วัน: 3 กันยายน 2025

สี จิ้นผิงย้ำ ‘ความยุติธรรม-สันติภาพ-พลังประชาชน’

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เรียกร้องการยึดมั่นในหลักความยุติธรรมและความเป็นธรรมระหว่างประเทศ เดินหน้าบนเส้นทางการพัฒนาอย่างสันติ และมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างไม่หยุดยั้ง

สำนักข่าว ซินหัว รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 3 ก.ย. 2568 สี จิ้นผิง ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง กล่าวถ้อยคำข้างต้นในงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวาระครบรอบ 80 ปี ชัยชนะในสงครามประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น และสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์โลก

สี จิ้นผิงกล่าวว่าชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ของชาติจีนจากห้วงยามวิกฤตในยุคสมัยใหม่ มาสู่เส้นทางแห่งการฟื้นฟูอันยิ่งใหญ่ของชาติ อีกทั้งยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาของโลกด้วยเช่นกัน ชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้เกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจต่อสู้ของประชาชนจีน ร่วมกับพันธมิตรต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์และประชาชนทั่วโลก

รัฐบาลและประชาชนจีนจะไม่มีวันลืมรัฐบาลต่างประเทศและประเทศพันธมิตรที่สนับสนุนและช่วยเหลือชาวจีนต่อต้านการรุกราน ในฐานะผู้อาศัยบนโลกใบเดียวกัน มนุษยชาติต้องยืนหยัดร่วมกันในยามยากลำบาก อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และไม่หวนกลับไปสู่กฎแห่งป่าที่ผู้แข็งแกร่งล่าผู้ที่อ่อนแอกว่า

สี จิ้นผิงเน้นย้ำว่าการสร้างความทันสมัยแบบจีนคือการสร้างความทันสมัยในการพัฒนาอย่างสันติ และจีนจะเป็นพลังแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความก้าวหน้าในโลกอยู่เสมอ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกประเทศจะเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ ให้คุณค่ากับสันติภาพ และทำงานร่วมกันเพื่อเดินหน้าการสร้างความทันสมัยให้แก่โลก ตลอดจนสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับมนุษยชาติ

อนึ่ง สี จิ้นผิง พร้อมด้วยภริยา เผิงลี่หยวน ได้เดินเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยงและรับชมการแสดงทางวัฒนธรรมร่วมกับผู้นำต่างประเทศและภริยาในงานเลี้ยงรับรอง ตอนราว 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยหลี่เฉียงเป็นประธานในพิธีการของงานเลี้ยงรับรอง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ได้แก่ จ้าวเล่อจี้ หวังฮู่หนิง ไช่ฉี ติงเซวียเสียง หลี่ซี และหานเจิ้ง เข้าร่วมงานด้วย

สี จิ้นผิงย้ำ ‘ความยุติธรรม-สันติภาพ-พลังประชาชน’

ในงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวาระครบรอบ 80 ปี ชัยชนะในสงครามประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่สำคัญ โดยเน้นย้ำถึงหลักการสำคัญสามประการที่จีนยึดมั่นมาโดยตลอด ได้แก่ ความยุติธรรมและความเป็นธรรมระหว่างประเทศ สันติภาพ และพลังของประชาชน

ความสำคัญของ ‘ความยุติธรรม-สันติภาพ-พลังประชาชน’

คำกล่าวของสี จิ้นผิง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการสร้างโลกที่สันติและยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือระหว่างประเทศและการเคารพซึ่งกันและกัน จีนมองว่าการพัฒนาอย่างสันติและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้

การที่สี จิ้นผิง ย้ำถึง ‘ความยุติธรรม-สันติภาพ-พลังประชาชน’ ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงบทบาทของจีนในเวทีโลก จีนต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกที่มั่นคงและเจริญรุ่งเรืองสำหรับทุกคน โดยยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้องและเป็นธรรม

นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึง ‘ความยุติธรรม-สันติภาพ-พลังประชาชน’ ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศ จีนเชื่อว่าพลังของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า และพร้อมที่จะสร้างโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่

‘ความยุติธรรม-สันติภาพ-พลังประชาชน’ จึงเป็นหลักการที่สำคัญที่จีนยึดมั่น และเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของจีนในการสร้างโลกที่สันติและเจริญรุ่งเรืองสำหรับทุกคน การที่จีนยังคงย้ำถึงหลักการเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการเป็นผู้นำในการสร้างโลกที่ดีกว่า

อนาคตของโลกจะเป็นอย่างไรต่อไป? การที่จีนย้ำถึง ‘ความยุติธรรม-สันติภาพ-พลังประชาชน’ จะมีผลต่อทิศทางของโลกอย่างไร? เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง

ที่มา – สีจิ้นผิงย้ำ ‘ความยุติธรรม-สันติภาพ-พลังประชาชน’ ในงานเลี้ยงวันแห่งชัยชนะ

คลินตัน มิดฟิลด์อังกฤษ ใกล้ซบ แมนฯ ซิตี้

คลินตัน มิดฟิลด์อังกฤษ ใกล้ซบ แมนฯ ซิตี้

เกรซ คลินตัน นักเตะทีมชาติอังกฤษของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้บรรลุข้อตกลงย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนเส้นตายการซื้อขายนักเตะในวันพฤหัสบดีนี้

กองกลางวัย 22 ปีได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากเหลือสัญญาอีกเพียงปีเดียวและยังไม่มีการตกลงต่อสัญญาใหม่

คู่แข่งร่วมเมืองอย่างแมนฯ ซิตี้ กำลังเจรจาเพื่อให้ได้ข้อตกลงกับยูไนเต็ดก่อนเวลา 23:00 น. BST ในวันพฤหัสบดี ขณะที่เจสส์ พาร์ค กองกลางทีมชาติอังกฤษ เตรียมย้ายสลับขั้วไปอีกฝั่ง

พาร์ค วัย 23 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษที่คว้าแชมป์ยูโร 2025 ก็เตรียมเข้ารับการตรวจร่างกายที่แคร์ริงตันในเย็นวันพุธ

แมนฯ ยูไนเต็ดมองว่าพาร์คเป็นการเสริมทัพที่มีคุณภาพสูง และถึงแม้ว่าดีลนี้จะแยกจากกัน แต่เธอก็ถูกมองว่าเป็นตัวแทนที่แข็งแกร่งของคลินตัน

ยูไนเต็ดกระตือรือร้นที่จะรั้งตัวคลินตันไว้ แต่พวกเขาต้องการที่จะทำเงินจากนักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้มากกว่าที่จะเสียเธอไปฟรีๆ ในปีหน้า

ในฤดูกาลก่อนๆ ยูไนเต็ดเสียกองหน้าอเลสเซีย รุสโซ และผู้รักษาประตูแมรี่ เอียร์ปส์ หลังจากหมดสัญญาเนื่องจากการเจรจาต่อสัญญาไม่สำเร็จ

ทำไมการย้ายทีมของ คลินตัน มิดฟิลด์อังกฤษ จึงน่าสนใจ

การย้ายทีมของ คลินตัน มิดฟิลด์อังกฤษ ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการฟุตบอลหญิง ความสามารถและศักยภาพของเธอเป็นที่ต้องการของหลายสโมสร แต่สุดท้ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นผู้ที่คว้าตัวเธอไปได้ การย้ายทีมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมความแข็งแกร่งให้กับแมนฯ ซิตี้ เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในระดับสูง

การที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจปล่อยตัวคลินตันออกไป บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของทีม พวกเขาอาจมองว่าการได้เจสส์ พาร์ค มาร่วมทีมเป็นการทดแทนที่คุ้มค่า หรืออาจมีแผนการระยะยาวอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อผลงานของทีมในฤดูกาลที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน

แฟนบอลของทั้งสองทีมต่างก็จับตามองการย้ายทีมครั้งนี้อย่างใกล้ชิด แฟนๆ ของแมนฯ ซิตี้ ต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นคลินตันเข้ามาสร้างสรรค์เกมในแดนกลาง ในขณะที่แฟนๆ ของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็หวังว่าเจสส์ พาร์ค จะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้เล่นที่คุ้มค่ากับการรอคอย

คลินตัน มิดฟิลด์อังกฤษ ถือเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์และมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก การย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจเป็นก้าวสำคัญในอาชีพการค้าแข้งของเธอ เราจะได้เห็นเธอเฉิดฉายในสีเสื้อใหม่ และสร้างผลงานที่น่าประทับใจอย่างแน่นอน

สิ่งที่น่าสนใจคือการปรับตัวของคลินตันเข้ากับระบบการเล่นของแมนฯ ซิตี้ และการประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ของเธอ เธอจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และปรับตัว แต่ด้วยความสามารถของเธอ เชื่อว่าเธอจะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ การย้ายทีมครั้งนี้ยังส่งผลต่อการแข่งขันในลีกฟุตบอลหญิงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แมนฯ ซิตี้ จะแข็งแกร่งขึ้น และมีโอกาสในการคว้าแชมป์มากขึ้น ในขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาระดับการแข่งขันของทีม

ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การย้ายทีมของคลินตัน มิดฟิลด์อังกฤษ ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องราวที่น่าติดตาม และเป็นอีกหนึ่งสีสันของวงการฟุตบอลหญิง

ที่มา – England midfielder Clinton close to Man City move

สลด! **น้ำท่วมหล่มสัก** พบศพหนุ่มหาปลา

สถานการณ์น้ำท่วมหล่มสักยังคงสร้างความสูญเสีย ล่าสุดเกิดเหตุสลดใจ เมื่อหนุ่มวัย 20 ปี ออกไปหาปลาในช่วงน้ำท่วมหล่มสัก แล้วจมน้ำเสียชีวิต สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 เวลา 15.40 น. เจ้าหน้าที่กู้ชีพ-กู้ภัยสว่างมงคล และกู้ภัยสว่างแก่งค้อ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก จึงเร่งระดมกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าผู้สูญหายคือนายตนุภัทร มีตาบุญ อายุ 20 ปี ชาว หมู่ 9 ต.หนองไขว่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

ย่าของนายตนุภัทรเล่าว่า หลานชายได้นำเรือออกไปหาปลาตั้งแต่กลางดึกของวันที่ 1 กันยายน 2568 กระทั่งมีคนพบเรือจมอยู่กลางน้ำในหมู่บ้าน แต่ไม่พบตัวนายตนุภัทร จึงแจ้งญาติและเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ช่วยออกตามหา

อาสากู้ภัยสว่างมงคลศรัทธาธรรมสถาน จ.เพชรบูรณ์ ได้ระดมนักประดาน้ำและเรือท้องแบนออกค้นหาในบริเวณที่พบเรือ ซึ่งเป็นทุ่งนาที่มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 4 เมตร และบริเวณใต้น้ำโดยรอบเป็นป่าและมีต้นไม้ที่มีหนามขึ้นอยู่อย่างหนาทึบบนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก

หลังจากนักประดาน้ำดำน้ำค้นหาอยู่นาน พบเพียงมีดและอุปกรณ์หาปลาจมอยู่ใต้น้ำ กระทั่งเวลา 15.40 น. จึงพบร่างไร้วิญญาณของนายตนุภัทรลอยติดอยู่กับกอผักตบชวา เจ้าหน้าที่ได้นำร่างขึ้นมาเพื่อให้แพทย์ชันสูตร

นางพันแนน ศรีทอง อายุ 71 ปี ซึ่งเป็นย่าของนายตนุภัทร เปิดเผยด้วยความเศร้าโศกว่า หลานชายมักจะพายเรือสังกะสีออกไปหาปลาในช่วงพลบค่ำเป็นประจำ และจะกลับมาในตอนเช้า แต่ครั้งนี้กลับเป็นครั้งสุดท้ายที่หลานได้พายเรือออกไปตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 1 กันยายน 2568 แล้วไม่ได้กลับมาอีกเลย ย่าเผยว่าเมื่อได้ยินข่าวน้ำท่วมหล่มสักก็ยิ่งเป็นห่วงหลานมาก เมื่อมีคนมาบอกว่าพบเรือของหลานคว่ำอยู่ ก็รีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ช่วย แต่สุดท้ายก็ต้องสูญเสียหลานไปอย่างไม่มีวันกลับคืน

น้ำท่วมหล่มสัก

เหตุการณ์น้ำท่วมหล่มสักครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย แต่ยังรวมถึงชีวิตและทรัพย์สินที่สูญเสียไป นับเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของชาวหล่มสัก

สถานการณ์น้ำท่วมหล่มสักในปัจจุบัน

สถานการณ์น้ำท่วมหล่มสักในปัจจุบันยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และประเมินความเสียหาย เพื่อวางแผนฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด

  • หน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ ระดมความช่วยเหลือ
  • ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
  • การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก

เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการมีสติในการใช้ชีวิตในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ น้ำท่วมหล่มสักในครั้งนี้

ที่มา – น้ำท่วมหล่มสัก หนุ่มพายเรือออกไปหาปลา พบเป็นศพจมน้ำ 1 ศพ

ล่าเก๋งชนแล้วหนี! ผัวดับ เมียสาหัส

อุบัติเหตุสลด! รถกระบะเสียหลักข้ามเลนชนรถจักรยานยนต์สองสามีภรรยา บริเวณบุรีรัมย์ ทำให้ผู้เป็นสามีเสียชีวิตคาที่ ภรรยาอาการสาหัส คนขับกระบะอ้างถูก ล่าเก๋งชนแล้วหนี เสยท้ายจนเสียหลัก ขณะที่ลูกชายผู้ตายเผย พ่อพูดเป็นลางก่อนเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2568 เวลา 17.30 น. ร.ต.อ.นิยม ท่วมไธสง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ บนถนน 4 เลน สาย 219 เส้นบุรีรัมย์ – สตึก ตรงข้ามบริษัทคอนกรีตแห่งหนึ่งใน ต.บ้านด่าน ฝั่งขาเข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพโรงพยาบาลบ้านด่าน และกู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านด่าน

ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน บุรีรัมย์ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ลักษณะข้ามเกาะกลางถนนเข้าไปพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่แล่นสวนมา บริเวณท้ายรถกระบะพบศพนายทองสุข วงค์วัน อายุ 60 ปี และใกล้กันพบร่างนางสร้อย วงค์วัน อายุ 55 ปี ภรรยาของนายทองสุข ซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านบริษัทคอนกรีต ใกล้กับที่เกิดเหตุ นอนหมดสติอยู่ข้างทาง เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบ้านด่าน และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เนื่องจากมีอาการกระดูกหักหลายท่อน

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน บุรีรัมย์ สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนอะไหล่รถจักรยานยนต์แตกหักกระเด็น กระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ

จากการสอบถามนายภานุวัฒน์ อายุ 53 ปี คนขับรถกระบะ เล่าว่า ตนเองกำลังขับรถไปดูงานรับเหมาในเขต อ.บ้านด่าน เมื่อมาถึงหน้าโรงงานคอนกรีต ได้มีรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถของตนก่อน จากนั้นรถกระบะก็เสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนไปชนสองสามีภรรยาที่ขับรถจักรยานยนต์มาดังกล่าว ส่วนรถเก๋งคู่กรณีได้ ล่าเก๋งชนแล้วหนี มุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านด่าน

นายสุภรรษา นิลทอง อายุ 46 ปี คนงานบริษัทคอนกรีต ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นนายทองสุข ขับจักรยานยนต์มารับภรรยา ซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านที่บริษัท ในช่วงนั้นเห็นกำลังจะยูเทิร์นกลับรถเพื่อที่จะกลับบ้าน จู่ๆ ตนเองเห็นรถกระบะพุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนสองสามีภรรยาจนร่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง

นายณัฐพงษ์ วงค์วัน อายุ 34 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเย็นพ่อสั่งให้ตนเองต้มไก่เป็นอาหารเย็น และข้างบ้านมีงานศพ โดยพ่อได้บอกว่าถ้าหมดเวลาก็จะมีคนมาเอาไป ไม่คิดว่าพ่อจะพูดเป็นลาง

ล่าเก๋งชนแล้วหนี

ทางด้านคดี ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อตาม ล่าเก๋งชนแล้วหนี คันต้นเหตุ เพื่อนำตัวคนขับมาสอบสวนต่อไป

ความคืบหน้าคดีล่าเก๋งชนแล้วหนี

ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่ารถเก๋งคันดังกล่าวจะใช้หลบหนี เพื่อระบุตัวผู้กระทำผิดและนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีการสอบปากคำพยานเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนามากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือ นางสร้อย วงค์วัน ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ อาการยังคงสาหัส ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความประมาทของผู้ขับขี่ที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ร้ายแรง การขับรถด้วยความระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก

ข้อควรจำ: หากท่านประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน สิ่งที่ควรทำคือตั้งสติ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเท่าที่ทำได้ การหลบหนีจากที่เกิดเหตุถือเป็นความผิดทางกฎหมาย

คำแนะนำ: เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน

ที่มา – ล่าเก๋งชนแล้วหนี เสยท้ายกระบะเสียหลักข้ามเลน ชนจยย. ผัวดับ เมียสาหัส

5 ก.ย.นี้! สภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แน่นอน

เตรียมตัวให้พร้อม! สภาผู้แทนราษฎรบรรจุวาระการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ในวันที่ 5 กันยายนนี้แล้ว โดยถือเป็นเรื่องด่วนลำดับที่ 8 ที่จะพิจารณาในการประชุม

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่คณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิปสภา) ยังหาข้อสรุปเรื่องวันประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ไม่ได้ โดยนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ได้นำความเห็นของ สส. ที่เข้าร่วมประชุมเสนอต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เพื่อพิจารณาและกำหนดวันประชุม

รายงานข่าวแจ้งว่า ประธานสภาฯ ได้รับทราบรายละเอียดจากการหารือของวิปสภาฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้เชิญ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาฯ ที่กำกับดูแลสำนักประชุม มาหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในช่วงเย็นที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาฯ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้ดำเนินการและเสนอเรื่องให้ประธานสภาฯ พิจารณาแล้ว โดยเบื้องต้นไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคทางข้อกฎหมายใดๆ ที่จะขัดขวางการบรรจุวาระเพิ่มเติมตามที่ สส. พรรคภูมิใจไทยเสนอ

5 ก.ย.นี้! สภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แน่นอน

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 21.14 น. เว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการบรรจุวาระเรื่องด่วนที่ 8 ซึ่งเป็นการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในการประชุมวันที่ 5 กันยายน 2568 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการยืนยันว่าจะมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันดังกล่าวอย่างแน่นอน

ความพร้อมในการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

การบรรจุวาระดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการจัดตั้งรัฐบาลกำลังใกล้เข้ามาทุกที หลังจากที่การเจรจาและประสานงานระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ มากมาย แต่ในที่สุดก็สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ และนำไปสู่การกำหนดวันลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะต้องเตรียมตัวศึกษาข้อมูลและพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อ เพื่อให้สามารถตัดสินใจลงคะแนนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งนี้ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญของ สส. ทุกคน ในการเลือกผู้นำประเทศที่จะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคง

คาดการณ์ว่าการประชุมในวันที่ 5 กันยายน จะเป็นไปอย่างเข้มข้นและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย ประชาชนชาวไทยต่างเฝ้ารอผลการลงมติด้วยความหวังว่าประเทศไทยจะได้ผู้นำที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ และมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

นอกจากประเด็นเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว คาดว่าในการประชุมสภาฯ วันที่ 5 กันยายน จะมีการพิจารณาเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ด้วย ดังนั้นจึงเป็นที่น่าติดตามว่าสภาฯ จะสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง แต่การบรรจุวาระการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเข้าใกล้การมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หวังว่าหลังจากนี้สถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น และประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนชาวไทยสามารถทำได้ในขณะนี้คือ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และให้กำลังใจผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง ให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่และซื่อสัตย์ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ

หลังจากนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการลงมติในวันที่ 5 กันยายน จะออกมาเป็นอย่างไร และใครจะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย.

ที่มา – บรรจุวาระแล้ว 5 ก.ย.นี้ ที่ประชุมสภาฯ โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32

เรนเจอร์สทุ่ม 20 ล้านปอนด์ ส่งสัญญาณชัดเจน!

การทุ่มเงินสุทธิ 20 ล้านปอนด์ ช่วยยกระดับทีมเรนเจอร์ส “ในทุกส่วนของทีม” เควิน เธลเวลล์ ผู้อำนวยการกีฬายืนยัน และมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงซัมเมอร์นี้จะออกผล แม้ว่าการเริ่มต้นฤดูกาลจะไม่ราบรื่นนัก

รัสเซลล์ มาร์ติน หัวหน้าโค้ช ชนะเพียง 3 จาก 11 นัดแรก โดยเกมโอลด์เฟิร์มเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้เป็นการเสมอในพรีเมียร์ชิพ 4 นัดติดต่อกัน

ด้วยการสนับสนุนจากนักลงทุนอเมริกันรายใหม่ของสโมสร มีการเซ็นสัญญานักเตะ 14 ราย โดยมี ไซเรียล เดสเซอร์ส และ ฮัมซา อีกามาเน อยู่ในรายชื่อผู้ย้ายออกจำนวนมาก

“ผมพอใจกับธุรกิจที่เราทำ” เธลเวลล์ กล่าวกับ RangersTV “มีความสมดุลที่ดีในกลุ่ม”

“เรามีผู้เล่นอายุน้อยที่กระหายชัยชนะที่สามารถช่วยเราได้ในตอนนี้ แต่ก็สามารถพัฒนาได้เช่นกัน และเราได้นำผู้เล่นอาวุโสเข้ามาบางส่วนซึ่งจะช่วยในเรื่องเคมีของทีม”

“ในมุมมองของผม เราได้ปรับปรุงกลุ่มในทุกส่วนของทีม และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องลงมือทำงาน”

เรนเจอร์สได้รับค่าธรรมเนียมสำหรับ อีกามาเน และ เดสเซอร์ส พร้อมด้วย เยฟเต, ริดวาน ยิลมาซ และ โรบิน พร็อพเพอร์ แต่เธลเวลล์อธิบายว่าสิ่งเหล่านั้นเทียบไม่ได้กับเงินที่ลงทุนในทีม

“ผมคิดว่ามันเป็นการใช้จ่ายสุทธิราว 20 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมากในแนวคิดของเรา” เขากล่าว

“แฟนๆ ควรจะมองว่ามันเป็นไปในทางบวก มันส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องการทำ และเจ้าของทีมมุ่งมั่นที่จะสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้น”

เธลเวลล์มั่นใจว่าสโมสร “ซื้อขายได้ดีในช่วงเวลานี้” พร้อมเสริมว่า “คุณไม่สามารถคาดหวังให้เจ้าของทีมใช้จ่ายปีต่อปีในลักษณะนั้นได้”

‘ต้องทำให้ดีกว่านี้’

เธลเวลล์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่เพรสตัน, ดาร์บี้, วูล์ฟส์, นิวยอร์ก เรด บูลส์ และ เอฟเวอร์ตัน อธิบายว่ามาร์ตินเป็น “หนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุด” ที่เขาเคยร่วมงานด้วย

“เขาเก่งมากในสนาม หาสนามซ้อมดีมาก, เป็นระเบียบมาก, พลังงานสูงมาก” เขากล่าวถึงอดีตหัวหน้าทีม เซาแธมป์ตัน และ สวอนซี

“เขาให้เวลาผู้เล่น ต้องการพัฒนาผู้เล่น เขาสนใจกลุ่ม เขาสนใจผลการแข่งขัน และฟอร์มการเล่น ผมพบว่าเขาสามารถทำงานร่วมกันได้ดีมาก”

อย่างไรก็ตาม เธลเวลล์เตือนว่าเรนเจอร์ส “ต้องทำให้ดีกว่านี้” หลังจากตามหลังเซลติกแชมป์เก่า 6 แต้ม และตกรอบคัดเลือกแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยความพ่ายแพ้อย่างหนัก 9-1 ต่อ คลับ บรูจ

“สิ่งที่เราทำได้จนถึงตอนนี้ยังไม่ดีพอ” เขายอมรับ “ผมไม่สามารถพูดได้ว่าเราต้องการความอดทน เรายังไม่ได้รับสิ่งนั้น แต่ต้องมีมุมมองบ้าง”

เธลเวลล์กล่าวเสริมว่า “เท้าของเขายังไม่ได้แตะพื้นดินจริงๆ” ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และคิดว่าขนาดของการเปลี่ยนแปลงอาจอธิบายถึงระดับของ “ความผันผวน” และ “ความไม่สอดคล้องกัน”

แต่เขารับประกันกับแฟนๆ ที่ผิดหวังว่า: “มีความสอดคล้องกันอย่างมากภายในอาคารนี้ มีความสอดคล้องกันอย่างมากกับผู้นำและเจ้าของที่เชื่อว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องและเชื่อว่าเราสามารถส่งมอบความสำเร็จที่ทุกคนปรารถนาได้”

เรนเจอร์สทุ่ม 20 ล้านปอนด์ ส่งสัญญาณชัดเจน!

การทุ่ม 20 ล้านปอนด์ของเรนเจอร์ส คืออะไร

การที่เรนเจอร์สทุ่มเงินสุทธิ 20 ล้านปอนด์ในการเสริมทัพนักเตะ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ และแข่งขันเพื่อแย่งแชมป์ในฤดูกาลนี้ การลงทุนครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังคู่แข่งว่าเรนเจอร์สพร้อมที่จะท้าทายอำนาจ และกลับมาเป็นทีมชั้นนำของลีกอีกครั้ง

การตัดสินใจทุ่มเงินจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของบอร์ดบริหารในศักยภาพของทีม และความคาดหวังที่จะเห็นทีมประสบความสำเร็จในระยะยาว การเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่หลายราย มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง และเพิ่มความหลากหลายในรูปแบบการเล่นของทีม

อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งใหญ่ ย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงขึ้นจากแฟนบอล และความกดดันในการทำผลงานให้ดี การที่เรนเจอร์สใช้จ่ายเงินจำนวนมาก ในการเสริมทัพ หมายความว่าพวกเขาต้องแสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนที่คุ้มค่าในสนามแข่งขัน และพิสูจน์ให้เห็นว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

แม้ว่าการเริ่มต้นฤดูกาลอาจจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่ทีมงานและนักเตะยังคงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงผลงาน และสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้น การสนับสนุนจากแฟนบอล และความเชื่อมั่นของบอร์ดบริหาร จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้เรนเจอร์สสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และกลับมาเป็นทีมชั้นนำของลีกอีกครั้ง

การใช้จ่าย 20 ล้านปอนด์สุทธิของเรนเจอร์สครั้งนี้ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต และเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่จะกลับมาสู่จุดสูงสุดให้ได้อีกครั้ง

ที่มา – ‘Net spend of £20m sends clear message at Rangers’

พบ**ลูกเหล็กสะเก็ดระเบิด**ในบ้านเหยื่อ!

กองทัพบกและนิติวิทยาศาสตร์พบหลักฐานสำคัญ! นั่นคือ ลูกเหล็กสะเก็ดระเบิด หรือ “Ball Bearing” จำนวนมากในบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กระสุนปืนใหญ่ตกในหมู่บ้านโจรก จังหวัดสุรินทร์ หลักฐานชี้ชัดว่าเป็นระเบิดชนิดที่ออกแบบมาเพื่อสังหารบุคคลเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายและอันตรายอย่างร้ายแรง

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 มีรายงานว่ากองทัพบกร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังคงเดินหน้าตรวจสอบความเสียหายจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้านโจรก ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ภายหลังจากเกิดเหตุกระสุนจากอาวุธวิถีโค้งของฝ่ายกัมพูชาตกลงมาในหมู่บ้าน ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.30 เมตร บริเวณหน้าบ้านที่ได้รับความเสียหาย จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำและดินจากบริเวณหลุมเพื่อนำไปตรวจสอบองค์ประกอบของสารระเบิดในห้องปฏิบัติการต่อไป

สิ่งที่น่าตกใจคือการค้นพบหลักฐานสำคัญอย่าง ลูกเหล็กสะเก็ดระเบิด จำนวนมหาศาลปะปนอยู่ในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ระบุว่า ลูกเหล็กเหล่านี้ถูกบรรจุไว้ในวัตถุระเบิดเพื่อเพิ่มอานุภาพในการสังหารบุคคลให้เป็นวงกว้าง สร้างความรุนแรงยิ่งกว่าสะเก็ดระเบิดทั่วไปที่เกิดจากการแตกตัวของโลหะ

พบลูกเหล็กสะเก็ดระเบิด “Ball Bearing” ในบ้าน ปชช. เหยื่อจรวด BM-21

การใช้กระสุนที่มี ลูกเหล็กสะเก็ดระเบิด ในพื้นที่ชุมชนพลเรือนถือเป็นการกระทำที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะมันส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างกว้างขวาง หากการยิงเกิดขึ้นโดยเจตนา หรือโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อพลเรือน นั่นอาจถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมสากลและเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ

อันตรายจากลูกเหล็กสะเก็ดระเบิด

ลูกเหล็กสะเก็ดระเบิด เหล่านี้มีขนาดเล็กแต่มีอานุภาพร้ายแรง สามารถทะลุทะลวงร่างกายและสร้างความเสียหายต่ออวัยวะภายในได้อย่างรุนแรง การกระจายตัวของลูกเหล็กในวงกว้างทำให้ยากต่อการหลบเลี่ยง และเพิ่มโอกาสในการได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

  • ความรุนแรง: ลูกเหล็กสามารถเจาะทะลุสิ่งกีดขวางและทำลายเนื้อเยื่อ
  • รัศมีทำลาย: การกระจายตัวในวงกว้างเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง
  • ผลกระทบทางจิตใจ: เหตุการณ์ความรุนแรงส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ที่รอดชีวิตและครอบครัว

รายงานผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์จะถูกส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการดำเนินการประท้วงและเรียกร้องด้านมนุษยธรรมในเวทีระหว่างประเทศต่อไป การกระทำใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนควรได้รับการประณามและตรวจสอบอย่างละเอียด

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค การใช้ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และทุกฝ่ายควรหันมาเจรจาหาทางออกโดยสันติวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต การตรวจสอบและเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ที่มา – หลักฐานสำคัญ พบลูกเหล็กสะเก็ดระเบิด “Ball Bearing” ในบ้าน ปชช. เหยื่อจรวด BM-21

ประชาธิปัตย์ ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่สรรหาผู้สมัคร สส.

พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ สรรหาผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ มุ่งคัดคนคุณภาพ เน้นความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นอุดมการณ์พรรค สู่สนามเลือกตั้งใหญ่

วันที่ 3 กันยายน 2568 นายนริศ ขำนุรักษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ออกประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติและความสามารถในการเป็นตัวแทนของพรรคอย่างแท้จริง ทั้งในรูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต และผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ จะต้องยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ตามวันและเวลาที่กำหนด ซึ่งหลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาจะมุ่งเน้นที่คุณสมบัติตามกฎหมาย มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคในการรับสมัคร

ทั้งนี้ ผู้ประสงค์จะลงสมัคร สส.แบบแบ่งเขต จะต้องยื่นเอกสารด้วยตนเองที่สำนักงานใหญ่พรรค พร้อมหลักฐานสำคัญต่างๆ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านที่อยู่ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือหลักฐานการศึกษา การรับราชการในพื้นที่ ส่วนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ จะต้องยื่นเอกสารสำคัญรวมถึงใบรับรองแพทย์ นอกจากนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ จะคำนึงถึงความหลากหลายของผู้สมัคร ทั้งในด้านภูมิภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ เพื่อให้ได้ตัวแทนที่หลากหลายและเหมาะสมที่สุด

ประชาธิปัตย์ ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่สรรหาผู้สมัคร สส.

การประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ในการสรรหาผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิัตย์ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเน้นย้ำถึงคุณสมบัติที่สำคัญหลายประการ นอกเหนือจากความรู้ความสามารถแล้ว ความซื่อสัตย์สุจริตและการยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคก็เป็นสิ่งที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

พรรคประชาธิปัตย์มองว่าการมีตัวแทนที่มีคุณภาพ มีความเข้าใจในปัญหาของประชาชน และพร้อมที่จะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้พรรคสามารถกลับมาได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

เกณฑ์ใหม่เน้นคุณภาพผู้สมัคร สส.

การที่พรรคประชาธิปัตย์เน้นย้ำถึงความสำคัญของคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต แสดงให้เห็นว่าพรรคตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในสังคมไทย และต้องการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง โดยเริ่มต้นจากการคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาทำงาน

นอกจากนี้ การที่พรรคให้ความสำคัญกับความหลากหลายของผู้สมัคร ทั้งในด้านภูมิภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ แสดงให้เห็นว่าพรรคต้องการที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง และต้องการที่จะสร้างความเท่าเทียมในสังคม

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การปรับปรุงกระบวนการสรรหา แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของพรรคประชาธิปัตย์ในการที่จะกลับมายืนหยัดในฐานะพรรคการเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง การคัดเลือกผู้สมัคร สส. ที่มีความสามารถ ซื่อสัตย์ และเข้าใจปัญหาของประชาชน จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การสรรหาผู้สมัคร สส. ที่โปร่งใสและเป็นธรรม ก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้พรรคได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาชน การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร และการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จะช่วยให้พรรคได้ผู้สมัครที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับของสังคม

ดังนั้น การประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ในการสรรหาผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง และเป็นสัญญาณที่ดีว่าพรรคกำลังพยายามที่จะปรับปรุงตัวเอง และกลับมายืนหยัดในฐานะพรรคการเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง มาร่วมกันติดตามและให้กำลังใจพรรคประชาธิปัตย์ในการสรรหาบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นกันต่อไป

ที่มา – ประชาธิปัตย์ ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่สรรหาผู้สมัคร สส. คัดคนคุณภาพสู่สนามเลือกตั้ง

เมซ ย้ายซบเอฟเวอร์ตัน ค่าตัวสถิติสโมสร

รูบี้ เมซ ย้ายซบเอฟเวอร์ตันด้วยค่าตัวสถิติสโมสร

เอฟเวอร์ตันเซ็นสัญญากับ รูบี้ เมซ กองกลางทีมชาติอังกฤษ จากเลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสร โดยทอฟฟี่ส์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของค่าตัว แต่เชื่อกันว่าสูงกว่าข้อเสนอ 100,000 ปอนด์ที่เคยถูกเลสเตอร์ปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ในช่วงซัมเมอร์นี้

เมซ เซ็นสัญญา 3 ปี กับเอฟเวอร์ตัน หลังจากลงเล่น 12 นัดให้กับเลสเตอร์หลังจากย้ายมาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบถาวร ในปี 2024 และเหลือสัญญาอีก 1 ปี

ดาวเตะวัย 21 ปี เคยมีช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จในการยืมตัวที่เลสเตอร์จากซิตี้ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นดาวรุ่งที่มีอนาคตสดใสที่สุดของอังกฤษ

“มันยังไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่เลย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ฉันมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ที่นี่” เมซ กล่าวกับ BBC Sport

“ตอนที่ฉันคุยกับ [ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน] ไบรอัน โซเรนเซ่น มันเป็นเรื่องของสไตล์การเล่นและความทะเยอทะยานของสโมสร”

“นอกจากนี้ การได้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ฉันสามารถทำได้ในทีมที่รู้สึกเหมือนว่าจะเป็นระดับที่สูงขึ้น นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการในจุดนี้ในอาชีพการงานของฉันเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า”

เมซ ประเดิมสนามให้กับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในเดือนธันวาคมปี 2024 โดยออกสตาร์ทในเกมกระชับมิตรที่เอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ 1-0

เธอพลาดการติดทีมชาติอังกฤษชุดที่คว้าแชมป์ยูโร 2025 แต่ตั้งเป้าที่จะแทรกเข้าไปอยู่ในทีมชุดของซาริน่า วีคมันน์ อย่างต่อเนื่องด้วยการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอที่เอฟเวอร์ตัน

“ฉันต้องการทำให้เกมของฉันดีขึ้น ฉันยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องปรับปรุง แต่การได้รับโอกาสให้มาที่นี่และร่วมงานกับผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม หวังว่าสิ่งนั้นจะช่วยยกระดับฉันได้” เมซ กล่าวเสริม

“เป้าหมายหลักของฉันคือฟุตบอลสโมสรในตอนนี้ แต่ถ้า [ทีมชาติอังกฤษ] มาด้วย ฉันจะรู้สึกขอบคุณมาก มันเป็นสิ่งที่ฉันอยากให้เกิดขึ้น ฉันต้องทำงานหนักและคว้าตำแหน่งของฉันอย่างแท้จริง เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย”

เมซ เป็นผู้เล่นใหม่ล่าสุดในช่วงซัมเมอร์ที่วุ่นวายสำหรับเอฟเวอร์ตัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานภายใต้เจ้าของใหม่ The Friedkin Group

เธอกล่าวว่าสโมสรต้องการพิสูจน์ตัวเอง และไม่มีโอกาสใดที่ดีไปกว่าเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ที่แอนฟิลด์ในเกมเปิดฤดูกาลวันอาทิตย์นี้

“ถ้าทั้งสโมสรสนับสนุนคุณ คุณจะทำได้ดี มันเป็นเรื่องดีมากที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกคนในสโมสร” เมซ กล่าว

“แน่นอนว่าเราต้องการขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าคุณตั้งใจไว้แล้ว ฉันไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมสิ่งนั้นถึงเกิดขึ้นไม่ได้”

“มันบ้ามาก เกมแรกกับลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์เป็นเกมใหญ่ มันแสดงให้เห็นว่าเกมนี้เกี่ยวกับการเล่นในสนามกีฬาใหญ่ๆ แบบนั้น”

ทำไมการย้ายทีมของรูบี้ เมซ ไปเอฟเวอร์ตันถึงน่าสนใจ

การย้ายทีมของ รูบี้ เมซ ไปเอฟเวอร์ตันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของสโมสรภายใต้การบริหารงานของเจ้าของใหม่ และความมุ่งมั่นของเมซเองในการพัฒนาฝีเท้าและก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ การได้ลงเล่นในเกมใหญ่ๆ อย่างเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับเธอในการพิสูจน์ตัวเอง

การย้ายทีมของ รูบี้ เมซ ครั้งนี้ ถือเป็นการลงทุนที่สำคัญของเอฟเวอร์ตัน และแสดงให้เห็นว่าพวกเขามุ่งมั่นที่จะสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อแข่งขันในลีกสูงสุด นอกจากนี้ การได้ตัวนักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพอย่างเมซ จะช่วยเพิ่มมิติในเกมรุกของทีม และทำให้เอฟเวอร์ตันมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นในอนาคต

สำหรับแฟนบอลเอฟเวอร์ตัน การมาของ รูบี้ เมซ ถือเป็นข่าวดี เพราะเธอเป็นนักเตะที่มีความสามารถรอบด้าน และสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่งในแดนกลาง นอกจากนี้ เธอยังมีทัศนคติที่ดีและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับนักฟุตบอลอาชีพ

โดยสรุปแล้ว การย้ายทีมของรูบี้ เมซ ไปเอฟเวอร์ตัน ถือเป็นดีลที่น่าสนใจและมีศักยภาพที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย เอฟเวอร์ตันได้ผู้เล่นดาวรุ่งที่มีคุณภาพมาร่วมทีม ในขณะที่เมซได้โอกาสในการพัฒนาฝีเท้าและก้าวขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้นในอาชีพการงานของเธอ

ที่มา – England’s Mace joins Everton in club-record move