สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อนๆ ในแวดวง ส.ส. กันหน่อยนะครับ โดยเฉพาะกรณี หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เลยทีเดียว เรื่องนี้เกี่ยวกับ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา สังกัดพรรคกล้าธรรม ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาเรื่องเว็บพนันออนไลน์ ถ้าไม่มา ก็เตรียมตัวรับหมายใหม่ได้เลย!
หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ
เรื่องราวเริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวนะครับ) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.35 น. ตรงๆ เลยว่า ดีเอสไอได้ออกหมายเรียก นายชนนพัฒฐ์ ไปแล้วกำหนดให้มารายงานตัววันที่ 12 มีนาคมนี้ ถ้า “เบี้ยว” ไม่มา ก็จะออกหมายเรียกซ้ำอีกครั้งทันที ไม่มีเกรงใจนะครับ เพราะเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับเว็บพนันที่ผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยเราอยู่แล้ว
เพื่อนๆ รู้ไหมครับ เว็บพนันออนไลน์พวกนี้แพร่ระบาดหนักมาก โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้ประชาชนนับไม่ถ้วน ทั้งหมดเป็นเงินหมุนเวียนมหาศาล และเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ การที่ ส.ส. อย่างคุณชนนพัฒฐ์ ถูกกล่าวหาในคดีนี้ จึงยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของนักการเมืองคนนี้ พรรคกล้าธรรมเองก็คงต้องชี้แจงอะไรบ้างล่ะครับ
กรณีเว็บพนัน ส.ส.สงขลา: พื้นหลังของคดี
ก่อนอื่น มาทำความรู้จัก นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว กันสักหน่อย เขาเป็น ส.ส. เขต 5 สงขลา จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่เน้นธรรมาภิบาล แต่ดันมาติดคดีเว็บพนันซะได้ ข้อกล่าวหาคือเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือบริหารเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งดีเอสไอสืบสวนมานาน หลักฐานแน่นพอที่จะออกหมายเรียกแล้ว ถ้าคุณชนนพัฒน์ไม่มา ก็เท่ากับหลบหนี ทำให้สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น
ในแง่กฎหมาย คดีเว็บพนันถือเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ที่มีโทษหนักมาก สูงสุดจำคุก 5-10 ปี และปรับมหาศาล ดีเอสไอจึงเข้ามาจัดการเพราะเป็นคดีพิเศษ
หากเปิดสมัยประชุมจ่อยื่น ปธ.สภาฯ: กระบวนการพิเศษสำหรับ ส.ส.
ที่น่าสนใจคือ ถ้า หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ แล้วยังไม่มา และตรงกับช่วงเปิดสมัยประชุมรัฐสภา รัฐมนตรียุติธรรมก็ชี้ชัดเลยครับ ว่าดีเอสไอจะยื่นเรื่องผ่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้สภามีมติอนุมัติออกหมายเรียกหรือหมายจับ เพราะ ส.ส. มีสถานะพิเศษตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 116 ที่คุ้มครองไม่ให้ถูกจับกุมเว้นแต่มีพฤติกรรมร้ายแรงหรือสภาเห็นชอบ
กระบวนการนี้ชัดเจนมาก: 1) ออกหมายเรียกปกติก่อน 2) ถ้าไม่มา ออกซ้ำ 3) ถ้าประชุม ยื่น ปธ.สภา -> สภาโหวต ถ้าสภาอนุมัติ ก็ออกหมายจับได้เลย อธิบดีดีเอสไอคาดว่าจะทำตามนี้เป๊ะๆ เพื่อให้ได้ตัวมาดำเนินคดี
- ขั้นตอนการออกหมายเรียก ส.ส.: ต้องแจ้งสภาก่อน ห้ามจับโดยตรง
- บทบาทประธานสภา: เป็นตัวกลางส่งเรื่องสภา
- มติสภา: ถ้าส.ส.ส่วนใหญ่เห็นด้วย ก็จบ สามารถจับได้
- กรณีไม่ประชุม: ดีเอสไอออกหมายจับปกติได้เลย
เพื่อนๆ ลองคิดดูสิครับ ถ้าสภาโหวตไม่ผ่าน ก็อาจกลายเป็นดราม่าการเมืองใหญ่โต พรรคกล้าธรรมจะปกป้อง ส.ส.ตัวเองยังไง หรือฝ่ายค้านจะใช้โอกาสนี้โจมตีรัฐบาล? นี่แหละเสน่ห์ของการเมืองไทย!
บทบาทดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรมในคดีนักการเมือง
ดีเอสไอเป็นหน่วยงานหลักในการสืบสวนคดีพิเศษ เช่น ค้ามนุษย์ ยาเสพติด และตอนนี้เพิ่มเว็บพนันเข้าไปด้วย รัฐบาลชุดนี้ภายใต้ นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับการปราบปรามเว็บพนันมาก เพราะสร้างรายได้ให้รัฐเสียหายปีละหลายหมื่นล้าน รมว.ยุติธรรมอย่างพล.ต.ท.รุทธพล ก็ย้ำชัดว่าจะไม่ละเว้นใคร แม้เป็น ส.ส. ก็ตาม แสดงถึงความเด็ดขาดของกระบวนการยุติธรรมไทยครับ
จากสถิติ ดีเอสไอเคยจับกุมเว็บพนันหลายเครือข่าย ล่าสุดปิดได้กว่า 1,000 เว็บ แต่ยังมีหลงเหลืออีกเพียบ คดีนี้ถ้าได้ตัว ส.ส.ชนนพัฒน์มา สืบต่ออาจเจอขบวนการใหญ่!
สรุปแล้ว เรื่อง หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ เป็นตัวอย่างที่ดีว่านักการเมืองต้องรับผิดชอบกฎหมายเท่าเทียมประชาชน ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย มันสะท้อนภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งขึ้นในยุคนี้
คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ? ส.ส.คนนี้จะมารายงานตัวไหม หรือจะเบี้ยวแล้วรอสภา? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!
ความเห็นส่วนตัว: การมีกระบวนการพิเศษสำหรับ ส.ส. เป็นดาบสองคม คุ้มครองประชาธิปไตยแต่ก็อาจเอื้อให้บางคนรอดพ้นความยุติธรรมได้ ถ้าสภาโปร่งใสจริง คดีแบบนี้ต้องเดินหน้าให้จบ!
ที่มา – หาก “ชนนพัฒน์” เบี้ยว 12 มี.ค. ออกหมายเรียกซ้ำ หากเปิดสมัยประชุมจ่อยื่น ปธ.สภาฯ


