ทักษิณ ชินวัตร

“ทักษิณ” ปล่อยตัว 11 พ.ค. ไม่ต้องติด EM สูงวัย

“ทักษิณ” ปล่อยตัว 11 พ.ค. ไม่ต้องติดกำไล EM เหตุเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกิน 70 ปี เป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนจับตามองในช่วงนี้ หลังจากคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรมมีมติอนุมัติให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษและปล่อยตัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยไม่ต้องสวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) เนื่องจากคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัย

“ทักษิณ” ปล่อยตัว 11 พ.ค. ไม่ต้องติดกำไล EM เหตุเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกิน 70 ปี

การประชุมครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยมีนางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงฯ ซึ่งได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงฯ การประชุมเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. และยืดเยื้อกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อพิจารณารายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่ผ่านเกณฑ์โครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป

นายทักษิณ ชินวัตร เข้าข่ายคุณสมบัติอย่างสมบูรณ์ หลังจากถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 7 เดือน 20 วัน และใกล้ครบ 2 ใน 3 ของโทษจำคุก 1 ปีแล้ว ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้พักโทษ คุมประพฤติอีก 4 เดือน โดยไม่ต้องติดกำไล EM เพราะอายุเกิน 70 ปี และมีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นข้อยกเว้นตามระเบียบ

เงื่อนไขการพักโทษสำหรับผู้ต้องขังสูงวัย

ระบบพักการลงโทษในไทยมีเกณฑ์ชัดเจนสำหรับผู้ต้องขังสูงวัย โดยเฉพาะอายุเกิน 70 ปี จะได้รับการพิจารณาพิเศษ เพื่อคำนึงถึงสุขภาพและความเหมาะสมในการคุมขัง “ทักษิณ” ปล่อยตัว 11 พ.ค. ไม่ต้องติดกำไล EM เหตุเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกิน 70 ปี จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบังคับใช้กฎหมายที่ยืดหยุ่น

  • ครบกำหนด 2 ใน 3 ของโทษ
  • มีประวัติการรับโทษดี
  • อายุเกิน 70 ปี หรือมีโรคประจำตัวรุนแรง
  • ไม่ต้องติด EM หากเป็นกลุ่มเสี่ยงสุขภาพ
  • เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ป.ป.ส. กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลยุติธรรม อัยการสูงสุด ตำรวจแห่งชาติ และอื่นๆ

ขั้นตอนหลังมติที่ประชุม

มติที่ประชุมจะถูกส่งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม และเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เพื่อเตรียมปล่อยตัวนายทักษิณในวันที่ 11 พ.ค. 2569 เข้าสู่ระบบคุมประพฤติ ซึ่งจะติดตามพฤติกรรมตลอดระยะเวลาที่เหลือ โดยไม่ต้องใช้กำไล EM เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

ข่าวนี้สร้างกระแสในสังคมอย่างมาก เนื่องจากนายทักษิณเป็นบุคคลสำคัญทางการเมือง การพักโทษครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมไทยให้ความสำคัญกับหลักมนุษยธรรม โดยเฉพาะผู้สูงอายุในเรือนจำ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ ยังช่วยลดภาระเรือนจำที่แออัดได้อีกด้วย

ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจนี้เป็นก้าวสำคัญที่สมดุลระหว่างการลงโทษและการฟื้นฟู หากนายทักษิณปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมประพฤติได้ดี จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้ต้องขังอื่นๆ คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – “ทักษิณ” ปล่อยตัว 11 พ.ค. ไม่ต้องติดกำไล EM เหตุเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกิน 70 ปี

“บรรณพจน์” เผย “ทักษิณ” โอเคดี ยื่นบ้านจันทร์ส่องหล้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีอัพเดทข่าวร้อนที่หลายคนรอคอย นั่นคือ “บรรณพจน์” เผย “ทักษิณ” โอเคดี ทนายความยังยืนยันว่าสุขภาพโดยรวมดี ไม่มีอะไรน่าห่วง และที่สำคัญคือได้ยื่น “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เป็นสถานที่พักโทษคุมประพฤติแล้ว เรื่องนี้กำลังเป็นกระแสในโซเชียลและสื่อต่างๆ มาดูรายละเอียดกันเลย

“บรรณพจน์” เผย “ทักษิณ” โอเคดี หลังเยี่ยมที่เรือนจำคลองเปรม

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 09.50 น. นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ซึ่งเป็นพี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความคู่ใจร่วมเดินทางด้วย ปัจจุบันทักษิณถูกคุมขังมาแล้ว 7 เดือน 18 วัน บริเวณหน้าเรือนจำยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรตามกำหนดวันจันทร์และพฤหัสบดี

หลังเยี่ยมเพียง 15 นาที นายบรรณพจน์ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ท่านทักษิณโอเคดีครับ แต่ขอให้สอบถามรายละเอียดจากทนายวิญญัติแทน ส่วนทนายวิญญัติเล่าว่า เมื่อ 23 เม.ย. ลูกหลานได้เข้าเยี่ยมใกล้ชิด สวมกอดไหว้ขอพรกันอย่างอบอุ่น เพราะไม่ได้เจอกันนานหลายเดือน ขอบคุณเรือนจำที่ให้โอกาสนี้แก่ผู้ต้องขังทุกคน

บรรณพจน์ ดามาพงศ์ เยี่ยมทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำคลองเปรม

ทนายวิญญัติยืนยันสุขภาพดี ยื่นบ้านจันทร์ส่องหล้าพักโทษ

ทนายวิญญัติแจงว่าสุขภาพทักษิณปกติ มีโรคประจำตัวแต่ดูแลตัวเองดี รับประทานยาต่อเนื่อง ไม่มีอาการโคม่าหรือที่น่ากังวล สุขภาพจิตใจก็ดีเยี่ยม วันที่ 23 เม.ย. เป็นครั้งสุดท้ายที่เยี่ยมใกล้ชิด ซึ่งเป็นโอกาสดีมาก

สำหรับกระแสพักโทษ คณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์มีมติแล้วว่าทักษิณผ่านเกณฑ์ รอคณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรมประชุม 29 เม.ย. ทนายวิญญัติขอให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง เชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ทุกคนเป็นห่วงเพราะผู้ต้องขังจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่กำลังทำหน้าที่

ที่พักโทษคุมประพฤติยังยื่น “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เหมือนเดิม หากผ่านเกณฑ์ ส่วนเรื่องไม่ต้องติดกำไล EM เพราะอายุเกิน 70 ปี ทนายไม่ทราบ รอผลอย่างเป็นทางการ รายงานระบุว่าหากอนุมัติ จะปล่อยเช้า 11 พ.ค. 2569 คุมประพฤติ 4 เดือน จนพ้นโทษสมบูรณ์ 9 ก.ย. 2569

กระบวนการพักโทษตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 พิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น:

  • พฤติการณ์คดีและประวัติการกระทำผิด
  • ระยะเวลาคุมประพฤติ
  • ความน่าเชื่อถือของผู้อุปการะ
  • พฤติกรรมในเรือนจำที่น่าเชื่อว่าจะกลับตัวเป็นคนดี
  • ผลกระทบต่อความปลอดภัยสังคม
  • การแก้ไขฟื้นฟูพฤตินิสัยตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562

หลังอนุมัติ จะแจ้งเรือนจำ พนักงานคุมประพฤติ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทันที

ข่าวนี้สร้างความหวังให้ครอบครัวและผู้สนับสนุนจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมทำงานตามกฎหมาย ทักษิณวัย 76 ปี มีสุขภาพต้องดูแลพิเศษ ทำให้เข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัย

ในมุมมองของผม เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของกระบวนการที่โปร่งใส หากทักษิณได้รับพักโทษ จะช่วยให้เขาได้ดูแลสุขภาพกับครอบครัวต่อไป คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ ติดตามอัพเดทข่าวการเมืองเพิ่มเติมที่นี่!

ที่มา – “บรรณพจน์” เผย “ทักษิณ” โอเคดี ทนายเผยยื่นบ้านจันทร์ส่องหล้า ที่พักโทษคุมประพฤติ

“รุทธพล” แจง พักโทษ “ทักษิณ” ตามขั้นตอนปกติ

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงเรื่องการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก โดยยืนยันว่า รุทธพล แจง พักโทษ ทักษิณ เป็นไปตามขั้นตอนปกติ ไม่มีอะไรผิดแปลกประหลาด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 21 เมษายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตรงกับช่วงที่นายทักษิณมีกำหนดออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ หลังจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลดโทษจาก 8 ปีเหลือเพียง 1 ปี และครบกำหนดพักโทษตามกฎหมาย คำชี้แจงของรุทธพล แจง พักโทษ ทักษิณ ทำให้หลายคนโล่งใจ เพราะยืนยันว่าเป็นกระบวนการที่ถูกต้อง

รุทธพล แจง พักโทษ ทักษิณ เป็นไปตามขั้นตอนปกติ รอดูความเห็นกำไลอีเอ็ม

ตามที่รุทธพลได้กล่าวไว้ การยื่นขอพักโทษของนายทักษิณได้ดำเนินการแล้ว และมีกำหนดประชุมพิจารณาในวันที่ 29 เมษายนนี้ โดยเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรมที่จะลงนามอนุมัติ หลังจากผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ 3 ชุดตามระเบียบที่กำหนด ไม่ใช่การตัดสินใจส่วนตัวของรัฐมนตรี รุทธพล แจง พักโทษ ทักษิณ ยังย้ำว่าตนเองทราบเพียงไทม์ไลน์และขั้นตอนเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นสำคัญอย่างการใส่กำไลอีเอ็ม (Electronic Monitoring) หรือไม่ รุทธพลตอบว่าต้องรอดูความเห็นที่เสนอมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนที่ยังไม่สรุป เรื่องนี้เป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะกำไลอีเอ็มเป็นเครื่องมือติดตามผู้พักโทษเพื่อป้องกันการหลบหนี และมักใช้กับคดีสำคัญ

ขั้นตอนการพักโทษตามกฎหมายไทย

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น มาดูขั้นตอนการพักโทษกันครับ ซึ่งรุทธพล แจง พักโทษ ทักษิณ ยืนยันว่าดำเนินตามนี้เป๊ะๆ

  • ผู้ต้องขังยื่นคำร้องขอพักโทษต่อนาย관เรือนจำ
  • เรือนจำตรวจสอบคุณสมบัติ เช่น รับโทษครบ 1 ใน 3 หรือมีเหตุผลพิเศษ
  • ส่งเรื่องให้คณะกรรมการนโยบายการพักการลงโทษพิจารณา
  • ผ่านคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ต้องขัง? ไม่ใช่ คณะกรรมการ 3 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการนโยบายการพักโทษ คณะกรรมการพิจารณาการพักโทษ และปลัดกระทรวง
  • ปลัดกระทรวงลงนามอนุมัติ ส่งเรือนจำปฏิบัติ

ในกรณีของนายทักษิณ ซึ่งมีอายุเกิน 70 ปี และรับโทษมาเกือบ 6 เดือน ตั้งแต่เข้าเรือนจำกลางวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 หลังจากศาลฎีกาสั่งจำคุกจากคดีทุจริต ทำให้เข้าเกณฑ์พักโทษได้สบายๆ

นอกจากนี้ รุทธพลยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องผลกระทบทางการเมือง หากทักษิณออกมา โดยกล่าวว่า “ตนไม่ทราบ” ซึ่งแสดงถึงความเป็นกลางของฝ่ายยุติธรรมท่ามกลางกระแสข่าวลือมากมาย เช่น การกลับมาทำการเมือง หรือผลต่อพรรคเพื่อไทย

ประเด็นนี้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงในสังคมออนไลน์ บางคนมองว่าเป็นธรรมะตามกฎหมาย บางคนสงสัยว่ามีการแทรกแซงหรือไม่ แต่จากคำชี้แจง รุทธพล แจง พักโทษ ทักษิณ ชัดเจนว่าทุกอย่างโปร่งใส ผ่านคณะกรรมการทั้งหมด

ย้อนดูประวัติศาสตร์ การพักโทษไม่ใช่เรื่องใหม่ ในไทยมีผู้พักโทษปีละหลายหมื่นคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือสุขภาพไม่ดี ตัวอย่างเช่นกรณีนักการเมืองอื่นๆ ที่เคยได้รับพักโทษมาแล้ว ทำให้กรณีทักษิณไม่ใช่ข้อยกเว้น

สำหรับกำไลอีเอ็ม เป็นนโยบายที่กรมราชทัณฑ์นำมาใช้ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อลดปัญหาการหลบหนี มีประสิทธิภาพสูงกว่า 95% หากทักษิณต้องใส่ ก็น่าจะเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

สุดท้ายนี้ จากมุมมองของผม คำชี้แจงของรุทธพลช่วยคลายข้อกังขาได้ส่วนหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมไทยยังทำงานได้ แม้ในคดีใหญ่ แต่ประชาชนควรติดตามผลการประชุม 29 เม.ย. และการตัดสินใจเรื่องกำไลอีเอ็มต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? คิดว่าทักษิณควรใส่กำไลอีเอ็มหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “รุทธพล” แจง พักโทษ “ทักษิณ” เป็นไปตามขั้นตอนปกติ รอดูความเห็นต้องใส่กำไลอีเอ็มหรือไม่

“เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ

วงการการเมืองไทยกำลังร้อนระอุ เมื่อพรรคเพื่อไทยแสดงท่าที“เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์หลังประชุมแกนนำพรรค ว่าทุกคนในพรรคต่างยินดีและเฝ้ารอให้กระบวนการเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ข่าวนี้ไม่เพียงสร้างความหวังให้สมาชิกพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นประเด็นที่คนไทยจำนวนมากจับตามอง เพราะนายทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน

“เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ

จากข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567 ที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่าการประชุมแกนนำพรรคในครั้งนี้หารือเรื่องการเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ในวันที่ 24 เมษายน โดยมีวาระสำคัญหลายประการ เช่น การแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคใหม่ เพื่อทดแทนผู้ที่ลาออกช่วงเลือกตั้ง การตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งให้พร้อมสำหรับกรณีเลือกตั้งซ่อมหรือเลือกตั้งใหม่ และกิจกรรมรดน้ำดำหัวประจำปี ซึ่งเป็นประเพณีของพรรค

นายจุลพันธ์ ยังย้ำถึงวิสัยทัศน์ของพรรคที่หัวหน้าพรรคจะประกาศในการประชุมใหญ่ โดยมุ่งสื่อสารทิศทางการทำงานให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงการปรับโครงสร้างพรรคให้สอดประสานระหว่างพรรค สภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนพรรคให้เติบโตสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า ที่สำคัญคือการทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก ทั้งในสภาและรัฐบาล

ผลกระทบหาก “เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ สำเร็จ

สำหรับกรณี“เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ นายจุลพันธ์ระบุว่าพรรคยังไม่มีการวางแผนดึงตัวนายทักษิณกลับมาช่วยงานพรรค โดยขอให้รอติดตามสถานการณ์ หลังจากนายทักษิณน่าจะใช้เวลากับครอบครัวก่อน และพรรคก็สามารถทำงานได้ปกติอยู่แล้ว แม้จะมีโอกาสพบปะกันในงานต่างๆ แต่ยังไม่กำหนดแผนล่วงหน้า สิ่งนี้สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของพรรคที่ไม่พึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงผู้เดียว

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่พรรคเพื่อไทยย้ำชัดเจนว่าจะไม่ส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนี้ เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว โดยมุ่งเน้นนโยบายภาพรวม เช่น การพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่ง แต่ปล่อยให้การแข่งขันท้องถิ่นเป็นไปอย่างอิสระ เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเอง สำหรับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ยังต้องหารือกันเพิ่มเติม

วาระสำคัญในการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทย

  • แต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อเสริมความเข้มแข็ง
  • ตั้งคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งให้พร้อมทุกสถานการณ์
  • ประกาศวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขับเคลื่อนพรรคสู่การเลือกตั้ง
  • กิจกรรมรดน้ำดำหัว สร้างความสัมพันธ์ภายในพรรค
  • ปรับโครงสร้างพรรคให้ประสานงานระหว่างพรรค สภา และรัฐบาล

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ระยะยาวที่เน้นการทำงานเชิงนโยบายมากกว่าการลงสนามท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งอาจช่วยรักษาพื้นที่ทางการเมืองในกรุงเทพฯ ได้ในระยะยาว โดยไม่เสี่ยงกับการแข่งขันที่เข้มข้น หากทักษิณได้รับการพักโทษจริง คงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พรรคมีพลังใหม่ในการขับเคลื่อน

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยสะท้อนความเป็นมืออาชีพที่พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะมีทักษิณกลับมาหรือไม่ พรรคก็มีทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว คุณคิดว่าการไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. จะส่งผลดีหรือร้ายต่อพรรคอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “เพื่อไทย” ตั้งตารอ “ทักษิณ” ได้พักโทษ ย้ำข้อสรุปไม่ส่งตัวผู้สมัครชิงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

“โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ

ในวงการการเมืองไทย ล่าสุดมีข่าวดีมาจากครอบครัวชินวัตร เมื่อ “โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ ทำให้แฟนๆ และผู้ติดตามต่างโล่งใจไปตามๆ กัน เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน

“โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โอ๊ค” พร้อมด้วยภรรยา น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวร่วมด้วย หลังจากใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 45 นาที โอ๊คได้ออกมาให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า วันนี้มา สวัสดีปีใหม่ และได้พูดคุยกับพ่อเรื่องหลานๆ โดยเฉพาะ สุขภาพของทักษิณแข็งแรงดีมาก และกำลังนับวันรอวันที่จะได้พ้นจากเรือนจำ

รายละเอียดการเยี่ยมครั้งนี้

โอ๊คเล่าว่า การสนทนาครั้งนี้เน้นไปที่หลานๆ เป็นหลัก พ่อคิดถึงหลานทุกคนเท่าๆ กัน และฝากให้ทุกคนรักษาสุขภาพรอวันกลับออกมา ขณะที่โอ๊คเองก็ขอบคุณทุกคนที่คอยให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะขึ้นรถเดินทางกลับทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ภาพเหตุการณ์นี้ถูกถ่ายภาพไว้และเผยแพร่ ทำให้เห็นบรรยากาศอบอุ่นของครอบครัวชินวัตรท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด

พื้นหลังของทักษิณ ชินวัตร ในเรือนจำ

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม หลังจากศาลตัดสินคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แม้จะมีประเด็นทางกฎหมายมากมาย แต่ครอบครัวชินวัตรไม่เคยทิ้งกัน โดยเฉพาะลูกชายอย่างโอ๊คที่คอยมาเยี่ยมและอัปเดตสถานการณ์ให้สาธารณชนทราบ ล่าสุด “โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ ยิ่งตอกย้ำถึงความเข้มแข็งของอดีตนายกฯ คนนี้

  • สุขภาพทักษิณแข็งแรง ไม่มีปัญหาใดๆ
  • ครอบครัวมาเยี่ยมสม่ำเสมอ สร้างกำลังใจ
  • พูดคุยเรื่องหลานๆ แสดงถึงความเป็นพ่อที่รักครอบครัว
  • นับวันรอวันพ้นโทษ ใกล้เข้ามาแล้ว
  • ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคน

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นข่าวครอบครัว แต่ยังสะท้อนถึงสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน ที่ทักษิณยังคงมีบทบาทสำคัญ แม้จะอยู่ในเรือนจำ ผู้สนับสนุนจำนวนมากต่างคาดหวังวันที่จะได้เห็นทักษิณกลับมาอย่างแข็งแรง ข่าวนี้ช่วยคลายความกังวลให้กับคนที่ชื่นชอบทักษิณ และเป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีภาพถ่ายจากเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นโอ๊คยิ้มแย้ม ขณะให้สัมภาษณ์ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำพูดของเขา การเยี่ยมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ดูเป็นการสวัสดีปีใหม่ที่อบอุ่นยิ่งขึ้น

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ครอบครัวชินวัตรมักจะอัปเดตสถานการณ์ของทักษิณผ่านสื่อ เพื่อให้ประชาชนทราบและคลายข้อกังวล สิ่งนี้แสดงถึงความโปร่งใสและความสามัคคีในครอบครัว หากคุณเป็นคนที่ติดตามข่าวการเมืองไทย ไม่ควรพลาดการอัปเดตครั้งต่อไป

ในมุมมองของผู้เขียน ข่าวดีเช่นนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญอุปสรรค ว่าความเข้มแข็งและกำลังใจจากครอบครัวสำคัญเพียงใด คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ

ที่มา – “โอ๊ค” เผย “ทักษิณ” สุขภาพแข็งแรงดี นับวันรอพ้นเรือนจำ

ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้ นับถอยหลัง 48 วัน

ข่าวร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยกำลังเป็นที่จับตามอง เมื่อ ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้ โดยชื่อของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้ติดอยู่ในรายชื่อผู้ต้องขัง 500 รายที่เรือนจำกลางคลองเปรมคัดเลือกไว้เพื่อพิจารณาการปล่อยตัวแบบคุมประพฤติ หลังจากถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาโทษจำคุก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 ซึ่งกำหนดจะพ้นโทษเต็มในวันที่ 9 กันยายน 2569 แต่ด้วยการพิจารณาพักโทษกรณีทั่วไป ทำให้มีโอกาสได้รับอิสรภาพก่อนกำหนด

ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาพักโทษระดับชั้นเรือนจำกลางคลองเปรม ได้เริ่มตรวจสอบคุณสมบัติผู้ต้องขังเด็ดขาดที่ผ่านเกณฑ์ โดยมีกำหนดประชุมหารือรายชื่อผู้มีสิทธิ์สิ้นเดือนมีนาคมนี้ ก่อนจะสรุปรายงานส่งต่อไปยังคณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้การอนุมัติขั้นสุดท้าย ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้ จึงเป็นหนึ่งในวาระสำคัญที่ทุกคนรอคอย

จากข้อมูลที่ได้รับ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่คุมประพฤติกำลังเร่งสืบสวนสถานที่พักโทษ ผู้อุปการะ ความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ สภาพความเป็นอยู่ ความปลอดภัยของสถานที่และชุมชนรอบข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นขั้นตอนมาตรฐานเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ได้รับพักโทษจะปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างดี

นับถอยหลังสู่ทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้

ปัจจุบันเหลือเพียง 48 วันเท่านั้นที่ทักษิณ ชินวัตร จะก้าวออกจากเรือนจำสู่ชีวิตภายนอกแบบคุมประพฤติ นับเป็นก้าวเชิงสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงกระบวนการยุติธรรมไทย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่มีประวัติประพฤติดีได้รับการพักโทษ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายลดความแออัดในเรือนจำทั่วประเทศ โดยผู้ต้องขังต้องผ่านเกณฑ์หลายประการ เช่น โทษจำคุกไม่เกินครึ่งหนึ่งของกำหนดเดิม มีประวัติไม่กระทำผิดร้ายแรงในเรือนจำ และมีแผนการดำรงชีวิตที่ชัดเจนหลังพักโทษ

กระบวนการพิจารณาพักโทษของทักษิณ ชินวัตร

เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น กระบวนการทั้งหมดแบ่งเป็นขั้นตอนหลักดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1: คณะกรรมการชั้นเรือนจำตรวจสอบคุณสมบัติและประชุมสรุปรายชื่อ (สิ้นเดือนมีนาคม 2569)
  • ขั้นตอนที่ 2: ส่งรายงานไปยังคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
  • ขั้นตอนที่ 3: คณะกรรมการกระทรวงยุติธรรมพิจารณาเห็นชอบขั้นสุดท้าย
  • ขั้นตอนที่ 4: จัดการปล่อยตัวและติดตามคุมประพฤติ โดยมีเจ้าหน้าที่สืบสวนสถานที่พักอาศัย

ในรอบนี้ เรือนจำกลางคลองเปรมมีผู้ต้องขังเด็ดขาดราว 500 รายที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น ซึ่งรวมถึงนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีพฤติกรรมดีเยี่ยมในเรือนจำ ทำให้มีสิทธิ์เต็มที่ในการพิจารณา

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การคำนวณวันพักโทษของกรมราชทัณฑ์ที่ชี้แจงไว้ชัดเจน โดยกำหนดวันปล่อย 11 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นไปตามสูตรมาตรฐาน ลดวันโทษจากวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันพระ และพฤติกรรมดี สร้างความโปร่งใสให้กับกระบวนการ

กรณีทักษิณ ชินวัตร พักโทษ 11 พ.ค.นี้ ไม่เพียงแต่เป็นข่าวส่วนตัวของบุคคลสำคัญเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงระบบนิติบัญญัติและยุติธรรมที่ให้โอกาสการฟื้นฟูผู้ต้องขัง โดยเฉพาะผู้ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือตัวอย่างที่ดีของการบังคับใช้กฎหมายที่สมดุลระหว่างการลงโทษและการให้โอกาสใหม่ หากท่านสนใจข่าวการเมืองและยุติธรรมไทย ติดตามอัปเดตล่าสุดและแสดงความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ!

ที่มา – “ทักษิณ ชินวัตร” อยู่ใน 500 รายชื่อ ได้รับการพิจารณาพักโทษ 11 พ.ค.นี้ นับถอยหลังอีก 48 วัน

“สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน”

การเมืองไทยยังคงคึกคักไม่หยุดหย่อน ล่าสุดมีข่าวร้อนที่ทุกคนจับตามอง เมื่อ “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต เกิดขึ้นที่เรือนจำกลางคลองเปรม สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในครอบครัวชินวัตรและวงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นแกนนำสำคัญของพรรคเพื่อไทย

“สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่กำลังรับโทษในเรือนจำฯ ในฐานะตัวแทนครอบครัว บริเวณหน้าเรือนจำยังมีมวลชนคนเสื้อแดงมารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคับคั่ง ปัจจุบันนายทักษิณถูกคุมขังมาแล้วครบ 6 เดือนกับอีก 10 วัน

การเยี่ยมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 35 นาที โดยนายสมชายเล่าว่ามาเยี่ยมเพราะคิดถึง หลังจากไม่ได้เจอกันเกือบเดือน สอบถามสารทุกข์สุกดิบและเรื่องครอบครัวตามประสาญาติพี่น้อง ไม่มีประเด็นหนักหน่วงอะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการเมืองมีการพูดคุยกันบ้าง เพราะนายทักษิณยังติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้โฟกัสประเด็นใด เพราะตระหนักดีว่าอยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่สามารถวุ่นวายกับภายนอกได้ ผู้เข้าเยี่ยมส่วนใหญ่เป็นคนครอบครัวเท่านั้น ไม่มีนักการเมืองอื่น

สภาพจิตใจนายทักษิณและการนับถอยหลังสู่อิสรภาพ

นายสมชายเผยว่านายทักษิณมีสภาพจิตใจสดชื่นแจ่มใส ทำใจได้ดีกับสถานการณ์ เขาให้กำลังใจโดยบอกว่า “เราจะไม่นับเศษเวลา แต่นับเวลาเต็ม” คาดว่าอีกประมาณ 1 เดือน หรือภายในเดือนพฤษภาคม 2569 นายทักษิณจะได้รับอิสรภาพเต็มตัว ครอบครัวทุกคนต่างรอคอยวันนั้นด้วยความหวังที่จะได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

นอกจากนี้ นายทักษิณยังเอ่ยชม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ “อาจารย์เชน” ลูกชายของนายสมชาย ว่ามีบุคลิกดีขึ้นหลังเข้าทำงานการเมือง แม้เป็นหน้าใหม่แต่เรียนรู้รวดเร็ว สนใจสืบค้นข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทบาทในอนาคต และฝากให้กำลังใจ ชื่นชมความสามารถของอาจารย์เชน

มุมมองต่อการเมืองและคนรุ่นใหม่

นายสมชายย้ำว่าการบริหารพรรคเพื่อไทยเป็นหน้าที่ของพรรคเอง เขาเพียงติดตามและให้กำลังใจลูกชายเท่านั้น สำหรับบ้านเมืองในปัจจุบัน ต้องฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็วด้วยเทคโนโลยี ต้องมีคนสมัยใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้มาพัฒนาประเทศ มิเช่นนั้นจะก้าวไม่ทัน การสนทนาครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องผู้สูงอายุ นายทักษิณไม่สามารถขับเคลื่อนได้ เป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยและผู้เกี่ยวข้อง เขาขอบคุณสื่อและประชาชนที่ติดตาม และอาจได้เจอกันอีกวันที่ 11 พ.ค. 2569

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในเครือข่ายเพื่อไทย ทักษิณยังมีอิทธิพลสูง แม้อยู่ในเรือนจำ ยศชนันที่เป็นนักวิชาการเข้าสู่การเมือง ถือเป็นสัญญาณบวกของพรรคที่เตรียมคนรุ่นใหม่สู่เวทีการเมืองไทย

  • สมชาย วงศ์สวัสดิ์: อดีตนายกฯ สนิททักษิณ
  • ทักษิณ ชินวัตร: ผู้นำศูนย์กลางเพื่อไทย
  • ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: นักการเมืองหน้าใหม่ มีศักยภาพ

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่คนรุ่นใหม่อย่างยศชนันจะมีบทบาทสำคัญ หากพรรคเพื่อไทยใช้โอกาสนี้ให้ดี อนาคตอาจสดใส คุณคิดอย่างไรกับอนาคตของยศชนัน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “สมชาย” เยี่ยม “ทักษิณ” ฝากชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าที่ รมว.อุดมศึกษา ครม.อนุทิน 2

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เราจะมาพูดถึง ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีหน้าใหม่ที่กำลังจะมารับตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในคณะรัฐมนตรีชุดอนุทิน 2 กันครับ คุณยศชนัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดร.เชน เป็นบุคคลที่น่าจับตา เพราะทั้งพื้นฐานวิชาการแข็งแกร่งและมีสายเลือดนักการเมืองชัดเจน มาดูกันว่าประวัติยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เริ่มต้นจากครอบครัวนักการเมืองชื่อดังครับ เขาเป็นบุตรชายคนโตของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง ซึ่งเป็นน้องสาวของนายทักษิณ ชินวัตร และพี่สาวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หญิงคนแรกของไทย ดังนั้นสายเลือดของเขาจึงเชื่อมโยงกับตระกูลชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์แบบเต็มๆ เลยครับ

ด้านการศึกษา คุณยศชนัน จบปริญญาโทสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และปริญญาเอกสาขาคลื่นสมอง โดยดุษฎีนิพนธ์ของเขาพูดถึงการใช้สัญญาณสมองช่วยเหลือผู้พิการ ซึ่งน่าทึ่งมาก! ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง เขาเป็นอาจารย์ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยของมหิดล และยังสอนอยู่ด้วย เรียกได้ว่าประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในสายวิชาการนั้นแจ่มใสสุดๆ เหมาะกับตำแหน่งรมว.อุดมศึกษาฯ เลยครับ

เส้นทางการเมือง

ประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ในเส้นทางการเมือง

เส้นทางการเมืองของยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เริ่มจริงจังปี 2557 ที่ลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ผลไม่เป็นทางการเขาชนะ แต่เกิดเหตุชุมนุม กปปส. นำไปสู่รัฐประหาร คสช. ทำให้ไม่ได้เป็น ส.ส. ครั้งนั้น ต่อมาในปี 2568 ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการและทรัพยากรบุคคล ในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

ล่าสุดในการเลือกตั้ง 2569 พรรคเพื่อไทยเปิดตัวเขาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 1 และได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 สมัยแรก พรรคได้ ส.ส. 74 เสียง อันดับ 3 รองจากภูมิใจไทยและประชาชน จากนั้นพรรคเพื่อไทยร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย เสียงรวม 291 เสียง ชื่อของเขาจึงติดโผ ครม.อนุทิน 2 ในโควตาเพื่อไทย 5 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ และ 3 เก้าอี้ช่วยว่าการ โดยคาดว่าจะได้กระทรวงอุดมศึกษาเพราะถนัดด้านวิจัย

ก่อนเลือกตั้ง คุณยศชนัน ปาฐกถาในโครงการ Pheu Thai Young Professionals Program หัวข้อ “From Research to Policy” เคยมีข่าวลือจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือรมว.ศึกษาฯ แต่ปฏิเสธ ในโอกาสเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ เขาเล่าว่าตัวเองเติบโตจากครอบครัวข้าราชการ-พยาบาล ย้ายถิ่นฐานหลายจังหวัด ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 และเชื่อมั่นศักยภาพคนไทย เหมือนยุคไทยรักไทย

วิสัยทัศน์ของเขาชัดเจนมากครับ มุ่งยกระดับไทยสู่ประเทศรายได้สูง ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี AI เป็นแกน โดยมียุทธศาสตร์หลักดังนี้:

  • เพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจเดิม (เกษตร อุตสาหกรรม บริการ) ด้วยเทคโนโลยีใหม่ สร้างเครื่องยนต์ใหม่จากท้องถิ่น+เทค ครอบคลุม climate change สุขภาพ
  • สร้างความมั่นคงรอบด้าน: ทหาร ไซเบอร์ อาหาร พลังงาน Climate Change และทูตสมดุล
  • สร้างความเชื่อมั่น: นิติธรรม Digital Government ป้องกันคอร์รัปชัน AI Transformation One Stop Service
  • วางโครงสร้างพื้นฐานใหม่: คมนาคม ดิจิทัล พลังงานสะอาด สวัสดิการ การศึกษา วิจัย รองรับคนทุกคนให้โอกาสเท่าเทียม

คำพูดเด็ดของเขาคือ “การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการสร้างประเทศขึ้นใหม่… ถ้าเพื่อไทยทำได้ ประเทศไทยก็ทำได้แน่นอน” สุดยอดเลยครับ!

จากประวัติ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่หลากหลายทั้งวิชาการและการเมือง เชื่อว่าเขาจะนำพาการอุดมศึกษาไทยให้ก้าวหน้ากับยุค AI ได้ดี คุณคิดเห็นอย่างไรกับว่าที่ รมว.คนนี้ ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากถูกใจ!

ที่มา – ประวัติ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รัฐมนตรีหน้าใหม่ ว่าที่ รมว.อุดมศึกษาฯ ครม.อนุทิน 2

รมว.ยุติธรรม ยังไม่ทราบ “ทักษิณ” พักโทษ คปท. คัดค้าน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ อย่าง รมว.ยุติธรรม ทักษิณ พักโทษ ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ในวงการการเมืองไทยเลยทีเดียว หลังจากมีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อาจได้พักโทษในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ แต่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ กลับบอกว่ายังไม่ทราบเรื่องเลย และกำชับให้พิจารณาข้อคัดค้านจาก คปท. อย่างรอบคอบด้วยนะครับ

รมว.ยุติธรรม ทักษิณ พักโทษ

ตามที่ รมว.ยุติธรรม ทักษิณ พักโทษ กลายเป็นข่าวใหญ่ หลังจากทักษิณเพิ่งเข้าเรือนจำเมื่อปีที่แล้วจากคดีหมิ่นประมาทอดีตอัยการสูงสุด การพักโทษครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษที่ต้องผ่านคณะกรรมการชุดใหญ่ถึง 5 คน ได้แก่ อธิบดีหรือผู้เทียบเท่า 4 คน และเลขาธิการ ป.ป.ส. 1 คน โดยปกติแล้วกระบวนการพักโทษจะเริ่มจากเรือนจำ ผ่านกรมราชทัณฑ์ มาถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่กรณีนี้รัฐมนตรีจะให้นโยบายพิจารณาตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

รมว.ยุติธรรมย้ำชัดว่าตอนนี้ยังไม่มีเอกสารเรื่องพักโทษของทักษิณยื่นมาที่กระทรวงเลยครับ ข่าวลือวันที่ 11 พ.ค. จึงยังเป็นแค่กระแส และทางกระทรวงจะไม่รีบร้อน ต้องรอให้ถูกต้องตามระเบียบทุกประการ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม

กระบวนการพิจารณาพักโทษทักษิณอย่างละเอียด

มาดูรายละเอียดกันครับ การพักโทษไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะบุคคลสำคัญอย่างทักษิณที่เคยถูกตัดสินจำคุก 1 ปี กรมราชทัณฑ์ต้องตรวจสอบคุณสมบัติ เช่น พฤติกรรมในเรือนจำ เวลาที่รับโทษแล้ว และเหตุผลอื่นๆ คณะกรรมการ 5 คนนี้จะมีหน้าที่ตัดสินใจสุดท้าย และรมว.ยุติธรรมจะกำกับดูแลให้ทุกอย่างถูกต้อง

  • เริ่มจากเรือนจำประเมินพฤติกรรมผู้ต้องขัง
  • กรมราชทัณฑ์สรุปเสนอปลัดกระทรวง
  • คณะกรรมการพิเศษ 5 คนพิจารณารอบด้าน
  • นำข้อคัดค้านจากประชาชนมาพิจารณาด้วย

นี่คือขั้นตอนที่ทำให้เรื่องนี้ยืดเยื้อ แต่ก็เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในอดีตที่เคยเกิดขึ้น

ข้อคัดค้านจาก คปท. ที่รมว.ยุติธรรมกำชับพิจารณา

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการพักโทษทักษิณไปยังกระทรวงยุติธรรมแล้วครับ กรมราชทัณฑ์ส่งรายงานกลับมา แต่รองปลัดเห็นว่ายังตอบไม่ครบประเด็น จึงสั่งแก้ไขเพิ่มเติมก่อนชี้แจงกลับไปยัง คปท. ทางรมว.ยุติธรรมจึงกำชับคณะกรรมการให้เอาข้อคัดค้านเหล่านี้มาพิจารณาให้รอบคอบที่สุด เพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหตุการณ์ผิดพลาดในอดีต

ข้อคัดค้านหลักๆ จาก คปท. มักเกี่ยวกับประวัติคดีของทักษิณ เช่น คดีทุจริต การเมืองเก่า และความกังวลว่าการพักโทษจะกระทบความยุติธรรมต่อประชาชน นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมไทยรับฟังเสียงประชาชนจริงๆ

บริบทการเมืองเบื้องหลังเรื่องทักษิณพักโทษ

ย้อนไปดูประวัติ ทักษิณถูกศาลพิพากษาจำคุกจากคดีหมิ่นประมาทเมื่อเดือนสิงหาคม 2566 และเข้ามอบตัวทันที สร้างเซอร์ไพรส์ให้สังคมไทย การพักโทษหากเกิดขึ้น จะทำให้ทักษิณสามารถใช้ชีวิตปกติได้ แต่อาจจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะจากกลุ่มต่อต้านอย่าง คปท. ที่มองว่าทักษิณยังไม่ควรได้รับการผ่อนผัน

ในมุมมองของผม การที่รมว.ยุติธรรมออกมาพูดแบบนี้ แสดงถึงความรับผิดชอบสูง และช่วยลดทอนข่าวลือได้ดี นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนติดตามกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสมากขึ้น

เรื่องนี้ยังมีมิติอื่นๆ เช่น ผลกระทบต่อพรรครัฐบาล พลังประชารัฐ และภาพลักษณ์ของรัฐบาลสืรธนาคตไทย หากคณะกรรมการตัดสินอนุมัติพักโทษ อาจมีทั้งคนเชียร์และคัดค้าน แต่สำคัญคือต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก

เพื่อนๆ ล่ะครับ คิดเห็นยังไงกับ รมว.ยุติธรรม ทักษิณ พักโทษ เรื่องนี้? การพิจารณาควรรับฟัง คปท. มากน้อยแค่ไหน หรือควรยึดแค่กฎหมายเท่านั้น? มาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างกันเลยครับ จะได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน!

ที่มา – รมว.ยุติธรรม ยังไม่ทราบเรื่อง “ทักษิณ” พักโทษ กำชับนำข้อคัดค้าน คปท. พิจารณาด้วย

Scroll to top