ข่าวน้ําท่วม

อนุมัติ! **มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ**

“อนุทิน” สั่งลุย! มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ เร่งด่วน ช่วยชีวิตประชาชนสำคัญที่สุด เตรียมลงหาดใหญ่รอบ 4

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมจุดรับบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมบริจาค

นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นจุดที่วิกฤติที่สุดและเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาทั้งในระยะเฉพาะหน้าและระยะฟื้นฟู รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนและพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัยอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ในพื้นที่ เพื่อให้การบูรณาการข้อสั่งการและการทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

กระทรวงการคลังได้ยกเว้นกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดซื้อจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว นายอนุทินได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆ เร่งบูรณาการยกระดับประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาวิกฤติอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยกล่าวว่า “เราจะรอช้าไม่ได้ ทุกวินาทีมีความหมายกับพี่น้องประชาชนที่นั่น”

การประชุมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเตรียม**มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ** เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตและฟื้นฟูให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติโดยเร็วที่สุด รัฐบาลได้เชื่อมโยงเครือข่ายทรัพยากรและการสื่อสารให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานความร่วมมือต่างๆ

ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการช่วยเหลือในระยะสั้น เช่น การให้ประชาชนเข้าถึงอาหาร น้ำดื่ม ยา และที่พักพิงชั่วคราวอย่างทั่วถึง ส่วนในระยะกลาง จะมีการเพิ่มรายได้ลดภาระ โดยมาตรการพักชำระหนี้ สินเชื่อดอกเบี้ย 0% และมาตรการทางการพาณิชย์ เช่น การหาสินค้าที่ต้นทุนต่ำกว่าทุน โดยการสนับสนุนของภาครัฐ นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึง**มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ** ในระยะยาว

ในระยะที่ 3 จะเป็นการฟื้นฟูให้กลับสู่ภาวะปกติ โดยรัฐบาลจะเร่งประสานงานให้บริษัทประกันภัยดำเนินการจ่ายค่าประกันให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือน ร้านค้า และความเสียหายอื่นๆ กระทรวงมหาดไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุด นายกรัฐมนตรีอาจจะเดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อีกครั้งในช่วงบ่าย

**มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ**

สรุป**มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ**

ระยะที่ 1: ช่วยเหลือเร่งด่วน – มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

ระยะที่ 2: เยียวยาและฟื้นฟู – กระทรวงการคลังบูรณาการหน่วยงานเพื่อออกมาตรการเยียวยาทั้งประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างครอบคลุม:

  • พักชำระหนี้
  • ลดดอกเบี้ย
  • ออกสินเชื่อพิเศษดอกเบี้ยต่ำเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและร้านค้า
  • มอบเงินเยียวยา
  • ประสาน คปภ. เร่งเคลมประกันภัย
  • จัดตั้งศูนย์พักพิง
  • ขอความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจในการฟื้นฟูกิจการและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

ระยะที่ 3: ฟื้นฟูระยะยาว – กระทรวงการคลังออกมาตรการฟื้นฟูที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถฟื้นฟูอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ:

  • ออกสินเชื่อฟื้นฟู
  • พิจารณามาตรการตามความเหมาะสม
  • ประสานบริษัทประกันภัยจ่ายเงินประกันโดยเร็ว
  • จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและร้านค้า
  • เร่งสำรวจความเสียหายโดยกระทรวงมหาดไทย

รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด โดย **มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ** นี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา – เคาะมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ 3 ระยะ “อนุทิน” ลั่นรอช้าไม่ได้ บ่ายนี้จ่อไปหาดใหญ่

เตือน! 7 จังหวัดใต้ รับมือ “ฝนตกหนัก”

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับสุดท้าย เตือน! ภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องรับมือกับ “ฝนตกหนัก” โดยเฉพาะ 7 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เสี่ยงฝนตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก อ่าวไทยยังมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 23 (362/2568) เรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ซึ่งมีผลกระทบต่อเนื่องจนถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568

ประกาศฉบับสุดท้าย เตือน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ยังต้องรับมือ “ฝนตกหนัก”

สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงคือ ภาคใต้ตอนล่างยังคงเผชิญกับฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัด พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล สาเหตุหลักมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนตัวไปปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและช่องแคบมะละกา ประกอบกับอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย “ฝนตกหนัก”

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น พื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน หรือพื้นที่ลุ่ม
  • หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้สังเกตระดับน้ำและเตรียมพร้อมอพยพหากจำเป็น
  • ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทยตอนบน อากาศจะเย็นลงและมีลมแรง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีอากาศเย็นลง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน ได้แผ่ลงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์ “ฝนตกหนัก” ในครั้งนี้ แต่สถานการณ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

แม้ว่าประกาศฉบับนี้จะเป็นฉบับสุดท้าย แต่เราไม่ควรประมาท ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ การมีสติและวางแผนรับมือกับภัยธรรมชาติ จะช่วยลดความเสียหายและรักษาชีวิตของเราและคนรอบข้างได้

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย เตือน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ยังต้องรับมือ “ฝนตกหนัก”

สตูลประกาศภัยพิบัติ! อำเภอละงูหนักสุด

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุด จ.สตูล ได้ประกาศภัยพิบัติแล้วทั้งจังหวัด ทั้ง 7 อำเภอ เนื่องจากมวลน้ำจำนวนมากได้ไหลเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเทศบาลตำบลกำแพง อำเภอละงู สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ว่า ในพื้นที่ จ.สตูล สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงอย่างมาก จนเรียกได้ว่าวิกฤตหนัก เพราะน้ำท่วมทั้ง 7 อำเภอ จนกลายเป็นเมืองบาดาล เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือและอพยพชาวบ้านไปยังพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน ทำให้คิดว่าน้ำจะลดลงเอง จึงไม่อยากอพยพออกจากบ้าน ตัวอย่างเช่นที่ อ.ควนกาหลง นายณัฐภาพงษ์ สุวรรณชนะ นายก อบต.ควนกาหลง พร้อมด้วย อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ออกให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ในบ้านเหนือคลอง หมู่ 8 ต.ควนกาหลง ซึ่งมีเด็กติดอยู่ 4 คน ผู้ใหญ่ 2 คน และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีกระแสน้ำไหลแรงมาก จนต้องใช้เชือกผูกโยงเพื่อช่วยกันไต่เข้าไปให้ความช่วยเหลือจนสำเร็จ พื้นที่ที่ชาวบ้านติดอยู่มากที่สุดในขณะนี้คือ อ.ควนกาหลง และ อ.ละงู เนื่องจากน้ำป่าไหลทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว

พื้นที่ จ.สตูล ทั้ง 7 อำเภอจมอยู่ใต้น้ำ ทางจังหวัดและ อบจ. ที่ต้องการนำครัวไปปรุงอาหารในพื้นที่ประสบภัย พบว่าพื้นที่เหล่านั้นถูกน้ำท่วมทั้งหมด ทำให้ต้องหาสถานที่ใหม่ในการปรุงอาหาร เช่นเดียวกับที่ ต.บ้านควน อ.เมือง ที่ต้องหาสถานที่สำหรับทำอาหารกล่องเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ขณะเดียวกันชาวบ้านก็รวมตัวกันตั้งครัวเพื่อช่วยเหลือกันเอง เนื่องจากมองว่าอาหารกล่องเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ใน จ.สตูล ตอนนี้หนักที่สุดอยู่ที่ อ.ละงู เนื่องจากสตูลประกาศภัยพิบัติแล้วทั้งจังหวัด อำเภอละงู ประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก ทำให้ทหาร จังหวัด และท้องถิ่นต่างร่วมมือกันเข้าช่วยเหลือ โดยการเร่งอพยพประชาชนออกมาให้ได้มากที่สุด

ขณะที่น้ำทางฝั่งอำเภอเมือง เริ่มไหลเข้าสู่พื้นที่รอบนอก เช่นที่ ต.บ้านควน ต.คลองขุด ต.ควนขัน อ.เมือง คาดการณ์ว่าภายใน 2 ชั่วโมง น้ำจะไหลเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของอำเภอเมืองสตูล

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 17.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สตูล ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย เนื่องจากฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง สภาพน้ำที่ท่วมสูงขึ้นทุกจุด จนบางแห่งที่เคยอาศัยอยู่ได้ ก็ถูกน้ำท่วมจนหมด ทำให้ต้องยอมทิ้งบ้านและทรัพย์สินเพื่ออพยพไปยังที่ปลอดภัยก่อน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยติดเตียง ทั้งทหาร อส. อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านต่างช่วยกันอย่างเต็มที่เพื่ออพยพไปยังที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ละงู ที่น้ำท่วมหนัก และบางจุดกระแสน้ำแรงและลึกมาก

สิ่งที่ขาดแคลนในขณะนี้คือ เรือในการอพยพ ชาวบ้านต้องนำเรือส่วนตัวออกมาช่วยกันในการลำเลียงผู้ประสบภัยออกมาให้ได้มากที่สุด แม้ว่าท้ายน้ำอย่าง ต.ควนขัน ต.พิมาน อ.เมือง น้ำจะท่วมแล้ว แต่ระดับน้ำจาก อ.ควนโดนก็ยังไม่ลดลง ทำให้พื้นที่ปลายน้ำยิ่งทวีความรุนแรง ด้านฝั่ง อ.ละงู ย่านเศรษฐกิจเทศบาลตำบลกำแพงยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก ส่วน ต.น้ำผุด ต.เขาขาว สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น สถานการณ์หนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ ต.เขาขาว ที่ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ต้องใช้การเดินทางทางเรือเท่านั้น

ส่วนในเขตเทศบาลเมืองสตูล ขณะนี้น้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่แล้ว โดยเส้นทางที่เป็นจุดรอยต่อระหว่างเขตเทศบาล ต.คลองขุด และเทศบาลเมือง น้ำท่วมทำให้การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถจักรยานยนต์ดับไปหลายคันแล้ว นอกจากนี้บ้านเรือนในเทศบาลเมืองสตูลก็ถูกน้ำท่วมไปแล้ว 4 ชุมชน

สำหรับความเดือดร้อนในขณะนี้ ทั้ง 7 อำเภอ 26 ตำบล 171 หมู่บ้าน รวม 7,632 ครัวเรือน 21,920 คน มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

สตูลประกาศภัยพิบัติแล้วทั้งจังหวัด อำเภอละงู หนักสุด

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสตูลครั้งนี้ ถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกภาคส่วน การช่วยเหลือและฟื้นฟูหลังน้ำลดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อำเภอละงูวิกฤตหนัก สตูลประกาศภัยพิบัติแล้วทั้งจังหวัด

จากสถานการณ์ สตูลประกาศภัยพิบัติแล้วทั้งจังหวัด อำเภอละงู ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นไปที่การอพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย การจัดหาอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ

พวกเราขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวสตูลที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัย และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน

ที่มา – สตูล ประกาศภัยพิบัติแล้วทั้งจังหวัด อำเภอละงู หนักสุด มวลน้ำไหลทะลักพื้นที่เศรษฐกิจ

เมืองคอนเช้านี้อ่วม ฝนตกหนัก! เตือนรับมือน้ำท่วม

เช้านี้สถานการณ์น่าเป็นห่วง! เมืองคอนเจอกับ “ฝนตกหนัก” อีกระลอก ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขัง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง

เมืองคอนเช้านี้อ่วม “ฝนตกหนัก” อีกรอบ

สถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนสายกระโรม บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันหัวอิฐ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ฝั่งขาออกเมือง กลับมามีน้ำท่วมขังบนถนนในระดับสูงอีกครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก

สาเหตุหลักของสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มาจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำในคลองต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงบ้างแล้วก็ตาม สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชต้องออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังน้ำท่วมรอบที่ 2 อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ประชาชนต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างไร?

เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและทรัพย์สิน ควรเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” และน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นดังนี้

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
  • เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน และอุปกรณ์สื่อสาร
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมอพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค

สถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่เกิดขึ้นในเมืองคอนในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การมีสติและความรอบคอบในการติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวเมืองคอนทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี อย่าลืมดูแลสุขภาพกายและใจให้เข้มแข็ง และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบากนะครับ

ที่มา – เมืองคอนเช้านี้อ่วม “ฝนตกหนัก” อีกรอบ เตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วมอีกรอบ

เปิดภาพ “น้ำท่วมหาดใหญ่” ความเสียหายที่ต้องรู้

ชาวบ้านในหาดใหญ่อ่วม! ปีนี้น้ำมาแรงเกินคาด เปิดภาพความเสียหายจาก “น้ำท่วมหาดใหญ่” ครั้งใหญ่ ที่สร้างความเดือดร้อนและทำลายข้าวของไปจำนวนมาก มาดูกันว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ “น้ำท่วมหาดใหญ่” ว่า น้ำป่าจากเขาคอหงส์ได้ไหลลงสู่อ่างกักเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน ก่อนจะล้นสปริงเวย์เข้าท่วมชุมชนบ้านทุ่งรี ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและนักศึกษาอย่างหนัก น้ำยังไหลเข้าท่วมตัวเมืองหาดใหญ่ ขยายวงกว้างสร้างความเสียหายไปทั่ว

แม้ในช่วงเย็นของวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ฝนจะหยุดตกในพื้นที่ชุมชนบ้านทุ่งรี ทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องจนเกือบเข้าสู่สภาวะปกติ แต่จากการสำรวจพบว่า ยังคงมีเศษขยะตกค้างอยู่ริมถนนสองข้างทางจำนวนมาก ร้านอาหารตามสั่งหลายแห่งถูกกระแสน้ำป่าพัดเอาโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ทำอาหารไปจนหมดสิ้น

เจ้าของร้านอาหารรายหนึ่งเล่าว่า กระแสน้ำที่ไหลมามีความรุนแรงมาก พัดพาเอาขยะต่างๆ มาด้วย ตอนที่น้ำไหลทะลักเข้าร้าน เธอและสามีพยายามช่วยกันดันโต๊ะที่วางอุปกรณ์ทำครัวไว้ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำได้ ทำให้อุปกรณ์ทำครัวและโต๊ะเก้าอี้ทั้งหมดถูกพัดหายไปกับน้ำ ซึ่งเธอและสามีลงทุนไปหลายหมื่นบาท และต้องลงทุนซื้อใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

การสำรวจเส้นทางเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ เช่น ถนนเพชรเกษม ถนนธรรมวิถี ถนนศุภสารรังสรรค์ และถนนศรีภูวนาถ พบว่าถนนบางเส้นระดับน้ำลดลงเพียงเล็กน้อย (30 ซม.) ทำให้สามารถเดินทางได้ถึงแค่บริเวณวงเวียนน้ำพุเท่านั้น และทุกเส้นทางยังคงมีน้ำท่วมขังปิดเส้นทางอยู่ อีกทั้งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วนถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 1 ตั้งแต่หลังโรงพยาบาลหาดใหญ่ไปจนถึงสี่แยกไฟแดงโรงปูนและสะพานลอยสัจกุล (ทางเข้าถนนเขต 8) พบว่าระดับน้ำยังคงท่วมสูงและมีกระแสน้ำไหลแรง ทำให้ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ลุ่มต่ำได้

นายนาวิน จงศรีวัฒนาพร เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ เล่าว่า ปีนี้น้ำมาแรงกว่าทุกปี ทำให้เก็บข้าวของไม่ทัน แรงกระแทกของน้ำยังทำให้กระจกหน้าร้านเสียหาย และพัดเอาเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านหายไปอีกจำนวนมาก เหตุการณ์ “น้ำท่วมหาดใหญ่” ครั้งนี้ส่งผลกระทบรุนแรงกว่าที่เคย

น้ำท่วมหาดใหญ่

ผลกระทบจากน้ำท่วมหาดใหญ่

สถานการณ์ “น้ำท่วมหาดใหญ่” ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติ และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หน่วยงานภาครัฐและเอกชนควรเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

ที่มา – เปิดภาพความเสียหาย “น้ำท่วมหาดใหญ่” ชาวบ้านอ่วมหนัก ข้าวของเสียหายจำนวนมาก

สตูลอ่วม! ละงูน้ำท่วมหนักสุดรอบ 50 ปี

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! 7 อำเภอในจังหวัดสตูลกำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก จนหลายพื้นที่กลายเป็นทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอละงูที่ประสบกับเหตุการณ์สตูลอ่วม อ.ละงู น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี หลายจุดมีระดับน้ำสูงจนต้องใช้เรือในการสัญจรแทนรถยนต์

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสตูลทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอละงู ซึ่งถือว่าหนักที่สุดในรอบ 50 ปี น้ำจากตำบลน้ำผุดไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ตำบลเขาขาว โรงเรียนบ้านดาหลำถูกน้ำไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่ อส., อบต. และครูต้องช่วยกันขนย้ายสิ่งของหนีน้ำอย่างเร่งด่วน และต้องขนย้ายถึง 2 รอบ เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

น้ำจากตำบลเขาขาวไหลเข้าสู่ตำบลละงูและเขตเทศบาลตำบลกำแพง โดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจของเทศบาลตำบลกำแพง น้ำได้เข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ทั้งสำนักงานเทศบาล, วัด, ธนาคาร, สถานีตำรวจ, ร้านค้าต่างๆ และตลาดสด ชาวบ้านต่างเร่งขนย้ายสิ่งของกันอย่างอลหม่าน ระดับน้ำในย่านเศรษฐกิจบางจุด โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกมหาจันทร์ สูงถึงเอว ทำให้สตูลอ่วม อ.ละงู น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี กลายเป็นภาพที่น่าสะเทือนใจ

จากสถานการณ์ดังกล่าว อำเภอละงูในขณะนี้แทบจะกลายเป็นทะเล ต้องใช้เรือในการสัญจรแทนรถยนต์ แต่เรือที่มีอยู่กลับไม่เพียงพอต่อความต้องการในการขนย้ายประชาชน เนื่องจากบางรายคาดการณ์ว่าน้ำจะลดลงอย่างรวดเร็ว แต่สถานการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ระดับน้ำยังคงท่วมสูง ทำให้สตูลอ่วม อ.ละงู น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี กลายเป็นเมืองบาดาลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ

สถานการณ์ในอำเภออื่นๆ ก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ โรงเรียนและสถานศึกษาในจังหวัดสตูลต้องประกาศปิดทำการไม่ต่ำกว่า 15 แห่ง ขณะที่ฝนก็ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดกำลังเร่งระดมเรือท้องแบนจากพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ เพื่อเข้าช่วยเหลือในจุดที่ประสบภัย แต่ขณะนี้เรือที่จะเข้าช่วยเหลือประชาชนยังขาดแคลน เนื่องจากสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดได้เร่งจัดหาสถานที่ซึ่งเป็นที่สูง เพื่อจัดตั้งโรงครัวช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากสถานที่จัดทำโรงครัวเดิมถูกน้ำท่วมไปหมดแล้ว

สตูลอ่วม อ.ละงู น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี

ผลกระทบจากเหตุการณ์ สตูลอ่วม อ.ละงู น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนและเศรษฐกิจในจังหวัดสตูล การฟื้นฟูหลังน้ำลดจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

การช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์

สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย การจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ยา และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการเยียวยาสภาพจิตใจก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

นอกจากการช่วยเหลือในระยะสั้นแล้ว การวางแผนและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง การปรับปรุงระบบระบายน้ำ การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการรับมือกับภัยพิบัติ เป็นมาตรการที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง

เหตุการณ์สตูลอ่วม อ.ละงู น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – สตูลอ่วม อ.ละงู น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี หลายจุดน้ำสูงจนต้องใช้เรือแทนรถ

น้ำท่วมพัทลุง: ประกาศภัยพิบัติ 5 อำเภอ

สถานการณ์น้ำท่วมพัทลุงยังคงน่าเป็นห่วง แม้ว่าบางพื้นที่เริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย จังหวัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ และคาดการณ์ว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม สถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติใน 1-2 วัน

น้ำท่วมพัทลุง ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมพัทลุงว่า เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น พื้นที่บริเวณเชิงเขาบรรทัด เช่น อำเภอกงหรา ป่าบอน ป่าพะยอม และศรีนครินทร์ ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง หลายหมู่บ้านสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้แล้ว ประชาชนเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือนและสำรวจความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในอำเภอเมืองพัทลุง ควนขนุน เขาชัยสน ปากพะยูน และบางแก้ว ระดับน้ำในหลายจุดยังคงสูง ประชาชนยังคงต้องอพยพทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง (ปภ.พัทลุง) รายงานภาพรวมสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2568 ว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพัทลุงทั้งสิ้น 11 อำเภอ 64 ตำบล 597 หมู่บ้าน รวม 75,723 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหาย 1 ราย พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 30,000 ไร่ สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก

การประกาศพื้นที่ภัยพิบัติและเส้นทางสัญจร

จังหวัดพัทลุงได้ประกาศให้ 5 อำเภอเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมพัทลุง ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอกงหรา อำเภอเขาชัยสน อำเภอป่าพะยอม และอำเภอศรีนครินทร์ การประกาศดังกล่าวจะทำให้การช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของเส้นทางการคมนาคมขนส่ง เส้นทางหลักหลายสายเริ่มกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว บริเวณสี่แยกโพธิ์ทอง อำเภอควนขนุน และบ้านโคกยา อำเภอเขาชัยสน ซึ่งเคยมีน้ำท่วมสูงเมื่อวานนี้ ระดับน้ำได้ลดลง เจ้าหน้าที่ได้เปิดการจราจรทั้งสองฝั่งเพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติ

ถึงแม้ว่าสถานการณ์โดยรวมเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่ฝนจะตกลงมาเพิ่มเติม หากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมพัทลุงจะคลี่คลายลงภายใน 1-2 วันข้างหน้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง แจกจ่ายสิ่งของจำเป็น และให้การดูแลด้านสุขภาพแก่ประชาชน

สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง หรือหน่วยงานราชการในพื้นที่

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การมีแผนฉุกเฉินและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ จะช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติได้

ที่มา – น้ำท่วมพัทลุง ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ มีบางจุดเริ่มคลี่คลายแล้ว

23 พ.ย. เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนักมาก เช็กจังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน ฉบับที่ 17 แจ้งว่า ภาคใต้หลายจังหวัดเสี่ยงเผชิญกับ ฝนตกหนักมาก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โปรดตรวจสอบรายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน, ฝนตกหนักมากบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย โดยมีผลกระทบต่อเนื่องถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ฉบับที่ 17 โดยเน้นย้ำว่า ภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากในบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล

เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบนยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง

คลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กในบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน (23 พฤศจิกายน 2568)

สำหรับประเทศไทยตอนบน จะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า บนยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และบนยอดภูมีอากาศหนาว

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอก

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

23 พ.ย. เตือน! ภาคใต้ฝนตกหนักมาก เช็กจังหวัด

จังหวัดที่ต้องระวัง “ฝนตกหนักมาก”

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักมาก มีดังนี้:

วันที่ 23 พ.ย. 2568

ภาคใต้ : จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

วันที่ 23 พ.ย. 2568

ภาคใต้ : จังหวัดนครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล.

สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง โปรดติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและครอบครัว

ที่มา – 23 พ.ย. เตือนภาคใต้หลายจังหวัด “ฝนตกหนักมาก” เช็กจังหวัดที่คาดจะได้รับผลกระทบ

รฟท. งดเดินรถสายใต้ 10 ขบวน รอคลี่คลาย

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประกาศ รฟท. แจ้งงดเดินขบวนรถเส้นทางสายใต้ จำนวน 10 ขบวน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หลังสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีน้ำท่วมสูงกว่าระดับสันรางรถไฟในช่วงสถานีวัดควนมีด – จะนะ ทำให้ไม่สามารถเดินรถผ่านได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ใกล้เคียงอีกหลายแห่ง ด้วยเหตุนี้ รฟท. จึงมีความจำเป็นต้องประกาศ รฟท. แจ้งงดเดินขบวนรถเส้นทางสายใต้ จำนวน 10 ขบวน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เป็นการชั่วคราว

ขบวนรถที่งดให้บริการชั่วคราวมีทั้งหมด 10 ขบวน ประกอบด้วย:

  • ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31/32 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – ชุมทางหาดใหญ่ – กรุงเทพอภิวัฒน์)
  • ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37/38 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุไหงโกลก – กรุงเทพอภิวัฒน์)
  • ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 45/46 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – ปาดังเบซาร์ – กรุงเทพอภิวัฒน์)
  • ขบวนรถเร็วที่ 169/170 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – ยะลา – กรุงเทพอภิวัฒน์)
  • ขบวนรถเร็วที่ 171/172 (กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุไหงโกลก – กรุงเทพอภิวัฒน์)

รฟท. แจ้งงดเดินขบวนรถเส้นทางสายใต้ จำนวน 10 ขบวน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

รฟท. ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อผู้โดยสารทุกท่านที่ไม่ได้รับความสะดวกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับผู้โดยสารที่ได้ทำการซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มจำนวน ณ สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ

วิธีตรวจสอบสถานะการเดินรถและขอคืนเงิน

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร รฟท. ได้เปิดช่องทางให้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบเวลาและตำแหน่งของขบวนรถแบบเรียลไทม์ได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://ttsview.railway.co.th/v3/floodingNST/ นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทาง รฟท. จะประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและจะแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ทาง รฟท. ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นอันดับแรก และขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัยในครั้งนี้ ทาง รฟท. กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและจะกลับมาให้บริการโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์ รฟท. แจ้งงดเดินขบวนรถเส้นทางสายใต้ จำนวน 10 ขบวน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและความห่วงใยในความปลอดภัยของผู้โดยสารของ รฟท. ถึงแม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารจำนวนมาก แต่การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ที่มา – รฟท. แจ้งงดเดินขบวนรถเส้นทางสายใต้ จำนวน 10 ขบวน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

Scroll to top