โหวตนายก 2568

สภาฯ คึกคัก โหวตนายกฯ คนที่ 32 วันนี้!

สภาฯ กลับมาคึกคักอีกครั้ง เหล่า สส. ตบเท้าเข้าร่วมประชุมสภาตั้งแต่เช้าตรู่ ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดถึงการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” ของประเทศไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยิ้มให้กับสื่อมวลชนแต่ยังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ เพิ่มเติม

วันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสดๆ ร้อนๆ จากอาคารรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั่วทุกสารทิศ ทยอยเดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐสภาอันมีความสำคัญยิ่ง เพื่อดำเนินการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” ของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่จับตามองของประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากบรรดาสื่อมวลชนทุกแขนง

การโหวตในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการชี้ชะตาทิศทางการเมืองของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้เลยก็ว่าได้ เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะได้เป็นผู้นำประเทศคนต่อไป และมาจากขั้วการเมืองใด ท่ามกลางกระแสข่าวการเจรจาต่อรองทางการเมือง และการจับขั้วกันที่ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวได้พยายามอย่างยิ่งที่จะขอสัมภาษณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แต่ทั้งสองท่านได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ เพียงแต่ส่งยิ้มให้ก่อนที่จะเดินเข้าไปในอาคารรัฐสภาเพื่อเข้าร่วมการประชุม

บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง ประชาชนต่างรอคอยผลการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” อย่างใจจดใจจ่อ เพราะเชื่อมั่นว่าผู้นำคนใหม่จะสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้

โหวต “นายกฯ คนที่ 32”

สำหรับขั้นตอนการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” นั้น จะเริ่มต้นด้วยการเปิดให้ สส. แต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นและอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการลงคะแนนลับ ซึ่งผลการลงคะแนนจะเป็นไปตามเสียงข้างมากของ สส. ที่เข้าร่วมประชุม

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการโหวต “นายกฯ คนที่ 32”

มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลต่อผลการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” ในครั้งนี้ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการรวมตัวของพรรคการเมืองต่างๆ และการเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนที่เพียงพอ นอกจากนี้ ความคิดเห็นของประชาชนและแรงกดดันจากภายนอกก็อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ สส. แต่ละคนด้วย

  • การรวมตัวของพรรคการเมือง
  • การเจรจาต่อรองทางการเมือง
  • ความคิดเห็นของประชาชน
  • แรงกดดันจากภายนอก

การเมืองไทยในขณะนี้มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การโหวต “นายกฯ คนที่ 32” ในครั้งนี้จึงเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทุกคนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ของการโหวตจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในฐานะประชาชนคนไทย เราควรตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการทางการเมืองและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกผู้นำประเทศอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้ได้ผู้นำที่สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – สภาฯ คึกคัก สส. เข้าประชุม ท่ามกลางการจับตา โหวต “นายกฯ คนที่ 32”

“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน หนุนภูมิใจไทยเหมือนเดิม

การเมืองวันนี้ยังคงร้อนแรง! นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมยืนยันหนักแน่นว่ายังคงสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา ผู้สื่อข่าวได้ดักสัมภาษณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาในเวลา 09.09 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ถือว่าเป็นมงคล ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันนี้ ว่าจะมีการเปลี่ยนใจหรือไม่ และมีความกังวลในเรื่องใดหรือไม่

นายณัฐพงษ์ ได้แต่ยิ้ม พร้อมกล่าวสั้นๆ ขณะที่กำลังจะขึ้นลิฟต์ว่า “ฝากติดตามการประชุมสภาวันนี้ด้วย” เมื่อถูกถามย้ำว่ายังคงสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หัวหน้าพรรคตอบอย่างหนักแน่นว่า “ยืนยันคำเดิมครับ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ว่ายังคงให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง

“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน หนุนภูมิใจไทยเหมือนเดิม

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความผันผวน หลายพรรคการเมืองกำลังจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลกันอย่างเข้มข้น ท่าทีของแต่ละพรรคจึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ออกมายืนยันเช่นนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังพรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคอื่นๆ ที่กำลังเจรจาต่อรองกันอยู่

ทำไมการสนับสนุนของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ถึงมีความสำคัญ

การสนับสนุนของนายณัฐพงษ์และพรรคประชาชนมีความสำคัญเนื่องจาก:

  • พรรคประชาชนแม้จะเป็นพรรคขนาดเล็ก แต่ก็มีบทบาทในการเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งสามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น
  • การที่หัวหน้าพรรคออกมายืนยันความชัดเจนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในจุดยืนทางการเมือง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุน
  • ท่าทีที่ชัดเจนของนายณัฐพงษ์ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ สส. ในพรรค รวมถึง สส. จากพรรคอื่นๆ ได้

การเมืองไทยในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลง การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริงและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง การออกมาให้สัมภาษณ์ของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจและควรค่าแก่การติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ดังนั้น การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ออกมายืนยันการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ว่าจะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” ยิ้มให้สื่อ ยันยังหนุนภูมิใจไทยเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ

“สรวงศ์” รับสภาพหาก สส.เพื่อไทย ถอนตัวไม่สู้ต่อ ขอให้บอกกันตรงๆ ยันยื่น “ชัยเกษม” ชิงเก้าอี้นายกฯ คนที่ 32 เผย “อิ๊งค์” ให้กำลังใจผ่านกลุ่มไลน์ ชี้ “ทักษิณ” บินออกนอกประเทศเป็นเรื่องส่วนตัว

วันที่ 5 กันยายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมที่ห้องประชุมงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร ว่า ในการประชุมในวันนี้ก็เป็นการแจ้งกับเลขาธิการพรรคของแต่ละพรรคร่วม ในการพูดคุยเพิ่มเติม โดยพรรคเพื่อไทยเป็นหลักในการประชุมในวันนี้ 

ส่วนประเด็นเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ยืนยันว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ สส.แต่ละคน ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยยืนยันเหมือนเดิมว่าจะมีการยื่น นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ในการชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งในส่วนของการขอคะแนนเสียงเพิ่มนั้น ตนมีการตามข่าวอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังคงยืนยันในเรื่องของเอกสิทธิ์ในการโหวต

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงขวัญกำลังใจของ สส.พรรคเพื่อไทย หลังจากที่มีกระแสข่าวหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเครื่องบินส่วนตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศ นายสรวงศ์ กล่าวว่า อันดับแรก นายทักษิณ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย การเดินทางของท่านก็เป็นเรื่องส่วนตัว 

เมื่อถามถึงความพร้อมสำหรับบทบาทการเป็นฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง นายสรวงศ์ เผยว่า เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็ต้องมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ 

ผู้สื่อข่าวถามต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีการให้กำลังใจอย่างไรบ้าง นายสรวงศ์ ตอบว่า ท่านพิมพ์ข้อความให้กำลังใจในกลุ่มไลน์ ซึ่งตนเองก็ต้องขอขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน ไม่ทิ้งกัน และพร้อมที่จะสู้ต่อไป 

เมื่อถามถึงทิศทางของ สส.พรรคเพื่อไทย จะมีงูเห่าเพิ่มหรือไม่ นายสรวงศ์ ระบุว่า ให้ดูกันต่อไป วันนี้เสียงเขาพอ หางอาจจะยังไม่โผล่ เราอยู่กันด้วยความจริงใจอยู่แล้ว ตนเองก็พูดตรงๆ กับสมาชิกไปแล้วว่า ถ้าหาก ไม่มีอุดมการณ์ที่จะสู้ต่อไปด้วยกัน หรือคิดว่าพรรคเพื่อไทยไปต่อไม่ได้แล้ว ก็ขอให้แสดงตัวอย่างชัดเจน โตๆ กันแล้ว ทุกคนมีวุฒิภาวะกันหมด ตนเองพร้อมที่จะสู้กับสมาชิกที่ยังอยู่กับเรา ส่วน 8 งูเห่าของพรรคเพื่อไทย จะมีการขับออกหรือมีบทลงโทษของพรรคหรือไม่นั้น ต้องดูกันต่อไป เพราะเป็นเรื่องในส่วนของคณะกรรมการจริยธรรมของพรรค 

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามย้ำ มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนที่นายทักษิณจะกลับมาที่ประเทศไทย จะกลับมาจริงหรือไม่ นายสรวงศ์ ยืนยันอีกครั้งว่า นายทักษิณ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย ท่านจะไปก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ซึ่งตนเองก็เข้าใจดี เพราะเคยมีคดีความและห้ามเดินทางออกนอกประเทศ บางทีชื่อถูกแบล็กลิสต์ในระบบมันยังไม่ถูกเคลียร์ออก พอใช้พาสปอร์ตแตะที่เครื่องอาจจะขึ้นแจ้งเตือนว่าไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะมีการตรวจสอบ ส่วนจะกลับมาที่ประเทศไทยแน่นอนหรือไม่นั้น ตนเองไม่ทราบ.

เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ

“อิ๊งค์” ให้กำลังใจ ชี้ “ทักษิณ” บินนอกเรื่องส่วนตัว

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงน่าติดตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ท่ามกลางกระแสข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องการเดินทางออกนอกประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร และเรื่องของ สส. งูเห่าในพรรค

นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า การตัดสินใจเสนอชื่อนายชัยเกษม เป็นไปตามมติของพรรค และ สส.แต่ละคนมีเอกสิทธิ์ในการโหวต อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าพรรคต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน และพร้อมรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค หากใครที่คิดว่าไม่สามารถร่วมเดินทางไปกับพรรคเพื่อไทยได้อีกต่อไป ก็ขอให้แจ้งความประสงค์อย่างชัดเจน

แม้จะมีข่าวลือและความไม่แน่นอนต่างๆ เกิดขึ้น แต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ส่งข้อความให้กำลังใจสมาชิกพรรคผ่านกลุ่มไลน์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อไป

การที่เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของพรรคในการรักษาความเป็นเอกภาพ และเดินหน้าตามกระบวนการประชาธิปไตย แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายมากมายก็ตาม

อนาคตทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ สส. และการสนับสนุนจากประชาชน การที่เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ

การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยในการเพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ แม้จะมีความเสี่ยง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย และมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศชาติไปข้างหน้า

ที่มา – เพื่อไทยส่ง “ชัยเกษม” ชิงนายกฯ “อิ๊งค์” ให้กำลังใจ ชี้ “ทักษิณ” บินนอกเรื่องส่วนตัว

ภูมิใจไทย จี้สภาฯ เร่งวาระเลือกนายกฯ

โฆษกพรรคภูมิใจไทยมองว่าญัตติการเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน พร้อมเตรียมพูดคุยกับสมาชิกพรรคในวันนี้ เพื่อยืนยันแนวทางสนับสนุนหัวหน้าพรรคอย่างเต็มที่ ยืนยันว่า “อนุทิน” ไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์ ขึ้นอยู่กับเพื่อนสมาชิกจะอภิปราย

วันนี้ 5 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยทยอยเข้าร่วมประชุม สวมชุดผ้าไทยสีน้ำเงิน พร้อมรอยยิ้มทักทายสื่อมวลชนที่รออยู่ด้านหน้าห้องประชุม

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยก่อนเข้าประชุมพรรคภูมิใจไทยว่า การประชุมวันนี้จะมีการพูดคุยเรื่องลำดับขั้นตอนการโหวตเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน และแจ้งให้ทราบว่านอกวาระการประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมีการประชุมวาระทั่วไปที่ถูกบรรจุไว้ล่วงหน้า เพื่อทำความเข้าใจในประเด็นนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในที่ประชุมสภาฯ ด้วยกันตลอดอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้จะกำชับเรื่องการทำงานในที่ประชุมสภาฯ รวมถึงการให้ความร่วมมือกับพรรคต่างๆ ในการพิจารณากฎหมายต่างๆ

ส่วนญัตติการโหวตเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน ในวันนี้ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 8 จะมีการเสนอเลื่อนญัตติขึ้นมาเป็นวาระแรกหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทยบอกว่าขอดูสถานการณ์ในหน้างานก่อน เพราะการเปิดประชุมช่วงเช้าวันนี้ จะต้องมีการประชุมเรื่องที่ค้างเอาไว้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการลงมติกฎหมายที่ค้างเอาไว้ก่อนเลือกนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นจะมีการพูดคุยกับพรรคต่างๆ หรือไม่

ส่วนตัวมองว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญในคำสุดท้ายก็ระบุไว้ว่าให้เลือกโดยพลัน ดังนั้นวาระนี้น่าจะเป็นวาระที่เร่งด่วนที่สุดในสภาฯ เพราะเราก็ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

โฆษกพรรคภูมิใจไทย ย้ำว่าจึงมีโอกาสที่เราจะดันญัตตินี้เป็นเรื่องแรกในที่ประชุมสภา แต่จะเป็นการประสานกันของแต่ละพรรคการเมืองอีกครั้ง ซึ่งวันนี้การโหวตเลือกนายกฯ จะต้องมีการโหวตในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอยู่แล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากวันนี้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของนายอนุทิน จะต้องมีการจัด สส.เพื่อปกป้องหรือเป็นองครักษ์หรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่าอย่าเรียกว่าเป็นองครักษ์ เพราะหากดูในครั้งก่อนของสภาชุดนี้ ก็ไม่ต้องถึงขั้นใช้องครักษ์ จะมีแค่ตัวแทนพรรคในการลุกขึ้นอภิปราย แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะวินิจฉัยอย่างไรในประเด็นต่างๆ ถ้าหากมีสมาชิกจะร้องขอ

ส่วนกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้สัมภาษณ์ไว้ว่าวันนี้จะให้อภิปรายได้แค่เหตุผลว่าทำไมถึงส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนนี้ ทางพรรคมองอย่างไรที่ประธานสภาปิดช่องไม่ให้ใช้เปิดแผล หรือแฉกัน โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ต้องบอกว่าที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคฯ ได้ให้สัมภาษณ์ในหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวอะไรก็ตาม แต่ถ้าจะมาใช้คำว่าแฉคงไม่ใช่ เพราะคำว่าแฉต้องใช้ในลักษณะที่ไม่มีใครทราบมาก่อน และทุกเรื่องหัวหน้าพรรคฯ เคยบอกไว้แล้วว่าทุกเรื่องไม่เคยมีปัญหา และไม่เคยมีความกังวลในเรื่องที่มีการกล่าวถึงกันอยู่แล้ว

ซึ่งไม่ได้มองว่าดีในมุมไหน แต่ว่าในการประชุมทุกครั้งอำนาจอยู่ที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นท่านผู้แทนราษฎรจะให้สิทธิ์ใครในประเด็นไหนอย่างไรอยู่ในสิทธิ์ของประธานสภาผู้แทนราษฎร

ภูมิใจไทย จี้สภาฯ เร่งวาระเลือกนายกฯ

ทำไมภูมิใจไทยถึงให้ความสำคัญกับวาระเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน?

เหตุผลหลักที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันให้การเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน เป็นเพราะพรรคฯ มองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยพลันเมื่อมีเหตุจำเป็น นอกจากนี้ การเร่งกระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการบริหารประเทศ

  • ความสำคัญของการมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
  • บทบาทของรัฐธรรมนูญในการกำหนดกรอบเวลา
  • ผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง

พรรคภูมิใจไทยยังเชื่อมั่นว่า การที่สภาฯ ให้ความสำคัญกับวาระเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน จะเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน และเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของสังคมที่ต้องการเห็นการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว

การผลักดันให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นวาระเร่งด่วนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการที่จะมีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลและแก้ไขปัญหาของประเทศ

โดยสรุปแล้ว การที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นวาระเร่งด่วน เป็นการสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และมีส่วนร่วมในการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง

ที่มา – ภูมิใจไทย ไม่ส่งองครักษ์พิทักษ์ “อนุทิน” จี้สภาฯ เลื่อนวาระเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน

“ธนกร” หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ชี้พูดจริงทำจริง!

“ธนกร” ขอใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวตหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ คนที่ 32 ชมมีวิสัยทัศน์ เคยร่วมงานกันสมัยรัฐบาล “บิ๊กตู่” เป็นมือประสานทุกทิศ พูดแล้วทำ ยึดมั่นชาติ-สถาบัน มั่นใจแก้ปัญหาประเทศได้ทันที

วันที่ 5 กันยายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์การโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ว่า ตนขอใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวตเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 เพราะที่ผ่านมาตนได้ทำงานร่วมกันกับนายอนุทิน ในรัฐบาลสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายอนุทินได้รับคำชื่นชมอย่างมากที่ร่วมกันพลิกฟื้นผ่านวิกฤตโควิด-19 มาแล้ว โดยเชื่อมั่นในศักยภาพ ประสบการณ์ และคุณวุฒิของนายอนุทิน ที่ได้ทำงานอย่างจริงจังต่อเนื่องมาตลอด มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ พูดแล้วทำตามแนวทางของพรรคภูมิใจไทย

ส่วนคำถามถึงหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและเลขาธิการพรรค ดูเหมือนยังคงสนับสนุนไปทาง นายชัยเกษม นิติศิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะถือว่าสวนทางกับพรรคหรือไม่ นายธนกร ยืนยันว่า ตนไม่ทราบและไม่ก้าวล่วง แต่วันนี้ประเทศต้องการรัฐบาลที่มั่นคง ทำงานได้จริง เพราะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและปัญหาระหว่างประเทศรอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ตนไม่ยึดติดตำแหน่งใดๆ แต่ยึดในหลักการ ตนจึงพร้อมใช้เอกสิทธิ์ สส. เลือกนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้นายอนุทินคือคนที่พร้อมทำงานเพื่อประชาชนและพาประเทศเดินหน้าต่อไปได้มากที่สุด

“ผมตัดสินใจใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวตเลือกให้ท่านอนุทิน เพราะเป็นผู้ยึดมั่นในชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังเป็นมือประสานทุกทิศ รวมถึงกองทัพด้วย เป็นคนประนีประนอมแต่เด็ดขาด มีประสบการณ์การบริหารราชการมาต่อเนื่องหลายปี มีวิสัยทัศน์คมชัด รักษาสัจจะ พูดแล้วทำ เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ให้กับประเทศได้”

“ธนกร” ใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” นั่งนายกฯ ชี้พูดแล้วทำ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

จากกระแสข่าวการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ที่กำลังเป็นที่จับตามองของประชาชน นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะใช้เอกสิทธิ์ สส. ของตนเองในการสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าตนเองเคยร่วมงานกับนายอนุทินมาแล้วสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเห็นถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับวิกฤตโควิด-19 ที่นายอนุทินมีบทบาทสำคัญในการพลิกฟื้นสถานการณ์

ทำไม “ธนกร” ถึงสนับสนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ?

นายธนกรให้เหตุผลในการสนับสนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ว่าเป็นเพราะนายอนุทินเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการประสานงานกับทุกฝ่าย รวมถึงยึดมั่นในชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ นายอนุทินยังมีประสบการณ์ในการบริหารราชการมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นคนที่พูดแล้วทำตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้นำประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน

นอกจากนี้ นายธนกรยังกล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศที่กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาต่างประเทศที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องการรัฐบาลที่มั่นคงและสามารถทำงานได้อย่างแท้จริง ซึ่งนายธนกรเชื่อว่านายอนุทินเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำพาประเทศก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้ไปได้

การตัดสินใจของนายธนกรในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงความเป็นอิสระทางความคิด และเป็นการใช้เอกสิทธิ์ของ สส. ในการเลือกผู้นำประเทศที่ตนเองเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ แม้ว่าอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างจากพรรคบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการยึดมั่นในหลักการและผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

การที่นายธนกรออกมาสนับสนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ นั้น แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวนายอนุทินว่าจะสามารถนำพาประเทศไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ด้วยประสบการณ์ ความสามารถ และวิสัยทัศน์ที่นายอนุทินมี จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ และนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรือง

ที่มา – “ธนกร” ใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” นั่งนายกฯ ชี้พูดแล้วทำ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

ถ่ายทอดสด! โหวตนายกฯ 5 ก.ย. 68: อนุทิน หรือ ชัยเกษม

ถ่ายทอดสดประชุมสภาผู้แทนราษฎร 5 ก.ย. 68 จับตาวาระสำคัญ “โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32” ลุ้น “อนุทิน ชาญวีรกูล” จากภูมิใจไทย “ชัยเกษม นิติสิริ” จากเพื่อไทย ใครจะได้เป็นผู้นำรัฐบาลคนต่อไป!

วันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 3 ครั้งที่ 20 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษในวันนี้ ตามกำหนดการนัดประชุมในเวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6:3 วินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากความเป็นนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีต้องพ้นไปทั้งคณะด้วย จึงทำให้ต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ขึ้น ซึ่งไทยรัฐร่วมดึงสัญญาณถ่ายทอดสดเกาะติดและรายงานให้ได้รับชมเหตุการณ์ที่สำคัญของประเทศด้วย

(เริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่ 09.00 น.)

ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 5 ก.ย. 68 โหวตนายกฯ คนที่ 32 “อนุทิน” หรือ “ชัยเกษม”

สำหรับแคนดิเดตในวันนี้ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกมองว่ามีแต้มต่อเพราะพรรคประชาชนมีมติที่จะโหวตให้ทั้ง 143 เสียง ประกอบกับพรรคภูมิใจไทย จับขั้วกับพรรคต่างๆ ที่จะมาตั้งเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจรวมเสียงได้อีก 146 เสียง ภายใต้เงื่อนไขที่จะต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน

ทางด้านพรรคเพื่อไทยก็สู้ไม่ถอยเช่นกัน ภายหลังหนังสือทูลเกล้าฯ ร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ที่ส่งให้สำนักงานองคมนตรีพิจารณาแล้วเมื่อเย็นวันที่ 2 กันยายน 2568 ต่อมาได้รับแจ้งจากสำนักงานองคมนตรี ว่ายังมีประเด็นข้อกฎหมายที่มีการโต้แย้งและยังไม่เป็นข้อยุติ โดยเฉพาะประเด็นอำนาจของรองนายกรัฐมนตรีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีในการถวายคำแนะนำ จึงยังไม่เห็นสมควรนำร่างพระราชกฤษฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในเวลานี้ ได้ยืนยันหลายครั้งด้วยไพ่ใบสุดท้ายว่าจะส่ง นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และเมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาทันทีไม่ต้องรอ 4 เดือน พร้อมยอมรับทุกข้อเสนอของพรรคประชาชนแบบไม่มีเงื่อนไขเพิ่ม

ใครจะได้เป็นนายกฯ คนที่ 32 ของไทย?

การถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 5 ก.ย. 68 ครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการตัดสินอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย การโหวตนายกฯ คนที่ 32 จะกำหนดทิศทางนโยบายและเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะต่อไป การติดตามข่าวสารและผลการลงมติจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประชาชนทุกคน

ทั้งนี้ ต้องจับตาดูผลการลงมติในวันนี้ว่าจะเป็นไปตามคาด หรือจะพลิกโผ สำหรับการลงมติจะมีการขานชื่อ สส. เพื่อลงคะแนนเป็นรายบุคคลตามตัวอักษร ซึ่งผู้ที่จะได้เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ต้องได้รับความเห็นชอบ 247 เสียงขึ้นไป หรือเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ในสภาฯ มาลุ้นกันว่าประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หรือ “ชัยเกษม นิติสิริ”

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การตัดสินใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ จะส่งผลกระทบต่อประเทศในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง การติดตามถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 5 ก.ย. 68 เพื่อดูการโหวตนายกฯ คนที่ 32 จึงเป็นการทำหน้าที่พลเมืองที่สำคัญอย่างยิ่ง

สำหรับประชาชนทั่วไป การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล การติดตามการถ่ายทอดสดและการรายงานข่าวจากสื่อที่น่าเชื่อถือ จะช่วยให้เข้าใจกระบวนการทางการเมืองและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

ที่มา – ถ่ายทอดสดประชุมสภาฯ 5 ก.ย. 68 โหวตนายกฯ คนที่ 32 “อนุทิน” หรือ “ชัยเกษม”

โหวตนายกฯ คนที่ 32: อนุทิน-ชัยเกษม กับเงื่อนไขยุบสภา

5 ก.ย. 68 โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ลุ้นผู้นำรัฐบาลคนใหม่ “อนุทิน-ชัยเกษม” ใต้เงื่อนไขยุบสภา หากได้รับความเห็นชอบ จะทำได้จริงอย่างที่รับปากหรือไม่

วันที่ 5 กันยายน 2568 ถือเป็นอีกวันสำคัญและจะเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกครั้ง ที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 3 ครั้งที่ 20 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ จะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย และกำลังถูกมองไปถึงเสถียรภาพการเมืองของไทยด้วย

การเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทยครั้งนี้ เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและเงื่อนไขทางการเมืองมากมาย ประชาชนต่างจับตามองว่าใครจะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำประเทศคนต่อไป

ทั้งนี้ ในระยะเวลา 2 ปีเศษของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีไปแล้ว 2 คน และถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีทั้งคู่ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ทำให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีอยู่ 3 คนของพรรคเพื่อไทย เหลือเพียงคนสุดท้ายคือ นายชัยเกษม นิติสิริ

แม้รัฐบาลรักษาการที่ขณะนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี จะยอมรับว่าหนังสือทูลเกล้าฯ ร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ที่ส่งให้สำนักงานองคมนตรีพิจารณาเมื่อเย็นวันที่ 2 กันยายน 2568 ต่อมาได้รับแจ้งจากสำนักงานองคมนตรีว่ายังมีประเด็นข้อกฎหมายที่มีการโต้แย้งและยังไม่เป็นข้อยุติ โดยเฉพาะประเด็นอำนาจของรองนายกรัฐมนตรีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีในการถวายคำแนะนำ จึงยังไม่เห็นสมควรนำร่างพระราชกฤษฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในเวลานี้ ทำให้เพื่อไทยต้องสู้ต่อด้วยข้อเสนอสุดท้ายคือส่ง นายชัยเกษม ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี พร้อมกับที่ นายชัยเกษม แถลงด้วยตัวเองในวันที่ 4 กันยายน 2568 ว่าเมื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาทันทีไม่ต้องรอ 4 เดือน พร้อมยอมรับทุกข้อเสนอของพรรคประชาชนแบบไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเพื่อสู้กับคู่แข่ง

ทางด้านผู้ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกคนที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวของพรรคภูมิใจไทย ที่คล้ายว่าคราวนี้จะมีแต้มต่อด้วยเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชน 143 เสียง และเสียงที่พรรคภูมิใจไทยรวบรวมกับพรรคร่วมและ สส. ที่จะมาลงมติให้รวม 146 เสียง ภายใต้ข้อตกลง 5 เงื่อนไข โดยต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน หลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา และต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยมีพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านเสียงข้างมาก

โหวตนายกฯ คนที่ 32 ลุ้นผู้นำรัฐบาลคนใหม่ “อนุทิน-ชัยเกษม” ใต้เงื่อนไขยุบสภา

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 ครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย การตัดสินใจของ สส. ทุกท่าน จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ ประชาชนคนไทยต่างจับตาดูว่าประเทศไทยจะได้ใครเป็นผู้นำรัฐบาลคนใหม่ในช่วงเวลานี้ระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือ นายชัยเกษม นิติสิริ ที่จะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ประเทศในช่วงที่มีหลายวิกฤติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าจะมาถึง ส่วนจะทำได้จริงตามที่รับปากกันหรือไม่ คงต้องให้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 พร้อม ครม.ชุดใหม่ เป็นผู้พิสูจน์.

อนาคตประเทศไทยหลังการโหวตนายกฯ คนที่ 32

หลังจาก โหวตนายกฯ คนที่ 32 ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร? ใครจะได้เป็นผู้นำคนใหม่ของประเทศ? และรัฐบาลใหม่จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่? ทั้งหมดนี้เป็นคำถามที่ประชาชนทุกคนอยากรู้

  • การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
  • การสร้างความปรองดองในชาติ
  • การพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า

การ โหวตนายกฯ คนที่ 32 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกผู้นำ แต่เป็นการกำหนดอนาคตของประเทศร่วมกัน ดังนั้น เราจึงควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะตามมา

อนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือของพวกเราทุกคน

ที่มา – โหวตนายกฯ คนที่ 32 ลุ้นผู้นำรัฐบาลคนใหม่ “อนุทิน-ชัยเกษม” ใต้เงื่อนไขยุบสภา

กล้าธรรมดินเนอร์ริมเจ้าพระยา ก่อนโหวตนายกฯ

ข่าวใหญ่! พรรคกล้าธรรมจัดดินเนอร์หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนการโหวตนายกฯ พรุ่งนี้ (5 ก.ย.) งานนี้มีเซอร์ไพรส์ เมื่อ “เสธ.หิ-สัญญา” โผล่มาร่วมงานด้วย สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองเป็นอย่างมาก มาดูกันว่าบรรยากาศในงานเป็นอย่างไร และการปรากฏตัวของทั้งสองท่านมีความหมายสำคัญอย่างไรต่อพรรคกล้าธรรมในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานถึงความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาของพรรคกล้าธรรม (กธ.) โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้นำ สส. ของพรรคมาร่วมรับประทานอาหารค่ำสุดพิเศษ ณ ร้านอาหารชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่ที่มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืน การนัดพบครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนหน้าการประชุมสภาScheduled for the momentous event of electing the 32nd Prime Minister on September 5th.

แต่ที่สร้างความสนใจเป็นพิเศษคือการปรากฏตัวของ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และ นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรค รทสช. ที่มาร่วมวงรับประทานอาหารด้วย ทำให้เกิดกระแสข่าวลือหนาหูว่าทั้งสองท่านอาจกำลังพิจารณาที่จะย้ายมาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสู้ศึกในการเลือกตั้งครั้งถัดไป การเข้าร่วมของบุคคลทั้งสองนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงทิศทางและยุทธศาสตร์ใหม่ๆ ของพรรคกล้าธรรมในอนาคต

กล้าธรรมดินเนอร์ริมเจ้าพระยา ก่อนโหวตนายกฯ

การพบปะสังสรรค์ในบรรยากาศสบายๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกพรรคและการเปิดกว้างในการพูดคุยกับบุคคลภายนอกพรรค การมี “เสธ.หิ-สัญญา” มาร่วมงาน ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าการเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้หรือไม่ และจะมีผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองโดยรวมอย่างไรบ้าง?

ทำไมการดินเนอร์ของพรรคกล้าธรรมครั้งนี้ถึงสำคัญ?

การดินเนอร์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพบปะสังสรรค์ธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญหลายประการ ดังนี้:

  • การรวมตัวของสมาชิกพรรค: เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความพร้อมเพรียงของสมาชิกพรรคกล้าธรรม ก่อนการลงมติที่สำคัญ
  • การดึงดูดบุคคลภายนอก: การปรากฏตัวของ “เสธ.หิ-สัญญา” บ่งบอกถึงความน่าสนใจของพรรคกล้าธรรม ในสายตาของนักการเมืองจากพรรคอื่น
  • การสร้างพันธมิตร: การพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อาจนำไปสู่การสร้างความร่วมมือและพันธมิตรทางการเมืองในอนาคต

สถานการณ์ทางการเมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของประเทศมากยิ่งขึ้น พรรคกล้าธรรมเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่น่าจับตามอง และการตัดสินใจของพวกเขามีผลต่อการเมืองไทยอย่างแน่นอน

ต้องรอดูกันต่อไปว่า พรรคกล้าธรรม จะมีบทบาทอย่างไรในการเมืองไทยหลังจากนี้ และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ จะมีผลออกมาเป็นอย่างไร อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดทุกความเคลื่อนไหวที่สำคัญ

ความเห็นส่วนตัว: การที่พรรคกล้าธรรมเปิดตัวและสร้างความสัมพันธ์กับนักการเมืองจากพรรคอื่นเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงให้เห็นถึงความเปิดกว้างและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยึดมั่นในหลักการและอุดมการณ์ของตนเอง เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

ที่มา – “กล้าธรรม” ดินเนอร์ร้านริมเจ้าพระยา ก่อนโหวตนายกฯ มี “เสธ.หิ-สัญญา” โผล่แจม

“เฮ้ง” นัดทานข้าว! โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ

“สุชาติ ชมกลิ่น” นัดกลุ่ม 16 สส.ทานมื้อเย็น เตรียมใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวตหนุน “อนุทิน” นั่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 มีรายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่ม 16 สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่มีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นแกนนำหลัก เมื่อเวลา 18.00 น. กลุ่ม 16 สส. ได้ร่วมรับประทานอาหารเย็นกันอย่างพร้อมเพรียง ที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ภายในโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว การนัดพบครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพูดคุยหารือและเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 5 กันยายน 2568 ซึ่งมีวาระสำคัญเร่งด่วนในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ประเด็นสำคัญของการพูดคุยในครั้งนี้คือ การที่กลุ่มของนายสุชาติจะใช้เอกสิทธิ์ สส. ในการโหวตเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 จากพรรคภูมิใจไทย การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนของกลุ่ม 16 สส. ในการสนับสนุนนายอนุทินให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การประชุมสภาในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจเลือกผู้นำประเทศ และการใช้เอกสิทธิ์ของ สส. แต่ละคนถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประชาธิปไตย

สำหรับรายชื่อ สส. ทั้ง 16 ท่าน ที่ร่วมทานมื้อเย็นในครั้งนี้ ประกอบด้วย:

  1. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค
  2. นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค
  3. นายเกรียงยศ สุดลาภา สส.บัญชีรายชื่อ
  4. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สส.บัญชีรายชื่อ
  5. นายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา เขต 2
  6. นายวัชระ ยาวอหะซัน สส.นราธิวาส เขต 1
  7. นายปรเมษฐ์ จินา สส.สุราษฎร์ธานี เขต 5
  8. นายถนอมพงษ์ หลีกภัย สส.ตรัง เขต 1
  9. นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง สส.ชลบุรี เขต 4
  10. นายพิพิธ รัตนรักษ์ สส.สุราษฎร์ธานี เขต 2
  11. นายพันธ์ศักดิ์ บุญแทน สส.สุราษฎร์ธานี เขต 4
  12. นางธิวัลรัตน์ อังกินันท์ สส.เพชรบุรี เขต 1
  13. จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล สส.เพชรบุรี เขต 3
  14. น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี เขต 1
  15. น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช เขต 10
  16. นายสันต์ แซ่ตั้ง สส.ชุมพร เขต 2

“เฮ้ง” นัดกลุ่ม 16 สส.ทานมื้อเย็น จ่อใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ

จะเห็นได้ว่า สส. ทั้ง 16 ท่านนี้ มาจากหลากหลายพื้นที่และมีบทบาทสำคัญในพรรค แสดงให้เห็นถึงการรวมตัวของกลุ่มบุคคลที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญ

ทำไมการ “เฮ้ง” นัดกลุ่ม 16 สส.ทานมื้อเย็น จ่อใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ จึงสำคัญ

การที่กลุ่ม 16 สส. มารวมตัวกันเพื่อหารือและวางแผนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มและการสร้างความร่วมมือในทางการเมือง การตัดสินใจของกลุ่มนี้อาจมีผลต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศในอนาคต การใช้เอกสิทธิ์ของ สส. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นกระบวนการที่สำคัญตามระบอบประชาธิปไตย และเป็นการแสดงออกถึงเจตจำนงของประชาชนผ่านผู้แทนที่พวกเขาเลือกเข้ามา

การ “เฮ้ง” นัดกลุ่ม 16 สส.ทานมื้อเย็น จ่อใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ นั้น เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตามอง และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอนาคตอันใกล้นี้

สิ่งที่น่าสนใจคือ ท่าทีของพรรคการเมืองอื่นๆ และผลลัพธ์ของการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นอย่างไร การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การตัดสินใจของ สส. แต่ละท่านจะมีความหมายต่ออนาคตของประเทศอย่างแน่นอน

การที่กลุ่ม 16 สส. ตัดสินใจสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาในการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน การ “เฮ้ง” นัดกลุ่ม 16 สส.ทานมื้อเย็น จ่อใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่พวกเขามีต่อนายอนุทิน และความคาดหวังว่าเขาจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ซับซ้อน และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอนาคตของประเทศ

อนาคตทางการเมืองไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป การตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญหรือไม่ เราคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

การ “เฮ้ง” นัดกลุ่ม 16 สส.ทานมื้อเย็น จ่อใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ แสดงให้เห็นถึงพลังของการรวมกลุ่มและการตัดสินใจร่วมกันในการขับเคลื่อนประชาธิปไตย

ที่มา – “เฮ้ง” นัดกลุ่ม 16 สส.ทานมื้อเย็น จ่อใช้เอกสิทธิ์ สส. โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ

Scroll to top