การเลือกตั้ง

คึกคัก! จับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

การจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางความไม่มั่นใจของ “เรืองไกร” เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของ พปชร. ในขณะที่ “อิ่ม ธีรรัตน์” จากเพื่อไทย ได้เบอร์จำง่ายและมั่นใจว่าจะสามารถปักธงใน กทม. ได้มากกว่า 1 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 บรรยากาศการรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตของกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างคึกคัก หลังเวลา 08:30 น. กกต.ประจำเขตเลือกตั้งได้ให้ผู้สมัครจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เพื่อเรียงลำดับการยื่นเอกสาร ซึ่งในหลายเขต หลังจากจับสลากในรอบแรกเสร็จสิ้น ก็สามารถตกลงกันได้ว่าจะใช้หมายเลขนั้นเป็นหมายเลขของผู้สมัคร ทำให้การรับสมัครเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีแกนนำพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมให้กำลังใจผู้สมัครที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 พร้อมกับกองเชียร์ที่ส่งเสียงเชียร์ผู้สมัครของตนเองอย่างเต็มที่

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เขาตัดสินใจลงสมัคร สส.เขต หลังจากได้พูดคุยกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เมื่อสองวันที่แล้ว แม้ว่าพลเอกประวิตรจะวางมือทางการเมืองและไม่ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ แต่เขาก็ต้องการเป็นตัวแทนของพรรค เนื่องจากที่ผ่านมาได้ทำงานในการตรวจสอบและร้องเรียนเรื่องสำคัญมาโดยตลอด และล่าสุดเพิ่งยื่นร้องเรียนเรื่องที่ทำผิดกฎหมายประชาชาติ

นายเรืองไกรยังกล่าวอีกว่า เขายังไม่แน่ใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ด้านนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 20 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเธอจับได้หมายเลข 11 ซึ่งเป็นหมายเลขที่จดจำได้ง่าย และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับเลือกตั้ง สส.ในกรุงเทพมหานครมากกว่า 1 ที่นั่งอย่างแน่นอน ส่วนตัวเธอจะพยายามทำให้ดีที่สุด และเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ จะให้โอกาสพรรคเพื่อไทยที่ชูนโยบายด้านเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นสำคัญ เมื่อถูกถามว่าคะแนนจะออกมาสูสีอีกหรือไม่ นางสาวธีรรัตน์ตอบว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน

ด้านนายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 พรรคภูมิใจไทย และอดีตผู้ประกาศข่าว ยอมรับว่าได้รับการทาบทามจากนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ให้มาลงสมัคร เนื่องจากเขามีความสนใจในเรื่องการเมืองอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เคยทำงานให้กับพรรคโอกาสใหม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจมาลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย และเชื่อว่าผลงานของรัฐบาลนายอนุทินจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน

ด้านนายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 พรรคประชาชน ซึ่งเป็นอดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวว่า ที่ผ่านมานางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.ในพื้นที่ ได้นำเขาลงพื้นที่และให้คำปรึกษา ทำให้เขามั่นใจว่าเข้าใจปัญหาของชาวเขต 2 เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นเขตชั้นในที่มีชุมชนบ้านเรือนหนาแน่น ส่วนข้อกังวลว่าเขาเคยเป็นนักเคลื่อนไหวนั้น นายเสกสิทธิ์กล่าวว่า เขาต้องการเข้ามาทำการเมืองในสภาเพื่อช่วยผลักดันแก้ไขปัญหา และเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจในความตั้งใจของเขา

จับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

สรุปการจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต

สรุปโดยรวมแล้ว การจับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและคึกคัก ผู้สมัครแต่ละคนต่างมีความมั่นใจในโอกาสของตนเอง และพร้อมที่จะลงสนามแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย และเป็นโอกาสของประชาชนในการเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง อย่าลืมออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของคุณ!

ที่มา – จับเบอร์ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต คึกคัก “เรืองไกร” ไม่มั่นใจเป็นเลือกตั้งครั้งสุดท้าย พปชร.

“จินนี่ ยศสุดา” ร่วมส่ง สส.กทม. ไทยสร้างไทย

“จินนี่ ยศสุดา” ลูกสาวคุณหญิงสุดารัตน์ มาร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. “พรรคไทยสร้างไทย” พร้อมอาสาดูแลประชาชน นี่คือข่าวการเมืองที่น่าสนใจในช่วงนี้

วันที่ 27 ธ.ค. 2568 น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือ จินนี่ ลูกสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุพันธุ์ เดินทางมาร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย ณ สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พร้อมกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย

น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ เผยว่า อยากให้รอติดตามการสมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเราในวันพรุ่งนี้ เพราะมีเซอร์ไพรส์ จริงๆ คุณแม่หรือครอบครัวไม่ได้บังคับหรือขอให้มาทำงานการเมืองเลย แต่อาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่กับพรรคไทยสร้างไทยตั้งแต่เริ่มต้น เราเห็นทีมงาน บุคลากรในพรรคที่มีความตั้งใจ ไม่หยุดที่จะทำงานให้บ้านเมือง ไม่หยุดที่จะอาสามาทำงานเพื่อคนไทย ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเรามีโอกาสในการอยู่องค์กรที่มีคุณภาพแบบนี้ ก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือองค์กร

พรรคไทยสร้างไทย หลายคนอาจจะติดภาพคุณหญิงสุดารัตน์ แต่ถ้ามองดูอย่างละเอียดแล้ว พรรคไทยสร้างไทยมีทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ที่มีประสบการณ์ ฉะนั้นพรรคไทยสร้างไทยถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ เพราะการที่เรามีนักการเมืองหรือนักบริหารบ้านเมืองที่มีประสบการณ์ทำงานมาหลายสิบปี และมีคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจทำงานมาผนวกกำลัง เรารู้สึกว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีของประชาชนมากๆ

ในด้านนโยบายเอง พวกเราคิดอย่างครอบคลุมมากๆ มีนโยบายที่จะดูแลทุกคนตั้งแต่เกิดจนแก่ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เราอยากให้คนไทยหายเหนื่อย อยากจะขอโอกาสมาดูแลพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ เรามีโมทโทประจำพรรคการเมือง คือเราอยากจะทำการเมืองให้สุจริต การเมืองสีขาว การเมืองที่ไม่โกง การเมืองที่ทุกคนสามารถไว้ใจผู้บริหารบ้านเมืองได้ หลายคนอาจเบื่อคำว่าไม่โกง ไม่คอร์รัปชัน ซึ่งเราได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แสดงให้เห็นว่าผ่านมากี่สิบปี ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนี้ไม่ได้หายจากประเทศไทยไปไหนเลย จนทุกวันนี้ปัญหาคอร์รัปชันทำให้ประเทศไทยติดอยู่หลุมดำ ฉะนั้นพรรคเราเห็นถึงปัญหานี้แล้วเราคัดแต่ผู้สมัครและผู้อาสาที่มีใจในการทำการเมืองอย่างสุจริตจริงๆ.

“จินนี่ ยศสุดา” มาร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย

การปรากฏตัวของ “จินนี่ ยศสุดา” ในการร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย สร้างความสนใจให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่ และความตั้งใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่

การที่ “จินนี่ ยศสุดา” เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนพรรคไทยสร้างไทย สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการเมืองไทย คนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเข้าใจในเทคโนโลยี และมีความคาดหวังต่ออนาคตที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่จะช่วยให้การเมืองไทยมีความหลากหลายและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การที่ “จินนี่ ยศสุดา” เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเมืองสุจริต ก็เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเห็นการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน

พรรคไทยสร้างไทยจึงเป็นอีกพรรคการเมืองที่น่าจับตามองในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีฐานเสียงของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก

การสนับสนุนจาก “จินนี่ ยศสุดา” ในการเลือกตั้ง สส.กทม. ครั้งนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย หวังว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่

จินนี่ ยศสุดา” ลูกสาวคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการสนับสนุนผู้สมัคร สส.กทม. ของพรรคไทยสร้างไทย การตัดสินใจของเธอสร้างความฮือฮาและก่อให้เกิดกระแสความสนใจในวงกว้าง การร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทยของ “จินนี่ ยศสุดา” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสนับสนุนทางการเมือง หากแต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ การอาสาเข้ามาดูแลประชาชนของ “จินนี่ ยศสุดา” ถือเป็นอีกหนึ่งความหวังสำหรับอนาคตทางการเมืองของไทย

ที่มา – “จินนี่ ยศสุดา” มาร่วมส่งผู้สมัคร สส.กทม. พรรคไทยสร้างไทย พร้อมอาสาดูแลประชาชน

ศุภมาส-เอกนัฏ นำทีม สส.กทม.ชู คนละครึ่งพลัส

การเลือกตั้งครั้งสำคัญกำลังจะมาถึง และพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมนำเสนอทีมผู้สมัคร สส.กทม. ที่แข็งแกร่ง โดยมี “ศุภมาส-เอกนัฏ” เป็นหัวหน้าทีม พร้อมชูนโยบายที่จับต้องได้และตรงใจประชาชนอย่าง “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง” เน้นการสานต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์และสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยทุกคน

ศุภมาส-เอกนัฏ นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง”

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต ได้ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทีวี ถึงความพร้อมในการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยเน้นย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีเพียงแค่คนใดคนหนึ่ง แต่มีทีมงานที่แข็งแกร่ง มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยหาเสียงต่างๆ ที่พร้อมจะทำงานเพื่อคนกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า จุดเด่นของการหาเสียงครั้งนี้คือความจริงใจและความตั้งใจจริงที่จะทำเพื่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศล่วงหน้าว่าจะเสนอใครเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พร้อมย้ำว่า “พูดแล้วทำพลัส” ไม่ได้ขายฝัน และนโยบายต่างๆ ก็มีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

น.ส.ศุภมาส เสริมว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะประชาชนได้เห็นผลงานที่จับต้องได้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เช่น โครงการ คนละครึ่งพลัส ที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง การบริหารจัดการเรื่องชายแดน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้พูดอย่างเดียว แต่ทำให้เห็นแล้ว

ทำไมต้องเลือก “คนละครึ่งพลัส” และนโยบายความมั่นคง?

นโยบาย 2 อย่างที่ น.ส.ศุภมาส เน้นย้ำคือด้านเศรษฐกิจและด้านความมั่นคง โดย คนละครึ่งพลัส เป็นนโยบายที่ช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดรายจ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก ขณะที่นโยบายความมั่นคงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคนไทยทุกคน เพราะเป็นการปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

เมื่อถูกถามว่าทำไมต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ ตอบว่า ผู้สมัครของพรรคมีความหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นเก่า หน้าใหม่ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย และอีกหลายๆ คน ซึ่งเป็นการผสมผสานประสบการณ์และความคิดใหม่ๆ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน

เกี่ยวกับเป้าหมายจำนวนที่นั่ง สส.กทม. น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่นอนได้ในขณะนี้ แต่ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และจะทำงานกันเป็นทีมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

เมื่อถามว่าพื้นที่ กทม. จะแพ้ไม่ได้ใช่หรือไม่ น.ส.ศุภมาส ตอบว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้คิดถึงเรื่องแพ้ แต่จะทำทุกวิถีทางให้ดีที่สุด เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน และพร้อมที่จะนำเสนอมืออาชีพเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ

สำหรับความเป็นไปได้ที่จะเห็น นายเอกนิติ และนางศุภจี มาช่วยหาเสียงในพื้นที่ กทม. นางสาวศุภมาศ ยืนยันว่าทั้งสองท่านจะมาช่วยหาเสียงอย่างแน่นอน เพราะเป็นผู้ช่วยหาเสียงที่ถูกต้องตามกฎหมาย

  • คนละครึ่งพลัส: นโยบายสานต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
  • ความมั่นคง: ปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
  • ทีมผู้สมัคร สส.กทม. ที่มีความหลากหลายและประสบการณ์

พรรคภูมิใจไทยมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน และสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้เลือกผู้แทนที่พร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ดังนั้น อย่าลืมติดตามข่าวสารและนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – “ศุภมาส-เอกนัฏ” นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบาย “คนละครึ่งพลัส-ความมั่นคง”

ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม.

ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. 33 คน ไปลงสมัคร สส.เขต

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พรรคประชาชน (ปชน.) ได้สร้างสีสันให้กับการเลือกตั้งที่จะมาถึง ด้วยการปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. จำนวน 33 คน เพื่อเดินทางไปลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต ณ สนามกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของพรรคในการส่งผู้สมัครลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งสำคัญ

รถเมล์ไฟฟ้าสีส้มคันดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นพาหนะในการเดินทาง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงนโยบายด้านพลังงานสะอาดและความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมของพรรคประชาชน ด้านหน้ารถมีการสกรีนสัญลักษณ์ของพรรคอย่างเด่นชัด ส่วนด้านข้างรถประดับด้วยข้อความเชิญชวนให้ประชาชน “เลือกตั้ง เลือกอนาคต” สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของพรรคว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ

บรรยากาศที่อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์ เต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้สมัคร สส.ทยอยเดินทางมาถึงเพื่อเตรียมตัวขึ้นรถเมล์ โดยมีนายธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้สมัคร สส.เขต 18 หนองจอก-มีนบุรี-ลาดกระบัง นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้สมัคร สส.เขต 31 ทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน และนายนฤพล เลิศปัญญาโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขต 27 บางขุนเทียน-บางบอน (เฉพาะแสมดำ) เป็นสามท่านแรกที่เดินทางมาถึง

นายธีรัจชัยได้กล่าวถึงความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยเน้นย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเลือกอนาคตของประเทศและเลือกรัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง

นายอนุสรณ์ กล่าวเสริมถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประเทศ จึงขอให้ประชาชนเลือกอย่างเด็ดขาด

ความตั้งใจของผู้สมัคร สส.

นายนฤพล ได้แสดงความตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ตามกำหนดการ ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขตไปรวมตัวกันที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้ การรวมตัวของผู้สมัคร สส.ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพและความสามัคคีของพรรคประชาชน

การที่พรรคประชาชนเลือกใช้รถเมล์ EV สีส้มในการขนส่งผู้สมัคร สส. ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความโดดเด่นและเป็นที่สนใจ แต่ยังเป็นการสื่อสารไปยังประชาชนถึงนโยบายและวิสัยทัศน์ของพรรคในการให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

สรุปแล้ว การที่ ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. ไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ถือเป็นการเปิดตัวที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคในการเข้าสู่สนามเลือกตั้งอย่างเต็มตัว การใช้รถเมล์ EV ยังเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคอีกด้วย

ที่มา – ปชน. จัดรถเมล์ EV สีส้ม ขนผู้สมัคร สส.กทม. 33 คน ไปลงสมัคร สส.เขต

ไอซ์ รักชนก ท้าชน! หน้าพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี

“ไอซ์ รักชนก” เย้ยถึงถิ่น! อัดคลิปหน้าพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี บอกมาถึงแล้ว แขวนเพจข่าว หลังโพสต์ระดมพลขับไล่ ยกมือไหว้ บอก “อย่าทำหนูเลย หนูกลัวแล้ว” ตื่นเต้นจะได้เจอ “พี่เฮ้ง”

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา น.ส.รักชนก ศรีนอก ว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ทำการโพสต์คลิปวิดีโอลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพขณะเช็กอินอยู่ที่หน้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีป้ายรูปภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรากฏอยู่

ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ได้กล่าวในคลิปวิดีโอ พร้อมทั้งลงภาพโพสต์แขวนเพจข่าวที่ทำการระดมพลเพื่อขับไล่เธอว่า

“ตอนนี้มาถึงชลบุรีแล้วนะคะทุกคน รอไปจับเบอร์กับว่าที่ผู้สมัคร สส. ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง วันนี้มาเช็กอินที่นี่ค่ะ เขาบอกว่าเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของชลบุรีเลยทีเดียว ก็สวัสดีท่านรองนายกฯ และท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ พรุ่งนี้อาจจะมีโอกาสได้เจอกัน เพราะว่ารอบนี้พี่เฮ้งลงสมัคร สส. แบบเขต เอ๊ะ ได้ข่าวมาว่าอาจจะมีการระดมพลให้คนออกมาทำการขับไล่ดิฉันด้วย ก็รู้สึกกลัวขึ้นมาแล้วค่ะ ตอนนี้เพจข่าวในชลบุรีเริ่มทำการระดมพลขับไล่รักชนกแล้ว กลัวมากเลยค่ะ พี่อย่าทำหนูเลย หนูกลัวแล้วจริง ๆ กลัวมาก แค่มาช่วยเพื่อนจับเบอร์เฉย ๆ เอง”

ไอซ์ รักชนก กับการเยือนพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี

การปรากฏตัวของ ไอซ์ รักชนก ในครั้งนี้ สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก หลายคนต่างจับจ้องถึงเหตุผลและเบื้องหลังการเดินทางมายังจังหวัดชลบุรีของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่เธอได้กล่าวถึงการระดมพลเพื่อขับไล่ตนเอง ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าสถานการณ์ทางการเมืองในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร

ไอซ์ รักชนก กลัวจริงหรือแค่สร้างกระแส?

ท่าทีที่แสดงออกถึงความหวาดกลัวของ ไอซ์ รักชนก ก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ บางส่วนมองว่าเป็นเพียงการสร้างกระแสเพื่อดึงดูดความสนใจ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่าเธออาจจะรู้สึกกังวลใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ทั้งนี้ การระดมพลเพื่อขับไล่ทางการเมืองถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามอง และสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตาม การเดินทางมายังพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี ของ ไอซ์ รักชนก ในครั้งนี้ ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ และอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในพื้นที่ดังกล่าวได้ในอนาคต

การเมืองไทยนั้นเต็มไปด้วยสีสันและการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาได้ยาก การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของนักการเมืองแต่ละคนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศได้

ที่มา – “ ไอซ์ รักชนก” เย้ยถึงถิ่น อัดคลิปหน้าพรรคภูมิใจไทย ชลบุรี บอกตื่นเต้นจะได้เจอ “พี่เฮ้ง”

“ดร.การดี” แคนดิเดต ปชป. แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ

“ดร.การดี” เปิดใจนั่งแคนดิเดตนายกฯ ปชป. เพื่อแก้หนี้และกู้ชื่อชั้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมา ยันทำงานเป็นทีมไม่ใช่โชว์เดี่ยว มั่นใจจะทำให้ประเทศกลับมาผงาดได้

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เปิดใจครั้งแรกหลังพรรคประกาศชื่อเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายกรณ์ จาติกวณิช โดยระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้มาจากความแน่วแน่ที่ต้องการใช้ความรู้และประสบการณ์ด้านดิจิทัลและเศรษฐกิจอนาคตเข้ามากอบกู้ประเทศไทยที่กำลังอยู่ในภาวะ “อึดอัด” ทั้งเรื่องรายได้และความเชื่อมั่นระดับสากล พร้อมชูจุดแข็งของพรรคว่าเป็น “ส่วนผสมที่กลมกล่อม” ระหว่างผู้นำที่มีบารมีระดับสากลอย่างนายอภิสิทธิ์ และมือเศรษฐกิจระดับโลกอย่างนายกรณ์ โดยตนจะเข้ามาเสริมทัพในการนำพาประเทศไปสู่โอกาสใหม่แห่งอนาคต ภายใต้ “DNA เดียวกัน” คือความสุจริต

ดร.การดี ย้ำว่าการทำงานของแคนดิเดตทั้ง 3 คนเป็นรูปแบบทีมเวิร์ก ไม่ใช่การโชว์เดี่ยว โดยนโยบายเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาหนี้สินเชิงรุกที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของคนเมืองและเกษตรกร พร้อมประกาศตั้ง KPI ชี้วัดผลการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการดึงอันดับความโปร่งใสและสถานการณ์คอร์รัปชันให้กลับไปสู่จุดรุ่งเรืองอีกครั้ง เพื่อคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้พร้อมลงพื้นที่ช่วยว่าที่ผู้สมัคร สส. ทุกคนหาเสียงอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทีมประชาธิปัตย์คือคำตอบที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาผงาดได้จริง

“ดร.การดี” แคนดิเดต ปชป. แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ

การประกาศชื่อ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจไม่น้อย ด้วยโปรไฟล์ที่โดดเด่นในด้านดิจิทัลและเศรษฐกิจอนาคต ทำให้หลายคนจับตามองว่าเธอจะเข้ามามีบทบาทอย่างไรในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรค

วิสัยทัศน์ของ “ดร.การดี” ในการแก้หนี้และกู้เศรษฐกิจ

ดร.การดี มองว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเรื่องหนี้สินของประชาชน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว เธอจึงมุ่งมั่นที่จะนำความรู้และประสบการณ์มาใช้ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประชาชน

นโยบายที่ ดร.การดี ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน โดยจะมีการออกแบบมาตรการที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม ทั้งคนเมืองและเกษตรกร นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

ความคาดหวังต่อการทำงานเป็นทีม:

  • ผสานความเชี่ยวชาญของแต่ละคน: ดร.การดี เชื่อว่าการทำงานร่วมกับนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ จะเป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างครอบคลุม
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน: ด้วยประสบการณ์และความสามารถของทั้ง 3 คน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า
  • ขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ: การทำงานเป็นทีมจะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ดร.การดี ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม โดยเชื่อว่าการผสานความเชี่ยวชาญของแต่ละคนจะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์สามารถนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง การที่ “ดร.การดี” แคนดิเดต ปชป. แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ ครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

การที่ ดร.การดี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าพรรคให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและเศรษฐกิจอนาคตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกหลายด้าน ทั้งเสถียรภาพทางการเมือง นโยบายของรัฐบาล และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

การมี “ดร.การดี” แคนดิเดต ปชป. แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนมีความหวังว่าจะมีนโยบายที่ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์โลกมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไป

ที่มา – “ดร.การดี” เปิดใจนั่งแคนดิเดต ปชป. ผนึกกำลัง “อภิสิทธิ์-กรณ์” แก้หนี้กู้เศรษฐกิจ

ประธาน กกต. ลั่น! จัดการเลือกตั้ง สส. และประชามติ

ประธาน กกต. ลั่น จัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ

“ณรงค์” ลั่น จัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ เป็นความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศ ด้าน กกต. ออกประกาศแนวทางจัดเลือกตั้งใน 7 จังหวัดสู้รบ อำนวยความสะดวกคนในศูนย์อพยพขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชุมคณะกรรมการอำนวยการประจำศูนย์อำนวยการและประสานงานการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ โดยมี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เป็นประธานการประชุม และมีผู้แทนจากหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ เข้าร่วมประชุมที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ

นายณรงค์ กล่าวว่า การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติครั้งนี้ เป็นภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกเสียงประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ประเทศไทย กกต. และพนักงาน กกต. ไม่สามารถจัดทำประชามติและเลือกตั้งออกมาให้สมบูรณ์แบบได้ จะต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ตนมั่นใจว่าด้วยความทุ่มเทการทำงานและการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งของทุกคน จะทำให้การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ความเสียสละและความตั้งใจ ทุ่มเท ร่วมกันของทุกคน และถือเป็นความสำเร็จของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขอให้พลังความร่วมมือครั้งนี้เป็นแรงขับเคลื่อนให้ประชาธิปไตยของประเทศไทยมั่นคงและเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนสืบไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศเรื่อง แนวทางดำเนินการการจัดการเลือกตั้ง สส. ในเขตเลือกตั้งที่มีสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งในจังหวัดจันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว สุรินทร์ และอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ดังนี้

  1. การปิดประกาศ หรือระเบียบตามที่กฎหมายกำหนดเมื่อได้ปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้ง หรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวกในการตรวจสอบแล้ว ให้ดำเนินการประกาศในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใดที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก หากไม่สามารถปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้ง หรือสถานที่ที่ประชาชนสะดวกในการตรวจสอบได้ ให้ถือว่าการประกาศในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอื่นใด เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
  2. กรณีจัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทะเบียนบ้านพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ไปยังเจ้าบ้านในเบื้องต้น ให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่สามารถจัดส่งได้ ให้รายงานให้ กกต. ทราบและให้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุดลง แล้วจึงจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
  3. จัดให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในศูนย์อพยพลงทะเบียน ขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง ภายในระยะเวลาตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง โดยขอความร่วมมือให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้งที่มีความปลอดภัยและอยู่ใกล้เคียงกับเขตเลือกตั้งที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบ และในวันออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งให้ประสานหน่วยงานของรัฐ จัดพาหนะรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้งดังกล่าวด้วย
  4. การจัดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง หากยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ ให้ กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง พิจารณาเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งสามารถเดินทางได้สะดวกและปลอดภัย โดยหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งดังกล่าวต้องอยู่ในเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 30 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  5. ภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ให้ประสานนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น จัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือผู้มีสิทธิเลือกตั้งในศูนย์อพยพที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย.

กกต. มุ่งมั่น การจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ ให้โปร่งใส

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กกต. ได้ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความไม่สงบ การดำเนินการต่างๆ จึงมุ่งเน้นให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย

การเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและก้าวหน้า

ดังนั้น การจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ ที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนทุกคนจะได้ร่วมกันแสดงพลังและกำหนดอนาคตของประเทศไปด้วยกัน

การจัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ ครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายและความมุ่งมั่นตั้งใจของ กกต. ในการที่จะทำให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ผลการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – ประธาน กกต. ลั่น จัดการเลือกตั้ง สส. พร้อมประชามติ เป็นความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศ

ปชน. ส่งแกนนำให้กำลังใจ วันรับสมัคร สส.เขต

พรรคประชาชนเตรียมส่งแกนนำลงพื้นที่ให้กำลังใจในวันรับสมัคร สส.เขตพรุ่งนี้ โดยจะกระจายกำลังพลไปทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีนาย “เท้ง” นำทีมในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 7 โมงเช้าที่สนามกีฬาเวสน์ 2 นอกจากนี้ “ไหม” จะลงพื้นที่บุรีรัมย์ และ “วีระยุทธ” นำทีมผู้สมัคร สส.ภูเก็ต

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชนว่า ในวันรับสมัคร สส.เขตแบบแบ่งเขตพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) พรรคประชาชนจะใช้ยุทธวิธีดาวกระจาย โดยส่งแกนนำพรรคลงพื้นที่เพื่อให้กำลังใจผู้สมัครในแต่ละภูมิภาค

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะนำผู้สมัคร สส.กทม. ไปสมัครที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 กทม. ในเวลา 07.00 น. โดยคาดว่าจะเดินทางโดยรถเมล์เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ส่วน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 จะไปให้กำลังใจผู้สมัครที่จังหวัดบุรีรัมย์ และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 3 จะนำทีมที่จังหวัดภูเก็ต

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค จะเดินทางไปที่จังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค จะไปที่จังหวัดระยองและจันทบุรี น.ส.รักชนก ศรีนอก อดีต สส.กทม. จะไปที่จังหวัดชลบุรี และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน จะให้กำลังใจผู้สมัครที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายชัยธวัชด้วย

ปชช. ส่งแกนนำให้กำลังใจ วันรับสมัคร สส.เขต

การกระจายกำลังพลของพรรคประชาชนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของพรรคในการลงสนามเลือกตั้งที่จะมาถึงในเร็วๆ นี้ การที่แกนนำพรรคลงพื้นที่ไปให้กำลังใจผู้สมัคร สส. ในแต่ละเขตนั้น เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้สมัคร และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของพรรคต่อผู้สมัครในทุกระดับ

พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก การส่งแกนนำไปให้กำลังใจผู้สมัครในวันรับสมัคร สส.เขต เป็นเพียงหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่พรรคเตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง พรรคยังคงเดินหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อนำเสนอนโยบายและแนวทางในการพัฒนาประเทศให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุด

การเตรียมความพร้อมในวันรับสมัคร สส.เขต

การเตรียมความพร้อมสำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่ใช้ในการสมัคร การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หรือการเตรียมทีมงานสนับสนุน การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การลงสมัครเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

  • ตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารทุกอย่างที่ต้องใช้ในการสมัครนั้นถูกต้องและครบถ้วน
  • เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์: เตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่คาดว่าจะถูกถามโดยสื่อมวลชน
  • เตรียมทีมงานสนับสนุน: มีทีมงานที่พร้อมช่วยในทุกด้าน ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ไปจนถึงการประสานงาน

พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการเลือกตั้ง และพร้อมที่จะสนับสนุนผู้สมัคร สส. ทุกคนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

พรรคประชาชนมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทย และเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกผู้แทนที่เหมาะสม จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่านในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

การที่พรรคแกนนำกระจายกันไปให้กำลังใจตามภาคต่างๆนั้น นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้สมัครแล้ว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคที่จะรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

วันรับสมัคร สส.เขต คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มกำลัง

ที่มา – ปชน. ส่งแกนนำกระจายทุกภาค ให้กำลังใจวันรับสมัคร สส.เขต พรุ่งนี้ ส่วน “เท้ง” นำทีม กทม.

กกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส. 33 เขต

กกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส. 33 เขต

กกต.กทม.จัดสถานที่พร้อมรับสมัคร สส. 33 เขต เตือนให้เบอร์แล้วอย่าจัดมหรสพ แต่เริ่มหาเสียงได้ ระวังติดป้ายบดบังทัศนียภาพและการจราจร เผยเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้มีการจัดเตรียมสถานที่รองรับการรับสมัครเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร 33 เขต ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครในวันแรกคือวันที่ 27 ธันวาคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ที่มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน โดยด้านนอกเป็นที่ทำงานของสื่อมวลชน ซึ่งขณะนี้สื่อมวลชนได้มีการนำรถถ่ายทอดสดพร้อมอุปกรณ์มาติดตั้ง เพื่อรายงานบรรยากาศการรับสมัคร ขณะที่ด้านในอาคารเป็นพื้นที่สำหรับการรับสมัคร โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการนำโต๊ะเก้าอี้มาจัดเรียง สำหรับพักคอย สำหรับผู้สมัครที่มาก่อนเวลา 08.30 น. และพื้นที่รับสมัครทั้ง 33 เขต โดยมีการจัดวางตามผังที่ได้กำหนดไว้ ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านจราจรและความปลอดภัย ได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลดินแดง เจ้าหน้าที่ EOD เจ้าหน้าที่เทศกิจ ดูแลความเรียบร้อยบริเวณพื้นที่โดยรอบ สำหรับประชาชน หรือกองเชียร์ ที่จะเข้ามาติดตามการรับสมัครภายในอาคารกีฬาเวสน์ 2 จะมีการจัดเตรียมพื้นที่อัฒจันทร์ เป็นพื้นที่สำหรับลุ้นและให้กำลังใจผู้สมัคร

กกต.กทม.จัดสถานที่ เลือกตั้ง
กกต.กทม.จัดสถานที่

ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า กระบวนการรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ผู้สมัครจะเดินทางมาก่อนเวลา 08.30 น. เราจะให้ลงทะเบียนที่ด้านหน้าเรียงตามเขตทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง เมื่อถึงเวลา 08.25 น. เจ้าหน้าที่จะประกาศว่าเหลือในเวลาอีก 5 นาทีที่จะขีดเส้นใต้ เพื่อให้รู้ว่ามีผู้มาก่อนเวลา 08.30 น. มีกี่คน และเมื่อถึงเวลา 8.30 น. จะมีการปิดประตูเพื่อให้คนที่เหลือลงทะเบียนให้เสร็จ จากนั้นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร จะซักซ้อมขั้นตอนให้ผู้สมัครทราบว่ากระบวนการนั้นจะเริ่มต้นจากผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะจัดประชุมผู้สมัครเลือกตั้ง ในแต่ละเขตเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครทำการตกลงกัน ถ้าตกลงกันได้ก็จะบันทึกไว้ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้จะเข้าสู่ขั้นตอนของการจับสลาก โดยก่อนเข้าสู่ขั้นตอนของการจับสลาก ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งจะทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานพร้อมเงินค่าสมัคร ถ้าไม่ครบ จะแจ้งให้ผู้สมัครมาสมัครในวันถัดไป โดยต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม เวลา 16.30 น. พร้อมทั้งให้บันทึกไว้ว่าไม่ประสงค์จะสมัครในวันนี้

สถานที่รับสมัคร สส.

ผอ.กกต.กทม. กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบเอกสารเสร็จก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป คือการจับสลาก ซึ่งจะจับ 2 ครั้ง ครั้งแรก ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งเป็นผู้จับสลากเพื่อจับหาลำดับผู้สมัครที่จะไปสมัครเลือกตั้ง และจับสลากหมายเลขประจำตัว เมื่อจับเสร็จในครั้งที่ 1 จะทำการบันทึกไว้ จากนั้นจะเข้าสู่การจับสลากครั้งที่ 2 โดยผู้สมัครเป็นผู้จับเองเพื่อให้ได้หมายเลขประจำตัวและลำดับในการยื่นใบสมัคร จากนั้นจะมีการทำบันทึกร่วมกันไว้แล้วเข้าสู่กระบวนการของการรับสมัครเลือกตั้ง ยื่นเอกสาร และจ่ายค่าสมัครเลือกตั้ง โดยผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งก็จะออกใบรับสมัครและใบเสร็จ ซึ่งก็จะถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการของการรับสมัคร เมื่อออกไปจากห้องรับสมัครแล้ว ผู้สมัครสามารถใช้หมายเลขดังกล่าวในการหาเสียงเลือกตั้งได้ แต่มีข้อพึงระวังว่า เมื่อออกไปแล้วห้ามไปจัดมหรสพหรือการรื่นเริง ห้ามไปจัดเลี้ยงหรือรับจัดเลี้ยง จนถึงวันสิ้นสุดการเลือกตั้ง

การรับสมัคร สส.

เมื่อถามถึงการจัดระเบียบกรณีมีหัวหน้าพรรคและกองเชียร์มาให้กำลังใจผู้สมัคร ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า ผู้ที่ไม่ใช่ผู้สมัครเลือกตั้ง จะจัดพื้นที่ให้อยู่บริเวณอัฒจันทร์ทั้งหมด ส่วนในพื้นที่รับสมัครจะอนุญาตให้เพียง ผู้สมัคร 1 คน และผู้ช่วยอีก 1 คนเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ กทม. ได้เตรียมความพร้อม สำหรับการกกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตไปได้ 90% ส่วนอีก 10% จะมีการซ้อมกระบวนการเสมือนจริงในวันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.) ในเวลา 09.00 น. ตอนนี้คนพร้อม อุปกรณ์พร้อม สถานที่พร้อม

เมื่อถามถึงนับตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง มีเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้วหรือยัง ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส่วนการดำเนินการต่างๆ ตอนนี้ผู้สมัคร จะต้องมีการยื่นเอกสารก่อนดำเนินการ 4 อย่าง ประกอบด้วย 1. การหาเสียงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ 2. ผู้ช่วยหาเสียง 3. รถประจำการ และ 4. การจัดเวทีปราศรัย โดยให้แจ้งที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร

กกต.กทม.

เมื่อถามถึงระเบียบการติดตั้งป้ายหาเสียง เพื่อไม่บดบังการจราจร ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ตามประกาศวิธีการหาเสียง กำหนดเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียง ขณะนี้หน่วยงานต่างๆกำลังแจ้งมาที่สำนักงาน กกต.กทm. เพื่อให้ ผอ.กกต.กทม.ลงนามออกประกาศ อย่างไรก็ตามตอนนี้ พรรคการเมืองสามารถขึ้นป้ายหาเสียงได้เลย เพราะใช้แนวทางการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งรับประกันว่าไม่ผิด และในวันรับสมัครเลือกตั้งจะได้รับเอกสารเหล่านี้อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามต้องเน้นย้ำเรื่องการติดตั้งป้ายหาเสียงต้องไม่บดบังทัศนียภาพ เพื่อป้องกันอันตราย ผู้ใช้รถใช้ถนนอาจไม่เห็นทาง อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงขอกำชับตรงนี้

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการกกต.กทม.จัดสถานที่รับสมัคร สส.

  • สถานที่: ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
  • วันรับสมัคร: 27-31 ธันวาคม
  • สิ่งที่ต้องเตรียม: เอกสารหลักฐาน, เงินค่าสมัคร

ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ที่สนใจลงสมัคร สส. ในเขตกรุงเทพมหานคร อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมและตรวจสอบเอกสารที่จำเป็นให้ครบถ้วน เพื่อให้การสมัครเป็นไปอย่างราบรื่น และอย่าลืมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

กกต.กทม.จัดสถานที่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

ที่มา – กกต.กทม.จัดสถานที่ พร้อมรับสมัคร สส. 33 เขต เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

Scroll to top