สุราชุมชน

1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion ขับเคลื่อนสุราชุมชน-คราฟท์เบียร์ไทย สู่ความยั่งยืน

ถ้าคุณเป็นสายดริงก์ที่ชื่นชอบรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ต้องห้ามพลาดกับเรื่องราวดีๆ ที่ทางกรมสรรพสามิตได้จัดกิจกรรมเพื่อยกระดับผู้ประกอบการในโครงการ 1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion ขับเคลื่อนสุราชุมชน-คราฟท์เบียร์ไทย สู่ความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ให้วงการเครื่องดื่มท้องถิ่นไทยได้มีพื้นที่แสดงฝีมือและก้าวเข้าสู่มาตรฐานระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ

1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion ขับเคลื่อนสุราชุมชน-คราฟท์เบียร์ไทย สู่ความยั่งยืน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก โดยเน้นการพัฒนากระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน ESG ที่ใส่ใจทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งผู้ชนะเลิศอย่าง “วิสาหกิจชุมชน สุราสักทองแพร่” คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการรวมพลังของชุมชนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลให้กับวัตถุดิบในท้องถิ่นได้อย่างยอดเยี่ยม

เบื้องหลังความสำเร็จของ 1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion ขับเคลื่อนสุราชุมชน-คราฟท์เบียร์ไทย สู่ความยั่งยืน

ย้อนกลับไปดูเรื่องราวของ “สุราสักทองแพร่” จากตำบลสะเอียบ จังหวัดแพร่ ที่สืบทอดภูมิปัญญากว่า 200 ปี จากการเป็นเหล้าเถื่อนที่ต้องแอบซ่อนในป่าสักทอง จนวันนี้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมายและได้รับรางวัลสูงสุด นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับผู้ผลิตรายอื่นๆ ทั่วไทยให้เห็นว่าคุณภาพและการพัฒนาที่ถูกต้องตามกฎหมายจะนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

ในการประกวดปีนี้ มีผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศถึง 16 ราย ซึ่งแต่ละแห่งต่างงัดเอาอัตลักษณ์ท้องถิ่นออกมานำเสนอผ่านรสชาติของสุรากลั่น สุราแช่ และคราฟท์เบียร์ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการมาร่วมตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมิกโซโลจีหรือด้านห่วงโซ่คุณค่า ทำให้รางวัลที่ได้มีความน่าเชื่อถือและเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพได้อย่างดีเยี่ยม

การที่กรมสรรพสามิตให้ความสำคัญกับโครงการ 1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion ขับเคลื่อนสุราชุมชน-คราฟท์เบียร์ไทย สู่ความยั่งยืน ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเรื่องการตลาด แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะสุราชุมชนแต่ละแห่งเปรียบเสมือนตัวแทนของท้องถิ่นที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านรสสัมผัส

สรุปแล้ว การสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เข้าถึงมาตรฐานสากลคือหัวใจสำคัญของการเติบโตในระยะยาว หากเราช่วยกันสนับสนุนสินค้าเหล่านี้ นอกจากจะได้ของดีมีคุณภาพแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้กลับสู่ชุมชนทั่วไทยอย่างแท้จริง มาร่วมกันเป็นแรงเชียร์ให้กับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวไกลไปถึงตลาดโลกกันครับ

ที่มา – 1 ชุมชน 1 สรรพสามิต Champion ขับเคลื่อนสุราชุมชน-คราฟท์เบียร์ไทย สู่ความยั่งยืน

จัดโชว์สุราชุมชนในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะพาทุกคนไปอัปเดตบรรยากาศสุดคึกคักจากงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกอย่างงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ที่ปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยปีนี้กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ได้ยกทัพสินค้าดีมีคุณภาพมาโชว์ในแนวคิด DIT Pavilion ที่เน้นชูความเป็นไทยครับ

จัดโชว์สุราชุมชนในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026

สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากในงานนี้ คือการที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการ จัดโชว์สุราชุมชนในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 อย่างเป็นรูปธรรมครับ โดยทางกรมการค้าภายในได้คัดสรรสุราชุมชนไทยกว่า 30 แบรนด์ชั้นนำมาจัดแสดงให้ชาวโลกได้รู้จัก ซึ่งไม่ใช่แค่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ธรรมดา แต่เป็นงานฝีมือที่บอกเล่าเรื่องราวของท้องถิ่นได้อย่างดีเยี่ยม

สุราชุมชนคือหัวใจของการเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตร

การ จัดโชว์สุราชุมชนในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าประเทศไทยเก่งเรื่องการแปรรูปสินค้าเกษตรครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลไม้ หรืออ้อย ที่ชาวนาและเกษตรกรตั้งใจปลูก เมื่อนำมาผ่านกระบวนการกลั่นเป็นสุราชุมชน นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการอัปเกรดผลผลิตไทยให้กลายเป็นสินค้าระดับพรีเมียมที่นำไปสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มโดยบาร์เทนเดอร์มืออาชีพได้อีกด้วย

ไฮไลท์ที่คุณไม่ควรพลาดหากมางานนี้:

  • พบกับข้าวประณีตจากโครงการ New Rice Economy
  • ทุเรียนและผลไม้เกรดพรีเมียมส่งออก
  • การ จัดโชว์สุราชุมชนในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 มากกว่า 30 แบรนด์ที่คัดมาแล้วว่าโดดเด่น
  • สัมผัสนวัตกรรมการแปรรูปสินค้าเกษตรแบบครบวงจร

งานนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่า สินค้าจากน้ำพักน้ำแรงของเกษตรกรไทย หากได้รับการสนับสนุนและโชว์ตัวในเวทีสากลก็จะสามารถเติบโตไปได้ไกล นี่คือโอกาสทองของผู้ประกอบการรายย่อยจริงๆ ครับ ใครที่มีโอกาสแวะไปโซนของกรมการค้าภายในอย่าลืมไปเยี่ยมชมและเป็นกำลังใจให้กับแบรนด์ไทยกันนะครับ

ที่มา – จัดโชว์สุราชุมชนในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ย้ำการต่อยอดผลผลิตการเกษตร

ผลิตสุราชุมชน ต้องขอใบอนุญาตกรมสรรพสามิต

เคยลองดื่มสุราชุมชนแล้วติดใจจนอยากทำเองบ้างไหม? รสชาติแท้ๆ จากวัตถุดิบท้องถิ่น สตอรี่สุดเข้มข้น แต่ถ้าอยากเป็นผู้ผลิตสุราชุมชนจริงจัง ต้องไม่ลืมเรื่องสำคัญคือการขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิตนะเพื่อนๆ! วันนี้เราจะพาไปส่องกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.สุราชุมชน ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 6 มิ.ย. 2568 เปิดโอกาสให้เกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย ผลิตสุราท้องถิ่นได้ถูกกฎหมาย เพิ่มรายได้ สร้างเศรษฐกิจฐานรากให้ชุมชนเข้มแข็ง

กฎหมายนี้แก้ไขมาตรา 153 ของ พ.ร.บ.สรรพสามิตเดิม หากอยากผลิตสุรา หรือมีเครื่องกลั่นต้องยื่นขออธิบดีกรมสรรพสามิตก่อน และตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กฎกระทรวงที่กำลังมา จะช่วยให้กลุ่มเกษตรใช้ผลผลิตในประเทศผลิตสุราชุมชนเพื่อขายได้ สุราที่ได้อาจมีสีหรือกลิ่นตามธรรมชาติ ไม่ต้องใสบริสุทธิ์แบบอุตสาหกรรม สุดยอดไปเลย!

สุราชุมชน คืออะไรกันแน่?

สุราชุมชน คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตโดยคนในชุมชน มีทั้งแบบแช่อย่างอุ สาโท และแบบกลั่นอย่างสุราขาว สุรากลั่นได้จากพืชน้ำตาลอย่างอ้อย ข้าว ข้าวโพด หมักกับยีสต์ ยีสต์กินน้ำตาลหมดกลายเป็นแอลกอฮอล์ แล้วกลั่นซ้ำๆ จนได้สุราขาวใสๆ ไม่ผสมสีหรือสารเคมี ธรรมชาติสุดๆ

ยุคนี้สุราชุมชนดังมาก ทั้งคุณภาพ รสชาติ สตอรี่จากชุมชน เห็นได้จากอีเวนต์ชิม เหล้าขาว เหล้าป่า ที่กลุ่มผู้ผลิตรวมตัวพัฒนา เพื่อดันเศรษฐกิจชุมชนให้โลก biếtจัก สุราชุมชนไทยมีเสน่ห์ไม่แพ้แบรนด์ดัง!

สีสันของสุราชุมชน บอกเล่าเรื่องราวการผลิต

สีของสุราชุมชนแต่ละแบบ บอกวิธีผลิตและวัตถุดิบท้องถิ่นได้ชัดเจนเลย เช่น

  • สุราขาวใส (Crystal Clear/White Liquor): กลั่นดึงแอลกอฮอล์และกลิ่นระเหย สีขาวใสตามธรรมชาติ ไม่บ่ม ยอดฮิตในชุมชน
  • สุราสีน้ำตาล (Brown Spirit): บ่มในถังไม้โอ๊กหรือไม้ท้องถิ่น สีเหลืองทองถึงน้ำตาลเข้ม ยิ่งเข้มยิ่งบ่มนาน รสชาติซับซ้อน
  • สุราสมุนไพร/ดองยา: สีตามสมุนไพร เช่น น้ำตาลเข้มจากเปลือกไม้ แดงจากโสม เอกลักษณ์ท้องถิ่น
  • สุราแช่ (อุ สาโท): สีเหลืองนวล น้ำตาลใส ขาวขุ่น จากข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ

ผลิตสุราชุมชน ไม่เพื่อการค้า ทำยังไง?

ผลิตสุราชุมชน ต้องได้รับอนุญาตก่อน

อยากผลิตสุราชุมชน ไม่ใช่ทำเล่นๆ นะ ต้องขอใบอนุญาตกรมสรรพสามิต ไม่ว่าจะสุราแช่ สุรากลั่นขาว สุราสามทับ หรือกลั่นอื่นๆ เงื่อนไขต่างกัน สำหรับผลิตเพื่อขาย ต้องเป็นนิติบุคคล วิสาหกิจชุมชน สถานที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย แต่เป็นเขตเกษตรหรืออุตสาหกรรม มีระบบบำบัดน้ำเสียครบ ดูรายละเอียดหลักเกณฑ์ คลิกที่นี่

แต่ถ้าผลิตสุราชุมชนไม่เพื่อขาย ง่ายกว่า! เป็นบุคคลธรรมดาอายุ 20+ ปี สหกรณ์ กลุ่มเกษตร วิสาหกิจชุมชน นิติบุคคลไทย 100% สถานที่กว้างพอ ไม่เดือดร้อนใคร ไม่ใช่โรงของรายอื่น และผลิตไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี เพื่อบริโภคเองเท่านั้น อ้างอิง กรมสรรพสามิต

ตัวอย่างสุราชุมชนดังของไทย

สุราชุมชนไทยเจ๋งมาก มีหลายแบรนด์น่าโดน ลองเช็กลิสต์:

  • สังเวียน (Sangvein) สุพรรณบุรี
  • ฃไวต์ชาร์ค (White Shark) ชลบุรี
  • อัสดง (Assa Dong) น่าน
  • กลุ่มประชาชื่น น่าน
  • ตำนาน ตราด
  • เทพนม สาโท หมีด นนทบุรี
  • สยามสาโท นครราชสีมา
  • จันเป๋ง ลำพูน
  • เฮฮา สาโท สุรินทร์
  • Cold Cat Brewing สมุทรปราการ
  • ออนซอน (Onson) สกลนคร
  • Siam Gin กาญจนบุรี
  • แลงมาเซ (Langmaze) เชียงราย
  • โกษาปาน (Kosapan) นนทบุรี
  • กิโลสปิริต (Kilo Spirits) กระบี่
  • สบายสบ๊าย (Sabye – Sabai)
  • ข้าวหอม (Kao Hom) ชัยภูมิ
  • เหม๊าะ น่าน
  • สาโทเมืองกรุง x Guide Brew
  • บำเรอ เชียงราย
  • NAPA สุพรรณบุรี
  • Phaicraft เชียงใหม่

เห็นมั้ย สุราชุมชนกระจายทั่วไทย แต่ละที่รสชาติไม่ซ้ำ ลองไปชิมแล้วติดใจ อยากลองผลิตเองใช่มั้ย? การผลิตสุราชุมชนไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังสืบสานวัฒนธรรม สร้างความภาคภูมิใจให้ชุมชน ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มจากศึกษากฎเกณฑ์ ขอใบอนุญาต แล้วลงมือเลย สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยกันนะ!

ที่มา – ดริ๊งค์แล้วติดใจ อยากเป็นผู้ผลิต “สุราชุมชน” ต้องไม่ลืมขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต

ลงราชกิจจาฯ แล้ว! กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2568

ราชกิจจานุเบกษาประกาศแล้ว! กฎกระทรวง การผลิตสุรา พ.ศ. 2568 ปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไข เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ขยายโอกาส และลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อย

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎกระทรวง การผลิตสุรา พ.ศ. 2568 ซึ่งลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เนื้อหาสำคัญบางส่วนของกฎกระทรวงฉบับนี้มีดังนี้:

ข้อ 1: ยกเลิกกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2565

ข้อ 2: คำนิยามสำคัญ

  • “ผลิตสุราเพื่อการค้า” หมายถึง การผลิตสุราโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขาย แลกเปลี่ยน หรือเพื่อการอื่นใด โดยได้รับประโยชน์ตอบแทน รวมถึงการผลิตสุราที่มีปริมาณเกิน 200 ลิตรต่อปี
  • “ผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า” หมายถึง การผลิตสุราที่มีปริมาณไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการใด ๆ ที่ได้รับประโยชน์ตอบแทน

ข้อ 9: กำหนดระยะเวลาการพิจารณาคำขอใบอนุญาตผลิตสุรา หากข้อมูลถูกต้องครบถ้วน และสถานที่ผลิตมีพื้นที่เพียงพอ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือความเดือดร้อนรำคาญ อธิบดีจะพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน

ข้อ 10: ในการออกใบอนุญาตผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้า อธิบดีสามารถกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด

กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2568: ใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้า

ข้อ 11: ประเภทของใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้า:

  • (1) ใบอนุญาตผลิตสุราแช่ชนิดเบียร์ (ประเภท 1, 2, หรือ 3)
  • (2) ใบอนุญาตผลิตสุราแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ (ประเภท 1, 2, หรือ 3)
  • (3) ใบอนุญาตผลิตสุรากลั่นชนิดสุราขาว (ประเภท 1, 2, หรือ 3)
  • (4) ใบอนุญาตผลิตสุรากลั่นชนิดสุราผสม สุราปรุงพิเศษ สุราพิเศษ และสุรากลั่นอื่นที่ไม่ใช่สุราขาวและสุราสามทับ (ประเภท 1 หรือ 2)
  • (5) ใบอนุญาตผลิตสุรากลั่นชนิดสุราสามทับที่ผลิตเพื่อขายในประเทศ
  • (6) ใบอนุญาตผลิตสุรากลั่นชนิดสุราสามทับที่ผลิตเพื่อส่งออก
  • (7) ใบอนุญาตผลิตสุรากลั่นชนิดสุราสามทับที่ผลิตเพื่อใช้ในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและอุตสาหกรรม

ข้อ 12: ผู้ที่ต้องการผลิตสุราเพื่อการค้า ต้องยื่นคำขอต่ออธิบดี พร้อมเอกสารและหลักฐานที่ระบุในแบบคำขอ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดดังนี้:

  • (1) เลขทะเบียนสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน/องค์กรเกษตรกร/นิติบุคคล หรือชื่อรัฐวิสาหกิจ
  • (2) รายละเอียดเกี่ยวกับโรงอุตสาหกรรมผลิตสุรา
  • (3) แผนที่หรือพิกัดที่ตั้งสถานที่ผลิต
  • (4) รายละเอียดเครื่องกลั่น, ชนิดสุรา, ส่วนผสม, ขั้นตอนการผลิต, และปริมาณการผลิต
  • (5) คำยินยอมให้อธิบดีเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบ

บทเฉพาะกาล กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2568

ข้อ 38: คำขอใบอนุญาตที่ยื่นไว้ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ที่ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา ให้ถือว่าเป็นคำขอตามกฎกระทรวงนี้ และให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ใหม่

ข้อ 39: ใบอนุญาตที่ออกตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้ และให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะหมดอายุ (มีการระบุประเภทใบอนุญาตที่เทียบเคียงกัน)

กฎกระทรวงนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การขออนุญาตผลิตสุราให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 (แก้ไขเพิ่มเติม) เพื่อส่งเสริมการแข่งขัน ลดข้อจำกัดสำหรับรายย่อย และคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

(อ่านฉบับเต็ม กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2568)

นอกจากนี้ ราชกิจจานุเบกษายังได้เผยแพร่ กฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมและยกเว้นค่าธรรมเนียมการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 และ กฎกระทรวง กำหนดชนิดและลักษณะของแสตมป์สรรพสามิตและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ด้วย

โดยสรุป กฎกระทรวง การผลิตสุรา พ.ศ. 2568 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในอุตสาหกรรมการผลิตสุราของไทย ทำให้เกิดความคล่องตัวและโอกาสในการแข่งขันที่มากขึ้น แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

ที่มา – ลงราชกิจจาฯ แล้ว กฎกระทรวง “การผลิตสุรา พ.ศ. 2568” ปรับหลักเกณฑ์-เงื่อนไขหนุนรายย่อย

เปิดแนวคิดออกแบบ “Logo & Label Design” เมรัยไทยแลนด์ 2025

เปิดแนวคิดการออกแบบของผู้ชนะเลิศการประกวด เมรัยไทยแลนด์ 2025 “Logo & Label Design” ยกระดับภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่มาตรฐานสากล

ได้ผู้ชนะเลิศไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ “เมรัยไทยแลนด์ COMPETITION 2025 LOGO & LABEL DESIGN” การประกวดออกแบบโลโก้พร้อมลวดลายฉลาก บนขวดเหล้าขาวหรือกระป๋องเบียร์คราฟต์

โดยการประกวดจะแยกออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เหล้าขาวไทย และ คราฟต์เบียร์ไทย ซึ่งเป็นแบรนด์ผู้ชนะการแข่งขันจากการแข่งขันสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ในงาน เมรัยไทยรัฐ เมื่อปี 2024 โดยมีทั้งหมด 5 แบรนด์ประกอบไปด้วย สุราพื้นบ้าน หรือเหล้าขาวไทย มีทั้งหมด 3 แบรนด์ ได้ อัสดง ข้าวหอมชัยภูมิ และ หลังบ้าน โดยจะพาไปเจาะลึกแนวคิดในการออกแบบของผู้ชนะเลิศ และผลงานที่น่าสนใจ ดังนี้

หมวดหมู่ คราฟต์เบียร์ไทย 2 แบรนด์

แบรนด์ Max Beer ผู้ชนะเลิศ นางสาวณัฐชยา รัตนานุกูล กับผลงาน Taste the Vibe เปิดเผยว่า แนวคิดมาจากแบรนด์ Max Beer เป็นแบรนด์ที่สนุก จึงอยากให้บรรยากาศของภาพผลงานออกมาสนุก คนยิ้มแย้ม เต็มที่กับสิ่งที่ทำ สีสันสดใส สอดแทรกวัตถุดิบที่นำมาใส่

แบรนด์ Haru Craft x Sanghok ผู้ชนะเลิศ นางสาวสิริกร พรอนงค์ กับผลงาน CREATION OF TWIN HORIZON เปิดเผยว่า แนวคิดมาจากคำว่า HORIZON ทำให้คิดถึงท้องฟ้า หรืออะไรที่อยู่บนหัว จึงนึกไปถึงภาพเขียนเพดาน แล้วเอามาปรับใส่คาแรกเตอร์ บวกกับความทรอปิคัลของตัวเบียร์ จึงดึงเอาความสดใสมาเป็นสีหลักของงาน ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมจะเป็นวัตถุดิบ หลักๆ เป็นซีตรัส พวกผลไม้เมืองร้อน เช่น สับปะรด เสาวรส ส้ม เกรปฟรุต

หมวดหมู่ เหล้าขาวไทย 3 แบรนด์

แบรนด์ หลังบ้าน ผู้ชนะเลิศ นางสาวบุณยวีร์ พลายมงคล กับผลงาน ความลับจากหลังบ้าน…สู่วรรณกรรมหิมพานต์ กล่าวว่า ตัวผลงานได้รับแรงบันดาลใจมาจากสตอรี่ตัวแบรนด์ที่แอบต้มสุราหลังบ้านและป่า จึงนำมาเชื่อมโยงกับวรรณกรรมคลาสสิกเรื่อง “เดอะซีเคร็ทการ์เด้น” ที่เป็นสวนแห่งความลับ และเชื่อมโยงความเป็นไทย เล่าเกี่ยวกับสวนลับป่าหิมพานต์ ส่วนตัวฉลากอยากให้เห็นตัวสุรา เพราะตัวสุราขาวมีจุดเด่นเรื่องสุราใส จึงออกแบบให้มองเห็นทะลุเข้าไปได้

แบรนด์ อัสดง ผู้ชนะเลิศ นายศุภเศรษฐ์ ฉัตรโท กับผลงาน ASSADONG SIAM CLASSIC เปิดเผยแนวคิดในการออกแบบว่า ในส่วนของโลโก้ ได้ใช้แนวคิดการรีแบรนด์ของแบรนด์อัสดงเดิม คือตั้งใจเก็บ “เฉลว” ที่เป็นตัวหลักของแบรนด์ไว้ แต่นำมาปรับให้ดูทันสมัยและหรูหรามากขึ้น โดยยังให้โลโก้คงเดิมมากที่สุด ซึ่งตัวเฉลวเดิมจะเป็นเฉลวเปล่าๆ ซึ่งได้เลือกใช้รูปทรงของพระอาทิตย์ไว้ด้านในแล้วใส่รูปทรงตัวเอเข้าไป 

สำหรับตัวฉลากตีความจากซีรีส์ที่ชื่อว่า “Siam Classic” เป็นช่วงเวลาวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกมารวมกัน ก็เลยนำเสนอภาพของสาวล้านนา สวมเครื่องแบบชุดไทยตะวันตก แต่ก็ไม่อยากให้โลโก้สูญหายไป หากสังเกตจะเห็นเฉลวสานกันอยู่ด้านหลัง โดยรวมคือไม่อยากให้แบรนด์ถูกลบตัวตนไป แต่ออกแบบเพื่อให้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นเพื่อให้ลูกค้าทั้งใหม่และเก่าสามารถเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้ แสดงให้เห็นว่า อัสดง ไม่ได้หายไปแต่พัฒนาใหม่ไปอีกระดับ รวมทั้งการออกแบบครั้งนี้จะใช้สีไทยโทนทั้งหมดเพื่อให้งานเป็นไทยมากที่สุด รวมทั้งตัวอักษรก็เลือกใช้ให้ดูถึงความดั้งเดิมมากที่สุดเพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ของความเป็นไทย

ด้าน นางสาวสุทราสินี สุขสมัย กับผลงาน อัสดงสยามคลาสสิก 1 ในผู้เข้ารอบสุดท้าย เปิดเผยว่า เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าประกวดครั้งนี้ และภูมิใจที่นำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ไทย ภูมิปัญญาพื้นถิ่นกับแบรนด์สุราขาวไทย สำหรับแรงบันดาลใจในครั้งนี้ หลังจากอ่านแบ็กกราวด์ของแบรนด์อัสดง ก็ได้หยิบยกเอาเอกลักษณ์ของ จ.น่าน เช่น ผ้าซิ่น ลายไทย ดอกไม้ประจำจังหวัดนำมาเป็นองค์ประกอบ และเลือกใช้วัสดุผ้ามาทำฉลากสินค้าแทนกระดาษ

แบรนด์ ข้าวหอมชัยภูมิ ผู้ชนะเลิศ นายสาธิต แสงพลับ กับผลงาน จากรวงข้าวสู่หยดสุรา ด้วยแรงศรัทธาแห่งผืนแผ่นดินชัยภูมิ อธิบายแนวคิดว่า คอนเซปต์มาจากความเชื่อ ซึ่งเราหยิบยกความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับเรื่องข้าว นั่นก็คือ พระแม่โพสพ มาเป็นตัวชูของชาวนาและเกษตรกร จึงเป็นที่มาของการออกแบบมาจากรวงข้าวสู่หยดสุรา จากแรงศรัทธาของชาวชัยภูมิ โดยจะใช้มู้ดและโทนที่ดูย้อนยุคให้เข้ากับความเป็นพื้นบ้านของไทยๆ ฟอนต์ ไทป์โป พยายามประยุกต์ให้ดูไปด้วยกันกับฉลาก.

เปิดแนวคิดการออกแบบ ผู้ชนะเลิศการประกวด “Logo & Label Design” เมรัยไทยแลนด์ 2025

การประกวด “Logo & Label Design” เมรัยไทยแลนด์ 2025 เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบได้แสดงความสามารถและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ก้าวสู่ระดับสากล แนวคิดการออกแบบของผู้ชนะเลิศแต่ละท่านนั้นน่าสนใจและสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว การประกวดนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขัน แต่ยังเป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

การออกแบบโลโก้และฉลาก (Logo & Label Design) ที่ดีไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ต้องสื่อถึงเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งผู้ชนะเลิศการประกวด เมรัยไทยแลนด์ 2025 ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว

สรุปแนวคิดการออกแบบ “Logo & Label Design” เมรัยไทยแลนด์ 2025

การประกวดออกแบบ “Logo & Label Design” เมรัยไทยแลนด์ 2025 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบไทยในการสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ การนำเสนอแนวคิดที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของแบรนด์ วัฒนธรรมท้องถิ่น และความเชื่อ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลงานของผู้ชนะเลิศเป็นที่ประทับใจและได้รับการยอมรับ

ใครที่สนใจด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือต้องการแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ ลองศึกษาแนวคิดของผู้ชนะเลิศการประกวด “Logo & Label Design” เมรัยไทยแลนด์ 2025 ดูนะครับ อาจจะจุดประกายไอเดียใหม่ ๆ ให้กับคุณได้

ที่มา – เปิดแนวคิดการออกแบบ ผู้ชนะเลิศการประกวด “Logo & Label Design” เมรัยไทยแลนด์ 2025

เมรัยไทยแลนด์ 2025: ประมวลภาพวันสุดท้าย

ประมวลภาพงานวันสุดท้าย “เมรัยไทยแลนด์ 2025” อัดแน่นร้านค้าสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยจากทั่วไทยกว่า 50 แบรนด์ งานที่รวบรวมเอาสุดยอดสุราชุมชนจากทั่วประเทศมาไว้ในงานเดียว

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานวันสุดท้ายของ “เมรัยไทยแลนด์ 2025” มหกรรมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นการรวมพลังของผู้ผลิตสุราไทยจากทุกภูมิภาคของไทยมาไว้ในงานเดียวอย่างแท้จริง งานนี้จัดขึ้นเพื่อเชิดชูภูมิปัญญาการหมักและการกลั่นสุราของท้องถิ่นไทย

ภายในงาน เมรัยไทยแลนด์ 2025 ยังคงคึกคักไปด้วยร้านค้าที่นำเสนอสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยกว่า 50 แบรนด์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและโซนต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือโซน The Lost Thai Taste: รสชาติที่หายไป เมรัยตามหามา ซึ่งเป็นความร่วมมือของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม ที่ต้องการนำเสนอภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นที่กำลังเลือนหายไปให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ผู้ที่เข้าร่วมงานได้รับโอกาสลิ้มลองอาหารประจำถิ่นภาคใต้ อย่างเมนู “มะพร้าวคั่ว+พุงปลาอื้อ Pairing คู่กับ สุราสักทองแพร่” ซึ่งเป็นอาหารพื้นถิ่นชื่อดังจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เชฟบุช-เลอชาญ โก๊ะแอ ได้สร้างสรรค์เมนูนี้โดยใช้กุ้งลายเสือลวกเบิร์นไฟ เสิร์ฟพร้อมกับเจลพุงปลาอื้อและกัวคาโมเลเนื้อนุ่ม ท็อปด้วยแตงกวาและผักชีลาว วางบนแคร็กเกอร์มะพร้าวคั่วจากชุมพร เพื่อเพิ่มกลิ่นรสแบบใต้ในคำเดียว โดยมีการเสิร์ฟวันละ 4 รอบ คือ 16.00 / 17.00 / 18.00 และรอบพิเศษ 19.00 (Pairing กับเมรัยไทย)

งาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–30 พฤศจิกายน 2568 ณ EM WONDER & SPHERE HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้า The Emsphere กรุงเทพฯ และที่สำคัญคือเข้าชมฟรีตลอดงาน

เมรัยไทยแลนด์ 2025

สำหรับใครที่พลาดงานในปีนี้ ไม่ต้องเสียใจ ปีหน้ายังมีแน่นอน! เตรียมตัวพบกับสุดยอดสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยได้ใหม่ใน เมรัยไทยแลนด์ 2025

ทำไมต้องไปงานเมรัยไทยแลนด์ 2025

  • ได้พบปะผู้ผลิตโดยตรง: พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ผลิตสุราชุมชน
  • ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ: ค้นพบสุราและอาหารที่จับคู่กันได้อย่างลงตัว
  • สนับสนุนชุมชน: ช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชนด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเขา

งาน เมรัยไทยแลนด์ 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานแสดงสินค้า แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสุราชุมชนได้แสดงศักยภาพ และส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับวัฒนธรรมการดื่มของไทยอย่างแท้จริง ถือเป็นงานที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่สนใจในสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทย

ที่มา – ประมวลภาพ งานวันสุดท้าย “เมรัยไทยแลนด์ 2025” อัดแน่นร้านค้าสุราชุมชนจากทั่วไทย

วันสุดท้าย! เมรัยไทยแลนด์ 2025 ห้ามพลาด

วันนี้วันสุดท้ายแล้ว ห้ามพลาดกับงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” ณ Emsphere ที่อัดแน่นไปด้วยร้านค้าสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยมากมาย พร้อมลิ้มรสเมนูพื้นถิ่นที่หายไปใน The Lost Thai Taste และชมฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง

วันที่ 5 ของงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” มหกรรมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยครั้งยิ่งใหญ่ ที่รวมพลังผู้ผลิตสุราไทยจากทุกภูมิภาคของไทยมาไว้ในงานเดียว เพื่อเป็นการเชิดชูภูมิปัญญาการหมักและการกลั่นแบบดั้งเดิมของท้องถิ่น

โดยวันนี้ (30 พ.ย.68) เป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” ซึ่งภายในงานยังมีร้านค้าเมรัย ที่รวมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยกว่า 50 แบรนด์ รวมถึงกิจกรรมและโซนต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

เมรัยไทยแลนด์ 2025: มหกรรมที่ไม่ควรพลาด

หนึ่งในไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือโซน The Lost Thai Taste: รสชาติที่หายไป เมรัยตามหามา ซึ่งเป็นโซนที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งใจนำเสนอภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นที่กำลังเลือนหายไป ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมงานจะได้ลิ้มลองอาหารประจำถิ่นภาคใต้ อย่าง “มะพร้าวคั่ว+พุงปลาอื้อ Pairing คู่กับ สุราสักทองแพร่” ซึ่งเป็นอาหารพื้นถิ่นชื่อดังจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เมนูนี้ เชฟบุช – เลอชาญ โก๊ะแอ เลือกใช้กุ้งลายเสือลวกเบิร์นไฟ เสิร์ฟกับเจลพุงปลาอื้อและกัวคาโมเลเนื้อนุ่ม ท็อปด้วยแตงกวาและผักชีลาว วางบนแคร็กเกอร์มะพร้าวคั่วจากชุมพร เพิ่มกลิ่นรสแบบใต้ในคำเดียว พร้อมเสิร์ฟวันละ 4 รอบ คือ 16.00 / 17.00 / 18.00 และรอบพิเศษ 19.00 (Pairing กับเมรัยไทย)

ไฮไลท์ฟรีคอนเสิร์ตในงาน เมรัยไทยแลนด์ 2025

นอกจากอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ไฮไลท์ช่วงเย็นของงาน เมรัยไทยแลนด์ 2025 ยังมีการแสดงดนตรีสดให้ชมฟรีอีกด้วย พบกับ Onra (18.00-20.00 น.), วงดนตรีจาก ม่วน บางกอก สุดเขต (20.00-21.00 น.), Guncharlie’ หรือ กัน เสฐพงษ์ (21.30 – 22.30 น.) และ Yellow Fang (22.45-23.45 น.)

สำหรับงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน ที่ EM WONDER & SPHERE HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้า The Emsphere กรุงเทพฯ ใครที่ยังไม่ได้ไป รีบไปกันด่วนๆ ก่อนจะหมดวันนะครับ งานนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้สนับสนุนสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทย พร้อมสัมผัสรสชาติอาหารพื้นถิ่นที่ไม่ค่อยมีให้เห็นกันแล้ว

ที่มา – วันสุดท้ายแล้ว “เมรัยไทยแลนด์ 2025” มหกรรมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ครั้งใหญ่ของไทย

เมรัยไทยแลนด์ 2025: ชิมสุราชุมชน เมนูหายาก!

บรรยากาศงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” วันที่ 4 คึกคักไปด้วยร้านค้าสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ทั่วภูมิภาคกว่า 50 แบรนด์! ไฮไลท์คือการได้ลิ้มรสเมนูพื้นถิ่นที่หายไปในกิจกรรม The Lost Thai Taste ที่ขนความอร่อยมาให้ได้สัมผัสกัน

งาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” มหกรรมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยสุดยิ่งใหญ่ จัดเต็ม 5 วัน 5 คืน ตั้งแต่วันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2568 วันนี้เป็นวันที่ 4 แล้ว และได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ใครที่พลาดไปไม่ต้องเสียใจ ยังมีวันพรุ่งนี้ให้แก้ตัว!

ภายในงาน นอกจากร้านค้าเมรัยที่รวบรวมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยกว่า 50 แบรนด์จากทั่วประเทศแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ “The Lost Thai Taste รสชาติที่หายไป เมรัยตามหามา” ซึ่งในวันนี้เป็นเมนูพิเศษประจำถิ่นภาคตะวันออก นั่นคือ Surf & Turf Croquettes X หลังบ้าน

เมรัยไทยแลนด์ 2025: รสชาติที่รอการค้นพบ

เมนูนี้ เชฟบุช เลอชาญ โก๊ะแอ ได้นำเอาหมูคั่วปลากุเลา อาหารพื้นถิ่นขึ้นชื่อจากจังหวัดชลบุรี มาสร้างสรรค์เป็นโครเกต์ในสไตล์ฟิวชัน โดยผสมผสานหมูคั่วปลากุเลากับเนื้อปู, มันฝรั่ง, หอมแดง, พริกขี้หนู และพาเมซานชีส จากนั้นนำไปปั้นเป็นก้อนและทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟพร้อมเจลเลมอน, อูนิ และดอกผีเสื้อราตรี ราดด้วยซอส Beurre Blanc ให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลองรสชาติกันแบบฟรีๆ

พลาดไม่ได้กับสุราชุมชนในงานเมรัยไทยแลนด์ 2025

สำหรับไฮไลต์บนเวทีคอนเสิร์ตในช่วงเย็น พบกับ DJ Armani, วงดนตรี ม่วน บางกอก พาวเวอร์โด่, Stoondio และปิดท้ายค่ำคืนด้วย Apartment Khunpa รับรองว่าสนุกสุดเหวี่ยงกันอย่างแน่นอน

ใครที่สนใจเข้าร่วมงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” สามารถเข้างานได้ฟรี! ไปเจอกันได้จนถึงวันพรุ่งนี้ (30 พฤศจิกายน 2568) ณ EM WONDER & SPHERE HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้า The Emsphere กรุงเทพฯ เตรียมตัวไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับเมรัยไทยแลนด์ 2025 กันได้เลย

ภายในงาน เมรัยไทยแลนด์ 2025 ไม่ได้มีแค่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ยังมีอาหารอร่อยๆ บรรยากาศสนุกๆ และมิตรภาพดีๆ จากผู้คนที่มีใจรักในสุราชุมชนเหมือนกัน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร เมรัยไทยแลนด์ 2025 คือคำตอบ!

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมางานด้วยรถไฟฟ้า BTS สามารถลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วเดินเข้าสู่ The Emsphere ได้เลย หรือหากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถได้ที่อาคารจอดรถของศูนย์การค้า

อย่าลืมแวะมาอุดหนุนสุราชุมชนจากผู้ผลิตรายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายภายในงาน เช่น เวิร์คช็อปทำค็อกเทล การประกวดสุราชุมชน และการแสดงศิลปะต่างๆ

สำหรับคนที่ยังลังเลอยู่ อย่ารอช้า! โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ รีบชวนเพื่อน ชวนครอบครัว มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” แล้วคุณจะรู้ว่าสุราชุมชนไทยมีดีกว่าที่คุณคิด!

การจัดงานในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสุราชุมชนไทยที่สามารถยกระดับไปสู่ระดับสากลได้ การสนับสนุนผู้ผลิตรายย่อยและการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ จะช่วยให้สุราชุมชนไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “เมรัยไทยแลนด์ 2025 วันที่ 4 พบร้านสุราชุมชน ลิ้มรสเมนูพื้นถิ่นที่หายไป

เมรัยไทยแลนด์ 2025: ประมวลภาพวันแรกสุดม่วน!

มันส์ม่วนสุดเหวี่ยง! มาชมประมวลภาพบรรยากาศงานคอนเสิร์ต “เมรัยไทยแลนด์ 2025” วันแรกที่คึกคักและอัดแน่นไปด้วยความประทับใจ จัดเต็มด้วยศิลปินและดีเจชั้นนำของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันแรกของการเปิดงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน สมกับการกลับมาอีกครั้งของมหกรรมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทย งานที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาการหมักและการกลั่นของท้องถิ่น และเปิดโอกาสทางธุรกิจทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

ไฮไลท์เด็ดในช่วงเย็นคือเวทีคอนเสิร์ตที่ขนทัพศิลปินและดีเจชื่อดังของไทยมามอบความสุขและความมันส์อย่างเต็มพิกัด ตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน โดยในวันแรกนี้มี DJ Freudonidas, วง ม่วน บางกอก, The Paradise Bangkok Molam, และ Yokee Playboy มาร่วมสร้างสีสัน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคื้น เสียงดนตรีสนุกๆ ทำให้หลายคนอดใจไม่ไหวต้องลุกขึ้นเต้นกันอย่างสนุกสนาน ในปีนี้ เมรัยไทยแลนด์ 2025 จัดเต็ม 5 วัน 5 คืน ตั้งแต่วันที่ 26–30 พฤศจิกายน 2568 ณ EM WONDER & SPHERE HALL ชั้น 5, Emsphere และที่สำคัญเข้าชมฟรีตลอดงาน!

เมรัยไทยแลนด์ 2025

ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาด เมรัยไทยแลนด์ 2025?

งาน เมรัยไทยแลนด์ 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานแสดงสินค้า แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ได้แสดงศักยภาพ สร้างเครือข่าย และต่อยอดธุรกิจ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และสนับสนุนสินค้าไทยที่มีคุณภาพ

สำหรับใครที่พลาดงานวันแรก ไม่ต้องเสียใจ เพราะงานยังมีต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 อย่าลืมแวะไปสัมผัสความสนุกและความม่วนกันได้ที่ EM WONDER & SPHERE HALL ชั้น 5, Emsphere ที่สำคัญเข้าชมฟรีตลอดงาน

ปีหน้าต้องห้ามพลาด! เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเจอกันในงาน เมรัยไทยแลนด์ 2025 ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ภาพ : ธนัท ชยพัทธฤทธี

ที่มา – ประมวลภาพสุดม่วน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” วันแรกคึกคัก อัดแน่นทุกความประทับใจ

Scroll to top