เชียงใหม่

เร่งคลี่คลายคดีสาวเสิร์ฟวัย 22 ดับปริศนา ตร.พบผู้ต้องสงสัย 3 ราย

คืบหน้าสุดน่าติดตามใน เร่งคลี่คลายคดีสาวเสิร์ฟวัย 22 ดับปริศนาในห้องพัก ตร.พบผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งรัดหาพยานหลักฐานเพื่อคลี่คลายคดีฆาตกรรมปริศนาครั้งนี้ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและชุมชนท้องถิ่น

เร่งคลี่คลายคดีสาวเสิร์ฟวัย 22 ดับปริศนาในห้องพัก ตร.พบผู้ต้องสงสัย 3 ราย

เหตุการณ์สุดเศร้าคือการพบศพหญิงสาวชื่อ แพรว วัย 22 ปี พนักงานเสิร์ฟร้านอาหารชื่อดังในพื้นที่ เสียชีวิตในห้องพักเช่าหมู่ 10 ต.น้ำแพร่ อ.หางดง โดยศพนอนสวมชุดนอนสีฟ้าบนเตียง กางเกงถูกร่นลงมาถึงใต้หัวเข่า ข้างศพพบสายไฟเครื่องหนีบผมขาดครึ่ง และโทรศัพท์มือถือหายไป 2 เครื่อง สภาพศพเริ่มเน่าเปื่อย คาดเสียชีวิตมาแล้ว 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 6-7 มี.ค. 2569

เจ้าหน้าที่ พ.ต.อ.จักรียุทธ โชติวชิระพงศ์ ผู้กำกับการ สภ.หางดง นำทีมชุดสืบสวนและพิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ รุดตรวจสอบทันที พบหลักฐานสำคัญคือ หมวกและกระเป๋าสะพายของผู้ตายถูกยัดในถุงขยะทิ้งริมถนนหน้าบ้าน สะท้อนถึงความพยายามปกปิดร่องรอยของผู้ก่อเหตุ

พยานหลักฐานและคำให้การสำคัญ

น.ส.ราตรี สุรินทร์ นายจ้างผู้ตาย เล่าว่า แพรวทำงานเสิร์ฟมาหลายเดือน วันที่ 5 มี.ค. ทักไลน์มาว่ามาทำงานสาย และปิดร้านก่อนเที่ยงคืน วันที่ 6 ไม่มา ก็โทรหาแต่ติดต่อไม่ได้ จนวันที่ 7 ชวนหลานมาตามหา พบประตูเปิด ตะโกนเรียกไม่มีเสียง หลานขึ้นไปดูเจอเท้าจากห้องนอน รีบแจ้งตำรวจทันที

นายจ้างยังเผยว่า แพรวเคยบ่นกับเพื่อนเรื่องชายชื่อ “เจ” หรือ “เจม” อดีตคนรักที่มาตามรังควานบ่อยๆ แม้ที่ร้านจะมีคนจีบเพราะหน้าตาดี แต่เธอไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัว ลูกพี่ลูกน้องยืนยันว่า แพรวย้ายมาอยู่คนเดียวหลังทะเลาะรุ่นพี่ที่ทำงานเก่า และมีแฟนใหม่ช่วงหลัง

ครอบครัวสุดอาลัยรอความยุติธรรม

พ่อแม่ผู้ตาย นายต๊ะ (43) และนางอาญานิด (41) เดินทางจาก ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง ใช้เวลา 3 ชั่วโมง พ่อบอกลูกสาวเป็นคนดี ส่งเงินให้พ่อแม่ตลอด เรียกร้องให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้เร็ว พฤติกรรมโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ แม่ร้องไห้หนักจนญาติห่วงอาการช็อก

  • หลักฐานสำคัญ: สายไฟขาด, มือถือหาย, กระเป๋าทิ้งขยะ
  • ผู้ต้องสงสัย: 2-3 ราย รวมอดีตคนรัก?
  • ผลชันสูตร: รอแผนกนิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่

ชุดสืบสวน สภ.หางดง และตำรวจภูธรเชียงใหม่ เร่งสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง พบผู้ต้องสงสัย 3 รายแล้ว รอผลชันสูตรละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุ คดีนี้สะท้อนปัญหาความปลอดภัยในที่พักหอพักและการรังควานจากอดีตแฟน

ติดตามความคืบหน้าคดีนี้ได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ และช่วยแชร์เพื่อให้พลังโซเชียลช่วยกดดันคนร้ายมอบตัว

ที่มา – เร่งคลี่คลายคดีสาวเสิร์ฟวัย 22 ดับปริศนาในห้องพัก ตร.พบผู้ต้องสงสัย 3 ราย

สองหนุ่มรุมกระทืบไรเดอร์สลบกลางถนน มอบตัวแล้ว

เหตุการณ์สองหนุ่มรุมกระทืบไรเดอร์สลบกลางถนนที่เชียงใหม่กลายเป็นข่าวใหญ่ สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ที่ขับขี่ส่งอาหารเสี่ยงภัยทุกวัน ล่าสุดผู้ต้องหาทั้งสองเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว และผลตรวจปัสสาวะยังพบสารเสพติดอีกด้วย วันนี้เราจะมาสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจบริบทและบทเรียนที่ได้

สองหนุ่มรุมกระทืบไรเดอร์สลบกลางถนน เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2567 เวลาประมาณ 13.30 น. นายเศรษฐศาสตร์ อายุ 30 ปี และนายวัลลภ อายุ 38 ปี พร้อมทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ หลังจากก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายนายวีรยุทธ อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร เหตุเกิดบริเวณข้างถนนแยกแม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้า

จากคลิปที่ครูมวยพลเมืองดีถ่ายไว้และโพสต์ลงโซเชียล ภาพไรเดอร์นอนสลบกลางถนนกลายเป็นไวรัล สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก จนผู้ต้องหาทั้งคู่ทนแรงกดดันไม่ไหว รีบมามอบตัวทันที

คำให้การของผู้ต้องหา

นายวัลลภ ผู้ต้องหาอีกคน เล่าว่า ตนขี่รถจักรยานยนต์มากับน้องชายจากในเมือง หลังข้ามไฟแดง รถสองคันมาพร้อมกัน แล้วไรเดอร์ขี่แทรกมาเบียดจนเกือบทำให้รถตนล้ม ต่อมาใกล้หน้าห้าง ไรเดอร์ชนท้ายรถตน น้องชายลงไปต่อยก่อน ตนพยายามห้ามแต่โมโหตาม ต่อยไป 1 ที ยอมรับว่าคลิปจริง และขอโทษไรเดอร์ที่ทำด้วยความโมโห

หลังสอบสวน ตำรวจนำตรวจปัสสาวะทั้งคู่ เบื้องต้นพบสารเสพติด นอกจากนี้ยังขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ถูกเปรียบเทียบปรับด้วย

ปฏิกิริยาจากกลุ่มไรเดอร์เชียงใหม่

กลุ่มไรเดอร์จำนวนมากยกขบวนมารอหน้าสภ. เพื่อติดตามคดีและสอบถามเหตุผล หนึ่งในนั้นบอกว่า “ทำไมต้องรุนแรงขนาดนี้ ไม่สมควรสลบกลางถนน อยากให้ยุติธรรมตามกฎหมาย” พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับการ สภ.เมืองเชียงใหม่ ยืนยันดำเนินคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้รับบาดเจ็บ และคดียาเสพติด ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย กลุ่มไรเดอร์พอใจและแยกย้าย

  • ข้อหาหลัก: ร่วมกันทำร้ายร่างกาย
  • เพิ่มเติม: ใช้สารเสพติด, ขับรถไม่มีป้ายทะเบียน
  • อาการไรเดอร์: พักฟื้น รอตรวจละเอียดวันจันทร์ เพื่อยืนยันบาดเจ็บสาหัสหรือไม่

เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการขับขี่อันตรายบนท้องถนน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่รถเยอะ รถส่งอาหารเพิ่มขึ้น สร้างความเสี่ยงให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้ใช้บริการและไรเดอร์ที่ต้องรีบส่งของเพื่อกินเงินเดือน

บทเรียนสำคัญคือ อย่าใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา แม้รถเบียดหรือชนเล็กน้อย ควรรายงานตำรวจหรือประกันภัยแทน นอกจากนี้ การใช้สารเสพติดขณะขับขี่อันตรายยิ่งนัก อาจนำพาความสูญเสียใหญ่หลวง

สำหรับไรเดอร์เพื่อนๆ ควรขับขี่ระวังตัวมากขึ้น สวมหมวกกันน็อค ใช้แอปแจ้งเหตุฉุกเฉิน และรวมกลุ่มปกป้องสิทธิ์ สังคมควรตระหนักให้ความเคารพอาชีพนี้ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในยุคโควิด

ติดตามข่าวอาชญากรรมและเคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา สนับสนุนด้วยการแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจทุกคนนะคะ!

ที่มา – สองหนุ่มรุมกระทืบ “ไรเดอร์” สลบกลางถนน เข้ามอบตัวแล้ว ตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติด

เชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงปั๊ม

วันนี้เรามาพูดถึงสถานการณ์ร้อนๆ ในภาคเหนือกันบ้างนะครับ เชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงปั๊ม เริ่มขยายวงกว้าง แล้ว ส่งผลกระทบให้ชาวเชียงใหม่หลายคนต้องลำบากใจในการหาน้ำมันเติมรถ เกิดจากอะไรกันแน่ และจะแก้ไขยังไง ไปดูกันเลย!

เชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงปั๊ม เริ่มขยายวงกว้าง

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดตั้งแต่เช้าวันที่ 4 มีนาคม 2569 หลังจากข่าววิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้คนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ ตื่นตระหนกกันใหญ่ แห่ไปปั๊มน้ำมันเติมกันเต็มถัง บางคนกักตุนใส่ถังแกลลอนด้วยซ้ำ ส่งผลให้ น้ำมันดีเซล และ แก๊สโซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงตามปั๊มหลายแห่ง เช่น ปั๊ม ปตท. ใกล้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ประชาชนและนักศึกษาแห่กันมารอคิวล้นหลาม

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่าปั๊มหลายแห่งต้องติดป้าย “ขออภัยในความไม่สะดวก งดการเติมน้ำมันใส่ถังแกลลอน หรือภาชนะบรรจุ” เพื่อป้องกันการกักตุน และกระจายน้ำมันให้ทั่วถึง บางปั๊มน้ำมันยังไม่เข้าตามกำหนด เพราะรถส่งปกติวันละเที่ยว แต่คนมาเยอะเกินจนหมดก่อน

สาเหตุหลักของวิกฤตนี้

วิกฤตนี้ไม่ได้เกิดจากขาดแคลนจริงๆ แต่มาจากความตื่นตระหนกของประชาชน ผสมกับบริษัทน้ำมันขึ้นราคา ทำให้ทุกคนกลัวขาดแคลน รัฐบาลออกมาประกาศแล้วว่าไม่ต้องกังวล แต่คนยังแห่เติมอยู่ดี โดยเฉพาะรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เกษตรกร และธุรกิจที่ใช้น้ำมันดีเซลเยอะ

  • ข่าวสงครามตะวันออกกลาง: สหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลกระทบราคาน้ำมันโลก
  • การกักตุน: คนแห่เติมเต็มถังและซื้อใส่ถังเก็บ
  • รถส่งล่าช้า: ปกติส่งวันละเที่ยว แต่ demand พุ่ง
  • ราคาน้ำมันขึ้น: บี7 ดีเซลแพงขึ้น ลิตรละ 4-5 บาท บางคนเลยหันไปเติมพรีเมียมแทน

จากที่ลงพื้นที่ ปั๊มบางแห่งยังเปิดบริการได้ แต่คิวยาวเหยียด บางคนถึงคิวแล้วน้ำมันหมด ต้องรอรถส่งใหม่ คาดว่าจะกลับมา normal ในช่วงเย็น

ผลกระทบต่อชาวเชียงใหม่

ไม่ใช่แค่เติมรถยาก แต่ธุรกิจขนาดเล็กอย่างร้านอาหาร รถรับจ้าง เกษตรกร เริ่มเดือดร้อน ถ้าน้ำมันขาดนานกว่านี้ ราคาสินค้าอาจพุ่งตาม นักศึกษาที่แม่โจ้หลายคนเล่าว่าต้องเติมแก๊สโซฮอล์ 95 แพงๆ แทน 91 ที่หมดเกลี้ยง

เพื่อรับมือสถานการณ์นี้ เราแนะนำดังนี้:

  • เติมน้ำมันเฉพาะที่จำเป็น อย่ากักตุน
  • ฟังประกาศจากรัฐบาลและบริษัทน้ำมัน
  • ใช้รถสาธารณะหรือจักรยาน ถ้าไม่จำเป็นต้องขับ
  • ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ

สุดท้ายนี้ อย่าตื่นตระหนกเกินไปนะครับ สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดมาก่อนและคลี่คลายได้ ถ้าทุกคนช่วยกันประหยัดและไม่กักตุน เชียงใหม่จะผ่านพ้นไปได้ ลองแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดไลค์แชร์บทความนี้เพื่อแจ้งเตือนเพื่อนๆ กันด้วย!

ที่มา – เชียงใหม่ วิกฤตน้ำมันดีเซล-โซฮอล์ 91-95 หมดเกลี้ยงปั๊ม เริ่มขยายวงกว้าง

ปภ. ส่ง ฮ. เครื่อง KA-32 บินดับไฟป่าดอยเต่า หลังพบจุดความร้อน 28 จุด

ในช่วงฤดูแล้งที่ไฟป่าลุกลามหนักหน่วงทางภาคเหนือ ปภ. ส่ง ฮ. เครื่อง KA-32 บินดับไฟป่าดอยเต่า หลังพบจุดความร้อน 28 จุด ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด บ่ายวันนี้ (2 มี.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระดมเฮลิคอปเตอร์ KA-32 หรือที่รู้จักในชื่อ ฮ. ปภ.32-04 ออกบินสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากตรวจพบจุดความร้อนจำนวน 28 จุดในช่วงเช้า

ปภ. ส่ง ฮ. เครื่อง KA-32 บินดับไฟป่าดอยเต่า หลังพบจุดความร้อน 28 จุด

ภารกิจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาไฟป่าที่รุนแรงในภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพประชาชน เฮลิคอปเตอร์ KA-32 ได้ขึ้นบินจากกองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม เวลา 14.00 น. และเข้าปฏิบัติการโปรยน้ำดับไฟในตำบลมืดกา อำเภอดอยเต่า เวลา 14.50 น. โดยใช้น้ำจากทะเลสาบดอยเต่า (ท่าบ่อแร่) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติใกล้เคียง การดำเนินงานจะดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

รายละเอียดภารกิจดับไฟป่าและการบูรณาการ

การส่งเฮลิคอปเตอร์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการบินสนับสนุนป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และจังหวัดเชียงใหม่ เป้าหมายหลักคือลดการลุกลามของไฟป่า ป้องกันผลกระทบต่อชุมชน และลดปริมาณหมอกควันที่สะสมในอากาศ

  • จุดความร้อนที่พบ: 28 จุดในอำเภอดอยเต่า
  • เครื่องบินที่ใช้: เฮลิคอปเตอร์ KA-32 (ฮ. ปภ.32-04)
  • ฐานบิน: กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม
  • พื้นที่ปฏิบัติ: ตำบลมืดกา อำเภอดอยเต่า
  • แหล่งน้ำ: ทะเลสาบดอยเต่า

ไฟป่าในพื้นที่ดอยเต่าเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม การจุดไฟเพื่อล่าสัตว์ และสภาพอากาศแห้งแล้งที่เอื้อต่อการลุกลาม ปัญหานี้ไม่เพียงทำลายป่าไม้ แต่ยังก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน ส่งผลให้ค่าฝุ่นในภาคเหนือพุ่งสูงในช่วงนี้

นอกจากนี้ ปภ. ยังได้ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น จัดกำลังพลภาคพื้นดินเข้าควบคุมไฟควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การดับไฟมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์

การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อนช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสียหายจากไฟป่าได้มาก ในปีที่ผ่านมา ภาคเหนือเผชิญไฟป่ากว่า 10,000 จุด สร้างความเสียหายหลายพันล้านบาท ดังนั้นมาตรการทางอากาศอย่าง ปภ. ส่ง ฮ. เครื่อง KA-32 บินดับไฟป่าดอยเต่า หลังพบจุดความร้อน 28 จุด จึงมีความสำคัญยิ่ง

ประชาชนในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงการจุดไฟในป่า ช่วยกันเฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสจุดความร้อนทันที หากต้องการติดตามสถานการณ์ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือแอปพลิเคชันตรวจวัดคุณภาพอากาศ

สุดท้ายนี้ การร่วมมือกันทุกภาคส่วนจะช่วยลดปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้อย่างยั่งยืน มาเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องป่าไม้ของเราวันนี้!

ที่มา – ปภ. ส่ง ฮ. เครื่อง KA-32 บินดับไฟป่าดอยเต่า หลังพบจุดความร้อน 28 จุด

“อนุทิน-จ๋า” ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่ เพื่อสิริมงคล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเชียงใหม่และคนไทยทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เรื่องของ “อนุทิน-จ๋า” ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่ เพื่อความสิริมงคล นี่แหละครับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยภริยาสุดสวย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า “จ๋า” ได้เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเชียงใหม่อย่างยิ่งใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นการเติมพลังใจก่อนลุยงานหนักเลยทีเดียว

อนุทิน-จ๋า ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่

ตามที่เพจเฟซบุ๊กของวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารได้โพสต์ภาพและรายละเอียด เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 (หรือ 2569 ตามข่าวนะครับ แต่เชื่อว่าเป็นปีนี้แหละ) เวลา 17.00 น. พอดี นายกฯ อนุทินและจ๋า ได้ขึ้นดอยสุเทพมาถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตรงนั้นเอง พวกท่านได้กราบสักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำดอยที่สำคัญมากๆ ของล้านนา ใครมาสุเทพต้องไหว้เป็นอันดับแรก!

ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ยังเข้ากราบนมัสการพระธรรมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารอีกด้วย สอบถามอาการอาพาธของหลวงพ่อด้วยนะ หลวงพ่อบอกว่าหายดีแล้ว สบายใจแทนเลยครับ เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกอบอุ่นใจ ผู้นำบ้านเมืองยังคงให้ความเคารพพระสงฆ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ

อนุทิน-จ๋า ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่ ต่อด้วยพระพุทธสิหิงค์

หลังจากนั้น นายกฯ และจ๋าก็ไม่หยุดแค่นั้น เดินทางต่อไปยังวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ใจกลางเมืองเชียงใหม่ เพื่อกราบสักการะพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และกราบนมัสการพระเทพสิงหวราจารย์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร การไหว้แบบนี้เพื่อความสิริมงคล ชาวเชียงใหม่เชื่อว่าพระธาตุดอยสุเทพและพระสิหิงค์ จะคุ้มครองให้ชีวิตราบรื่น ปราศจากอุปสรรค

อนุทิน-จ๋า ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่
อนุทิน-จ๋า ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่
อนุทิน-จ๋า ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่
อนุทิน-จ๋า ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่

วัดพระธาตุดอยสุเทพนี่เป็นแลนด์มาร์คที่ใครๆ ก็ต้องมาเช็คอินครับ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพญากือนาธรรมิกราช พุทธศตวรรษที่ 19 พระบรมธาตุบรรจุพระเกศาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เล่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ขอพรเรื่องอะไรก็สมหวัง ส่วนวัดพระสิงห์ก็เก่าแก่สร้างสมัยพญามังราย มีพระพุทธสิหิงค์ชิ้นส่วนจากกรุงศรีอยุธยา มาถึงเชียงใหม่เมื่อ พ.ศ. 1890 ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญยิ่ง

ทำไมการ “อนุทิน-จ๋า ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่” ถึงน่าจับตามอง? เพราะมันสะท้อนวัฒนธรรมล้านนาที่ผสมผสานความศรัทธาเข้ากับชีวิตประจำวัน แม้แต่ผู้นำระดับนายกฯ ก็ยังหาเวลาไปขอพร แสดงให้เห็นถึงรากเหง้าพุทธศาสนาไทยที่ยังแข็งแกร่ง

สถานที่ไหว้พระสำคัญในเชียงใหม่ที่ควรไปตามรอย

  • วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร: ไหว้พระธาตุ ขอพรความสิริมงคล วิวเมืองสวยงามยามพระอาทิตย์ตก
  • วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร: กราบพระพุทธสิหิงค์ และชมสถาปัตยกรรมล้านนาแท้ๆ
  • วัดเจดีย์หลวง: วัดเก่าแก่ใจกลางเมือง ไหว้พระขอพรเรื่องงานการ
  • ดอยอินทนนท์: ถ้ามีเวลา ลองไปพระธาตุทั้งสองที่ดอยสูงสุดในไทย

ถ้าจะไปไหว้ แนะนำแต่งตัวสุภาพ หลีกเลี่ยงวันหยุดสุดสัปดาห์เพราะคนเยอะ นำดอกไม้ ธูปเทียนไปถวาย ทำบุญตักบาตรตอนเช้าก็ดีนะครับ สร้างบุญกุศลให้ตัวเองและครอบครัว

ในมุมมองของผม การที่นายกฯ อนุทินเลือกไหว้พระแบบนี้ ก่อนเริ่มภารกิจสำคัญ มันเป็น insight ที่น่าสนใจมาก แสดงถึงความถ่อมตนและศรัทธาที่แท้จริง ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ การหยุดพักมาทำบุญสักครู่ ช่วยเติมพลังบวกให้ชีวิตได้จริงๆ นะครับ เพื่อนๆ ลองไปตามรอยดูสิ รับรองสิริมงคลแน่นอน! ถ้าคุณเคยไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพมาแล้ว แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ ไปด้วยกัน!

ที่มา – “อนุทิน-จ๋า” ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ และพระพุทธสิหิงค์ เชียงใหม่ เพื่อความสิริมงคล

เลขเด็ดเชียงใหม่ งวด 1/3/69 ขายดี

มาแล้วสำหรับคอหวยที่กำลังตามหาเลขเด็ดเชียงใหม่ งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569 หรือ 1/3/69 แม่ค้าหวยในย่านต่างๆ ของเชียงใหม่ไม่กั๊กเลยทีเดียว เลขดังขายดีแบบถล่มทลาย โดยเฉพาะเลขที่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่คนแห่ซื้อกันสนั่น บรรยากาศการซื้อขายลอตเตอรี่ในเชียงใหม่คึกคักมาก ตั้งแต่ตลาดสดยามเช้า ถนนมหิดล สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง ประตูเชียงใหม่ ประตูช้างเผือก สุสานหายยา ถนนเชียงใหม่-ลำพูน อำเภอสารภี และแผงใหญ่ในอำเภอสันกำแพง ประชาชนออกมาจับจ่ายเลขเด็ดกันอย่างคึกคัก

เลขเด็ดเชียงใหม่ จากแม่ค้าหวยย่านดัง

ราคาลอตเตอรี่ใบละ 90-100 บาท ชุด 2 ใบ 200 บาท ชุด 3 ใบ 400 บาท ชุด 5 ใบ 650-700 บาท โดยนางสาวพรรณี ลู่ปู่เงิน แม่ค้าหวยย่านถนนเชียงใหม่-ลำพูน อ.สารภี เผยว่า เลขเด็ดเชียงใหม่ ที่ขายดีสุดคือเลขเกี่ยวกับนายกฯ คนที่ 33 นายอนุทิน ชาญวีรกูล เกิด 13 กันยายน 2509 อายุ 59-60 ปี เลขพรรคภูมิใจไทย 37 ยังคงมาแรงเหมือนเดิม นอกจากนี้เลขปฏิทินจีนก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน เช่น 738, 386, 73, 38, 86

ยังมีเลขเด็ดจากกิ่งต้นยางนาร่วงใส่สาววัย 26 ปี ทะเบียนรถ 3 กธ 2058 ทำให้เลข 20, 58, 26 กลายเป็นที่สนใจ สำหรับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา “มาฆบูชา” วันที่ 3 มีนาคม 2569 ขึ้น 15 ค่ำ เลขที่คอหวยไม่พลาดคือ 03, 33, 00, 15 ส่วนเลขเชื้อพระวงศ์ก็ยังขายดี 09, 50, 72, 10, 28, 58, 85, 24, 65, 311, 258, 904

เลขเด็ดเชียงใหม่ จากโหรดวงดาวภาคเหนือ

นางสาวพลอยไพรินทร์ เจ้าแม่คำนวณหวยจากโหรดวงดาว เปิดเผยว่า งวดนี้ออกวันอาทิตย์ 1 มีนาคม 2569 เลขคู่วันคือ 1, 0, 9, 5 เดือนมีนาคมมีวันมาฆบูชา จันทรุปราคาเต็มดวง วันพระจันทร์สีเลือด ระวังเลขเบิ้ล 11, 00, 99, 55

เลข 2 ตัวเด่น: 10, 59, 51, 95, 19, 90, 12, 18, 89, 96, 52, 36, 59, 91, 83, 28, 26
เลข 3 ตัว: 150, 159, 990, 550, 551, 599, 955, 126, 266, 966, 699, 299, 896, 189, 196, 256, 156, 822, 868, 588, 855, 911, 131, 033

  • 10 เลขเด่นขายดี: 28, 19, 09, 30, 79, 69, 59, 54, 50, 58
  • เลขดังเพิ่มเติม: 10, 33, 19, 59, 90, 45, 30, 79, 73, 98, 55
  • เลขเด่นสุด: 10, 90, 51, 50, 11, 00, 99, 55, 12, 68

คอหวยเชียงใหม่ต่างพากันตีความเลขเหล่านี้จากเหตุการณ์รอบตัว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และข่าวดัง ทำให้เลขเด็ดเชียงใหม่ งวดนี้ครบเครื่องทั้งเลขการเมือง เลขธรรมะ เลขดวงดาว หากคุณกำลังมองหาเลขไปลุ้นโชค ลองหยิบเลขเหล่านี้ไปเสี่ยงดวงดู อย่าลืมซื้ออย่างพอดีนะครับ ขอให้โชคดีถูกรางวัลใหญ่!

สำหรับคอหวยที่อยากอัพเดทเลขเด็ดทุกงวด สมัครรับข่าวสารจากบล็อกเราได้เลย เพื่อไม่พลาดข้อมูลดีๆ

ที่มา – มาแล้ว “เลขเด็ดเชียงใหม่” แม่ค้าหวยไม่กั๊ก “เลขดังขายดี” คนซื้อลุ้นโชค 1/3/69

รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่

พบ รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอจอมทองและแม่วาง ตื่นตระหนกกันไปทั้งหมู่บ้าน ล่าสุดกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าเผยภาพชัดเจนว่าเป็นเพียง “หมาใน” สัตว์นักล่าตามธรรมชาติ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ประมาท เตรียมมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้นเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน

รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ชาวบ้านเลี้ยงวัวที่บ้านห้วยแม่หอยใน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ แจ้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้พบรอยเท้าขนาดใหญ่คล้ายเสือในป่าห้วยแม่หอยใน ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอจอมทองและแม่วาง นายชาญชัย เปอะปันสุข เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบรอยเท้ากว้างประมาณ 7 เซนติเมตรเหยียบย่ำบนพื้นดินหลายรอย

ข่าวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว ไม่กล้าออกไปเลี้ยงวัวหรือหาของป่า สถานการณ์คล้ายกับเหตุปศุสัตว์ถูกทำร้ายก่อนหน้านี้ที่บ้านเมืองอาง ทำให้ทุกคนกังวลเรื่องเสือโคร่งที่อาจแฝงตัวอยู่ในป่า

กล้องดักถ่ายสัตว์ป่าเจออะไรบ้าง?

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายนายวรรณชัย รักมิตร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่บัญชาการพร้อมทีมงานหลากหลายหน่วยงาน รวมถึงสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว สัตวแพทย์ ทีมโดรน และฝ่ายปกครองอำเภอจอมทอง

ผลจากการตรวจสอบกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) พบเพียงภาพของ “หมาใน” ซึ่งเป็นสัตว์นักล่าขนาดกลางตามธรรมชาติ ไม่ใช่เสือโคร่งตามที่ชาวบ้านกังวล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังให้ความสำคัญกับคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้านที่ยืนยันว่าเคยเผชิญหน้ากับเสือโคร่งยาวกว่า 3 เมตรในระยะใกล้

  • ทีมโดรนตรวจพิกัดและร่องรอยอย่างละเอียด
  • ชุดลาดตระเวนจากอุทยานแห่งชาติแม่วางพบรอยเท้าเพิ่มในลำห้วยบ้านแม่แตง
  • ใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ขยายการตรวจสอบ

มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังจากเจ้าหน้าที่

เพื่อลดความตื่นตระหนกและป้องกันเหตุร้าย อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านนำปศุสัตว์กลับมากรังในคอกแข็งแรงมิดชิด พร้อมจัดชุดสายตรวจเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงทั่วเขตชุมชน นอกจากนี้ยังใช้โดรนตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) บินสแกนพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามตำแหน่งสัตว์นักล่า

การทำงานบูรณาการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานรัฐในการรักษาสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ โดยไม่ละเลยความปลอดภัยของประชาชน

  • เฝ้าระวังชายแดนป่าติดชุมชนตลอด 24 ชม.
  • แจ้งเตือนชาวบ้านหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
  • ตรวจสอบซากสัตว์ด้วยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ใช้เทคโนโลยีโดรนและกล้องดักถ่ายขยายผล

หมาในคือสัตว์ชนิดใด และอันตรายแค่ไหน?

“หมาใน” หรือ Dhole (Cuon alpinus) เป็นสุนัขป่าที่อาศัยอยู่ในป่าเขาทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกมันล่าเป็นฝูง มีความดุร้ายต่อเหยื่อขนาดเล็กถึงกลาง เช่น กวาง หมูป่า หรือปศุสัตว์ แต่ไม่ค่อยโจมตีมนุษย์โดยตรง แม้จะไม่ใช่เสือ แต่ก็เป็นนักล่าที่ต้องระวัง โดยเฉพาะในฤดูแล้งที่อาหารขาดแคลน

เหตุการณ์ รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่ สะท้อนปัญหาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากความแห้งแล้งและการบุกรุกป่า ชาวบ้านควรเพิ่มความระมัดระวัง เช่น ติดตั้งรั้วไฟฟ้า สร้างคอกเหล็ก และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบร่องรอยผิดปกติ

ในมุมมองของผู้เขียน สัตว์ป่าเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่สมดุล หากเรารักษาระยะห่างและสนับสนุนการอนุรักษ์ ป่าดอยอินทนนท์จะยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวและที่อยู่อาศัยของสัตว์หายากต่อไป คำแนะนำคือ อย่าตื่นตระหนกเกินไป แต่เตรียมพร้อมเสมอ หากคุณอาศัยใกล้ป่า ลองแบ่งปันประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามบล็อกของเราเพื่อข่าวอัปเดตสัตว์ป่าและการท่องเที่ยวเชียงใหม่เพิ่มเติม!

ที่มา – รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่ กล้องดักถ่ายสัตว์ เจอแต่ “หมาใน” นักล่า

ตร.ท่องเที่ยว รวบหนุ่มขายอาหารนกประตูท่าแพ ชูนิ้วจีน

เหตุการณ์สุดช็อกในย่านท่องเที่ยวชื่อดังของเชียงใหม่ เมื่อ ตร.ท่องเที่ยว รวบหนุ่มขายอาหารนกประตูท่าแพ หลังชูนิ้ว-แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่โซเชียลมีเดียแชร์กันสนั่น สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองเหนือ ล่าสุดตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ลงมือจับกุมผู้กระทำผิดทันที หลังคลิปวิดีโอแพร่กระจายจนเกิดกระแสวิจารณ์หนัก

ตร.ท่องเที่ยว รวบหนุ่มขายอาหารนกประตูท่าแพ หลังชูนิ้ว-แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน

จากกรณีคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ในโซเชียลมีเดีย แสดงภาพชายคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้รับจ้างถ่ายรูปและขายอาหารนกให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณลานประตูท่าแพ ตัวเมืองเชียงใหม่ กำลังโต้เถียงกับนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างรุนแรง โดยมีการชูนิ้วกลางและแลบลิ้นเยาะเย้ย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบต่อชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่

ขั้นตอนการจับกุมของตร.ท่องเที่ยว

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม รองสารวัตรสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ จนสามารถจับกุมตัวนายสมชัย อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย ได้ที่ริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อมยึดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมชัยยอมรับว่าเป็นบุคคลในคลิปจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวจีน 2 กลุ่มขอถ่ายภาพพร้อมกัน เขาจึงเลือกให้บริการกลุ่มแรกก่อน ทำให้กลุ่มที่สองไม่พอใจและต่อว่าเป็นภาษาจีน ซึ่งนายสมชัยฟัง懂และพูดภาษาจีนได้ จึงเกิดอารมณ์โมโห ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ชูนิ้วกลางและแลบลิ้นโต้กลับตามที่เห็นในคลิป

  • จุดเกิดเหตุ: ลานประตูท่าแพ เชียงใหม่ แหล่งเช็คอินยอดนิยม
  • ผู้ต้องหา: นายสมชัย อายุ 31 ปี ขายอาหารนกและรับถ่ายคลิปให้นักท่องเที่ยวจีน
  • เจ้าหน้าที่: พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม และทีมตร.ท่องเที่ยว
  • ข้อหา: ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ฝากขัง สภ.เมืองเชียงใหม่ ส่งศาลแขวงเชียงใหม่ 24 ก.พ.

ประวัติผู้ต้องหาและรายได้จากการหากินที่ประตูท่าแพ

มีรายงานว่านายสมชัยเช่าห้องพักโรงแรมหรูฝั่งตรงข้ามข่วงประตูท่าแพ โดยช่วงกลางวันมารับถ่ายคลิปและขายอาหารนกให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งรายได้ดีมาก วันละหลายพันบาท จนสามารถเช่าห้องพักหรูได้สบาย เขาปักหลักหากินตรงนี้มานาน และมักมีปัญหากับนักท่องเที่ยวจีนบ่อยครั้ง เคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง

พฤติกรรมเช่นนี้ไม่เพียงทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว แต่ยังส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น ประตูท่าแพเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านคนต่อปี โดยเฉพาะชาวจีนที่เป็นกลุ่มใหญ่ หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำๆ จะทำให้เชียงใหม่เสียโอกาสทางธุรกิจ

ตร.ท่องเที่ยวยืนยันว่าจะกวดขันดูแลความเรียบร้อยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุบั่นทอนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอีก นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการช่วยแจ้งเบาะแส หากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเชียงใหม่

เหตุการณ์ ตร.ท่องเที่ยว รวบหนุ่มขายอาหารนกประตูท่าแพ หลังชูนิ้ว-แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน สะท้อนปัญหาการบริการที่ต้องปรับปรุง นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีน มักเผชิญปัญหาแบบนี้ในบางพื้นที่ ผู้ประกอบการควรฝึกอบรมเรื่องมารยาทและการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม เพื่อรักษามาตรฐานการท่องเที่ยวไทยให้เป็นเลิศ

ในมุมมองของเรา การท่องเที่ยวเชียงใหม่กำลังฟื้นตัวหลังโควิด เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกคนต้องช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ คุณเคยเจอประสบการณ์ไม่ดีแบบนี้ที่ประตูท่าแพหรือที่ไหนไหม? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจผู้ประกอบการคนอื่นๆ มาช่วยกันทำให้เชียงใหม่น่าท่องเที่ยวยิ่งขึ้นกันเถอะ!

ที่มา – ตร.ท่องเที่ยว รวบหนุ่มขายอาหารนกประตูท่าแพ หลังชูนิ้ว-แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน

เปิดไทม์ไลน์เสือโคร่งตาย 72 ตัวจากไข้หัดแมว

เหตุการณ์ร้ายแรงที่สร้างความสะเทือนใจให้คนรักสัตว์ทั่วประเทศ เมื่อ เปิดไทม์ไลน์เสือโคร่งตาย 72 ตัว ที่คุ้มเสือเชียงใหม่ อำเภอแม่ริมและแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ กรมปศุสัตว์ยืนยันสาเหตุหลักมาจาก “ไข้หัดแมว” โรคระบาดร้ายที่คร่าชีวิตเสือโคร่งจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น คุ้มเสือต้องปิดบริการชั่วคราว 14 วัน เพื่อตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์

จากรายงานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบุกตรวจสอบทันที พบอาการปอดบวมอักเสบรุนแรงในซากเสือ ส่งตัวอย่างไปตรวจที่โรงพยาบาลสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และกรมปศุสัตว์ ผลออกมาชัดเจนว่าเป็นไข้หัดแมวหรือ Feline Panleukopenia Virus (FPV) ซึ่งเป็นโรคไวรัสที่ติดต่อง่ายในสัตว์ตระกูลแมว รวมถึงเสือโคร่งด้วย

เปิดไทม์ไลน์เสือโคร่งตาย 72 ตัว

นี่คือไทม์ไลน์เหตุการณ์แบบวันต่อวัน ที่แสดงให้เห็นความรุนแรงของการระบาด:

  • 8 กุมภาพันธ์ 2569: พบเสือโคร่งที่คุ้มเสือแม่แตง มีอาการซึมและป่วย 31 ตัว
  • 9 กุมภาพันธ์ 2569: คุ้มเสือแม่แตง เสือโคร่งตาย 1 ตัว เหลือ 145 ตัว
  • 10 กุมภาพันธ์ 2569: คุ้มเสือแม่ริม เสือโคร่งป่วย 15 ตัว ตาย 3 ตัว เหลือ 47 ตัว
  • 11 กุมภาพันธ์ 2569: คุ้มเสือแม่แตง ตายเพิ่ม 4 ตัว เหลือ 141 ตัว
  • 12 กุมภาพันธ์ 2569: คุ้มเสือแม่ริม ตายเพิ่ม 10 ตัว เหลือ 37 ตัว / แม่แตง ตายเพิ่ม 15 ตัว เหลือ 126 ตัว
  • 13 กุมภาพันธ์ 2569: แม่ริม ตายเพิ่ม 4 ตัว เหลือ 33 ตัว / แม่แตง ตายเพิ่ม 16 ตัว เหลือ 110 ตัว
  • 14 กุมภาพันธ์ 2569: ย้ายเสือจากแม่ริมไปแม่แตง 21 ตัว / แม่แตง ตายเพิ่ม 9 ตัว เหลือ 101 ตัว
  • 15 กุมภาพันธ์ 2569: ย้ายเพิ่ม 12 ตัว / แม่แตง ตายเพิ่ม 3 ตัว เหลือ 98 ตัว
  • 16 กุมภาพันธ์ 2569: แม่ริม ตายเพิ่ม 3 ตัว เหลือ 30 ตัว
  • 17 กุมภาพันธ์ 2569: แม่ริม ป่วยเพิ่ม 5 ตัว / ย้าย 23 ตัวไปแม่แตง ตายเพิ่ม 3 ตัว เหลือ 95 ตัว
  • 18 กุมภาพันธ์ 2569: แม่ริม ป่วย 3 ตัว ตาย 1 ตัว เหลือ 29 ตัว / ย้ายเพิ่ม 29 ตัว แม่แตง คงเหลือ 95 ตัว

สรุปยอดรวม เสือโคร่งตาย 72 ตัว (แม่ริม 21 ตัว, แม่แตง 51 ตัว) เหลือเสือทั้งหมด 124 ตัว

สาเหตุหลัก: ไข้หัดแมวคืออะไร?

ไข้หัดแมวเป็นโรคติดต่อรุนแรงจากไวรัส parvovirus ที่โจมตีระบบภูมิคุ้มกัน ทางเดินอาหาร และไขกระดูกของแมวใหญ่ โรคนี้แพร่กระจายผ่านอุจจารณาจากมูล อุจจารณะ หรืออาหารปนเปื้อน อาการเริ่มจากซึม เบื่ออาหาร ท้องเสียเป็นเลือด อาเจียน และเสียชีวิตเฉียบพลันภายใน 2-3 วัน เสือโคร่งที่คุ้มเสือส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน ทำให้ไวต่อโรคนี้มาก

ก่อนหน้านี้มีการสงสัยว่าเป็นไข้หวัดนกจากอาหารไก่ แต่สวนสัตว์เชียงใหม่ยืนยันว่าเลิกให้อาหารไก่แล้วนาน เปลี่ยนเป็นเนื้ออื่นเพื่อป้องกันโรคสัตว์ปีก ผลผ่าพิสูจน์ซากเสือจาก รพ.สัตว์ มช. และกรมปศุสัตว์ ยืนยันชัดว่าเป็นไข้หัดแมว ไม่ใช่ไข้หวัดนก

มาตรการรับมือหลังเปิดไทม์ไลน์เสือโคร่งตาย 72 ตัว

กรมปศุสัตว์สั่งปิดคุ้มเสือ 14 วัน ฆ่าเชื้อทำความสะอาดกรงและอุปกรณ์ทุกชิ้น ตรวจคัดกรองเสือที่เหลือ และฉีดวัคซีนป้องกันทันที เจ้าหน้าที่พี่เลี้ยงต้องกักตัวและตรวจสุขภาพ นอกจากนี้ ยังตรวจสอบอาหารและน้ำทุกวันเพื่อป้องกันการปนเปื้อน

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงให้กับฟาร์มสัตว์ป่าและสวนสัตว์ทั่วประเทศ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนประจำปี การควบคุมสุขอนามัย และการแยกฝูงสัตว์ป่วย ผู้ประกอบการต้องเข้มงวดมากขึ้นเพื่อปกป้องสัตว์มีค่าพวกนี้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ เปิดไทม์ไลน์เสือโคร่งตาย 72 ตัว แสดงให้เห็นว่าระบบการเลี้ยงสัตว์ป่าต้องปรับปรุงด่วน โดยเฉพาะวัคซีนและการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ หากไม่ทำ อาจเกิดซ้ำได้อีก หากคุณสนใจเรื่องสุขภาพสัตว์ป่า ลองแชร์บทความนี้และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – เปิดไทม์ไลน์ “เสือโคร่ง” ตาย 72 ตัว “กรมปศุสัตว์” เผยสาเหตุมาจาก “ไข้หัดแมว”

Scroll to top