จัดตั้งรัฐบาล

“จุลพันธ์” ยัน ภูมิใจไทย-เพื่อไทย ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง

หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเร็วๆ นี้ สถานการณ์การเมืองไทยกำลังร้อนระอุด้วยกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างพรรคใหญ่ๆ อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ล่าสุด “จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ ทำให้หลายคนโล่งใจที่การเมืองไม่รีบร้อนเกินไป แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการรับรองผล ส.ส. มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

“จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ว่า แกนนำพรรคภูมิใจไทยจะนัดพบแกนนำพรรคเพื่อไทยในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.) เพื่อหารือเรื่องแบ่งกระทรวง โดยยืนยันชัดเจนว่า ยังไม่มีการนัดหมายใดๆ กันเลย ตนเองเคยป่วยจึงไม่ได้เข้าร่วมแถลงข่าวแสดงเจตจำนงค์ร่วมรัฐบาลครั้งก่อน และหลังจากนั้นทั้งสองพรรคก็ยังไม่มีการพูดคุยกันเพิ่มเติม ทุกอย่างต้องรอให้ กกต. รับรองรายชื่อ ส.ส. ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยนัดพบปะกันใหม่

ยังไม่มีข้อตกลงเรื่องแบ่งกระทรวง รอการพูดคุยอย่างเป็นทางการ

นายจุลพันธ์ ยังย้ำว่าการพูดคุยครั้งก่อนหน้านี้ไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องการแบ่งกระทรวงเลย ข่าวที่ออกมาในสื่อเป็นเพียงกระแสข่าวลือเท่านั้น พรรคเพื่อไทยยึดหลักการเจรจาที่โปร่งใสและรอบคอบ ไม่รีบร้อนตกลงอะไรโดยไม่สมบูรณ์แบบ นี่เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของพรรคการเมืองไทยในยุคนี้

สำหรับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ นายจุลพันธ์มั่นใจว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นจะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาแน่นอน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพียงพอต่อความมั่นคงในการบริหารประเทศ ส่วนจำนวนที่นพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำจะเห็นว่าดีที่สุดนั้น เป็นสิทธิ์ของเขาเอง พรรคเพื่อไทยไม่ก้าวก่าย แต่พร้อมสนับสนุนเต็มที่

สานต่อนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยในทุกกระทรวง

เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยเลือกเข้าร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย นายจุลพันธ์ชี้ว่าเพื่อสานต่อนโยบายสำคัญๆ ที่เคยตั้งเป้าไว้ โดยพรรคเพื่อไทยมีนโยบายกระจายตัวไปในทุกหน่วยงานและกระทรวงอยู่แล้ว ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงที่พร้อมขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน แม้ยังไม่พูดถึงกระทรวงเฉพาะเจาะจง แต่เชื่อว่าจะมีการหารือเพื่อรวมพลังผลักดันนโยบายที่ตรงกัน

  • นโยบายดิจิทัลวอลเล็ท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
  • แก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนและเกษตรกร
  • การปฏิรูประบบสาธารณสุขให้เข้าถึงทุกคน
  • พัฒนาการศึกษาและอาชีวะเพื่ออนาคตเยาวชน
  • นโยบายพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่นโยบายพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่หากรวมกับนโยบายพรรคร่วม จะยิ่งแข็งแกร่งและตอบโจทย์ประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ประเด็นร้องเรียนการเลือกตั้งและคำถามถึง กกต.

ในส่วนของการประกาศผลรับรอง ส.ส. ของ กกต. นายจุลพันธ์คาดว่าจะใช้เวลาอีกสักพัก แต่พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่นิ่ง หลังเลือกตั้งได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบการเลือกตั้ง ส่งเรื่องร้องเรียนกว่า 200 รายการ โดย 100 กว่ารายการผ่าน กกต. แล้ว เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด และเรียกร้องให้ กกต. ตอบคำถามข้อสงสัยของประชาชน

โดยเฉพาะกรณีบัตรเลือกตั้งซ่อมบางหน่วยเมื่อวานนี้ที่ไม่มีเลขต้นขั้วและบาร์โค้ด ซึ่งต่างจากวันเลือกตั้งหลัก (8 ก.พ.) ต่างหาก นี่เป็นประเด็นที่สร้างความสงสัยให้สังคม การเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้งยิ่งทำให้เกิดคำถามถึงความชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคเพื่อไทยได้ส่งข้อสงสัยทั้งหมดไปให้ กกต. แล้ว เพราะประชาชนเสียสละเวลาไปโหวต ทุกฝ่ายต้องให้คำตอบที่ชัดเจนเพื่อความโปร่งใส

  • ตรวจสอบบัตรเลือกตั้งไม่มีเลขต้นขั้ว
  • ร้องเรียนการเลือกตั้งกว่า 200 เรื่อง
  • เรียกร้องความยุติธรรมจาก กกต.

การเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับหลักประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นของประชาชน

สรุปแล้ว “จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ เป็นข่าวดีที่ลดทอนความสับสน และเปิดทางให้การเจรจาเดินหน้าอย่างมีระบบ ในมุมมองของผู้เขียน รัฐบาลใหม่นี้มีโอกาสสูงที่จะมั่นคงและสานต่อนโยบายประชาชนเป็นศูนย์กลางได้ หากทุกพรรคร่วมมือกันจริงจัง

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? รัฐบาลภูมิใจไทย-เพื่อไทยจะเสถียรแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง ชอบบทความนี้อย่าลืมแชร์และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “จุลพันธ์” ยัน “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ยังไม่นัดแบ่งกระทรวง มั่นใจเป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพ

“ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้เรามีเรื่องราวน่ารักๆ จากวงการการเมืองที่ผสมผสานกับความสวยงามของธรรมชาติมาฝากกันนะคะ พูดถึง “ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ ขณะภรรยาโชว์ภาพแสงเหนือเช่นกัน ซึ่งเป็นโมเมนต์สุดชิลล์ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กให้แฟนๆ ได้อิจฉากันไปตามๆ กัน

“ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ ขณะภรรยาโชว์ภาพแสงเหนือเช่นกัน

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส ได้แชร์ภาพท้องฟ้าสุดอลังการที่เต็มไปด้วยแสงสีเขียวสว่างไสว พาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ด้านหลังเป็นป่าสนปกคลุมหิมะขาวโพลน บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ พร้อมแคปชั่นสั้นๆ แต่กินใจว่า “เจอแล้วครับ แสงสีเขียว ฝันดีราตรีสวัสดิ์” ทำให้หลายคนยิ้มตามและแซวว่าคุณธรรมนัสชิลล์มาก เหมือนหลุดมาจากเทพนิยายเลยทีเดียว

ธรรมนัส เจอแสงสีเขียว แสงเหนือ ออโรร่า

ไม่แพ้กันเลยค่ะ สำหรับน.ส.ธนพร ศรีวิราช หรือ “จุ๊บจิ๊บ” ภรรยาสุดสวยของ ร.อ.ธรรมนัส ที่โพสต์ภาพลง IG Story ภาพแสงเหนือสีเขียวลำสวยงามยามค่ำคืนเช่นเดียวกัน สองสามีภรรยาคู่นี้คงกำลังลุยทริปต่างประเทศด้วยกัน แฟนๆ เข้าไปคอมเมนต์รัวๆ ว่าสวยจัง อยากไปบ้าง!

จุ๊บจิ๊บ แสงเหนือ แสงสีเขียว ธรรมนัส

แสงเหนือหรือออโรร่า คืออะไร?

หลายคนอาจสงสัยว่าแสงสีเขียวที่ว่านี้คืออะไร จริงๆ แล้วมันคือปรากฏการณ์ แสงเหนือ (Aurora Borealis) หรือที่เรียกกันว่า ออโรร่า นะคะ เกิดจากอนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ปะทะกับชั้นบรรยากาศโลก สร้างแสงสีสันสวยงาม โดยเฉพาะสีเขียวที่มาจากก๊าซออกซิเจน มักเห็นได้ในเขตละติจูดสูงใกล้ขั้วโลกเหนือ เช่น นอร์เวย์ ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ หรืออลาสก้า

ทำไมช่วงนี้แสงเหนือถึงสวยขนาดนี้?

ในช่วง Solar Cycle 25 ที่กำลังพีค ดวงอาทิตย์ปล่อยพายุสุริยะ (Solar Storm) บ่อยขึ้น ทำให้แสงเหนือปรากฏชัดและไกลลงมาทางใต้ได้มากขึ้น ถ้าคุณธรรมนัสไปเที่ยวแถบสแกนดิเนเวีย ก็ไม่แปลกใจเลยที่ได้เห็นวิวระดับโลกแบบนี้

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ด้วย การโพสต์แบบนี้แสดงให้เห็นด้านมนุษย์ของนักการเมือง ที่ไม่ได้มีแต่เรื่องงาน แต่ยังมีเวลาพักผ่อน ชื่นชมความงามของธรรมชาติ เหมือนคนทั่วไปเลยค่ะ ทำให้ภาพลักษณ์ดูน่ารักและเข้าถึงง่ายขึ้น

สถานที่ท็อปสำหรับล่าแสงเหนือ

  • Trondheim, นอร์เวย์ – ป่าสนหิมะคล้ายภาพคุณธรรมนัสเลย!
  • Rovaniemi, ฟินแลนด์ – เมืองซานตาคลอส มีกิจกรรมล่าแสงเหนือเพียบ
  • Reykjavik, ไอซ์แลนด์ – ใกล้แหลมและน้ำตก สวยแบบสุดๆ
  • Yellowknife, แคนาดา – ท้องฟ้าเปิดโล่ง เห็นชัดมาก
  • Tromsø, นอร์เวย์ – จุดฮอตฮิตของนักล่า Aurora

ถ้าอยากไปเห็นด้วยตัวเอง แนะนำเช็คพยากรณ์ออโรร่าจากแอปอย่าง Aurora Forecast และจองทัวร์ที่มีไกด์มือโปร จะได้ไม่พลาดวิวสวยๆ แบบ “ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ ขณะภรรยาโชว์ภาพแสงเหนือเช่นกัน

ส่วนตัวคิดว่านะคะ โมเมนต์แบบนี้ช่วยให้เรารู้สึกว่าชีวิตนักการเมืองก็มีสีสันเหมือนกัน ไม่ใช่เครียดตลอดเวลา การแบ่งปันภาพสวยๆ แบบนี้ยังช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวธรรมชาติให้คนไทยด้วย ใครมีแผนเที่ยวฤดูหนาว ลองเล็งแสงเหนือดูสิคะ สวยจนลืมไม่ลงแน่นอน! ถ้าคุณเคยเห็นแสงเหนือหรือมีทริปคล้ายๆ กัน แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะคะ จะได้ไอเดียกันเพียบ ♥

ที่มา – “ธรรมนัส” เจอแสงสีเขียวแล้ว บอกฝันดีราตรีสวัสดิ์ ขณะภรรยาโชว์ภาพแสงเหนือเช่นกัน

เผย ยศชนัน สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ ภูมิใจไทย-เพื่อไทยคุยครม.

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ ยศชนัน สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ จริงหรือไม่? จากรายงานล่าสุดในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคเพื่อไทยกำลังวางตัวนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้ไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ก.อว.) แม้จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเขาเอง แต่แหล่งข่าวยืนยันว่า นายยศชนันให้ความสนใจมาก เพราะมีประสบการณ์ตรงในวงการศึกษาของมหาวิทยาลัย สามารถเข้าไปขับเคลื่อนงานได้ทันที

ยศชนัน สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ ด้วยเหตุผลอะไร

ทำไม ยศชนัน สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ ล่ะครับ? ต้องบอกว่าประสบการณ์ของนายยศชนันในแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ทำให้เขาเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มาก กระทรวงอว. เป็นหน่วยงานสำคัญที่รับผิดชอบเรื่องการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศไทยในยุคดิจิทัล การที่มีคนที่มีประสบการณ์จริงเข้าไปบริหาร จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การขาดแคลนบุคลากรคุณภาพ การวิจัยที่ไม่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม หรือการศึกษาที่ล้าหลังเทคโนโลยีได้ดีกว่าเดิม

นอกจากนี้ การจัดสรรเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ พรรคภูมิใจไทยได้รับโควตาเต็ม 8 เก้าอี้ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 4 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 4 ตำแหน่ง พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายเสนอชื่อนายยศชนันเข้าไป เพื่อเสริมทีมงานให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและนวัตกรรม

ภูมิใจไทย-เพื่อไทย เตรียมคุยเก้าอี้ครม. อีกรอบ 24 ก.พ.

ความเคลื่อนไหวล่าสุด พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะมีการหารือเรื่องการจัดสรรเก้าอี้ครม. อีกรอบในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งน่าจะเป็นการยืนยันดีลต่างๆ รวมถึงตำแหน่งของนายยศชนันด้วย หากทุกอย่างลงตัว เราอาจเห็นครม.ชุดใหม่ประกาศอย่างเป็นทางการในไม่ช้า

โควตาเก้าอี้ครม. ของพรรคภูมิใจไทย

  • รัฐมนตรีว่าการ: 4 ตำแหน่ง
  • รัฐมนตรีช่วยว่าการ: 4 ตำแหน่ง
  • รวมทั้งหมด: 8 เก้าอี้
  • พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อยศชนันคุม ก.อุดมศึกษาฯ

การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ๆ อย่างภูมิใจไทยและเพื่อไทย ซึ่งจะช่วยให้การบริหารประเทศราบรื่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในปี 2569 ที่ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก การศึกษาไทยจำเป็นต้องปฏิรูประบบให้ทันสมัย เช่น ส่งเสริมการเรียนออนไลน์ AI และการวิจัยที่นำไปใช้ได้จริง นายยศชนันซึ่งมี background จากมหาวิทยาลัย น่าจะนำวิสัยทัศน์ใหม่ๆ มาปรับใช้

นอกจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ตำแหน่งรัฐมนตรี ก.อว. ยังเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์เยาวชนไทย เช่น เพิ่มทุนการศึกษาสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ สร้างศูนย์นวัตกรรมในมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือเชื่อมโยงหลักสูตรกับความต้องการของตลาดแรงงาน หากยศชนันรับตำแหน่งจริง คงมีเซอร์ไพรส์มากมายรออยู่

ในมุมมองของผม การเลือกยศชนันมาคุมกระทรวงนี้เป็นไอเดียที่ดี เพราะเขาเข้าใจปัญหาจากภายใน สามารถขับเคลื่อนได้รวดเร็ว ไม่ใช่แค่นั่งเก้าอี้เฉยๆ แต่จะสร้างผลกระทบยั่งยืนต่ออนาคตไทยได้จริงๆ

คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? คิดว่ายศชนันเหมาะกับตำแหน่งนี้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวการเมืองล่าสุดด้วยนะครับ!

ที่มา – เผย “ยศชนัน” สนใจคุม ก.อุดมศึกษาฯ ภูมิใจไทย-เพื่อไทยคุยเก้าอี้ ครม. อีกรอบ 24 ก.พ.

“อนุทิน” ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล ไม่ปิดกั้น ปชป.

ในสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งทั่วไปล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันจุดยืนที่ชัดเจน โดยเฉพาะประเด็น อนุทิน ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่ทุกคนจับตามอง ณ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา

อนุทิน ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล รอสถานการณ์นิ่งก่อน

นายอนุทิน กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ระฆังยังไม่นับหนึ่ง จะปิดดีลตั้งรัฐบาลได้อย่างไร” โดยเน้นย้ำว่าต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งตามประสบการณ์ที่ผ่านมา การรับรองผลมักใช้เวลานานกว่า 1 เดือน และกฎหมายกำหนดไว้สูงสุด 2 เดือน ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงไม่รีบร้อนออกตัว เพื่อให้ทุกอย่างมีความชัดเจนและพูดได้เต็มปาก

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ว่าปิดดีลรวบรวมเสียงได้ 300 เสียงแล้ว นายอนุทิน ชี้แจงว่า ดีลยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำ สถานการณ์ยังคงเหมือนเดิม และต้องรอให้ทุกอย่างนิ่งสนิทเสียก่อน เมื่อถึงเวลาแล้ว จะเคลียร์รวดเร็ว “โป้งเดียวจอด” แน่นอน

ไม่ปิดกั้นพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคกล้าธรรม

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคกล้าธรรม นายอนุทิน ยืนยันชัดเจนว่า อนุทิน ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล แต่ไม่ได้ปิดกั้นการเจรจาใดๆ จนกว่าจะมีผลรับรองอย่างเป็นทางการจาก กกต. “ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น” เขากล่าว พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยเคารพกระบวนการและให้เกียรติทุกฝ่าย โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีการนับคะแนนใหม่และเลือกตั้งใหม่ในบางเขต

สำหรับกระแสที่บางพรรครอการติดต่อแต่ไม่ได้รับ แล้วออกมาแสดงท่าทีไม่พอใจ นายอนุทิน มองว่าเป็นโอกาสในการอ่านใจกัน ทำให้รู้ว่าฝ่ายไหนพร้อมจริงๆ ตอนนี้จึงปล่อยให้นิ่งก่อน

เลือกตั้งโมฆะเป็นหน้าที่ของ กกต. เท่านั้น

เมื่อถูกถามถึงความกังวลเรื่องการเลือกตั้งโมฆะ นายอนุทิน ตอบว่าไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง แต่เป็นหน้าที่ของ กกต. โดยเชื่อมั่นในเจตนาบริสุทธิ์ของ กกต. ในการทำงาน และไม่มีใครรู้ได้ว่าใครกาให้ใคร “เชื่อว่า กกต. ทำงานโปร่งใส” เขากล่าว

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้โหวตนายกรัฐมนตรีและประธานสภาก่อนแบ่งกระทรวง ซึ่งนายอนุทิน ระบุว่าตอนนี้ยังไม่มีผลรับรอง พรรคต่างๆ ที่คุยกันก็เห็นชอบให้โหวตนายกฯ ก่อน

  • จุดยืนหลักของอนุทิน: รอ กกต. รับรองผลก่อนตัดสินใจ
  • ไม่ปิดกั้น: พรรค ปชป. และอื่นๆ สามารถเจรจาได้
  • โมฆะเลือกตั้ง: หน้าที่ กกต. พรรคไม่กังวล
  • เป้าหมาย: ตั้งรัฐบาลที่มั่นคง เพื่อประโยชน์ประชาชน

บริบทการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง

การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในระดับหนึ่ง ทำให้มีศักยภาพเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ย้ำว่ารัฐบาลปัจจุบันยังบริหารราชการตามปกติ ประชาชนไม่ต้องกังวล และเมื่อชัดเจนแล้ว จะดำเนินการรวดเร็วเพื่อบ้านเมือง โดยให้ความสำคัญกับประโยชน์ประชาชนเหนือเรื่องส่วนตัว

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิมา 20-30 ปี โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นต้นมา นี่เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 3 แล้ว ทำให้รู้ดีว่าต้องเคารพกระบวนการ

อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะประเด็นการนับคะแนนใหม่และการอุทธรณ์ผล ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล หาก กกต. รับรองเร็ว ทุกอย่างอาจคลี่คลายในไม่ช้า

อนุทิน ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล แต่พร้อมลุยเมื่อถึงเวลา สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่ารัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความอดทนและหลักการของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งอาจนำไปสู่รัฐบาลที่มั่นคงยิ่งขึ้น ชาวเน็ตและประชาชนควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด หากคุณมีมุมมองอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ!

ที่มา – “อนุทิน” ยันยังไม่ปิดดีลตั้งรัฐบาล ไม่ปิดกั้นปชป. เลือกตั้งโมฆะเป็นหน้าที่ กกต.

“ธรรมนัส” พา จุ๊บจิ๊บ ลูก เล่นหิมะฟินแลนด์

ในขณะที่สถานการณ์การเมืองไทยกำลังร้อนระอุด้วยข่าวการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ธรรมนัส พา จุ๊บจิ๊บ ลูก เล่นหิมะฟินแลนด์ กันอย่างชิลๆ เลยทีเดียว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ยังคงใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัวท่ามกลางหิมะขาวโพลนและแสงเหนือสุดมหัศจรรย์ที่ประเทศฟินแลนด์

ธรรมนัส พา จุ๊บจิ๊บ ลูก เล่นหิมะฟินแลนด์

จากโพสต์ล่าสุดในอินสตาแกรมสตอรี่ของ น.ส.ธนพร ศรีวิราช หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อ “จุ๊บจิ๊บ” ภรรยาสาวสวยของ ร.อ.ธรรมนัส เผยภาพและวิดีโอสุดอบอุ่นใจ ขณะที่ทั้งครอบครัวกำลังสนุกสนานกับหิมะหนักหน่วงในฟินแลนด์ ร.อ.ธรรมนัส สวมเสื้อกันหนาวสีส้ม-ดำ เดินควงแขนภรรยาและบุตรชายตัวน้อยท่ามกลางหิมะปกคลุมทั่วพื้นที่ ภาพกวาดหิมะหน้าบ้านพักยังแสดงให้เห็นถึงความขยันขันแข็งแม้อยู่ต่างแดน

ธรรมนัส พา จุ๊บจิ๊บ ลูก เล่นหิมะฟินแลนด์
ธรรมนัส พา จุ๊บจิ๊บ ลูก เล่นหิมะฟินแลนด์
ธรรมนัส พา จุ๊บจิ๊บ ลูก เล่นหิมะฟินแลนด์

กิจกรรมสุดฟินในแดนหิมะ

ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์ว่าตั้งใจพาครอบครัวมาพักผ่อนเพื่อชม “แสงเขียว” หรือแสงเหนือ (Aurora Borealis) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ฟินแลนด์คือจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสฤดูหนาวแบบจัดเต็ม หิมะหนา ถนนปกคลุมด้วยน้ำแข็ง และกิจกรรมมากมาย

  • เดินเล่นและปั้นหิมะกับลูกน้อย
  • กวาดหิมะหน้าบ้านพักแบบไทยๆ
  • ลุ้นชมแสงเหนือยามค่ำคืน
  • เพลิดเพลินกับอาหารฟินแลนด์รสชาติเลิศ

ทริปนี้เกิดขึ้นวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 โดยคาดว่าร.อ.ธรรมนัส จะกลับไทยในวันที่ 25 ก.พ. และเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงเกษตรฯ ทันที แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบแม้กำลังพักผ่อน

ท่ามกลางกระแสข่าวการเมืองเดือด

ที่น่าสนใจคือ ขณะที่ครอบครัวธรรมนัสกำลังสนุกกับ ธรรมนัส พา จุ๊บจิ๊บ ลูก เล่นหิมะฟินแลนด์ ในต่างแดน ไทยกำลังมีข่าวใหญ่ พรรคภูมิใจไทยประกาศดีลจัดตั้งรัฐบาลครบ 300 เสียงแล้ว โดยไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วม นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเวทีการเมืองหลังเลือกตั้ง สะท้อนว่าพรรคกล้าธรรมอาจต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ในการหาโอกาสทางการเมือง

ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งในรัฐบาลและพรรค ยังคงดูชิลและมั่นใจ อาจเป็นการชาร์จพลังก่อนกลับมาลุยงานหนัก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเกษตรที่ช่วยเหลือชาวนาชาวสวน หรือการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งต่อไป

การท่องเที่ยวฤดูหนาวในฟินแลนด์ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนดังไทย หลายคนเลือกที่นี่เพราะความปลอดภัย สวยงาม และกิจกรรมครอบครัว หากคุณกำลังวางแผนทริปคล้ายๆ กัน อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าที่กันหนาวได้ดี และเช็คพยากรณ์อากาศแสงเหนือด้วยแอปอย่าง Aurora Forecast

สุดท้ายแล้ว ธรรมนัส พา จุ๊บจิ๊บ ลูก เล่นหิมะฟินแลนด์ สอนให้เห็นว่า ไม่ว่าการเมืองจะวุ่นวายแค่ไหน ครอบครัวคือที่พักพิงที่ดีที่สุด คุณคิดเห็นอย่างไรกับการ balance ชีวิตแบบนี้? แชร์ความคิดในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองและไลฟ์สไตล์คนดังนะครับ!

ที่มา – “ธรรมนัส” ยังชิล พา “จุ๊บจิ๊บ-ลูก” เล่นหิมะที่ฟินแลนด์ ท่ามกลางข่าวตั้งรัฐบาลไร้กล้าธรรม

“โรม” ตรวจสอบต่อ แม้ “ธรรมนัส” จ่อเป็นฝ่ายค้าน

“โรม” ตรวจสอบต่อ แม้ “ธรรมนัส” จ่อเป็นฝ่ายค้าน ไม่อยากเห็นพวกสีเทามามีอำนาจ เป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้เลยครับ เมื่อ รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมายืนยันชัดเจนว่าจะเดินหน้าตรวจสอบต่อไปไม่ยอมหยุด แม้ว่าพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะมีแนวโน้มถูกผลักให้กลายเป็นฝ่ายค้านก็ตาม

“โรม” ตรวจสอบต่อ แม้ “ธรรมนัส” จ่อเป็นฝ่ายค้าน ไม่อยากเห็นพวกสีเทามามีอำนาจ

จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2569 เวลา 15.00 น. รังสิมันต์ โรม ได้ให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาถึงสถานการณ์ล่าสุด พรรคกล้าธรรมที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งเคยฟ้องร้องคนในพรรคปชน.หลายคดี ตอนนี้มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นฝ่ายค้าน แต่โรมย้ำว่า พรรคปชน. ไม่ได้สนใจว่าจะยินดีหรือไม่ เพราะบทบาทฝ่ายค้านไม่ได้เกิดจากการจับมือกัน แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องทำเต็มที่

สิ่งสำคัญที่โรมเน้นคือ เรื่องทุนสีเทาและประเด็นต่างๆ ที่ต้องตรวจสอบต่อ ไม่ว่าจะเป็นกรณี “เบน สมิท” หรือ MOU สแกนม่านตากับบริษัทสิงคโปร์ โรมบอกชัดว่า แม้ธรรมนัสจะเป็นฝ่ายค้านจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดตรวจสอบ เพราะเรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับหลายคน ไม่ใช่แค่ธรรมนัสคนเดียว การตรวจสอบต้องเดินหน้าต่อเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

ประเด็น “เบน สมิท – MOU สแกนม่านตา” ที่ต้องจับตา

กรณีเบน สมิท เป็นหนึ่งในประเด็นที่โรมให้ความสำคัญมาก เพราะเชื่อมโยงกับการบริหารราชการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย นอกจากนี้ MOU กับบริษัทสิงคโปร์ในเรื่องสแกนม่านตายังเป็นจุดที่น่าสงสัย โรมย้ำว่า พวกสีเทาเหล่านี้ไม่ควรได้มีอำนาจ เพราะความเสียหายจะหยั่งรากลึกและแก้ยาก

  • ตรวจสอบทุนสีเทาไม่หยุด แม้เปลี่ยนฝ่าย
  • เบน สมิท เกี่ยวข้องหลายคนในวงการ
  • MOU สแกนม่านตา ต้องขุดคุ้ยให้กระจ่าง
  • ไม่เอารัฐมนตรีประวัติสีเทา

โรมยังแสดงวิสัยทัศน์เรื่องการตั้งรัฐบาล หากพรรคปชน.ได้เป็นรัฐบาล จะเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถ เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เน้นมุ้งหรือกลุ่มก๊วน โดยเฉพาะคนที่มีประวัติทุจริต คอร์รัปชัน หรือบริหารงานพลาดจนชาติเสียหาย ไทยเสียหายมามากพอแล้ว ไม่ควรให้คนประเภทนี้กลับมามีอำนาจอีก

ทำไม “โรม” ตรวจสอบต่อ แม้ “ธรรมนัส” จ่อเป็นฝ่ายค้าน ถึงสำคัญ?

การเมืองไทยในยุคนี้เต็มไปด้วยสีสัน แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการคือความโปร่งใสและการตรวจสอบที่เข้มข้น โรมกำลังแสดงให้เห็นว่าฝ่ายค้านตัวจริงต้องกล้าตรวจสอบทุกฝ่าย ไม่เลือกข้าง การไม่ยอมให้สีเทามีอำนาจคือการปกป้องประชาธิปไตยและอนาคตของชาติ นี่คือจุดยืนที่ทำให้พรรคปชน.แตกต่าง

นอกจากนี้ โรมยังพูดถึงปัจจัยโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีที่อาจทำให้พรรคกล้าธรรมพลาดโอกาสเข้าร่วมรัฐบาล แต่โรมมองว่าไม่ใช่ประเด็นหลัก สิ่งสำคัญคือคุณสมบัติคนที่จะมารับผิดชอบประเทศ ต้องสะอาด เก่ง และซื่อสัตย์

ในมุมมองของผม การยืนกรานแบบนี้ของโรมเป็นสัญญาณดีต่อการเมืองไทย แสดงว่ายังมีนักการเมืองที่ใส่ใจประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่เล่นเกมเก้าอี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร การตรวจสอบต้องดำเนินต่อไปเพื่อความยุติธรรม

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนนี้? เชื่อว่า “โรม” ตรวจสอบต่อ แม้ “ธรรมนัส” จ่อเป็นฝ่ายค้าน จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจริงหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “โรม” ตรวจสอบต่อ แม้ “ธรรมนัส” จ่อเป็นฝ่ายค้าน ไม่อยากเห็นพวกสีเทามามีอำนาจ

“ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง จี้รวยจนทนไม่ไหว

ในวงการการเมืองไทยที่กำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้งล่าสุด “ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง ด้วยเสียงสนับสนุนกว่า 300 เสียง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องเผชิญฝ่ายค้านสายแข็ง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยจี้ให้รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยจำคำสัญญาเลือกตั้งสำคัญอย่าง “รวยจนทนไม่ไหว” ไว้ให้ดี และเตือนว่ารัฐบาลจะไม่ได้เดินเส้นทางโรยกลีบกุหลาบ

“ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นายชัยวุฒิ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ตกลงกับพรรคร่วมได้สำเร็จ รวมเสียงประมาณ 300 เสียงในสภา ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่มั่นคงพอสมควรสำหรับการบริหารประเทศ “ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง แน่นอน แต่ก็ต้องระวัง 3 เสาหลักฝ่ายค้านที่พร้อมแท็กทีมโจมตีอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน (ปชน.) พรรคกล้าธรรม (กธ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น

นายชัยวุฒิ เน้นย้ำว่าการมีฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งเช่นนี้ จะช่วยถ่วงดุลอำนาจให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในสภา ทำให้การอภิปรายและตรวจสอบรัฐบาลเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน แม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมาก แต่เส้นทางการทำงานจะเต็มไปด้วยความท้าทายที่ต้องพิสูจน์ฝีมือจริง

จี้รัฐบาลอย่าลืมคำสัญญา “รวยจนทนไม่ไหว”

หนึ่งในประเด็นที่นายชัยวุฒิขยี้หนักคือ นโยบายเศรษฐกิจที่พรรคภูมิใจไทยเคยหาเสียงไว้ โดยเฉพาะวาทกรรมสุดแซ่บ “รวยจนทนไม่ไหว” ซึ่งประชาชนต่างรอคอยการแก้ปัญหาปากท้องมานาน รัฐบาลต้องเร่งดำเนินนโยบายที่ตอบโจทย์จริง ไม่ใช่แค่โฆษณาชวนเชื่อ เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจมหภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และช่วยเหลือประชาชนฐานรากให้ร่ำรวยขึ้นอย่างแท้จริง

  • เร่งนโยบายปากท้อง เช่น ลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟ เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ
  • แก้ปัญหาเศรษฐกิจกระจุกตัว สร้างโอกาสให้ SME และผู้ประกอบการรายย่อย
  • ปฏิรูประบบภาษีและสวัสดิการให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม
  • ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “พี่หนู อนุทิน” ที่หาเสียงไว้ต้องทำให้ได้ทุกข้อ โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจถดถอยจากโควิดและปัจจัยภายนอก รัฐบาลต้องทำงานให้ตรงใจประชาชน ตรงตามความต้องการที่รอคอยมานาน

ฝ่ายค้านสายแข็ง: โอกาสหรืออุปสรรค?

แม้ “ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง แต่ฝ่ายค้านทั้ง 3 พรรคใหญ่ก็พร้อมเป็นด่านทดสอบที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี พรรคประชาชนที่เน้นประชานิยม พรรคกล้าธรรมที่เด่นเรื่องธรรมาภิบาล และพรรคประชาธิปัตย์ที่มีประสบการณ์ยาวนาน จะร่วมกันตรวจสอบทุกระดับ ไม่ว่าจะนโยบายหรือการจัดสรรงบประมาณ สิ่งนี้จะทำให้รัฐบาลต้องทำงานหนักขึ้น แต่ก็เป็นเครื่องรับประกันความโปร่งใส

จากมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง สถานการณ์นี้คล้ายกับรัฐบาลก่อนหน้าที่มีเสียงมั่นคงแต่โดนฝ่ายค้านจับผิดจนปรับตัวได้ยาก รัฐบาลอนุทินจึงต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่เริ่ม โดยเน้นการสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจน และพิสูจน์ผลงานด้วยตัวเลขจริง ไม่ใช่แค่คำพูด

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นที่ต้องจับตา เช่น การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี การผลักดันนโยบายเร่งด่วนอย่างดิจิทัลวอลเล็ตหรือแก้หนี้ครัวเรือน ซึ่งหากทำได้ดี จะช่วยยืนยันความมั่นคงของรัฐบาลได้อย่างแท้จริง

สรุปแล้ว การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง รัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะคำสัญญาเศรษฐกิจที่แสนหวานอย่าง “รวยจนทนไม่ไหว” หากทำสำเร็จ ประชาชนจะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุด

ความเห็นส่วนตัว: ฝ่ายค้านสายแข็งอาจเป็นพระเอกเงียบที่ช่วยป้องกันการใช้อำนาจผิดพลาด รัฐบาลอนุทินมีโอกาสพิสูจน์ศักยภาพ หากฟังเสียงประชาชนและทำงานโปร่งใส ก็จะมั่นคงยั่งยืนได้แน่นอน

ชวนคุณผู้อ่าน: คุณคิดว่ารัฐบาล “อนุทิน” จะทำคำสัญญา “รวยจนทนไม่ไหว” ได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน!

ที่มา – “ชัยวุฒิ” มั่นใจรัฐบาล “อนุทิน” มั่นคง จี้อย่าลืมคำสัญญา “รวยจนทนไม่ไหว” เตือนเจอฝ่ายค้านสายแข็ง

พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากจาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยเฉพาะเรื่อง พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ซึ่งเป็นข่าวร้อนที่ทุกคนกำลังจับตามอง

พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ ส.ส.สระแก้ว และรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ประกาศเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมพรรคพลังประชารัฐ

วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือ การขอมติสนับสนุนจาก 5 ว่าที่ ส.ส. ของพรรค เพื่อให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย

背景และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินัยร้ายแรงต่อนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดช่องว่างในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคขนาดกลางที่มีบทบาทสำคัญในการเจรจารัฐบาล จึงเลือกทางสายกลางในการสนับสนุนนายอนุทิน ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมืองและเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายสมัย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าในวันที่ 7 มีนาคม 2567 พรรคพลังประชารัฐจะจัดการประชุมใหญ่สามัญของพรรค เพื่อขอมติแต่งตั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการวางหมากเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเลือกตั้งครั้งหน้า

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

  • เสริมสร้างเสถียรภาพรัฐบาล: การสนับสนุนนายอนุทิน จะช่วยให้พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงข้างมากที่มั่นคงมากขึ้น
  • เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้นำ: น.ส.ตรีนุช ในฐานะหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะนำภาพลักษณ์สดชื่นมาสู่พรรคพลังประชารัฐ
  • การเจรจาพรรคร่วม: คาดว่าจะมีผลต่อการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีในคณะใหม่

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การตัดสินใจของพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของพรรคในระยะยาว โดยเฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณสุขที่นายอนุทินมีความเชี่ยวชาญ

อย่างไรก็ตาม การประชุม กก.บห. ครั้งนี้ยังคงเป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้น คาดว่าผลการลงมติจะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของรัฐบาลชุดใหม่

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

ดร.สมชาย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมือง กล่าวว่า “พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคงยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องติดตามการเจรจาระหว่างพรรคร่วมด้วย”

สำหรับประชาชนทั่วไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายถึงนโยบายใหม่ๆ ที่อาจช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน และสาธารณสุขให้ดีขึ้น หากนายอนุทินได้นั่งเก้าอี้นายกฯ จริง

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมแสดงความเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่าง คุณคิดว่าการสนับสนุนนี้จะสำเร็จหรือไม่? แชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – พปชร. เรียกประชุม กก.บห. 24 ก.พ. นี้ ขอมติหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

“ไผ่ ลิกค์” ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง

ในวงการการเมืองไทยช่วงนี้กำลังร้อนระอุด้วยกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะข่าวลือว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังปิดดีลรวบรวมเสียง ส.ส. ถึง 300 เสียง เพื่อตั้งรัฐบาลโดยไม่รวมพรรคกล้าธรรม แต่ตัวแทนพรรคกล้าธรรมกลับยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องแต่อย่างใด สร้างความสนใจให้สื่อและนักการเมืองติดตามอย่างใกล้ชิด

“ไผ่ ลิกค์” ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกระแส “ไผ่ ลิกค์ ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง” ของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าตนเองยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากกำลังอยู่ต่างประเทศและยังไม่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่ในพรรค ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มข้นหลังการเลือกตั้งทั่วไป

โฆษกพรรคกล้าธรรมยืนยันยังไม่ทราบข่าว

ด้านนายกองตรี ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ โฆษกพรรคกล้าธรรม ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ตนเองยังไม่ได้ยินหรือทราบข่าว “ไผ่ ลิกค์ ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง” นี้เช่นกัน ผู้ใหญ่ในพรรคยังไม่มีการแจ้งใด ๆ หากมีพัฒนาการอะไรสำคัญ คงจะมีการประชุมในระดับกรรมการบริหารพรรคหรือแจ้งสื่อทันที ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงเป็นไปตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้แถลงต่อสื่อว่า ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ

สถานการณ์การเจรจาตั้งรัฐบาลล่าสุด

หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคการเมืองต่าง ๆ กำลังเร่งหาพันธมิตรเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ครบ 251 เสียงในการตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยซึ่งมี ส.ส. จำนวนมาก กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการปิดดีลใหญ่ ข่าวลือเรื่องปิดดีล 300 เสียงที่เกินความต้องการ แสดงถึงความมั่นใจในการเจรจา แต่การตัดพรรคกล้าธรรมออกนอกวงสนทนากลับสร้างคำถามมากมาย ว่ามีปัจจัยอะไรซ่อนอยู่

พรรคกล้าธรรมซึ่งนำโดย ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นพรรคใหม่ที่เกิดจากการรวมตัวของ ส.ส. ที่แยกตัวจากพรรคอื่น ๆ โดยมีจุดยืนชัดเจนในประเด็นปฏิรูปและต่อต้านคอร์รัปชัน การถูกตัดออกจากดีลนี้อาจส่งผลต่อโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรค

  • ปัจจัยที่อาจทำให้ปิดดีลไร้พรรคกล้าธรรม:
  • ความขัดแย้งนโยบายระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับกล้าธรรม
  • การเจรจาลับกับพรรคใหญ่ตัวอื่น เช่น พรรคเพื่อไทยหรือก้าวไกล
  • จำนวนเสียง ส.ส. ของกล้าธรรมที่ยังไม่เพียงพอต่อการต่อรอง
  • กลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อกดดันให้พรรคเล็กยอมตามเงื่อนไข

บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส ในสถานการณ์นี้

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถือเป็นแกนนำสำคัญของพรรคกล้าธรรม ที่มีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมือง เคยเป็นรัฐมนตรีช่วย และมีเครือข่ายกว้างขวาง การที่เขาแจ้งสื่อว่ายังไม่มีเคลื่อนไหว อาจเป็นสัญญาณว่าพรรคกำลังรอจังหวะหรือเตรียมแผนรับมือ หากข่าวปิดดีลเป็นจริง พรรคกล้าธรรมอาจหันไปรวมกับฝ่ายค้านแทน

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า “ไผ่ ลิกค์ ไม่ทราบข่าวปิดดีลรัฐบาล 300 เสียง” นี้ อาจเป็นเพียงข่าวลือเพื่อกดดันการเจรจา หรือกลยุทธ์ในการทดสอบพันธมิตร สถานการณ์การเมืองไทยยังคงผันผวน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม หากพรรคภูมิใจไทยปิดดีลสำเร็จจริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางรัฐบาลชุดใหม่ของไทย

ความเห็นส่วนตัว: ข่าวแบบนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมต้องเร่งเสริมสร้างอิทธิพลเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการ!

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” ไม่ทราบข่าวพรรคภูมิใจไทย ปิดดีลตั้งรัฐบาล 300 เสียง ไร้พรรคกล้าธรรม

Scroll to top