อิสราเอล

ฮิซบอลเลาะห์จี้ ยกเลิกเจรจาอิสราเอล-เลบานอน

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุ เมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีอิหร่านหนุนหลัง ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจน โดยฮิซบอลเลาะห์จี้ ยกเลิกเจรจาอิสราเอล-เลบานอนอย่างเป็นทางการ ชี้ว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นเรื่องที่"เปล่าประโยชน์" ท่ามกลางการโจมตีทางทหารของอิสราเอลที่ยังไม่หยุดยั้ง สิ่งนี้สร้างความกังวลให้กับชุมชนนานาชาติว่าจะกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างไร

ฮิซบอลเลาะห์จี้ ยกเลิกเจรจาอิสราเอล-เลบานอน

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 นาอิม กัสเซ็ม ผู้นำระดับสูงของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ได้ประกาศปฏิเสธการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่เลบานอนและอิสราเอลที่จะจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันรุ่งขึ้น เขาย้ำว่า "เราขอปฏิเสธการเจรจากับอิสราเอล มันเป็นเรื่องสูญเปล่า และต้องได้รับความเห็นชอบจากชาวเลบานอนทั้งหมดก่อน" การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลยังคงโจมตีเขตแดนเลบานอนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ทางใต้ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์มีอิทธิพลสูง

กัสเซ็มชี้แจงเพิ่มเติมว่าการเจรจานี้มีเจตนาแฝงเพื่อบังคับให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปลดอาวุธ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยของเลบานอน "อิสราเอลแสดงออกชัดเจนถึงเป้าหมายนี้ เราจึงเรียกร้องให้ยกเลิกทันที" เขากล่าว นอกจากนี้ กลุ่มยังยืนยันว่าจะตอบโต้การโจมตีทุกครั้ง และไม่มีใครมีสิทธิ์ตัดสินใจแทนประชาชนเลบานอน

เหตุผลหลักที่ฮิซบอลเลาะห์จี้ ยกเลิกเจรจาอิสราเอล-เลบานอน

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดฮิซบอลเลาะห์จี้ ยกเลิกเจรจาอิสราเอล-เลบานอนนั้นมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการละเมิดหยุดยิงที่เปราะบาง ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนกำลังถูกทดสอบจากเหตุการณ์โจมตีล่าสุด นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ อาอูน ของเลบานอน ยังได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การเจรจาเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลเลบานอนเท่านั้น โดยสื่อถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างชัดเจน สร้างความขัดแย้งภายในประเทศ

พื้นหลังความขัดแย้งอิสราเอล-เลบานอน

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและเลบานอน โดยเฉพาะกับฮิซบอลเลาะห์ มีรากเหง้าตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อกลุ่มก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการยึดครองของอิสราเอลในเลบานอนใต้ ปัจจุบัน อิสราเอลยังคงครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทางใต้ของเลบานอน และเพิ่มการโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนเลบานอนตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นมา สถานการณ์นี้เชื่อมโยงกับสงครามกว้างใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งฮิซบอลเลาะห์เป็นพันธมิตรสำคัญ

ผลกระทบและตัวเลขผู้เสียหาย

ทางการเลบานอนรายงานว่า นับตั้งแต่อิสราเอลยกระดับการโจมตี มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 ราย และบาดเจ็บกว่า 6,500 ราย สิ่งนี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางมนุษย์ แต่ยังกระทบเศรษฐกิจเลบานอนที่กำลังย่ำแย่อยู่แล้ว

  • ผู้เสียชีวิต: มากกว่า 2,000 ราย
  • ผู้บาดเจ็บ: กว่า 6,500 ราย
  • พื้นที่ได้รับผลกระทบ: ทางใต้เลบานอนและลึกเข้าไปในประเทศ
  • การยึดครอง: อิสราเอลยังยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ทางใต้

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความรุนแรงที่ยังดำเนินต่อไป ทำให้การเจรจาในวอชิงตันถูกตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้

มุมมองอนาคตและความเสี่ยง

หากการเจรจายังคงดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากฮิซบอลเลาะห์ อาจนำไปสู่การแตกหักภายในเลบานอน และการตอบโต้ทางทหารที่รุนแรงขึ้นจากกลุ่มติดอาวุธ นักวิเคราะห์เห็นว่าสถานการณ์นี้อาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่ออิหร่านยังคงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ฮิซบอลเลาะห์จี้ ยกเลิกเจรจาอิสราเอล-เลบานอนนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าการทูตต้องคำนึงถึงกลุ่มติดอาวุธในท้องถิ่นมากขึ้น มิเช่นนั้นข้อตกลงใดๆ ก็อาจล้มเหลวได้ การหยุดยิงที่ยั่งยืนต้องมาจากการยอมรับซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัพเดทต่างประเทศเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ ติดตาม ข่าวต่างประเทศ เพิ่มเติมได้เลย!

ที่มา – ฮิซบอลเลาะห์จี้ ยกเลิกเจรจาอิสราเอล-เลบานอน ชี้เป็นเรื่อง “เปล่าประโยชน์”

“สีหศักดิ์” เผยอาเซียนเรียกร้องสหรัฐฯเร่งข้อตกลง

“สีหศักดิ์” เผยอาเซียน เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างมาก หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะล้อมช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานที่อาจยืดเยื้อ

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันที่ 13 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้แถลงหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยย้ำว่าอาเซียนห่วงใยการเจรจาที่อิสลามาบัดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่ยังไม่คืบหน้า แม้สถานการณ์จะซับซ้อน แต่ทุกฝ่ายต้องใช้外交เพื่อแก้ไข

“สีหศักดิ์” เผยอาเซียน เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า อาเซียนเรียกร้องให้สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านเร่งหาข้อตกลงเพื่อนำไปสู่สันติภาพ โดยเฉพาะหลังข่าวลือว่าสหรัฐฯอาจปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งจะยกระดับความตึงเครียดและนำไปสู่ความขัดแย้งที่ใหญ่ขึ้น อาเซียนและประชาคมโลกไม่ต้องการเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ จึงย้ำให้ทุกฝ่ายมุ่งสู่การเจรจา ลดความรุนแรง และสร้างกลไกสันติภาพระยะยาว นอกจากนี้ ยังยืนยันหลักการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบที่มีความสำคัญยิ่ง

ผลกระทบต่ออาเซียนจากวิกฤตพลังงาน

“สีหศักดิ์” เผยอาเซียน เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว ที่จะกระทบความมั่นคงพลังงานของทุกประเทศในภูมิภาค ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูง จะทำให้ค่าครองชีพและค่าอาหารเพิ่มขึ้น แม้ตอนนี้อาเซียนยังไม่สามารถร่วมมือเต็มรูปแบบ แต่เป็นโอกาสให้มองระยะยาวในการเสริมสร้างความมั่นคงพลังงาน

  • ขอให้รัฐมนตรีพลังงานอาเซียนประชุมด่วน เพื่อกำหนดมาตรการรูปธรรม เช่น ประเทศผู้ผลิตพลังงานให้ลำดับความสำคัญช่วยเหลือชาติที่ขาดแคลน
  • ร่วมมือพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด แลกเปลี่ยนความรู้ ระดมทุนจากเอกชนและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ
  • เสริมความมั่นคงอาหาร โดยชาติผู้ผลิตสำรองอาหารช่วยเหลือกัน หากเกิดวิกฤตนำเข้า
  • ยกระดับขีดความสามารถอาเซียนในการตอบสนองวิกฤต ตามข้อเสนอเวียดนามเรื่องโครงสร้างการตัดสินใจที่รวดเร็ว

ช่องแคบฮอร์มุชเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ผ่านน้ำมันกว่า 20% ของโลก หากปิดกั้นจะส่งผลกระทบ domino ไปทั่ว หากสหรัฐฯ อิสราเอล อิหร่านไม่เร่งเจรจา ผลกระทบจะยาวนาน อาเซียนซึ่งนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่จากตะวันออกกลาง จะต้องปรับตัว เช่น ส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ลดการใช้พลังงาน และกระจายแหล่งนำเข้า

บทเรียนและแนวทางอนาคตสำหรับอาเซียน

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้อาเซียนเร่งรวมตัว โดยเฉพาะในด้านพลังงานและอาหารที่เราได้เปรียบจากการเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นศักยภาพของอาเซียนในการเป็นกระบวนทัศน์สันติภาพ ในขณะที่โลกเผชิญความขัดแย้ง

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ตะวันออกกลางชี้ให้เห็นว่าการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลมีความเสี่ยงสูง อาเซียนควรลงทุนพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้นเพื่อลดผลกระทบในอนาคต คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอัปเดตเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “สีหศักดิ์” เผยอาเซียน เรียกร้อง สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เร่งหาข้อตกลง หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว

อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องปลดทรัมป์ บทแก้ไขข้อ 25

อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นข่าวร้อนที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองสหรัฐฯ เมื่อจอห์น เบรนแนน อดีตผู้อำนวยการซีไอเอ ยุคโอบามา ออกโรงเรียกร้องให้ใช้มาตรการพิเศษเพื่อถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากเก้าอี้ประธานาธิบดี

อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 โดยเบรนแนนให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ช่อง CNN อย่างดุเดือด เขาชี้ว่าคำขู่ของทรัมป์ที่จะ “ทำลายอารยธรรมอิหร่าน” เป็นพฤติกรรมที่อันตรายและไม่เหมาะสมกับผู้นำประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในมือ เบรนแนนย้ำชัดว่าทรัมป์ “ขาดความมั่นคงทางจิตใจ” และไม่สมควรเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดอีกต่อไป

ทำไมอดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์

เบรนแนนมองว่าบทแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 25 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2510 (ค.ศ. 1967) ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ มันเปิดช่องให้รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ประกาศว่าประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แล้วส่งต่ออำนาจให้รองประธานาธิบดีชั่วคราว

  • ประธานาธิบดีแสดงพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงความไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่
  • รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรี 8 ใน 15 คนเห็นชอบ
  • ประธานาธิบดีมีเวลา 4 วันโต้แย้ง หากไม่สามารถ รองฯ ขึ้นบริหาร
  • หากโต้ สภาคองเกรสโหวตภายใน 21 วัน 2 ใน 3 ถอดถอนถาวร

นอกจากเบรนแนนแล้ว ยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดโมแครตกว่า 70 คนออกมาเรียกร้องให้ใช้มาตรการนี้เช่นกัน พวกเขามองว่าการขู่ทำลายอิหร่านอาจนำไปสู่สงครามใหญ่และเสี่ยงต่อความมั่นคงโลก

พฤติกรรมของทรัมป์ที่ถูกวิจารณ์หนัก

ทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ามีท่าทีรุนแรงต่ออิหร่าน โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ที่อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก ทรัมป์ตอบโต้ด้วยคำขู่ที่รุนแรง ทำให้หลายฝ่ายกังวลเรื่องการตัดสินใจที่ impulsively เบรนแนน ซึ่งเคยทำงานด้านข่าวกรองมานาน ยืนยันว่าพฤติกรรมนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เสี่ยงต่อการกดปุ่มนิวเคลียร์จริงๆ

แม้ทรัมป์จะได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงที่เหนียวแน่น รวมถึงเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ที่ภักดี แต่กระแสเรียกร้องนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างลึกซึ้งในสังคมอเมริกัน

โอกาสสำเร็จของการใช้บทแก้ไขข้อ 25 กับทรัมป์

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความเป็นไปได้ต่ำมาก เพราะต้องอาศัยคณะรัฐมนตรีซึ่งส่วนใหญ่แต่งตั้งโดยทรัมป์เอง และสภาคองเกรสที่รีพับลิกันครองอำนาจ แต่เหตุการณ์นี้คล้ายกับกรณีปี 2021 ที่มีการพูดถึงข้อ 25 หลังเหตุการณ์ Capitol riot แสดงว่ามาตรการนี้ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบอำนาจ

นอกจากนี้ ยังมีประวัติศาสตร์เช่น รอนัลด์ เรแกนที่เคยถูกพิจารณาแต่ไม่เกิดขึ้นจริง สิ่งนี้ทำให้บทแก้ไขข้อ 25 กลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงการกฎหมายและการเมือง

การเมืองสหรัฐฯ ในยุคนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเฉพาะระหว่างเดโมแครตกับรีพับลิกัน การเรียกร้องของอดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จึงเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่ผู้นำอาจนำพาประเทศไปสู่หายนะ

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาธิปไตยอเมริกันมีกลไกป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่การนำมาใช้ต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง คุณคิดว่าทรัมป์สมควรถูกปลดหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองโลกเพิ่มเติม!

ที่มา – อดีตผอ.ซีไอเอ เรียกร้องใช้บทแก้ไขรัฐธรรมนูญข้อ 25 ปลดทรัมป์ พ้นตำแหน่ง ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ทูตอิสราเอลเผย สงครามยังไม่จบ จนกว่าจะตัดขาดอิหร่านจากกลุ่มตัวแทน

ทูตอิสราเอลเผย สงครามยังไม่จบ จนกว่าจะตัดขาดอิหร่านจากกลุ่มตัวแทน

ทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ นายเยชีเอล ไลเตอร์ ได้ออกมาเปิดเผยจุดยืนที่ชัดเจนของอิสราเอลในสงครามครั้งนี้ โดยระบุว่า ทูตอิสราเอลเผย สงครามยังไม่จบ จนกว่าจะตัดขาดอิหร่านจากกลุ่มตัวแทน อย่างสมบูรณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ในรายการ Face the Nation ทาง CBS

การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการเจรจายาวนานระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทูตไลเตอร์ยืนยันว่าสำหรับอิสราเอล สงครามจะไม่ยุติลงจนกว่าจะกำจัดอิทธิพลของอิหร่านต่อกลุ่มตัวแทนอย่างฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ฮามาสในกาซา และกลุ่มอื่นๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากเตหะราน แม้จะมีเวลา “อีกหนึ่งสัปดาห์” สำหรับการเจรจาสันติภาพที่อาจเกิดขึ้น แต่ทูตฯ ก็ไม่คาดหวังความคืบหน้าที่ชัดเจน

ทูตอิสราเอลเผย สงครามยังไม่จบ จนกว่าจะตัดขาดอิหร่านจากกลุ่มตัวแทน: รายละเอียดปฏิบัติการทางทหาร

ทูตไลเตอร์ยังยืนกรานความจำเป็นของปฏิบัติการทางทหารต่อฮิซบอลเลาะห์ แม้จะเสี่ยงทำลายข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังจากการโจมตีครั้งใหญ่ของอิสราเอลในเลบานอนเมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน นาย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าอิสราเอลตกลง “ควบคุมตัวเองให้มากขึ้น” แต่ทูตไลเตอร์ปฏิเสธเปิดเผยรายละเอียด โดยบอกว่า “ประเด็นปฏิบัติการไม่ใช่เรื่องพูดผ่านทีวีเช้าวันอาทิตย์”

การโจมตีดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ศูนย์ปฏิบัติการของฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนหลักของอิหร่าน ทูตไลเตอร์ย้ำถึงความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยกล่าวว่า “เราได้หารือว่าจะดำเนินงานร่วมกับความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ”

  • จุดสำคัญของปฏิบัติการ: โจมตีศูนย์บัญชาการฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
  • ผลกระทบ: เสี่ยงทำลายข้อตกลงหยุดยิง แต่จำเป็นเพื่อตัดขาดอิหร่าน
  • ความร่วมมือ: สหรัฐฯ-อิสราเอลประสานงานอย่างใกล้ชิด

แม้อิสราเอลจะยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีสัญญาณบวกจากการสนทนาระหว่างทูตไลเตอร์กับเอกอัครราชทูตเลบานอนประจำวอชิงตันและเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเบรุตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งทูตฯ เรียกว่า “การสนทนาที่ดีเยี่ยม” เพื่อมุ่งสู่การยุติสู้รบ

บริบทกว้าง: ความตึงเครียดอิสราเอล-อิหร่านในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุ โดยอิหร่านใช้กลุ่มตัวแทนอย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮูธี และอื่นๆ เป็นเครื่องมือขยายอิทธิพล ทูตอิสราเอลเผย สงครามยังไม่จบ จนกว่าจะตัดขาดอิหร่านจากกลุ่มตัวแทน สะท้อนกลยุทธ์ของอิสราเอลที่มุ่งโจมตีที่ต้นตอมากกว่าอาการ ท่ามกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ล้มเหลว นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ที่แข็งกร้าวต่ออิหร่านอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใหญ่

นักวิเคราะห์มองว่าการตัดขาดอิหร่านจาก proxies จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสันติภาพยั่งยืน หากสำเร็จ ภูมิภาคอาจเห็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและความมั่นคงมากขึ้น แต่หากล้มเหลว สงครามอาจลุกลาม

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าสงครามสมัยใหม่ไม่ใช่แค่การสู้รบตรงๆ แต่เป็นการตัดเส้นสายการสนับสนุน อิสราเอลกำลังเดินหน้าเต็มที่เพื่อความมั่นคงของชาติ คุณคิดว่าอิสราเอลจะประสบความสำเร็จหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – ทูตอิสราเอลเผย สงครามยังไม่จบ จนกว่าจะตัดขาดอิหร่านจากกลุ่มตัวแทน

เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน

เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน – นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าการต่อสู้กับอิหร่านยังไม่สิ้นสุด แม้สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเจรจาลับที่ปากีสถานเพื่อยุติความขัดแย้งที่ลุกลามไปทั่วตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เนทันยาฮูได้แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ภาษาฮีบรู โดยระบุว่า “เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน” แต่ยอมรับว่าอิสราเอลได้บรรลุผลลัพธ์ครั้งประวัติศาสตร์แล้ว สุนทรพจน์นี้ยาว 13 นาที มุ่งสื่อสารกับประชาชนชาวอิสราเอลเป็นหลัก ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อมานาน

เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน

ในสุนทรพจน์ดังกล่าว เนทันยาฮูได้สรุปความสำเร็จสำคัญของอิสราเอล โดยเฉพาะการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน เช่น การสังหารผู้นำระดับสูง การทำลายโรงงานนิวเคลียร์ และคลังขีปนาวุธข้ามทวีป เขายังขู่ว่าคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านต้องถูกกำจัด ไม่ว่าจะด้วยข้อตกลง外交หรือ “วิธีอื่น”

“อิหร่านกำลังอ้อนวอนขอหยุดยิง” เนทันยาฮูกล่าว “ระบอบแห่งความหวาดกลัวนี้เริ่มอ่อนแอ พวกเขาต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด” คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความมั่นใจของผู้นำอิสราเอล ท่ามกลางข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ปากีสถาน ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ผลสำรวจเผยชาวอิสราเอลไม่เชื่อว่าชนะสงคราม

อย่างไรก็ตาม แม้เนทันยาฮูจะอวดอ้างชัยชนะ แต่ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนพบว่า ชาวอิสราเอลส่วนใหญ่ (กว่า 60%) ไม่เชื่อว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ เป็นฝ่ายชนะสงครามกับอิหร่าน สาเหตุหลักมาจากความสูญเสียทางชีวิตและเศรษฐกิจที่หนักหน่วง สงครามครั้งนี้เริ่มต้นจากความตึงเครียดเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และขยายวงไปยังกลุ่มพันธมิตรอย่างฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังประกาศอนุมัติการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนที่กรุงวอชิงตันสัปดาห์หน้า โดยยืนกรานว่าข้อตกลงต้องรวมการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์อย่างสมบูรณ์ และต้องเป็น “สันติภาพที่ยั่งยืนหลายชั่วอายุคน”

บริบทความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านยืดเยื้อมาเกือบทศวรรษ โดยอิสราเอลมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามหลักจากโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย สงครามล่าสุดลุกลามหลังจากอิหร่านโจมตีฐานทัพอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับพันและทำลายโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก

  • ความสำเร็จของอิสราเอล: สังหารนายพลอิหร่าน 5 คน
  • ทำลายนิวเคลียร์: โจมตีโรงงานนาตันซ์และฟอร์โดว์
  • ขีปนาวุธ: ทำลายคลังกว่า 70% ของอิหร่าน
  • ผลกระทบเศรษฐกิจ: น้ำมันโลกพุ่งสูง ส่งผลต่อราคาพลังงานทั่วโลก

การเจรจาที่ปากีสถานถือเป็นความหวังใหม่ โดยมีจีนและรัสเซียเป็นตัวกลาง แต่เนทันยาฮูย้ำว่าอิสราเอลจะไม่ยอมให้อิหร่านฟื้นตัว

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าหากเจรจาล้มเหลว สงครามอาจลุกลามสู่ระดับภูมิภาคเต็มรูปแบบ สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีไบเดน กดดันให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเพื่อป้องกันวิกฤตมนุษยธรรม

ในมุมมองของผู้เขียน สุนทรพจน์ของเนทันยาฮูเป็นกลยุทธ์เพื่อเสริมขวัญกำลังใจประชาชน แต่ความจริงแล้ว ภารกิจต้านอิหร่านยังห่างไกลจากจุดจบ การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญ หากประสบความสำเร็จ อาจนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาคได้ ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – เนทันยาฮูชี้ ภารกิจต้านอิหร่านยังไม่จบ แม้กำลังมีการเจรจาในปากีสถาน

นายกฯ เลบานอน เลื่อนเยือนสหรัฐฯ หลังอิสราเอลถล่มต่อเนื่อง

นายกฯ เลบานอน เลื่อนเยือนสหรัฐฯ หลังอิสราเอลถล่มต่อเนื่อง สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด เมื่อนายกรัฐมนตรีของเลบานอน นาวาฟ ซาลาม ประกาศเลื่อนการเดินทางไปกรุงวอชิงตันและสหประชาชาติออกไป เพื่อโฟกัสดูแลประเทศที่กำลังเผชิญการโจมตีจากอิสราเอลอย่างไม่หยุดยั้ง

นายกฯ เลบานอน เลื่อนเยือนสหรัฐฯ หลังอิสราเอลถล่มต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 นายนาวาฟ ซาลาม นายกรัฐมนตรีเลบานอน ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า “เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ภายในประเทศที่กำลังดำเนินอยู่… ข้าพเจ้าได้ตัดสินใจเลื่อนการเดินทางไปยังสหประชาชาติและสหรัฐอเมริกาออกไป… เพื่อที่จะสามารถดูแลการทำงานของรัฐบาลที่นี่ในกรุงเบรุตได้” การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสโจมตีทางอากาศจากอิสราเอลที่ไม่ลดละ

สาเหตุหลักของการเลื่อนกำหนดการ

เดิมที นายซาลามมีแผนจะบินตรงไปวอชิงตันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากอิสราเอลส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจาโดยตรงกับเลบานอน แต่สถานการณ์พลิกผันเมื่ออิสราเอลเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตี โดยเฉพาะพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ทำให้รัฐบาลเลบานอนต้องยกเลิกแผนทั้งหมด แหล่งข่าวจากรัฐบาลเลบานอนยืนยันกับ CNN ว่าการเลื่อนนี้จำเป็นเพื่อความมั่นคงของชาติ

นอกจากนี้ ข้อตกลงหยุดยิงระยะ 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงมีผล แต่เลบานอนถูกยกเว้นออกจากข้อตกลงนี้ตามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลระบุ ขณะที่อิหร่านและปากีสถานยืนกรานว่าข้อตกลงครอบคลุมเลบานอนด้วย สร้างความขัดแย้งในแง่การตีความ

ผลกระทบต่อสถานการณ์ภูมิภาค

การโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ครั้งนี้รุนแรงขึ้นหลังจากความขัดแย้งกับฮามาสในกาซา การเลื่อนเยือนสหรัฐฯ ของนายกฯ เลบานอน อาจส่งผลให้การเจรจาสันติภาพล่าช้า โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยหลัก

  • เพิ่มความตึงเครียดชายแดนเลบานอน-อิสราเอล
  • กระทบเศรษฐกิจเลบานอนที่ย่ำแย่อยู่แล้ว
  • อาจนำไปสู่การแทรกแซงจากอิหร่านมากขึ้น
  • สหรัฐฯ ต้องปรับยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากไม่หยุดยิง การขยายวงสงครามอาจเกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกและเสถียรภาพภูมิภาค

มุมมองอนาคตและความหวัง

แม้สถานการณ์จะเลวร้าย แต่การเลื่อนนี้แสดงถึงความรับผิดชอบของผู้นำเลบานอนในการปกป้องประชาชน นายซาลามอาจใช้เวลานี้เจรจากับชาติอาหรับเพื่อหาทางออก สหรัฐฯ เองก็อาจกดดันอิสราเอลให้ลดความรุนแรง หากต้องการสันติภาพที่ยั่งยืน

ในฐานะนักติดตามข่าวต่างประเทศ สถานการณ์แบบนี้เตือนใจว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซับซ้อนเกินกว่าที่คิด การเลื่อนเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง หากทุกฝ่ายหันมาเจรจา

ติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – นายกฯ เลบานอน เลื่อนเยือนสหรัฐฯ หลังอิสราเอลถล่มต่อเนื่อง

เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้

เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้ เพื่อหาทางออกหยุดยิงในสงครามที่กำลังรุนแรงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมเข้าประชุมที่กรุงวอชิงตัน

เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้

รัฐบาลเลบานอนประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะเข้าร่วมการเจรจาระหว่างเลบานอนกับอิสราเอลที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาในวันอังคารนี้ โดยมีประธานาธิบดีโจเซฟ อูน เป็นผู้แถลง ซึ่งการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การหยุดยิงท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ อิสราเอลยืนยันชัดเจนว่าจะเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเท่านั้น ไม่ยอมนั่งโต๊ะกับฮิซบอลเลาะห์ที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ประเด็นสำคัญในการเจรจาครั้งนี้

การหารือเลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้ จะครอบคลุมหัวข้อสำคัญหลายประการ เพื่อลดความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • การประกาศหยุดยิงทันที เพื่อหยุดการโจมตีทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน
  • กำหนดกรอบเวลาการเจรจาระหว่างสองประเทศ ให้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
  • ดำเนินการภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญ

ก่อนหน้านี้ มีการโทรศัพท์หารือเบื้องต้นระหว่างเอกอัครราชทูตเลบานอนและอิสราเอลประจำสหรัฐฯ รวมถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเลบานอน รัฐบาลเบรุตย้ำว่าต้องการหยุดยิงก่อนจึงจะเจรจาต่อได้ ประธานาธิบดีอูนแสดงความพร้อมสำหรับการเจรจาโดยตรงหลายรอบ นับตั้งแต่ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดใส่อิสราเอลเมื่อ 2 มีนาคม เพื่อสนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยปฏิบัติการใหญ่

เยเคียล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ กล่าวว่า อิสราเอลยินดีเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเพื่อสันติภาพ แต่ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงที่จะคุยกับฮิซบอลเลาะห์ที่ยังคงโจมตีต่อเนื่องและเป็นอุปสรรคหลัก ทางด้านนาอิม กอเซม ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ วิจารณ์รัฐบาลเลบานอนว่าอ่อนข้อเกินไป และยืนยันจะต่อต้านจนสุดชีวิต โดยเรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังจากเลบานอน

สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ล่าสุด

ความสูญเสียในเลบานอนพุ่งสูง โดยทางการรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 1,950 รายจากการสู้รบหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะการโจมตีครั้งใหญ่ของอิสราเอลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 357 ราย ขณะที่กองทัพอิสราเอลอ้างว่าสังหารนักรบฮิซบอลเลาะห์กว่า 180 รายในวันเดียว ทำลายฐานที่มั่นกว่า 4,300 แห่ง และรวมแล้วกว่า 1,400 รายตั้งแต่สงครามปะทุ

แหล่งข่าวการทูตตะวันตกเผยว่าสหรัฐฯ กดดันอิสราเอลอย่างหนักให้เข้าสู่การเจรจา และป้องกันไม่ให้โจมตีกรุงเบรุตอีกหลังเหตุ “วันพุธมืด” (Black Wednesday) โดยสนามบินนานาชาติและโรงพยาบาลสำคัญได้รับการรับประกันว่าจะไม่ถูกโจมตี สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของนานาชาติในการคลี่คลายวิกฤต

背景ของความขัดแย้งนี้ย้อนไปถึงการสนับสนุนของฮิซบอลเลาะห์ต่อปาเลสไตน์และอิหร่าน ทำให้อิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามหลัก การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นความหวังสำคัญในการลดความตึงเครียด หากสำเร็จอาจนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพระยะยาว

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจาเลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้ เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะการตัดขาดอิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธ หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศ ลองคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด

ที่มา – เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้

เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน

การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังจะเริ่มขึ้นในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียดมานาน เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน จะช่วยให้เราเข้าใจอุปสรรคที่อาจทำให้ข้อตกลงล้มเหลวได้ วันที่ 10 เมษายน 2569 คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี และฝั่งอิหร่านโดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน จะนั่งโต๊ะเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมากกว่าหนึ่งเดือน ท่ามกลางความหวังของนานาชาติ แต่เบื้องหลังยังเต็มไปด้วยประเด็นขัดแย้งรุนแรง

แม้ปากีสถานจะเป็นกลางในการเป็นเจ้าภาพ แต่ เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน ชี้ให้เห็นว่าการบรรลุข้อตกลงไม่ใช่เรื่องง่าย นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าประเด็นเหล่านี้เป็น ‘ระเบิดเวลาที่พร้อมนับถอยหลัง’ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง การเจรจาครั้งนี้อาจกลายเป็นแค่พิธีรูปแบบอีกครั้ง

เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน

มาดูรายละเอียดของ 5 ปมร้อนที่เป็นหัวใจของการเจรจาครั้งนี้กันครับ แต่ละประเด็นล้วนซับซ้อนและมีรากเหง้าทางการเมือง-ความมั่นคงมานาน

สถานการณ์เลบานอน: ฮิซบอลเลาะห์ยังเป็นเงามืด

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงเดือดดาล ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเกียน เตือนว่าถ้าการโจมตียังไม่หยุด การเจรจาจะไร้สาระ ขณะที่นายกฯ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ยืนกรานไม่มีข้อตกลงหยุดยิงกับฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ทำให้สหรัฐฯ กดดันให้อิหร่านตัดเส้นทางสนับสนุน หากไม่ทำ ปมนี้จะบล็อกทุกอย่าง

ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลก

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาอิหร่านขัดขวางการเดินเรือ แม้จะมีข้อตกลงแล้วแต่เรือผ่านน้อยมาก มีรายงานค่าผ่านทางลับ อิหร่านมองว่านี่เป็นน่านน้ำอธิปไตย 100% และพยายามออกกฎใหม่ สหรัฐฯ ต้องการการรับประกันอิสระในการเดินเรือ มิเช่นนั้นราคาน้ำมันโลกจะพุ่ง

โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน: สิทธิหรือภัยคุกคาม?

ประเด็นนิวเคลียร์เป็นหัวใจมานาน สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านหยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินระดับพลเรือน แต่ Tehran ยืนยันสิทธิภายใต้ NPT (สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์) เพื่อวัตถุประสงค์สันติภาพ การเจรจาครั้งก่อนล้มเหลวเพราะเรื่องนี้ หากไม่ตกลงได้ อนาคตจะยิ่งมืดมน

เครือข่ายพันธมิตรอิหร่าน: ฮูตี ฮามาส และอื่นๆ

อิหร่านมี ‘แกนต้านทาน’ อย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮูตีในเยเมน และฮามาสในกาซา อิสราเอลมองเป็นภัยตรง สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านถอนการสนับสนุน แต่ผู้นำอิหร่านยังไม่ยอมลดบทบาท ทำให้เป็นปมใหญ่ที่เชื่อมโยงทุกความขัดแย้งในภูมิภาค

เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน: การยกเลิกคว่ำบาตร

อิหร่านเรียกร้องยกเลิก санкции ทั้งหมด และปลดล็อกสินทรัพย์ 120,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกแช่แข็ง สหรัฐฯ ยังลังเล กลัวว่าจะนำไปสนับสนุน terrorism นี่คือจุดแลกเปลี่ยนหลัก หากตกลงได้ ทุกอย่างจะคลี่คลาย

นอกจาก 5 ปมนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกอย่างบทบาทของจีน รัสเซีย และปากีสถานที่เป็นเจ้าภาพ รองประธานฯ แวนซ์ ระบุว่าพร้อมเจรจาแต่ต้องจริงใจ ไม่เล่นเกม สถานการณ์ปัจจุบัน สงครามยืดเยื้อทำให้ทั้งสองฝ่ายเหนื่อยล้า เปิดโอกาสให้ compromise

  • ประเด็นเลบานอน: ต้องหยุดยิงก่อน
  • ฮอร์มุซ: รับประกันเสรีภาพเดินเรือ
  • นิวเคลียร์: ตรวจสอบ IAEA เข้มงวด
  • พันธมิตร: ลดการสนับสนุน proxy
  • คว่ำบาตร: ยกเลิกแบบมีเงื่อนไข

ในมุมมองผู้เขียน เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน จะสำเร็จได้หากทั้งคู่ยอมถอยคนละก้าว โดยเฉพาะนิวเคลียร์และคว่ำบาตร ซึ่งเป็น win-win ลองติดตามกันต่อไป คุณคิดว่าปมไหนจะแก้ยากสุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในกรุงอิสลามาบัด แากีสถาน

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ

ในวันที่ 10 เมษายน 2569 สำนักข่าว CNN รายงานข่าวสำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง นั่นคือ เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ โดยนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกเดินทางจากกรุงวอชิงตัน ดีซี ตรงไปยังกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเจรจาระดับสูง ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อยุติความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลางระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ

การเดินทางครั้งนี้ของ เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง แวนซ์ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนออกเดินทางว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจาด้วยความจริงใจ หากอิหร่านแสดงท่าทีที่ชัดเจนและไม่เล่นเกมหลอกลวง เขาเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า “อย่าเล่นเกม” หากอิหร่านพยายามยื้อเวลา หรือหลีกเลี่ยงข้อตกลง สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับและพร้อมใช้นโยบายที่แข็งกร้าวต่อไป

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ เตือนอิหร่านอย่าเล่นเกม

ก่อนขึ้นเครื่องบิน นายแวนซ์ย้ำจุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์ที่กำหนดกรอบการเจรจาไว้อย่างชัดเจน แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่เชื่อว่าการหารือครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นบวก โดยปากีสถานถูกเลือกเป็นสถานที่เจรจาเพราะบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียใต้และความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งสองฝ่าย สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก น้ำมันพุ่งสูง และความมั่นคงอาหาร ทำให้ทุกฝ่ายต้องการทางออก

บริบทของการเจรจานี้มาจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน โดยสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรหลักของอิสราเอล ได้สนับสนุนการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มตัวแทนอิหร่านในหลายประเทศ การเลือกปากีสถานเป็นเวที ยังสะท้อนถึงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ในการดึงประเทศมุสลิมที่มีอิทธิพลเข้ามาเป็นตัวกลาง เพื่อลดอคติและเพิ่มโอกาสสำเร็จ

ความสำคัญของการเจรจาครั้งนี้

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ ไม่เพียงนำทีมเจรจาเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนนโยบาย “America First” ที่ทรัมป์ยึดถือ โดยเน้นการยุติสงครามเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางทหารของสหรัฐฯ และป้องกันการขยายวง ถ้าการเจรจาสำเร็จ จะช่วยลดราคาน้ำมันโลก สร้างเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซีย และเปิดโอกาสทางการค้าสำหรับประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า

  • จุดเด่นของคณะเจรจาสหรัฐฯ: นำโดยแวนซ์ที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายและการเมือง
  • ข้อเรียกร้องหลัก: อิหร่านหยุดสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
  • บทบาทปากีสถาน: เป็นกลางและมีกองทัพที่แข็งแกร่ง
  • ความเสี่ยง: หากล้มเหลว อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงขึ้น
  • ผลกระทบต่อไทย: ลดราคาพลังงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเตือน “อย่าเล่นเกม” ของแวนซ์ เป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ มีข้อมูลข่าวกรองที่ชี้ว่าอิหร่านอาจเจรจาแบบสองหน้า ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประสบความสำเร็จในการเจรจากับเกาหลีเหนือมาแล้ว ทำให้ครั้งนี้มีความหวังสูง

การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการยุติสงคราม แต่เป็นการกำหนดอนาคตภูมิภาค หากอิหร่านตอบสนองเชิงบวก โลกจะได้เห็นสันติภาพที่ยั่งยืน แต่ถ้าปฏิเสธ สหรัฐฯ พร้อมมาตรการทางเศรษฐกิจและทหาร

ในมุมมองของผู้เขียน การเดินทางของ เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอเมริกาในการนำสันติภาพสู่โลก คาดว่าผลจะออกมาภายในสัปดาห์หน้า ติดตามอัปเดตข่าวสารต่างประเทศได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “เจดี แวนซ์” รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ เตือนอิหร่านอย่า “เล่นเกม”

Scroll to top