คณะกรรมการการเลือกตั้ง

อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดสร้างความฮือฮาและข้อถกเถียงมากมาย โดยเฉพาะปัญหาความโปร่งใสในการนับคะแนนและกระบวนการลงคะแนน ล่าสุด อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้อย่างแท้จริง นี่คือประเด็นสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำชัดในการให้สัมภาษณ์รายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการตรวจสอบผลการเลือกตั้ง หลังพบปัญหาต่างๆ เช่น บัตรเขย่ง คะแนนรายงานไม่ตรงกับผลรวม รวมถึงขอให้อัพโหลดใบขีดคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งคู่กับใบรวมคะแนนบนเว็บไซต์ เพื่อให้สังคมตรวจสอบความถูกต้อง พรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบแล้ว พบปัญหาเด่นชัดในหลายพื้นที่

ตัวอย่างปัญหาการนับคะแนนที่ชวนสงสัย

  • เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดสงขลา: ผลต่างระหว่างบัตรเลือกตั้ง 2 ระบบ สูงถึง 13,000 บัตร ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคได้ร้องกกต. แล้ว แต่ได้รับคำชี้แจงทางโทรศัพท์ว่าไม่มีปัญหาเพราะรวมแล้วเท่ากัน รอหนังสืออย่างเป็นทางการ
  • กรุงเทพมหานคร: ผู้สมัครพรรคได้คะแนน 71 แต่ใบรวมคะแนนระบุเพียง 1 คะแนน ตรวจสอบพบ 70 คะแนนหายไป บวกในบัตรเสียและบัตรไม่ลงคะแนนแทน

หากกกต.มั่นใจในความโปร่งใส ควรเปิดเผยใบขีดคะแนนทั้งหมด หากไม่เปิด จะยิ่งจุดสงสัยว่าปกปิดอะไร นายอภิสิทธิ์เตือนว่าอาจนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในระบบ สังคมไม่ยอมรับ และเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ได้ กกต.ต้องรับผิดชอบและอำนวยความสะดวกตรวจสอบทันที

ย้ำปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85

อีกประเด็นร้อนคือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับจริง หลักการลงคะแนนลับเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพประชาชน ไม่ให้ตกอยู่ใต้อาณัติหรือความกลัว รัฐธรรมนูญมาตรา 85 ระบุชัดว่า ต้องไม่มีผู้ใดทราบหรือตรวจสอบได้ว่าลงคะแนนให้ใคร บาร์โค้ดช่วยให้ตรวจสอบได้โดยตรง แม้ไม่ต้องพิสูจน์จริง คำว่า “อาจทราบหรือตรวจสอบได้” ครอบคลุมกรณีนี้

กฎหมายเลือกตั้งห้ามทำสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายพิเศษบนบัตร เพราะอาจล่วงรู้การลงคะแนน หากลับให้ลับเฉพาะตอนกา ทำไมต้องมีกฎห้ามนั้น เจตนารมณ์ชัดเจนเพื่อปกป้องสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก กระทบความน่าเชื่อถือทั้งระบบเลือกตั้ง หากไม่แก้ไข ประชาชนอาจสูญเสียศรัทธา

นอกจากนี้ อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง ยังสะท้อนปัญหาเชิงระบบ เช่น การจัดการบัตรเลือกตั้งที่ล่าช้า การรายงานผลช้า และการขาดกลไกตรวจสอบอิสระ ในอดีตเคยมีคดีเลือกตั้งใหม่หลายครั้งเพราะปัญหาคล้ายกัน หากกกต.ไม่ตอบสนอง อาจนำไปสู่การร้องศาลหรือการประท้วงใหญ่

ความโปร่งใสคือหัวใจของประชาธิปไตย การเลือกตั้งต้องยุติธรรมและตรวจสอบได้ทุกฝ่าย เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่น สิ่งที่นายอภิสิทธิ์เสนอเป็นทางออกที่สมเหตุสมผล กกต.ควรรีบดำเนินการก่อนสายเกินแก้

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ อภิสิทธิ์ จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง และปัญหาบาร์โค้ดนี้? มีประสบการณ์ในหน่วยเลือกตั้งของคุณเองหรือไม่ แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันติดตามและผลักดันให้ระบบเลือกตั้งดีขึ้น!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” จี้ กกต. เปิดทางตรวจสอบผลเลือกตั้ง ย้ำปม “บาร์โค้ด” ขัดรัฐธรรมนูญ

ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีข่าวฮอตฮิตในวงการการเมืองไทยมาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะครับ คือเรื่อง ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด แจงปม “ทวี” ทำตามหน้าที่เรื่องเขากระโดงด้วย เรียกได้ว่ารัฐบาลใหม่กำลังจะเกิดขึ้นแบบมั่นคง เมื่อพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้พันธมิตรพรรคเล็กอย่างพรรคประชาชาติมาสนับสนุนเต็มตัว 5 เสียงจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ นี่คือสัญญาณดีที่การเมืองไทยกำลังรวมพลังเพื่อประชาชนครับ

ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด
ภาพประกอบเหตุการณ์ ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ (ที่มา: ไทยรัฐ)

ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ นำมติพรรคมาส่งมอบให้เลขาธิการภท. โดยยืนยันชัดเจนว่าทั้ง 5 เสียงของ ส.ส. พรรคประชาชาติพร้อมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีแบบเต็มตัว และพร้อมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลทันทีที่ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ก่อนหน้านี้จะมีดราม่าขัดแย้งระหว่าง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กับพรรคภูมิใจไทย ในประเด็นคดีฮั้ว สว. และเรื่องที่ดินเขากระโดงสมัยที่ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ฝั่งพรรคประชาชาติยืนยันว่าเรื่องเหล่านั้นเป็นหน้าที่ในอดีตที่ศาลตัดสินไปแล้ว ตอนนี้คือการเมืองใหม่ พวกเขาเปรียบเทียบว่าการเมืองเหมือนกีฬา พอเกมจบก็กลับมาเป็นเพื่อนกันได้ น่ารักดีนะครับ แบบนี้แหละที่การเมืองไทยควรเป็น!

มติเอกฉันท์จากพรรคประชาชาติ

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ของพรรคประชาชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทั้ง 5 เสียงสนับสนุนภท. นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แม้ท่านติดภารกิจไม่ได้มาเอง แต่นายวันมูหมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรค ก็ยืนยันเต็มปาก นี่แสดงให้เห็นถึงวินัยพรรคที่แข็งแกร่ง พรรคประชาชาติซึ่งเป็นพรรคท้องถิ่นในพื้นที่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เน้นประเด็นศาสนาและสิทธิชาวมุสลิมใต้ จึงเป็นพันธมิตรที่สำคัญสำหรับรัฐบาลใหม่

ซูการ์โน มะทา เลขาธิการพรรคประชาชาติ ยันสนับสนุนภท.
นายซูการ์โน มะทา ในการแถลง (ที่มา: ไทยรัฐ)

แจงปม “ทวี” ทำตามหน้าที่เรื่องเขากระโดง-ฮั้ว สว.

นายซูการ์โน ชี้แจงชัดว่าปมขัดแย้งเก่าเป็นเรื่องหน้าที่สมัย พ.ต.อ.ทวี เป็น รมว.ยธ. คดีเขากระโดงและฮั้ว สว. ศาลพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว ตอนนี้พรรคพร้อมลุยงานใหม่เพื่อประชาชนในพื้นที่ใต้ที่อยากเห็นพรรคของตัวเองมีบทบาทในรัฐบาล เหตุผลหลักคือระบอบประชาธิปไตยใช้เสียงข้างมาก พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนสูงสุดจากประชาชน ก็สมควรนำจัดตั้งรัฐบาล และภท. ก็แสดงมิตรไมตรีดีมาก

ทิศทางการทำงานร่วมรัฐบาล

สำหรับการโหวตในสภา พรรคประชาชาติยืนยันจะตามมติรัฐบาลทุกประการ เชื่อมั่นวินัย ส.ส. แต่มีจุดยืนชัด ถ้ามติขัดหลักศาสนาอิสลามจะต้องคุยกันก่อน เช่น กฎหมายที่กระทบหลักศาสนา ส่วนประเด็นร้องให้เลือกตั้งโมฆะ ก็ปล่อยให้ กกต. และองค์กรอิสระตัดสิน พรรคทำหน้าที่หาเสียงเสร็จแล้ว

  • เหตุผลหลักที่เข้าร่วม: มติพรรคเอกฉันท์ สนับสนุนอนุทินเป็นนายก
  • วินัยพรรค: โหวตตามรัฐบาล ยกเว้นขัดศาสนา
  • ประโยชน์ประชาชน: โดยเฉพาะพื้นที่สามจังหวัดใต้
  • ลืมอดีต: ปมเก่าเป็นหน้าที่ จบแล้วจับมือใหม่
ภาพแถลงข่าว ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ
บรรยากาศการแถลงข่าว

จากมุมมองของผม การที่ ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้การจัดตั้งรัฐบาลราบรื่น เสียง 5 เสียงอาจดูน้อย แต่ในสภาไทยที่พรรคกระจาย มันคือตัวชี้วัดเสถียรภาพ โดยเฉพาะเสียงจากใต้ที่มักมีจุดยืนเฉพาะตัว นี่แสดงให้เห็นว่าภท. ภายใต้อนุทิน มีศักยภาพรวบรวมพรรคเล็กได้ดี อนาคตการเมืองไทยน่าจะสงบลงบ้าง หลังจากดราม่าเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาว่าพรรคประชาชาติจะรักษาจุดยืนศาสนาได้อย่างไรเมื่อเจอมติรัฐบาล และปมเก่าของทวีจะถูกขุดขึ้นมาอีกหรือไม่ แต่โดยรวมคือข่าวดีครับ!

ความเห็นส่วนตัว: การเมืองไทยควรเน้น ‘จบแล้วเป็นเพื่อน’ แบบนี้มากขึ้น จะได้โฟกัสปัญหาประชาชน เช่น เศรษฐกิจ สุขภาพ การศึกษา แทนดราม่าอดีต คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย!

ที่มา – ภท. เปิดตัว สส.พรรคประชาชาติ ยัน 5 เสียงมาหมด แจง “ทวี” ทำตามหน้าที่เรื่องเขากระโดง

ปชน. ยันหลักฐานเด็ดบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง รอ 22 ก.พ.

ปชน. ยันมีหลักฐานเด็ดปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง รอดูเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. พิสูจน์ชัด เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ พรรคประชาชน (ปชน.) ไม่ยอมแพ้ต่อข้อพิพาทเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ซึ่งอาจทำให้การลงคะแนนไม่เป็นการออกเสียงโดยลับตามกฎหมาย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ได้ออกมาเผยข้อมูลสำคัญในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำการพรรค

ปชน. ยันมีหลักฐานเด็ดปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง รอดูเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. พิสูจน์ชัด

พรรคประชาชนกำลังเตรียมร่างคำฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยนพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ฝ่ายกฎหมายของพรรค เป็นผู้รับผิดชอบ คาดว่าจะยื่นฟ้องได้ในสัปดาห์หน้า เพราะมีข้อมูลใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมทุกวัน พรรคยืนยันว่ามีหลักฐานเด็ดที่จะพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้กระบวนการไม่โปร่งใสและอาจไม่ลับตามที่กฎหมายกำหนด

ทำไมบาร์โค้ดถึงเป็นปัญหาใหญ่? ในหลักการของการเลือกตั้ง การออกเสียงต้องเป็น “ลับ” 100% หมายถึงไม่มีทางตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครเลือกใคร ไม่ว่าจะเชิงทฤษฎีหรือปฏิบัติ แต่บาร์โค้ดที่ระบุเลขที่บัตร สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ หากมีช่องโหว่ในระบบ กกต. ยืนยันว่าไม่ใช่ปัญหา แต่ปชน. มองว่าการมีบาร์โค้ดอยู่แล้วแปลว่าไม่ลับทันที โดยเฉพาะเมื่อ กกต. แถลงเองว่ารหัสนี้ระบุเลขที่บัตรได้

ปชน. ยันมีหลักฐานเด็ดปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง รอดูเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. พิสูจน์ชัด

เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจน พรรคเชิญชวนประชาชนไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ หาก กกต. ยังใช้บัตรแบบเดิมที่มีบาร์โค้ด แสดงว่าพวกเขามั่นใจ แต่ถ้าเปลี่ยนแปลง แสดงว่ามีปัญหาจริง! นี่คือจุดเปลี่ยนที่จะพิสูจน์ทุกอย่างต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ความเห็นจากนายวิษณุ เครื่องาม และนายจรัญ ภักดีธนากุล ก็สนับสนุนว่าถ้าไม่ลับ การเลือกตั้งอาจโมฆะ

  • หลักฐานหลัก: บาร์โค้ดระบุเลขที่บัตร สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
  • เจตนาของปชน.: ไม่ใช่ไม่ยอมแพ้ แต่ปกป้องสิทธิประชาชนและบังคับให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ
  • ช่องทางอื่น: ประชาชนสามารถยื่นประเด็นนี้ผ่านทางอื่นๆ ได้
  • ปัญหาใหญ่: สะท้อนความเชื่อมั่นต่ำใน กกต. และรัฐธรรมนูญ 2560 ที่จำกัดสิทธิถอดถอนองค์กรอิสระ

โฆษกปชน. ยังวิจารณ์การทำงานของ กกต. ที่ขาดการสื่อสาร เช่น ไม่แถลงข่าว ไม่ตอบคำถามประชาชน ทำให้เกิดความสงสัยเพิ่ม พรรคเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ คืนสิทธิประชาชนในการถอดถอนองค์กรอิสระ เหมือนในรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ที่ถูกตัดออกไป

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นหัวใจของประชาธิปไตย การเลือกตั้งต้องโปร่งใส ลับ และยุติธรรม ถ้าปล่อยผ่าน ช่องโหว่แบบนี้อาจเกิดซ้ำในอนาคต พรรคประชาชนกำลังใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ

ในมุมมองของเรา การตรวจสอบเรื่อง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? ชวนเพื่อนๆ มาสังเกตการณ์เลือกตั้ง 22 ก.พ. และติดตามพัฒนาการการฟ้องร้องต่อไป เพื่อให้เสียงของประชาชนดังที่สุด!

ที่มา – ปชน. ยันมีหลักฐานเด็ดปม “บาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง รอดูเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. พิสูจน์ชัด

กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 ครบ 400 เขตแล้ว

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีอัปเดตข่าวการเมืองร้อนๆ มาแจ้งให้ทราบกันเลยนะครับ กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขตเป็นทางการแล้ว แต่บางหน่วยยังนับ-ลงคะแนนใหม่ หลังจากรอคอยมานานในที่สุดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ได้เผยแพร่ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการลงบนเว็บไซต์แล้ว เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 เวลา 18.30 น. ครบทั้ง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแบบแบ่งเขตหรือบัญชีรายชื่อ สามารถเข้าไปเช็คได้เลยที่ www.ect.go.th หรือเว็บจังหวัดต่างๆ ด้วยนะ

กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขต

การประกาศครั้งนี้ครอบคลุมรายงานผลนับคะแนนหลายประเภทเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นบัตรที่ลงคะแนนล่วงหน้า นอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร รวมถึงผลรายหน่วยด้วย ช่วยให้ประชาชน ผู้สมัคร และพรรคการเมืองทุกฝ่ายตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส

กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขตเป็นทางการแล้ว แต่บางหน่วยยังนับ-ลงคะแนนใหม่

มาดูรายละเอียดรายงานที่ กกต. ออกมาอย่างเป็นทางการกันครับ มีทั้งหมด 6 รายงานหลักๆ ดังนี้

  • รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/16)
  • รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/16 (บช))
  • รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/17)
  • รายงานผลการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักรแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/17 (บช))
  • รายงานผลการนับคะแนน สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส. 5/18) (รายหน่วย)
  • รายงานผลการนับคะแนน สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/18 บช) (รายหน่วย)

ทั้งหมดนี้เข้าถึงได้ง่ายๆ บนเว็บ กกต. เลยครับ แต่ที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมบางเขตผลยังไม่ครบทุกหน่วย? คำตอบคือ มีบางหน่วยที่ต้องนับคะแนนใหม่หรือลงคะแนนใหม่ ตามกฎหมาย พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 และแก้ไขเพิ่มเติม

ผลนับคะแนนเลือกตั้ง สส. จาก กกต.

สาเหตุที่ต้องนับคะแนนใหม่ในบางหน่วย

กกต. ชี้แจงชัดเจนเลยครับ กรณีที่เกิดขึ้นมีดังนี้

  1. กรณีไม่สามารถนับคะแนนได้ เช่น เกิดจลาจล อุทกภัย ไฟไหม้ หรือเหตุสุดวิสัยอื่นๆ คณะกรรมการหน่วยจะประกาศงดนับ (มาตรา 121)
  2. จำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับบัตร หลังตรวจสอบแล้วยังไม่ตรงกัน (มาตรา 122)
  3. นับคะแนนแบบบัญชีรายชื่อไม่ถูกต้อง (มาตรา 124)

หลังจากดำเนินการนับใหม่หรือลงคะแนนใหม่เสร็จ กกต. จะอัปเดตผลลงเว็บทันทีครับ ช่วยยืนยันความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด

สำหรับใครที่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สำนักงาน กกต. จังหวัดทุกแห่ง หรือกรุงเทพฯ เลยนะครับ หรือเช็คข่าวสารล่าสุดทาง www.ect.go.th สายด่วน 1444 ก็พร้อมให้บริการ 24 ชม.

ในมุมมองของผม การที่ กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขตเป็นทางการแล้ว แต่บางหน่วยยังนับ-ลงคะแนนใหม่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในความโปร่งใสและยุติธรรมของระบบเลือกตั้งไทยครับ มันช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักการเมืองทุกฝ่าย ถ้าผลสุดท้ายออกมาครบถ้วน เราจะได้ ส.ส. ที่แท้จริงมาบริหารประเทศต่อไป

เชิญชวนทุกท่านเข้าไปตรวจสอบผลคะแนนของเขตตัวเองได้เลยวันนี้! แชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ เพื่อให้ทุกคนติดตามการเมืองอย่างมีส่วนร่วม

ที่มา – กกต. ประกาศผลเลือกตั้ง 69 รวม 400 เขตเป็นทางการแล้ว แต่บางหน่วยยังนับ-ลงคะแนนใหม่

“ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100%

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องการเมืองสุดฮือฮามาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% พร้อมปูดประเด็นร้อนว่าพรรคเพื่อไทยอาจนั่งเก้าอี้รัฐบาลได้ไม่เกิน 6 เดือนเท่านั้น! เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการเลือกตั้ง สส. ครั้งล่าสุดที่หลายคนยังตั้งคำถามค้างคาใจ มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

“ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100%

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือที่รู้จักกันในนาม ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้ถือเทียนเดินตรงเข้าไปยังบริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การถือเทียนนี้เป็นสัญลักษณ์ชัดเจนครับ เพื่อบ่งบอกว่ากกต. ในสายตาประชาชนคือองค์กรที่ “มืดมน สกปรก และบอดตา” ไม่ยอมเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด แม้การเลือกตั้ง สส. จะผ่านไปแล้ว 8 วัน แต่ผลคะแนนที่ประกาศบนเว็บไซต์ยังค้างอยู่ที่ 95% เท่านั้น!

"ทนายอั๋น" ถือเทียนบุก กกต.
ภาพทนายอั๋นถือเทียนหน้าสำนักงาน กกต. (ที่มาภาพ: ไทยรัฐ)

ทำไมทนายอั๋นถึงจี้ให้เปิดคะแนน 100%?

ทนายอั๋นตั้งคำถามหนักๆ ว่าทำไมกกต. ถึงยังไม่ออกผลเต็ม 100% ทั้งที่คะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งควรวิ่งตรงมาที่เซิร์ฟเวอร์ของกกต. แล้ว เหลืออีก 5% หรือประมาณ 2.5 ล้านคะแนนอยู่ไหน? เป็นคะแนนบัตรเขย่งที่หายไป หรือถูกเอาไป “ตกแต่ง” เพิ่มเติมกันแน่? ทำไมต้องรอถึง 8 วันเต็ม หรือเซิร์ฟเวอร์จริงๆ อยู่ที่ “ซอยรางน้ำ” ไม่ใช่สำนักงานกกต. กันครับ?

เขาเปรียบว่าถ้าการเลือกตั้งเป็นมนุษย์ ก็เหมือนตายไป 8 วันแล้ว ร่างกายผิดรูป ระบุตัวตนไม่ได้! นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีบุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะกกต. ไม่เคยโปร่งใส อธิบายปัญหาเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่วันแรก และยังปิดกั้นไม่ให้ประชาชนหรือสื่อเข้าไปถาม-ตอบในการแถลงข่าวอีกด้วย

  • คะแนนค้าง 95%: ตรวจสอบแล้วแต่ไม่ยอมประกาศเต็ม
  • บัตรเขย่ง 2.5 ล้านใบ: หายไปไหน? ถูกใช้ตกแต่งผลหรือไม่
  • เซิร์ฟเวอร์ลึกลับ: อยู่กกต. จริงหรือซอยรางน้ำ
  • ไม่โปร่งใส: ปิดกั้นสื่อและประชาชน ไม่ให้ถาม

ทนายอั๋นยังย้ำว่า “ทำไมไม่ประกาศ 100% ล่ะ เพราะทุกคะแนนมาถึงแล้ว จะหน่วงเวลาไว้ทำไม?” และยกตัวอย่างกรณีสเปกเตอร์ ซี ที่กกต. เปิดให้สื่อดูได้ แต่ทำไมคะแนนเลือกตั้งไม่ทำแบบนั้นล่ะครับ?

ทนายอั๋นปราศรัยหน้าสำนักงาน กกต.
ทนายอั๋นปราศรัยเรียกร้องความโปร่งใส (ที่มาภาพ: ไทยรัฐ)

ปูดแผนเอาคืน “เพื่อไทย” รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 6 เดือน

ที่ร้อนแรงสุดคือ ทนายอั๋นปูดแผนการเมืองลับๆ ว่าการควบคุมผลคะแนนอาจไม่ใช่แค่กกต. แต่มีผู้มีอำนาจสั่งการ และเซิร์ฟเวอร์อาจอยู่ที่อื่น เขาว่าพรรคเพื่อไทยที่กำลังแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันสนุกสนาน อาจอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ก็โดน “เขี่ยออก” แล้วให้ “พรรคกล้าธรรม” กลับมาเสียบแทน! นี่คือการเอาคืนที่เพื่อไทยเคยเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล ทำให้เกียรติของเพื่อไทยยับเยิน

นอกจากนี้ ทนายอั๋นยังประกาศจะร้องศาลหลักเมืองในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 และจะตรวจสอบพรรคเพื่อไทยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น แม้ศาลอื่นๆ จะมองว่าการเลือกตั้งปกติ แต่เขายืนยันว่าประชาชนมองว่า “สกปรกที่สุด”!

ในมุมมองของผมนะครับ เรื่อง “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% นี้สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทยจริงๆ ถ้ากกต. โปร่งใสกว่านี้ คงไม่ต้องมีดราม่าแบบนี้ การเมืองไทยจะก้าวหน้าได้ต้องเริ่มจากความจริงใจ คุณล่ะคิดยังไง? คิดว่าคะแนน 5% นั้นหายไปไหน หรือเพื่อไทยจะอยู่จริงๆ ไม่เกิน 6 เดือน? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ จะได้อัพเดทกันต่อ!

ที่มา – “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% ปูด “เพื่อไทย” อาจเป็นรัฐบาลไม่เกิน 6 เดือน

กล้าธรรม ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล ขู่กระทรวงเกษตร

การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังเข้มข้น พรรคเล็กๆ อย่างกล้าธรรมตกเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาให้สัมภาษณ์เด็ดๆ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 โดยยืนยันชัดเจนว่า กล้าธรรม ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล ไม่มีดีลลับหรือต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับพรรคภูมิใจไทยตามที่สื่อรายงาน ข่าวลือเหล่านี้เป็นแค่การปั่นกระแสเท่านั้น สิ่งสำคัญตอนนี้คือรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองสถานะ ส.ส. อย่างเป็นทางการก่อน การเมืองต้องเดินตามขั้นตอน ไม่ใช่คาดเดาจากข่าวลือ

กล้าธรรม ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล: ท่าทีมั่นใจของ ร.อ.ธรรมนัส

ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีประวัติยาวนานในวงการเมืองไทย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลชุดก่อน ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า สำหรับพรรคกล้าธรรมแล้ว พื้นที่หรือตำแหน่งไม่ใช่ประเด็นหลัก หัวใจคือ “ความกล้าในการทำงาน” ถ้ากล้าทำ อยู่ที่ไหนก็สำเร็จได้หมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่หรือกลุ่มเล็ก พรรคกล้าธรรมเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่เป็นฐานเสียงสำคัญของประเทศ

ในสถานการณ์ที่พรรคต่างๆ กำลังเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคเล็ก รวมตัวเพื่อเจรจากับพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าไม่มีอะไรแบบนั้นทั้งสิ้น ตอนนี้ทุกอย่างต้องรอการรับรองจาก กกต. ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า การเมืองไทยในช่วงนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ท่าทีของกล้าธรรมแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและไม่ยึดติดกับอำนาจ

ขู่ใครเอากระทรวงเกษตรฯ ไป ถ้าทำไม่ดีเจอกันแน่

จุดเด่นของคำสัมภาษณ์ครั้งนี้คือคำขู่สุดแซ่บต่อผู้ที่อาจครองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แทน ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ถ้าพรรคกล้าธรรมไม่ได้ดูแลกระทรวงนี้ต่อ ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ผู้ที่ได้รับผิดชอบต้องตั้งใจทำงานจริงจัง แก้ปัญหาให้เกษตรกรได้จริง ไม่ใช่แค่พูดสวยๆ แต่ถ้าเอาไปแล้วทำไม่ดี หรือทำไม่ได้ตามที่โป๊ปปากไว้ “เจอดีแน่” คำพูดนี้สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่เผชิญปัญหาหนี้สิน ภัยแล้ง และราคาพืชผลตกต่ำมานาน

ประเด็นสำคัญจากคำสัมภาษณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรรคกล้าธรรม

  • สยบข่าวลือ: ไม่มีดีลลับกับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเล็กอื่นๆ
  • รอขั้นตอนกฎหมาย: รอ กกต. รับรอง ส.ส. ก่อนเจรจาใดๆ
  • เน้นความกล้า: อยู่พรรคไหนก็ทำงานได้ ถ้ากล้าและตั้งใจ
  • กระทรวงเกษตรฯ: ไม่ยึดติด แต่ขู่ผู้ครองต้องทำดี มิฉะนั้นเจอปัญหา
  • วิสัยทัศน์พรรค: มุ่งแก้ปัญหาเกษตรกรตัวจริง ไม่ใช่แชร์อำนาจ

ประวัติของ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้คำพูดนี้มีน้ำหนัก เขาเคยผลักดันนโยบายเกษตรหลายเรื่อง เช่น การปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร และการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร แม้จะมีดราม่าตัดสิทธิ์นักการเมืองในอดีต แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติยกเลิกแล้ว ทำให้เขากลับมาลุยการเมืองเต็มตัว พรรคกล้าธรรมก่อตั้งใหม่แต่มีจุดยืนชัดเจน มุ่งเป็นทางเลือกให้ประชาชนที่เบื่อการเมืองเก่า

ในมุมกว้าง การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่พรรคเล็กมีบทบาทมากขึ้น การเจรจาร่วมรัฐบาลไม่ใช่แค่แบ่งเก้าอี้ แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน กล้าธรรม ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะแสดงถึงการไม่ยึดติด แต่พร้อมทำงานเพื่อชาติ

สุดท้ายแล้ว ความกล้าในการทำงานนี่แหละที่จะเปลี่ยนการเมืองไทยได้จริง คุณเห็นด้วยกับท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส หรือไม่? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และกดแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “กล้าธรรม” ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล ขู่ใครเอากระทรวงเกษตรฯไป ถ้าทำไม่ดีเจอกันแน่

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวร้อนๆ ในแวดวงการเมืองมาอัปเดตกันนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก นั่นคือ สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งอาจนำไปสู่การสั่งให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะและต้องจัดใหม่ทั้งหมด! เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด

ผู้ที่ยื่นฟ้องคือ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) บัญชีสำรอง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยยื่นผ่านระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ต่อศาลปกครองสูงสุด ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงาน กกต. และเลขาธิการ กกต. ในข้อหากระทำผิดต่อหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง กรณีพิมพ์รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 1 และ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งขัดแย้งกับหลักการลงคะแนนลับและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นายอัครวัฒน์ยืนยันว่าการกระทำนี้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อประชาธิปไตย และขอให้ศาลมีคำสั่งดังนี้

  • ประกาศให้บัตรเลือกตั้งทั้งหมดในรอบดังกล่าวเป็นบัตรเสีย ไม่นับคะแนน
  • สั่งให้ กกต. เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้งโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ
  • ลงโทษ กกต. และผู้เกี่ยวข้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 ด้วยโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
  • สั่งให้ผู้ถูกฟ้องชดใช้ค่าเสียหายจากการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
  • สั่งหยุดรับรองผลเลือกตั้งชั่วคราว จนกว่าจะมีคำพิพากษา
  • เร่งพิจารณาคดีให้เสร็จก่อนประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ

ทำไมบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งถึงเป็นปัญหาใหญ่?

หลายคนอาจสงสัยว่าบาร์โค้ดนี่มันแค่รหัสอะไร ทำไมถึงวุ่นวายขนาดนี้? คำตอบคือ มันละเมิดหลักการสำคัญของการเลือกตั้ง คือ “การลงคะแนนลับ” ครับ ถ้ามีบาร์โค้ดหรือ QR Code อยู่บนบัตร กรรมการรับรองผลหรือหัวคะแนนสามารถสแกนเพื่อติดตามได้ว่าบัตรใบนั้นลงคะแนนให้ใคร สร้างความหวาดกลัวให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการซื้อสิทธิ์-ขายเสียง หากถ่ายรูปบัตรตอนนับคะแนน ก็ตรวจย้อนหลังได้ง่ายๆ นำไปสู่การคุกคามชีวิตหรือเอื้อประโยชน์พวกทุจริต!

ยิ่งไปกว่านั้น กกต. เคยชี้แจงเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าทำเพื่อป้องกันบัตรปลอมและรักษาความปลอดภัย แต่คำถามคือ ทำไมตอนทำประชามติกลับไม่มีบาร์โค้ดเลยล่ะครับ? มันดูเจาะจงเฉพาะเลือกตั้งส.ส. สะท้อนเจตนาที่น่าสงสัยมากๆ นายอัครวัฒน์มองว่านี่คือข้ออ้างฟังไม่ขึ้น และเป็นการทุจริตชัดๆ

ผลกระทบหากศาลรับคำร้อง

ถ้าศาลสั่งให้ผลเลือกตั้งโมฆะจริง ประเทศไทยอาจต้องจัดเลือกตั้งส.ส.ใหม่ทั้งประเทศ สร้างความล่าช้าให้กระบวนการทางการเมือง แต่ในทางกลับกัน มันจะเป็นการยืนยันความสำคัญของความโปร่งใสและความยุติธรรมครับ การเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย ถ้าบัตรไม่ลับ ประชาชนจะกล้าลงคะแนนตามใจตัวเองจริงๆ เหรอ? เรื่องนี้ยังมีแง่มุมอื่นๆ เช่น ระบบเทคโนโลยีในการเลือกตั้งที่ควรพัฒนาอย่างไรให้ปลอดภัยโดยไม่ละเมิดสิทธิ หรือบทบาทของศาลปกครองในการตรวจสอบหน่วยงานรัฐ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การเลือกตั้งไทยมักมีปัญหาเรื่องทุจริตเสมอ ไม่ว่าจะบัตรอุ้มน้ำหรือการซื้อเสียง ครั้งนี้เรื่องบาร์โค้ดอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ กกต. ต้องปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ส่วนตัวผมคิดว่าประชาชนควรติดตามคดีนี้ใกล้ชิด เพราะมันกระทบสิทธิของเราทุกคน ถ้าคุณเห็นด้วยหรือมีมุมมองอื่นๆ ลองคอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ ว่าควรทำยังไงให้การเลือกตั้งไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น? หรือคุณกลัวเรื่องนี้จริงๆ มั้ย?

ที่มา – สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด ขอมีคำสั่งให้ผลเลือกตั้งโมฆะ

9 สถาบันบุกศาลปกครอง ร้องสั่งเลือกตั้ง 69 โมฆะ

เหตุการณ์ร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยล่าสุดคือ 9 สถาบันบุกศาลปกครอง ร้องสั่งเลือกตั้ง 69 โมฆะ จากประเด็นบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ถูกมองว่าละเมิดสิทธิการลงคะแนนลับของประชาชน เครือข่ายนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งรวมพลังกันยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา

9 สถาบันบุกศาลปกครอง ร้องสั่งเลือกตั้ง 69 โมฆะ

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาจาก 9 สถาบันการศึกษาชั้นนำของไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยฟื้นฟู มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำโดยนายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้เดินทางเข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง โดยมีผู้ร้องคือเครือข่ายนักศึกษาจากทั้ง 9 สถาบัน และผู้ถูกฟ้องคือ กกต. และเลขาธิการ กกต.

ประเด็นหลักของการยื่นฟ้องคือ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือว่า “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” เพราะบัตรเลือกตั้งมีรหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดแย้งกับหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้การลงคะแนนต้องเป็นการลงคะแนนลับ (secret ballot) เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเลือกตั้งโดยไม่ถูกแทรกแซงหรือข่มขู่

ปมบาร์โค้ดบัตรละเมิดสิทธิลงคะแนนลับ

ผู้ร้องเรียนชี้แจงว่า เทคโนโลยีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวและสิทธิทางการเมืองขั้นพื้นฐาน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ที่บัญญัติไว้ว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริตและลับ เพื่อให้ประชาชนลงคะแนนได้อย่างอิสระ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้งไทยทั้งระบบ

  • คำขอให้ศาลพิพากษา: สั่งให้การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นโมฆะ และให้ กกต. จัดเลือกตั้งใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
  • คำร้องคุ้มครองชั่วคราว: ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกินเยียวยา หากรับรอง ส.ส. เข้าสภาไปแล้ว
  • ห้ามใช้เทคโนโลยี: สั่งห้าม กกต. ใช้คิวอาร์โค้ดหรือระบบอื่นที่เชื่อมโยงตัวตนผู้ลงคะแนนในอนาคต

นอกจากนี้ กลุ่มยังยืนยันว่าการพิจารณาคดีนี้ควรเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ของรัฐและประชาชนทั้งประเทศ เนื่องจากหากผลการเลือกตั้งถูกนำไปใช้ สภาผู้แทนราษฎรอาจมีองค์ประกอบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้กฎหมายที่ออกมาขาดความชอบธรรม

กรณี 9 สถาบันบุกศาลปกครอง ร้องสั่งเลือกตั้ง 69 โมฆะ นี้ สะท้อนถึงความตื่นตัวของเยาวชนไทยในการตรวจสอบกระบวนการ демократия ในประเทศ ปัญหาบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เคยมีข้อถกเถียงในหลายประเทศ เช่น ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่เน้นย้ำว่าการลงคะแนนต้องลับสนิทเพื่อป้องกันการทุจริต หาก กกต. ไม่ปรับปรุงระบบ อนาคตอาจเกิดข้อพิพาทซ้ำซาก

จากมุมมองของผู้เขียน คดีนี้มีความสำคัญยิ่ง เพราะสิทธิลงคะแนนลับเป็นหัวใจของประชาธิปไตย หากศาลรับคำร้องและสั่งโมฆะ จะเป็นการตั้งมาตรฐานใหม่ให้การเลือกตั้งไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น แต่หากไม่ ก็อาจจุดชนวนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จากประชาชน

สุดท้ายนี้ กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเลือกตั้งต้องบริสุทธิ์บริบูรณ์ คุณคิดเห็นอย่างไรกับการร้องเรียนของนักศึกษาครั้งนี้? เชิญแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้ข้อมูลนี้แพร่กระจายสู่สาธารณะ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – 9 สถาบันบุกศาลปกครอง ร้องสั่งเลือกตั้ง 69 โมฆะ ปมบาร์โค้ดบัตรละเมิดสิทธิลงคะแนนลับ

แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จี้ กกต. รับผิดชอบ-ชดใช้ เลือกตั้ง 2569

ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน บรรยากาศคึกคักไปด้วยประชาชนและนักศึกษาที่มาร่วมกิจกรรม แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จี้ กกต. รับผิดชอบ-ชดใช้ เลือกตั้ง 2569 เครือข่ายนิสิตนักศึกษาจาก 9 สถาบันชั้นนำทั่วประเทศ ได้แก่ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ขอนแก่น ลาดกระบัง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง รามคำแหง และศรีนครินทรวิโรฒ รวมพลังกันจัด “ประชามติจำลอง” เพื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกวิจารณ์หนักจากปัญหาการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จี้ กกต. รับผิดชอบ-ชดใช้ เลือกตั้ง 2569 ที่สกายวอล์กปทุมวัน

แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จี้ กกต. รับผิดชอบ-ชดใช้ เลือกตั้ง 2569

กิจกรรมนี้เป็นเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสในการเลือกตั้ง โดยผู้เข้าร่วมต่อแถวยาวเหยียดเพื่อโหวตในประเด็นถอดถอน กกต. บรรยากาศเต็มไปด้วยป้ายข้อความวิจารณ์การทำงานของ กกต. เช่น ปัญหาการนับคะแนน หีบบัตรเลือกตั้ง และการพิมพ์ barcode-QR code บนบัตรที่อาจละเมิดความลับของการลงคะแนน กิจกรรมดำเนินถึง 19.00 น. แล้วนับผลทันที ท่ามกลางการดูแลของตำรวจ สน.ปทุมวัน ที่เข้มงวดแต่สงบเรียบร้อย

นายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ขึ้นปราศรัยชี้แจงปัญหาเด่น โดยเฉพาะที่ จ.ชลบุรี เขต 1 ที่มีหลักฐานผิดปกติมากมาย แต่ กกต. ไม่ยอมรับหรือตรวจสอบอย่างจริงจัง เขาย้ำว่า “กระบวนการนับคะแนนไม่โปร่งใส แม้นับใหม่ทั้งประเทศก็อาจไม่เชื่อถือได้” จึงจี้ให้ กกต. รับผิดชอบและชดใช้ความเสียหายต่อประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย

กิจกรรมประชามติจำลอง แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จี้ กกต.

ปัญหาการเลือกตั้ง 2569 ที่จุดชนวนการเรียกร้อง

ปัญหาหลักที่ถูกหยิบยก ได้แก่ การจัดการหีบบัตรไม่เหมาะสม แบบขีดคะแนนและรวมคะแนนผิดพลาด รวมถึงรหัส barcode บนบัตรที่อาจถูกสแกนติดตาม ทำให้การเลือกตั้งไม่ปิดลับตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นใน กกต. ตกต่ำสุดขีด นักศึกษาจึงเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน พรรคการเมือง องค์กรประชาสังคม ร่วมส่งเสียงเรียกร้องเพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่แท้จริง

  • หลักฐานผิดปกติจำนวนมาก โดยเฉพาะชลบุรี เขต 1
  • ไม่เปิดเผยคะแนนดิบให้ตรวจสอบ
  • ระบบ ECT Report ล่าช้า ไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการเกิน 7 วัน
  • การพิมพ์รหัส QR code ขัดรัฐธรรมนูญ
ป้ายเรียกร้อง แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จี้ กกต. รับผิดชอบ-ชดใช้

บก.ลายจุด ร่วมโหวต จี้เปิดคะแนนดิบ

ช่วง 18.00 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เดินทางมาร่วมโหวตและปราศรัยสุดดุเดือด เขาเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยคะแนนดิบจากกว่า 1 แสนหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ทั้ง ส.ส. แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบว่าตรงกับข้อมูลที่เก็บไว้หรือไม่

บก.ลายจุดตั้งคำถามตรงๆ ถึง กกต. 7 คนและเลขาธิการ “ไม่คิดรับผิดชอบบ้างหรือ? ทำไมผลยังไม่ออก ทั้งระบบ ECT Report ครบแล้ว?” เขาเชื่อว่าปัญหาไม่ใช่ตัวบุคคล แต่เป็นระบบที่พยายาม “ตกแต่งตัวเลข” เพื่อให้ตรงใจผู้มีอำนาจเบื้องหลัง ลดทอนอำนาจประชาชน

บก.ลายจุดปราศรัยในกิจกรรม

กิจกรรมยุติ 21.00 น. ด้วยความสงบ แต่สัญญาณการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโปร่งใสยังดังก้อง แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จี้ กกต. รับผิดชอบ-ชดใช้ เลือกตั้ง 2569 จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการตรวจสอบครั้งใหญ่

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งที่ไร้ความโปร่งใสคือภัยต่อประชาธิปไตย การเรียกร้องครั้งนี้สมเหตุสมผลและจำเป็น คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์การเลือกตั้งของคุณด้านล่างนี้เลย แล้วอย่าลืมแชร์บทความเพื่อกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆ ทราบ!

ที่มา – แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จี้ กกต. รับผิดชอบ-ชดใช้ หลังเกิดปัญหาในการเลือกตั้ง 2569

Scroll to top