ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

สภาฯ คึกคัก โหวตนายกฯ คนที่ 32 วันนี้!

สภาฯ กลับมาคึกคักอีกครั้ง เหล่า สส. ตบเท้าเข้าร่วมประชุมสภาตั้งแต่เช้าตรู่ ท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดถึงการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” ของประเทศไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยิ้มให้กับสื่อมวลชนแต่ยังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ เพิ่มเติม

วันที่ 5 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสดๆ ร้อนๆ จากอาคารรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั่วทุกสารทิศ ทยอยเดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐสภาอันมีความสำคัญยิ่ง เพื่อดำเนินการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” ของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่จับตามองของประชาชนทั้งประเทศ รวมถึงการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากบรรดาสื่อมวลชนทุกแขนง

การโหวตในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการชี้ชะตาทิศทางการเมืองของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้เลยก็ว่าได้ เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าใครจะได้เป็นผู้นำประเทศคนต่อไป และมาจากขั้วการเมืองใด ท่ามกลางกระแสข่าวการเจรจาต่อรองทางการเมือง และการจับขั้วกันที่ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวได้พยายามอย่างยิ่งที่จะขอสัมภาษณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แต่ทั้งสองท่านได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ เพียงแต่ส่งยิ้มให้ก่อนที่จะเดินเข้าไปในอาคารรัฐสภาเพื่อเข้าร่วมการประชุม

บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง ประชาชนต่างรอคอยผลการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” อย่างใจจดใจจ่อ เพราะเชื่อมั่นว่าผู้นำคนใหม่จะสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้

โหวต “นายกฯ คนที่ 32”

สำหรับขั้นตอนการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” นั้น จะเริ่มต้นด้วยการเปิดให้ สส. แต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นและอภิปรายถึงคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการลงคะแนนลับ ซึ่งผลการลงคะแนนจะเป็นไปตามเสียงข้างมากของ สส. ที่เข้าร่วมประชุม

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการโหวต “นายกฯ คนที่ 32”

มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลต่อผลการโหวต “นายกฯ คนที่ 32” ในครั้งนี้ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการรวมตัวของพรรคการเมืองต่างๆ และการเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนที่เพียงพอ นอกจากนี้ ความคิดเห็นของประชาชนและแรงกดดันจากภายนอกก็อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ สส. แต่ละคนด้วย

  • การรวมตัวของพรรคการเมือง
  • การเจรจาต่อรองทางการเมือง
  • ความคิดเห็นของประชาชน
  • แรงกดดันจากภายนอก

การเมืองไทยในขณะนี้มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การโหวต “นายกฯ คนที่ 32” ในครั้งนี้จึงเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทุกคนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ของการโหวตจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในฐานะประชาชนคนไทย เราควรตระหนักถึงความสำคัญของกระบวนการทางการเมืองและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกผู้นำประเทศอย่างมีวิจารณญาณ เพื่อให้ได้ผู้นำที่สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – สภาฯ คึกคัก สส. เข้าประชุม ท่ามกลางการจับตา โหวต “นายกฯ คนที่ 32”

“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน หนุนภูมิใจไทยเหมือนเดิม

การเมืองวันนี้ยังคงร้อนแรง! นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมยืนยันหนักแน่นว่ายังคงสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา ผู้สื่อข่าวได้ดักสัมภาษณ์นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาในเวลา 09.09 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ถือว่าเป็นมงคล ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันนี้ ว่าจะมีการเปลี่ยนใจหรือไม่ และมีความกังวลในเรื่องใดหรือไม่

นายณัฐพงษ์ ได้แต่ยิ้ม พร้อมกล่าวสั้นๆ ขณะที่กำลังจะขึ้นลิฟต์ว่า “ฝากติดตามการประชุมสภาวันนี้ด้วย” เมื่อถูกถามย้ำว่ายังคงสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หัวหน้าพรรคตอบอย่างหนักแน่นว่า “ยืนยันคำเดิมครับ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเป็นการตอกย้ำจุดยืนของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ว่ายังคงให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง

“เท้ง ณัฐพงษ์” ยัน หนุนภูมิใจไทยเหมือนเดิม

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความผันผวน หลายพรรคการเมืองกำลังจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลกันอย่างเข้มข้น ท่าทีของแต่ละพรรคจึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ออกมายืนยันเช่นนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังพรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคอื่นๆ ที่กำลังเจรจาต่อรองกันอยู่

ทำไมการสนับสนุนของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ถึงมีความสำคัญ

การสนับสนุนของนายณัฐพงษ์และพรรคประชาชนมีความสำคัญเนื่องจาก:

  • พรรคประชาชนแม้จะเป็นพรรคขนาดเล็ก แต่ก็มีบทบาทในการเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งสามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น
  • การที่หัวหน้าพรรคออกมายืนยันความชัดเจนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในจุดยืนทางการเมือง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุน
  • ท่าทีที่ชัดเจนของนายณัฐพงษ์ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของ สส. ในพรรค รวมถึง สส. จากพรรคอื่นๆ ได้

การเมืองไทยในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลง การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริงและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง การออกมาให้สัมภาษณ์ของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจและควรค่าแก่การติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ดังนั้น การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” ออกมายืนยันการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ว่าจะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” ยิ้มให้สื่อ ยันยังหนุนภูมิใจไทยเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

“เท้ง” ถาม “ภูมิธรรม” ยุติกระบวนการยุบสภา?

“เท้ง ณัฐพงษ์” ถามความชัดเจน “ภูมิธรรม” ยุติกระบวนการยุบสภาแล้วหรือยัง มองควรดำเนินตามกระบวนการโหวตนายกฯ คนที่ 32 พร้อม เรียกร้องถอนดำเนินคดี ม.112-157 ไม่เห็นด้วยนิติสงคราม

เมื่อเวลา 09.49 น. วันที่ 4 กันยายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวานที่ผ่านมา (3 กันยายน 2568) ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันที่ 5 กันยายน 2568 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับพรรคเพื่อไทยมีมติในการเสนอ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่กลับมีกระแสข่าวว่าทางรัฐบาลเตรียมที่จะเสนอความเห็นเพิ่มเติมต่อสำนักองคมนตรี เพื่อยืนยันว่าปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีหรือรักษาการนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการทูลเกล้าฯ ยุบสภา 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ตนและพรรคประชาชนมีความเห็นดังต่อไปนี้ ประการแรก พวกเรายืนยันว่าปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ หรือรักษาการนายกฯ มีอำนาจในการยุบสภา แต่อย่างไรก็ตามพวกเราไม่ได้มีอำนาจที่ในการตีความเรื่องนี้ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ได้อย่างไร อำนาจในการตีความอยู่กับหน่วยงานที่ควรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวนายภูมิธรรมเอง ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ สภาพที่เกิดความไม่ชัดเจนจากการที่ประธานสภาฯ บรรจุระเบียบวาระเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ กับการที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ สิ่งที่วันนี้เรามีความชัดเจนแล้วคือระเบียบวาระกำลังเดินหน้าสู่การโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 กันยายน แต่ที่ยังไม่ชัดเจนในตอนนี้คือทางพรรคเพื่อไทยหรือนายภูมิธรรม ยังเดินหน้ากระบวนการยุบสภาหรือไม่อย่างไร

ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลหรือข้อขัดแย้งทางกฎหมาย สิ่งหนึ่งที่ตนอยากขอเรียกร้องจากนายภูมิธรรมและรัฐบาลเพื่อให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้เราเดินหน้าถูกต้องที่สุด อยากได้ความชัดเจนว่าตกลงแล้วรัฐบาลในขณะนี้ยังคงเดินหน้ากระบวนการในการยุบสภาอยู่หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ถ้ากระบวนการยังไม่เกิดความชัดเจนแบบนี้ ตนเห็นควรว่าเราควรจะต้องดำเนินการตามระเบียบวาระที่ประธานสภาฯ ได้มีการบรรจุโดยใช้อำนาจจากสภาผู้แทนราษฎรที่บรรจุวาระไปแล้วเรียบร้อย

ประการที่ 2 เมื่อวานนี้มีการดำเนินคดีมาตรา 112  และมาตรา 157 กับนายภูมิธรรม ตนและพรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการใช้เครื่องมือทางกฎหมายดำเนินคดีดังกล่าว อยากจะเรียกร้องให้ผู้ร้องถอนคำกล่าวโทษเพื่อสร้างบรรยากาศที่พวกเราสามารถหาทางออกให้กับประเทศได้ พวกเราไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายในการกลั่นแกล้งหรือดำเนินกระบวนการนิติสงครามไม่ว่ากับฝ่ายใด เป็นสิ่งที่ตนแถลงครั้งนี้ในนามผู้นำฝ่ายค้านและตัวแทนของพรรค

จากนั้นนายณัฐพงษ์ ตอบคำถามสื่อมวลชนหลังแถลงว่า การดำเนินการของฝั่งพรรคเพื่อไทยอาจจะมีความย้อนแย้งในตัวเอง ทั้งๆ ที่ในพรรคมีการเตรียมที่จะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่กลับมีกระแสข่าวว่ายังดำเนินการในเรื่องการยุบสภาอยู่ เป็นสิ่งที่ตนต้องออกมาเรียกร้องขอความชัดเจนจากนายภูมิธรรมว่าได้ยุติกระบวนการยุบสภาแล้วหรือไม่อย่างไร และพร้อมที่จะเดินหน้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้วใช่หรือไม่

พร้อมกันนี้ นายณัฐพงษ์ ยืนยันหนักแน่นว่ามติของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรี ผ่านการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เราไตร่ตรองและทบทวนมาอย่างดีแล้ว เพียงแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้อยู่ในสภาพของสิ่งที่เราบอกว่า นายกฯ รักษาการ มีอำนาจในการยุบสภา แต่ทางรัฐบาลกลับมีความย้อนแย้งและยังเกิดความไม่ชัดเจน จึงอยากทำให้เกิดความชัดเจนก่อน แต่หากรัฐบาลยังคงคาราคาซังและยังไม่ทำให้เกิดความชัดเจน พวกเราเห็นควรว่าควรดำเนินการตามที่ประธานสภาฯ ใช้ดุลพินิจที่ได้บรรจุวาระเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ต่อไป ในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค การแสดงจุดยืนนี้ในที่สาธารณะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และขอเรียกร้องให้ผู้ที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษนายภูมิธรรม ถอนคำร้องทุกข์ออก

“สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการยืนยันในหลักการเราพูดมาโดยตลอดว่าเราไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนิติสงคราม สิ่งที่ประชาชนไม่อยากเห็นตอนนี้คือการที่ใครกำลังจะขึ้นมามีอำนาจแล้วใช้กระบวนการทุกอย่างเล่นงานคู่ขัดแย้งฝ่ายตรงข้าม สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ผมในฐานะหัวหน้าพรรคได้ออกมายืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการดำเนินคดีนายภูมิธรรมเมื่อวานที่ผ่านมา”

สำหรับการดำเนินการต่อจากนี้ เราจะใช้เสียงในสภาฯ ที่เรามีในการกำกับทิศทางของประเทศให้ดำเนินไปทางที่เราเห็นว่าถูกและควรโดยใช้รัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยที่เราเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในการกำกับทิศทาง มีคำถามว่าเป็นนั่งร้านหรือไม่เป็นนั่งร้าน นายณัฐพงษ์ ตอบว่า อยู่ที่การแสดงออกการใช้เสียงในสภาฯ ที่พวกเรามีการแถลงชัดเจนในครั้งนี้เรื่องการดำเนินคดีนายภูมิธรรม เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการแสดงออกของพวกเราว่าเราใช้เสียงของพวกเราที่มีในการกำกับทิศทางรัฐบาลเสียงข้างน้อยอย่างไร ส่วนภายนอกสภาฯ เราคงห้ามคนที่ไปยื่นคดีฟ้องร้องไม่ได้ และตนคงไม่ได้มีอำนาจที่จะกำกับการทำงานของ สส.แต่ละคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยู่พรรคอื่นๆ แต่หากมีการดำเนินการอะไรไปแล้วตนเชื่อมั่นว่า 140 กว่าเสียงที่เรามี ที่เราเป็นฝ่ายค้านเสียงข้างมาก ณ ขณะนี้จะสามารถกำกับทิศทางการกำกับการดำเนินการของพรรคต่างๆ ได้

“ขอย้ำอีกครั้งว่าการเซ็น MOA ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการร่วมรัฐบาล เราไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะไปสั่งห้ามไม่ให้เขาทำอะไรเป็นการล่วงหน้า และการจัดตั้งรัฐบาลการดำเนินการต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่เขาจะทำ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นว่ารัฐบาลทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขัดหลักการ เราก็พร้อมใช้เสียงที่เรามีในการกำกับทิศทางให้รัฐบาลเดินทางไปในทางที่ถูกต้อง เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยและทุกๆ ฝ่ายที่ร่วมเสียงอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ได้เสียงสัญญาณที่ส่งไปแล้ว”

ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับตามข้อเท็จจริงจากการประเมินกระแสต่างๆ ที่เราได้ยินมาอาจจะยังมีผู้สนับสนุนของพรรคบางส่วนที่ยังรู้สึกไม่สบายใจ พวกเราเข้าใจดีและเชื่อว่าผู้บริหารได้รับฟังเสียงอย่างรอบด้านแล้ว ก่อนที่จะออกมาเป็นมติผู้บริหารพรรคพวกเราฟังเสียงทุกองค์ค่ะประโยชน์ของพรรคอย่างรอบด้านแล้ว ยืนยันอีกครั้งว่าการตัดสินใจครั้งนี้เห็นไปในทิศทางเดียวกันกับสิ่งที่เรามีมติออกมา ดังนั้นการดำเนินการต่อจากนี้ที่จะทำให้คะแนนความนิยมของพรรคเพิ่มมากขึ้นหรือผู้สนับสนุนพรรคเข้าใจสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องดำเนินการเป็นไปเพื่ออะไรก็เป็นสิ่งที่หน้าที่ของพวกเราที่ต้องดำเนินการต่อ เชื่อว่าใน 4 เดือนต่อ.

“เท้ง” ถามความชัดเจน “ภูมิธรรม” ยุติกระบวนการยุบสภา เรียกร้องถอนดำเนินคดี ม.112-157

ความชัดเจนเรื่องการยุติกระบวนการยุบสภา

จากกรณีที่นายณัฐพงษ์ได้ออกมาถามความชัดเจนจากนายภูมิธรรม เรื่องการยุติกระบวนการยุบสภา ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในการทำงานของรัฐบาลผสม การตัดสินใจของพรรคประชาชนในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะใช้เสียงของตนในการเปลี่ยนแปลง หากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง

การออกมาเรียกร้องให้นายภูมิธรรม ยุติกระบวนการยุบสภา และเรียกร้องให้ถอนการดำเนินคดี มาตรา 112 และ 157 เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคประชาชน ในการปกป้องหลักการประชาธิปไตย และต่อต้านการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง

โดยสรุป ประเด็นสำคัญที่นายณัฐพงษ์หยิบยกขึ้นมานั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อความไม่แน่นอนทางการเมือง และความจำเป็นในการสร้างความโปร่งใสในการบริหารประเทศ

ที่มา – “เท้ง” ถามความชัดเจน “ภูมิธรรม” ยุติกระบวนการยุบสภา เรียกร้องถอนดำเนินคดี ม.112-157

เปิดเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาล

เปิดเอกสารลงนาม 5 ข้อระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยฉบับเพิ่มเติม “เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ “อนุทิน” ต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ย้ำ ปชน. จะเป็นฝ่ายค้านต่อ ไม่มีใครไปเป็นรัฐมนตรี

วันที่ 3 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปฝ่ายค้าน นำแถลงข่าวว่า 5 วันที่ผ่านมา หลังจากได้คุยกับพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยนั้น วันนี้คณะกรรมการบริหารของพรรคมีมติว่า หากมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ความเห็นชอบเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคประชาชนจะให้ความเห็นชอบแก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

โดยนายณัฐพงษ์ ได้แถลงว่า กรณีการเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ทำให้สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 159 พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยเห็นร่วมกันว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ไขปัญหาจำเป็นเร่งด่วนเฉพาะหน้าในระยะเวลาอันสั้น จัดทำประชามติเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนจะให้ความเห็นชอบนายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใต้เงื่อนไขที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยตกลงร่วมกัน ดังต่อไปนี้

เงื่อนไขสำคัญ 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก

1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

2. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเร็ว ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

3. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยจะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จในวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้โดยเร็ว

4. เพื่อสร้างหลักประกันว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือนจริง พรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

5. พรรคประชาชนยืนยันเป็นฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

โดยในเอกสารตอนท้ายมีการระบุชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ทางพรรคได้ปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อคืนนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นเข้ามาประมาณ 25,000 คน ความเสี่ยงสูงสุดของเรื่องนี้ คือการบิดพลิ้ว และการตระบัดสัตย์ ทางพรรคภูมิใจไทยจะมีต้นทุนในการรับผลนั้น ยืนยันว่าไม่เสียใจภายหลัง เพราะ 5 วันที่ผ่านมา ได้ไตร่ตรองและรับฟังเสียงรอบด้าน ทั้ง สส. สมาชิกพรรค เครือข่าย และพนักงาน ทุกความเห็นสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และการลงนามนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อนายอนุทิน ได้ลงนามตอบกลับแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ไว้วางใจนายกฯ คนใด แต่เพื่อให้เดินหน้ายุบสภา

ขณะที่ทางพรรคภูมิใจไทย พบว่า นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล แกนนำพรรค พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เดินทางมารับเอกสารลงนาม ก่อนจะขึ้นไปที่ห้องพัก สส. ของพรรคภูมิใจไทย ด้านบนอาคารรัฐสภา

เปิดเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก

การที่พรรคประชาชนออกมาประกาศเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก นั้น แสดงให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมือง และความต้องการที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว รวมถึงการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน การจับตาดูท่าทีของพรรคภูมิใจไทย และการดำเนินการตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง การเปิดเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันพิจารณาและติดตามอย่างใกล้ชิด

สำหรับประชาชนทั่วไป การทำความเข้าใจในเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล และสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อกำหนดทิศทางของประเทศต่อไปในอนาคต มาร่วมกันติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด และแสดงพลังของเราในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

การเปิดเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากนี้ จะส่งผลต่อการเมืองไทยอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – เปิดเงื่อนไข 5 ข้อพรรคประชาชน ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก หลังโหวตนายกฯ ให้

“เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน ถกโหวตนายกฯ

“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เดินทางเข้าพรรคประชาชนตั้งแต่เช้า เพื่อหารือและกำหนดแนวทางการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นวันที่ 2 หลังพรรคได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากสมาชิกพรรค

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ในเวลา 09.25 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคประชาชน อาคารอนาคตใหม่ ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เพื่อหารือและกำหนดแนวทางการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังจากเมื่อวานนี้ได้มีการประชุมสส. วาระพิเศษเพื่อหารือแนวทางการเลือก แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด

นอกจากนี้นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน นายเซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชน ก็ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคแล้วเช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะมีการเริ่มการประชุมหารือกันอีกครั้งในช่วงบ่ายของวันนี้

ในขณะเดียวกัน พรรคประชาชนได้ส่งข้อความผ่านบรอดแคสต์ ทั้งทางไลน์ OA และ SMS เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคทั่วประเทศ เกี่ยวกับกรณีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สมาชิกได้ร่วมแสดงความเห็นว่าพรรคควรจะโหวตเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

“เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน เตรียมหารือโหวตเลือกนายกต่อเนื่องวันที่ 2

การเดินทางมายังพรรคประชาชนของ “เท้ง ณัฐพงษ์” ในวันนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นการหารือต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับแนวทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การตัดสินใจของพรรคประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลของการโหวตในสภา

พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคอย่างกว้างขวาง โดยการเปิดช่องทางให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการตัดสินใจบนพื้นฐานของเสียงส่วนใหญ่ และการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคน

ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในการหารือ

  • การหาข้อสรุปเกี่ยวกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคจะสนับสนุน
  • การพิจารณาเงื่อนไขและข้อเสนอต่างๆ จากพรรคร่วมรัฐบาล
  • การรับฟังและพิจารณาความคิดเห็นของสมาชิกพรรค

การหารือในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางทางการเมืองของประเทศ และน่าติดตามว่าพรรคประชาชนจะมีมติในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างไร

สถานการณ์การเมืองล่าสุดกับท่าทีของพรรคประชาชน: การตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ขาดผลการลงมติ พรรคประชาชนมี ส.ส. จำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถส่งผลต่อเสียงข้างมากในสภาได้ ดังนั้นทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่ท่าทีของพรรค

ในการหารือครั้งก่อน พรรคประชาชนยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะสนับสนุนผู้สมัครคนใด เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ทั้งนโยบายของแต่ละพรรค การประนีประนอมผลประโยชน์ และความต้องการของประชาชน แต่การที่ "เท้ง ณัฐพงษ์" เข้าพรรคประชาชน เพื่อหารือเกี่ยวกับการ“เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน เตรียมหารือโหวตเลือกนายกต่อเนื่องวันที่ 2 คงทำให้พรรคสามารถตัดสินใจเลือกผู้สมัครได้อย่างเหมาะสม การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการตัดสินใจบนพื้นฐานของเสียงส่วนใหญ่และการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคน

การตัดสินใจของพรรคประชาชนจึงอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศ การจับตาดูการ“เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน เตรียมหารือโหวตเลือกนายกต่อเนื่องวันที่ 2 อย่างไกล้ชิด จึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความท้าทาย พรรคประชาชนจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ ทั้งต่อพรรคเอง ต่อประชาชน และต่อประเทศชาติ การตัดสินใจโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญจึงเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนควรยึดมั่น

ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการสนับสนุนประชาธิปไตยและความโปร่งใสในการบริหารประเทศ การตัดสินใจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จึงควรสอดคล้องกับหลักการดังกล่าว และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถเข้าใจสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” เข้าพรรคประชาชน เตรียมหารือโหวตเลือกนายกต่อเนื่องวันที่ 2

พรรคประชาชน ถกอีกรอบ! ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ

จับตาบ่ายนี้! พรรคประชาชน นัดถก สส. และกรรมการบริหารพรรคอีกรอบ เพื่อตัดสินใจว่าจะโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคไหน หลังการประชุมเมื่อวานนี้เสียงภายในพรรคแตกเป็น 3 ส่วน ทั้งหนุนเพื่อไทย ภูมิใจไทย และไม่ต้องการโหวตให้ใครเลย

วันที่ 2 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชนได้นัด สส. ทั้งหมดกว่า 140 คน เข้ามาประชุมที่อาคารอนาคตใหม่ ในวันนี้ เวลา 13.00 น. อีกครั้ง เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงการตัดสินใจโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้พรรคการเมืองใด ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (1 ก.ย. 68) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้หารือกับ สส. และกรรมการบริหารพรรค เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับแนวทางการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่ยอมรับเงื่อนไขของพรรค ซึ่งในที่ประชุมยังมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งต้องการโหวตให้พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ภายใต้โจทย์ของประเทศในสถานการณ์ปัจจุบัน และบางส่วนที่มีความเห็นที่ระบุว่าจะไม่โหวตให้พรรคการเมืองใด

ในการประชุมเมื่อวานนี้ สส.ของพรรคจำนวน 143 คน ไม่ได้มาประชุมครบทั้งหมด เนื่องจากมีบางส่วนปฏิบัติภารกิจของกรรมาธิการในต่างจังหวัด และยังคงลงพื้นที่ต่างจังหวัด แต่แหล่งข่าวภายในพรรคยืนยันว่าในการประชุม สส. ของพรรคในวันนี้จะเดินทางมากันครบอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน และนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ว่า ที่ประชุมไม่มีการหารือเรื่องจะไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เพื่อแลกกับคดี 44 สส. ที่อยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

ทั้งนี้จุดยืนของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังคงยึดมั่นใน 3 ข้อหลัก ได้แก่ เลือกนายกฯ จากรายชื่อที่เสนอ โดยมีเงื่อนไขต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และต้องเปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่นายณัฐพงษ์ย้ำชัดว่า หากพรรคใดเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาชนจะไม่โหวตให้อย่างแน่นอน

ขณะที่เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา สมาชิกพรรคประชาชนได้รับข้อความบรอดแคสต์ ทั้งในช่องทาง Line OA และ SMS เพื่อให้กรอกแบบสอบถาม เรื่องการโหวตนายกฯ ผ่านระบบรับความเห็นสมาชิกพรรค โดยคำถามที่น่าสนใจคือ:

  • 1. “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่พรรคประชาชนควรใช้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ประมาณ 143 เสียง เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เดินหน้าสู่การยุบสภา และทำประชามติเปิดทางไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”
  • 2. หากจำเป็นต้องเลือก ท่านมีความเห็นว่าพรรคประชาชนควรยกมือสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรี

โดยมีตัวเลือกให้เลือกคือ พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ ยังมีช่องให้สมาชิกสามารถกรอกความเห็นอื่นเพิ่มเติมได้อีกด้วย

พรรคประชาชน กับทิศทางการโหวตนายกฯ ที่ยังไม่แน่นอน

สถานการณ์ภายในพรรคประชาชนยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับการตัดสินใจว่าจะโหวตสนับสนุนใครให้เป็นนายกรัฐมนตรี การประชุมในวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการหาข้อสรุปและกำหนดทิศทางของพรรค

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจโหวตนายกฯ ของพรรคประชาชน

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของพรรคประชาชนในการโหวตนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนของพรรค เงื่อนไขที่พรรคต้องการให้เกิดขึ้น และความเห็นของสมาชิกพรรคที่แตกต่างกัน การหาจุดร่วมที่ทุกฝ่ายยอมรับได้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

การที่พรรคประชาชนมีเสียงในสภาถึง 143 เสียง ทำให้การตัดสินใจของพรรคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคตัดสินใจสนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่ง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พรรคนั้นได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้

อย่างไรก็ตาม หากพรรคตัดสินใจไม่สนับสนุนใครเลย ก็จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น และอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มากขึ้น

ดังนั้น การประชุมในวันนี้จึงเป็นที่จับตาของทุกฝ่ายว่าจะได้ข้อสรุปอย่างไร และจะมีผลต่อการเมืองไทยในอนาคตอย่างไร

การตัดสินใจของพรรคประชาชนครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร การจับตาดูผลการประชุมจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – พรรคประชาชน นัดอีกรอบบ่ายนี้ ก่อนตัดสินใจโหวตนายกฯ ให้พรรคไหน หลังเสียงแตกหนัก

พรรคประชาชน ซาวด์เสียง เลือกใคร พท. หรือ ภท.

พรรคประชาชน ส่งไลน์ OA -SMS ซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้ม ระหว่าง พท.-ภท. จะเลือกใคร เพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกทั่วประเทศเกี่ยวกับการโหวตนายกรัฐมนตรี โดยมีคำถามสำคัญว่า หากจำเป็นต้องสนับสนุน จะเลือกพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 สมาชิกพรรคประชาชนได้รับข้อความผ่านช่องทาง Line OA และ SMS เพื่อให้กรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับการโหวตนายกฯ ผ่านระบบรับความเห็นของสมาชิกพรรค โดยคำถามหลักมีดังนี้:

  1. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่พรรคประชาชนควรใช้เสียงในสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ประมาณ 143 เสียง เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เดินหน้าสู่การยุบสภา และทำประชามติเปิดทางไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยมีตัวเลือกให้ตอบว่า เห็นด้วย ควรใช้เสียงที่มีในสภา และไม่เห็นด้วย ควรอยู่เฉย ๆ

  1. หากจำเป็นต้องเลือก ท่านมีความเห็นว่าพรรคประชาชนควรยกมือสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคใดเป็นนายกรัฐมนตรี

ตัวเลือกคือ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ ยังมีช่องให้สมาชิกพรรคสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ โดยต้องยืนยันตัวตนว่าเป็นสมาชิกพรรคประชาชนก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้

พรรคประชาชน ซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้ม เลือกใคร พท. หรือ ภท.

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ว่า การตัดสินใจเรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ทางพรรคจะสอบถามความคิดเห็นจาก สส. กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสตาฟ เพื่อรวบรวมความคิดเห็นก่อนที่จะตัดสินใจ โดยในวันที่ 2 กันยายน ทางพรรคประชาชนมีการนัด สส. เพื่อประชุมหารือในประเด็นนี้อีกครั้ง

ทำไมพรรคประชาชนถึงต้องซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้มในการเลือก พท. หรือ ภท.?

การตัดสินใจที่สำคัญเช่นนี้ จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนภายในพรรค เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิกพรรคมากที่สุด การเปิดให้สมาชิกพรรคได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของพรรค และเพิ่มความสามัคคีภายในพรรคอีกด้วย

การเปิดรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรค แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความตั้งใจที่จะให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่สำคัญของพรรค การรวบรวมข้อมูลและนำมาวิเคราะห์อย่างรอบคอบ จะช่วยให้พรรคสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและเหตุผลสนับสนุน

นอกจากนี้ การสอบถามความคิดเห็นของสมาชิกพรรคยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าพรรคให้ความสำคัญกับสมาชิกทุกคน และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับพรรคและประเทศชาติโดยรวม พรรคประชาชน ส่งไลน์ OA -SMS ซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้ม ระหว่าง พท.-ภท. จะเลือกใคร เป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

การซาวด์เสียงของพรรคประชาชนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคในการตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญ การรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายและนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ จะช่วยให้พรรคสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

การตัดสินใจของพรรคจะเป็นอย่างไร และจะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไป

ที่มา – พรรคประชาชน ส่งไลน์ OA -SMS ซาวด์เสียงสมาชิกพรรคส้ม ระหว่าง พท.-ภท. จะเลือกใคร

“พิธา” ให้กำลังใจ “หัวหน้าเท้ง-พรรคประชาชน”

“พิธา” แท็ก “หัวหน้าเท้ง-พรรคประชาชน” ให้กำลังใจ ท่ามกลางสถานการณ์การเจรจาขอเสียงโหวตนายกฯ ที่กำลังเข้มข้น “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ส่งกำลังใจให้พรรคประชาชน และ “หัวหน้าเท้ง” หรือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความให้กำลังใจลงในโซเชียลมีเดีย โดยแท็กไปที่เพจพรรคประชาชน และไอจีส่วนตัวของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ หัวหน้าเท้ง

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายสรวงศ์ เทียนทอง, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, น.ส.จิราพร สินธุไพร, นายชูศักดิ์ ศิรินิล พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค ได้แก่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ), นายเดชอิศม์ ขาวทอง (พรรคประชาธิปัตย์), นายชัยชนะ เดชเดโช (พรรคประชาธิปัตย์) และนายประภัตร โพธสุธน (พรรคชาติไทยพัฒนา) เดินทางมาที่ทำการพรรคประชาชน เพื่อหารือเกี่ยวกับการขอเสียงสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาล

โดยทางฝั่งพรรคประชาชนมี นายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรค, นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค เข้าร่วมหารือ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมแกนนำพรรค ได้เดินทางมาเจรจากับพรรคประชาชน เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการโหวตนายกรัฐมนตรีด้วยเช่นกัน สถานการณ์การเมืองจึงมีความน่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

“พิธา” ให้กำลังใจ “หัวหน้าเท้ง-พรรคประชาชน”

พรรคประชาชนกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจครั้งสำคัญ โดยในวันที่ 1 กันยายน เวลา 13.00 น. นายณัฐพงษ์ ได้เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค รวมถึง สส. เพื่อหารือถึงแนวทางการลงมติ นอกจากนี้ จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกพรรคทั่วประเทศ และเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจร่วมด้วย การตัดสินใจของพรรคประชาชนจึงมีความสำคัญต่อการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้

ทำไม “พิธา” ถึงให้กำลังใจ “หัวหน้าเท้ง-พรรคประชาชน”?

การที่ “พิธา” ออกมาให้กำลังใจ “หัวหน้าเท้ง-พรรคประชาชน” อาจเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลและพรรคการเมือง แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะมีความเปลี่ยนแปลงไป แต่การสนับสนุนและให้กำลังใจซึ่งกันและกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงความหวังว่าพรรคประชาชนจะตัดสินใจในทิศทางที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

การตัดสินใจของพรรคประชาชนในครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกฝ่ายเคารพการตัดสินใจซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไป

  • พรรคประชาชนจะตัดสินใจอย่างไรในการโหวตนายกฯ?
  • การตัดสินใจของพรรคจะมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่หรือไม่?
  • ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการตัดสินใจของพรรคอย่างไร?

ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมกำลังให้ความสนใจ และรอคอยคำตอบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

การออกมาให้กำลังใจ “หัวหน้าเท้ง-พรรคประชาชน” ของ “พิธา” ครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนแสงสว่างเล็กๆ ที่ส่องให้เห็นถึงความหวังและความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์การเมืองที่ดีขึ้น

ติดตามข่าวสารและผลการตัดสินใจของพรรคประชาชนได้ในวันที่ 1 กันยายนนี้ มาร่วมกันจับตาดูว่าการเมืองไทยจะเดินหน้าไปในทิศทางใด

ที่มา – “พิธา” แท็ก “หัวหน้าเท้ง-พรรคประชาชน” ให้กำลังใจ ช่วงดีลขอเสียงโหวตนายกฯ

“เท้ง” ย้ำไม่โหวต “บิ๊กตู่” ปชช. เคาะบ่ายนี้ โหวตนายกฯ 3 ก.ย.

“เท้ง” ย้ำไม่โหวตชื่อ “บิ๊กตู่” ปชช. เคาะตัดสินใจบ่ายจันทร์นี้ คาดโหวตนายกฯ 3 ก.ย.

หัวหน้าพรรคประชาชน เผยตัดสินใจเลือกใครไม่เลือกใคร บ่ายวันที่ 1 ก.ย. นี้ คาดโหวตเลือกนายกฯ ได้ 3 ก.ย. ย้ำทุกพรรคต้องดีลบนโต๊ะเข้าที่ทำการพรรค ไม่โหวตให้แน่นอนหากเสนอชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์”

วันที่ 30 ส.ค. 2568 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่โรงแรมคอนราด นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยถึงกับสายข่าวดีลแลกเก้าอี้ 8 รัฐมนตรีให้นอมินีเข้าไปทำหน้าที่แทนว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีดีลลับใดๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น ตอนนี้ตนเองและเพื่อนสมาชิกเราต้องการใช้ 140 กว่าเสียงของพรรคประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผ่าทางตันให้กับประเทศโดยไม่ร่วมรัฐบาล ความหมายคือ หากพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จะมาขอเสียงจากพรรคเพื่อโหวตนายกฯ ให้ โดยมีสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย คือหลักการที่ได้สื่อสารไปก่อนหน้านี้

“การเจรจาต่อรองอะไรต่างๆ ที่บอกว่ามีดีลรับว่าพรรคประชาชนได้ไปขอแลกตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ ขอปฏิเสธอีก 1 ครั้งว่าไม่มีทั้งสิ้น เราไม่รับการเจรจาอะไรที่เป็นใต้โต๊ะหรือที่เป็นหลังบ้านใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะมีข่าวออกมาเป็นการให้สัมภาษณ์การพูดด้วยวาจาปากเปล่า อย่างเช่นไม่ได้ส่งผู้บริหารของพรรคเข้ามาพูดคุย เพื่อที่จะแสดงเจตจำนงแล้วรับข้อเสนอของพรรคประชาชนพร้อมกับผมหรือผู้บริหารพรรคที่พรรคประชาชน ถ้าไม่ส่งตัวแทนเข้ามาเราไม่ได้รับว่าเป็นข้อเสนออย่างเป็นทางการใดๆ ทั้งสิ้น”

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าในอดีตมีการเจรจาบนโต๊ะแต่ก็มีบางพรรคล้มดีล ฉีกข้อตกลงที่ทำไว้กับประชาชน ในครั้งนี้ในฐานะหัวหน้าพรรค จึงขอไม่รับข้อเสนอใดๆ ที่ไม่ได้มีการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจน และไม่ได้ส่งตัวแทนอย่างเป็นทางการเข้ามาพูดคุย

เมื่อถามว่ายังไม่ได้รับปากจากทางพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องใช้กระบวนการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ย้ำว่าพรรคประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เพราะจะต้องใช้การตัดสินใจจากผู้บริหารพรรคและที่ประชุม ส.ส. ในวันจันทร์ที่ 1 กันยายน ช่วงบ่าย เพราะฉะนั้นข้อเสนอ TOR ที่พรรคประชาชนได้เปิดออกไปนั้น จำเป็นจะต้องยอมรับข้อเสนอของเรา และต้องแสดงเจตจำนง ต้องเข้ามาพูดคุยกับผู้บริหารพรรคและตนเองอย่างเป็นทางการในที่ทำการพรรค

ส่วนที่เพื่อไทยบอกว่ามีการเจรจาแล้ว หากไปเจรจาทางลับ ไม่มีการพูดคุยโดยตรงจะถือว่าไม่มีการรับข้อเสนอใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนทางพรรคภูมิใจไทยที่เข้ามาพูดคุยกับตนเอง ได้แสดงเจตจำนงว่ารับข้อเสนอกับพรรคประชาชน ส่วนพรรคอื่นที่ให้ข่าวออกไป ไม่ถือว่าเป็นแสดงเจตจำนงใดๆ ทั้งสิ้น จึงขอให้ฟังข่าวอย่างเป็นทางการ เพราะตอนนี้มีการปล่อยข่าวเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง

ตอนนี้ยังไม่ได้ประเมินว่าใครจริงใจไม่จริงใจไปมากกว่ากัน แต่ประเมินจากเสียงในสภา และข้อเสนอใน TOR ที่ต้องการฝ่าทางตันทางการเมือง และต้องยุบสภาหลัง 4 เดือน โดยตอนนี้ทุกพรรคมีโอกาสเท่ากันก่อนที่จะประชุม ส.ส. เพราะไม่ได้มีธงล่วงหน้า

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวยืนยันว่าทุกการตัดสินใจของพรรคประชาชนอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่ได้พิจารณาว่าเราได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมืองแต่อย่างใด ตนเองสื่อสารไปหลายครั้งแล้วตอนนี้ประเทศที่มีเหตุการณ์รุมเร้าอยู่หลายด้าน การที่รัฐบาลมาจากความชอบธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และตนเองสามารถบอกได้ทันทีว่า หากมีการเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เราไม่สามารถโหวตให้ได้อย่างแน่นอน

ส่วนการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการบรรยากาศที่ให้เกียรติกันในฐานะนักการเมือง ส่วนจะเชื่อใจพรรคภูมิใจไทยได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ในกรอบ 4 เดือนหากพบว่าไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตาม TOR หรือพยายามทำให้กระบวนการยุติธรรมถูกแทรกแซง ก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

ส่วนข้อเสนอของนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ขอขยายกรอบยุบสภาจาก 4 เป็น 6 เดือนนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า 4 เดือนเป็นข้อเสนอขั้นต่ำ ไม่มีการลดไปมากกว่านี้ และเป็นกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมแล้ว พร้อมมองว่าหากพรรคเพื่อไทยยุบสภาตอนนี้เชื่อว่าประชาชนมองเห็นว่าเป็นการชิงการได้เปรียบทางการเมือง เพราะหากจะทำเพื่อหาทางออกให้กับประเทศคงทำไปนานแล้ว แต่การออกมาให้ข่าวตอนนี้เป็นการต่อรองอำนาจกับพรรคร่วม ที่ทุกคนสามารถวิเคราะห์ได้เหมือนกัน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการพูดคุยกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า จะมีผลต่อการตัดสินใจต่อพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบในรายละเอียด และย้ำว่าจะรับพิจารณาเฉพาะการเข้ามาพูดคุยกับตนเองและผู้บริหารพรรคอย่างเป็นทางการที่พรรคประชาชน

พรรคประชาชนกับการโหวตนายกฯ

“เราไม่ได้ร่วมรัฐบาล เราไม่ได้จับมือกับใคร และพร้อมยื่นตรวจสอบ ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ม.151 ในการล้มรัฐบาล และวันจันทร์บ่ายนี้ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนในพรรค ที่พึ่งสั่งการใน 1-2 ชั่วโมงที่ผ่านมา จะนำมาประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร ผมเชื่อว่าทุกๆ คนที่โหวตให้พรรคก้าวไกล ที่เราไม่ใช้การซื้อสิทธิขายเสียงเข้ามา หากอยากจะจัดการเรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียง นักการเมืองที่ทุจริต ถ้าไม่ใช่อำนาจรัฐจัดการอย่างตรงไปตรงมา แล้ววันนี้อำนาจรัฐที่พรรคประชาชนมีอยู่คือ 140 กว่าเสียง หากนิ่งเฉย ไม่ใช่อำนาจรัฐไปในสิ่งที่ถูกที่ควร ก็อาจจะไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้แทนราษฎรหรือเปล่า ในเมื่อประชาชนเลือกพวกเรามา”

เมื่อถามว่ารับนายอนุทินได้ใช่หรือไม่ ที่มีข้อครหาถึง 2 เรื่อง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้อยากขอให้ทุกคนตัดภาพว่าพรรคประชาชนจะเลือกใครไม่เลือกใคร และย้ำจะตัดสินใจในวันจันทร์บ่าย เมื่อถามว่าลำบากใจหรือไม่ หากจะเลือกพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทยก็ถูกด่า นายณัฐพงษ์กล่าวว่าเป็นสภาพที่เราเป็นอยู่ แต่ยืนยันว่าพวกเราหนักแน่น และจะใช้เสียง 140 กว่าเสียงกำกับประเทศไปในทิศทางที่ดีที่สุด ส่วนเงื่อนไขที่กำหนดเป็นเงื่อนไขที่เป็นไปได้และสำคัญ คือการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นชนวนปัญหาต่างๆ ของประเทศ

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้ที่จะโหวตนายกฯ วันใด นายณัฐพงษ์ ระบุว่า “มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นวันพุธนี้” คาดการณ์ว่าการ“เท้ง” ย้ำไม่โหวตชื่อ “บิ๊กตู่” ปชช. เคาะตัดสินใจบ่ายจันทร์นี้ คาดโหวตนายกฯ 3 ก.ย. จะเป็นไปตามกำหนด

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า ในช่วงของการแถลงข่าว นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้ยื่นโฉนดที่ดินเขากระโดง ประกอบการตัดสินใจของพรรคประชาชนด้วย

ภาพ : ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์ ⁣ สรุปคือพรรคประชาชนจะตัดสินใจเรื่อง“เท้ง” ย้ำไม่โหวตชื่อ “บิ๊กตู่” ปชช. เคาะตัดสินใจบ่ายจันทร์นี้ คาดโหวตนายกฯ 3 ก.ย. ในช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่จะถึงนี้ และคาดว่าจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 3 กันยายนนี้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงผันผวนและต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของพรรคประชาชนจะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน

ที่มา – “เท้ง” ย้ำไม่โหวตชื่อ “บิ๊กตู่” ปชน.เคาะตัดสินใจบ่ายจันทร์นี้ คาดโหวตนายกฯ 3 ก.ย.

Scroll to top