เปิดเงื่อนไข 5 ข้อพรรคประชาชน ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก หลังโหวตนายกฯ ให้

เปิดเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาล

เปิดเอกสารลงนาม 5 ข้อระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยฉบับเพิ่มเติม “เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ “อนุทิน” ต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ย้ำ ปชน. จะเป็นฝ่ายค้านต่อ ไม่มีใครไปเป็นรัฐมนตรี

วันที่ 3 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปฝ่ายค้าน นำแถลงข่าวว่า 5 วันที่ผ่านมา หลังจากได้คุยกับพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยนั้น วันนี้คณะกรรมการบริหารของพรรคมีมติว่า หากมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ความเห็นชอบเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคประชาชนจะให้ความเห็นชอบแก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

โดยนายณัฐพงษ์ ได้แถลงว่า กรณีการเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ทำให้สภาผู้แทนราษฎรต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 159 พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยเห็นร่วมกันว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ไขปัญหาจำเป็นเร่งด่วนเฉพาะหน้าในระยะเวลาอันสั้น จัดทำประชามติเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภาผู้แทนราษฎรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนจะให้ความเห็นชอบนายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ภายใต้เงื่อนไขที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยตกลงร่วมกัน ดังต่อไปนี้

เงื่อนไขสำคัญ 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก

1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

2. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง โดยเร็ว ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป

3. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยจะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จในวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้โดยเร็ว

4. เพื่อสร้างหลักประกันว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือนจริง พรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

5. พรรคประชาชนยืนยันเป็นฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

โดยในเอกสารตอนท้ายมีการระบุชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ทางพรรคได้ปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อคืนนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นเข้ามาประมาณ 25,000 คน ความเสี่ยงสูงสุดของเรื่องนี้ คือการบิดพลิ้ว และการตระบัดสัตย์ ทางพรรคภูมิใจไทยจะมีต้นทุนในการรับผลนั้น ยืนยันว่าไม่เสียใจภายหลัง เพราะ 5 วันที่ผ่านมา ได้ไตร่ตรองและรับฟังเสียงรอบด้าน ทั้ง สส. สมาชิกพรรค เครือข่าย และพนักงาน ทุกความเห็นสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และการลงนามนี้จะมีผลก็ต่อเมื่อนายอนุทิน ได้ลงนามตอบกลับแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ไว้วางใจนายกฯ คนใด แต่เพื่อให้เดินหน้ายุบสภา

ขณะที่ทางพรรคภูมิใจไทย พบว่า นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล แกนนำพรรค พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เดินทางมารับเอกสารลงนาม ก่อนจะขึ้นไปที่ห้องพัก สส. ของพรรคภูมิใจไทย ด้านบนอาคารรัฐสภา

เปิดเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก

การที่พรรคประชาชนออกมาประกาศเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก นั้น แสดงให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมือง และความต้องการที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว รวมถึงการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน การจับตาดูท่าทีของพรรคภูมิใจไทย และการดำเนินการตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์ และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง การเปิดเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันพิจารณาและติดตามอย่างใกล้ชิด

สำหรับประชาชนทั่วไป การทำความเข้าใจในเงื่อนไขและข้อตกลงต่างๆ จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล และสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อกำหนดทิศทางของประเทศต่อไปในอนาคต มาร่วมกันติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด และแสดงพลังของเราในการสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

การเปิดเงื่อนไข 5 ข้อ ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากนี้ จะส่งผลต่อการเมืองไทยอย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา – เปิดเงื่อนไข 5 ข้อพรรคประชาชน ห้ามภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก หลังโหวตนายกฯ ให้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: