืนยันว่ายังอยู่ที่ จ.สงขลา” บรรยากาศรอบบ้านพักในพื้นที่ ต.กระดังงา อ.สทิงพระ ยังคงมีคนอยู่ภายในและรถจอดจอดอยู่หลายคัน สร้างความสนใจให้กับชาวบ้านในละแวกนั้นไม่น้อย

เหตุการณ์นี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการปฏิบัติการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เมื่อเช้าวันที่ 5 มีนาคม ที่บุกตรวจค้นบ้านของ ส.ส.ชนนพัฒฐ์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีเก่าที่ถูกประชาชนร้องเรียนเรื่องเว็บพนันออนไลน์ โดยก่อนหน้านี้ ปปง. ได้มีมติยื่นศาลให้ทรัพย์สินมูลค่า158 ล้านบาทของนายชนนพัฒฐ์และพวก ตกเป็นของรัฐ หลังพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดอายัดแล้วเห็นว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

รายละเอียดการตรวจค้นและสิ่งที่ยึดได้

ในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามหมายค้นของ ปปง. และหมายจับคดีเก่าเกี่ยวกับกรณีลูกน้องคนสนิทของ ส.ส.ชนนพัฒฐ์ ก่อเหตุทำร้ายร่างกายชาวบ้านจนบาดเจ็บสาหัส สิ่งของที่ถูกยึดไปรวมถึงกระเป๋าแบรนด์เนม 1 ใบ ซึ่งเป็นของภรรยา ส.ส. (ยังไม่ทราบยี่ห้อแน่นอน) นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากเว็บพนัน

  • คดีเว็บพนันออนไลน์: ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ส่งผลให้ทรัพย์สิน 158 ล้านบาทถูกยึด
  • คดีทำร้ายร่างกาย: ลูกน้องสนิทก่อเหตุเก่า ยังมีหมายจับค้าง
  • การตรวจค้น: บ้านพัก ต.กระดังงา อ.สทิงพระ จ.สงขลา
  • สิ่งยึด: กระเป๋าแบรนด์เนมของภรรยา และหลักฐานอื่นๆ

คดีนี้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมือง โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมที่เพิ่งตั้งใหม่ และ ส.ส.ชนนพัฒฐ์ซึ่งเป็นตัวแทนเขต 4 สงขลา ชาวสงขลาต่างพูดถึงกันถึงความโปร่งใสของนักการเมืองท้องถิ่น หากมีการพัฒนาเพิ่มเติม เราจะอัปเดตให้ทราบทันที

ผลกระทบต่อการเมืองท้องถิ่นสงขลา

กรณี “ชนนพัฒฐ์” ยัน ยังอยู่สงขลา ตอนนี้ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ หลังถูกออกหมายเรียก สะท้อนปัญหาการพนันออนไลน์ที่แพร่ระบาดในไทย ซึ่งมักเชื่อมโยงกับนักการเมืองและธุรกิจสีเทา ปปง. และ DSI กำลังเร่งปราบปรามอย่างเข้มข้น สร้างแรงกดดันให้ ส.ส. ทุกคนต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ชาวบ้านในสงขลาหลายคนแสดงความเห็นว่าควรให้ความเป็นธรรม รอฟังคำชี้แจงจากเจ้าตัว

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิจารณ์ถึงการทำงานของพรรคกล้าธรรมที่อาจได้รับผลกระทบ หาก ส.ส.คนนี้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จะส่งผลต่อที่นั่งในสภาอย่างไร

ในมุมมองของผู้เขียน คดีประเภทนี้ช่วยทำความสะอาดวงการการเมืองได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันต่อต้านการฟอกเงินและอาชญากรรมออนไลน์ ไทยจะก้าวหน้าได้มากขึ้น

CTA: ติดตามข่าวการเมือง สงขลา และคดีดังๆ ได้ที่บล็อกของเรา สมัครรับข่าวสารทางอีเมลเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – “ชนนพัฒฐ์” ยัน ยังอยู่สงขลา ตอนนี้ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ หลังถูกออกหมายเรียก

Scroll to top