วัน: 3 กันยายน 2025

เลขาฯ ครม. ชี้ “ภูมิธรรม” พิจารณาปมยุบสภา

เลขาฯ ครม. บอกเป็นอำนาจ “ภูมิธรรม” ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ พิจารณา หากมีหนังสือลงมาจริงปมยุบสภา

วันที่ 3 กันยายน 2568 นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี บอกว่าได้ยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาไปแล้วเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เพียงสั้นๆ ว่า ตนยังไม่สามารถตอบได้ หากมีหนังสือมาจริง เป็นอำนาจของนายภูมิธรรม ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีจะพิจารณารายละเอียดและตัดสินใจอย่างไร.

ประเด็นเรื่องการยุบสภากลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจากมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการตัดสินใจทางการเมืองที่อาจส่งผลต่ออนาคตของรัฐบาลชุดปัจจุบัน การออกมาให้สัมภาษณ์ของเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูคลุมเครือมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านเลขาธิการฯ ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า อำนาจในการพิจารณาเรื่องนี้อยู่ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

การตัดสินใจยุบสภาถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองต่างๆ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงประชาชนชาวไทยทุกคน ดังนั้น การพิจารณาเรื่องนี้จึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นสำคัญ

เลขาฯ ครม. ชี้อำนาจ “ภูมิธรรม” พิจารณาปมยุบสภา

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญ เช่น การยุบสภา จึงต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เพื่อให้การตัดสินใจนั้นเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

ปัจจัยที่อาจมีผลต่อการพิจารณาเรื่องยุบสภา:

  • เสถียรภาพของรัฐบาล
  • ความขัดแย้งทางการเมือง
  • ความนิยมของรัฐบาล
  • ความพร้อมของพรรคการเมือง
  • สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม

การที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรีออกมาให้ข้อมูลว่าอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่นายภูมิธรรมนั้น เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญในการตัดสินใจของผู้นำประเทศในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ การตัดสินใจใดๆ จะต้องมีความโปร่งใส และสามารถอธิบายต่อสาธารณชนได้อย่างชัดเจน

อนาคตของการเมืองไทยหลังการพิจารณาเรื่องยุบสภา

หากมีการตัดสินใจยุบสภาจริง สิ่งที่ตามมาคือการจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ประชาชนชาวไทยได้แสดงออกถึงเจตจำนงทางการเมืองของตนเอง และเลือกผู้แทนที่ตนเองไว้วางใจเข้ามาบริหารประเทศ การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย

การที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และเคารพผลการเลือกตั้งที่ออกมา จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

เรื่องราวการยุบสภายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ความชัดเจนและการตัดสินใจที่โปร่งใสจะเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากผู้มีอำนาจในขณะนี้

การติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความเป็นไปของประเทศ และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าเดิมได้

ที่มา – เลขาฯ ครม. บอกเป็นอำนาจ “ภูมิธรรม” พิจารณา หากมีหนังสือลงมาจริงปมยุบสภา

เร่งล่า! คนร้ายขโมย “พระพุทธรูปทองเหลือง” อายุกว่า 50 ปี

กำลังเร่งตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจ ปีนขึ้นไปบนชั้น 2 ของศาลเจ้ามูลนิธิกุศลธรรม กลางเมืองภูเก็ต และขโมย “พระพุทธรูปทองเหลือง” ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานงานจากประธานมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์และการกุศล มีหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย และศาลเจ้า ตั้งอยู่ริมถนนพูนผล ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อให้ช่วยติดตามคนร้ายที่ปีนขึ้นไปบนชั้น 2 ของศาลเจ้า และขโมยพระพุทธรูปทองเหลืองขนาดหน้าตัก 6 นิ้ว จำนวน 1 องค์ ที่ศาลเจ้าได้ตั้งไว้ให้ประชาชนมาสักการะบูชาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.42 น. ของวันที่ 1 กันยายน 2568 ซึ่งกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในศาลเจ้าสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้

นายพลกฤษณ์ รากทอง หัวหน้าแผนกธุรการกู้ชีพ กู้ภัย ได้นำผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบจุดที่คนร้ายปีนขึ้นไปยังชั้น 2 ของศาลเจ้า ซึ่งเป็นช่องว่างที่อยู่ระหว่างด้านหลังศาลเจ้ากับบ้านเรือนของประชาชนในซอยพูนผล 9 และได้ชี้จุดที่คนร้ายขโมยพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวไป ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าตู้องค์เทพเจ้า

นายพลกฤษณ์กล่าวว่า เมื่อช่วงบ่ายสองโมงของวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา น้องที่คอยชงน้ำชาถวายองค์พระและเก็บกวาดเช็ดถู พบว่าพระพุทธรูปทองเหลืองที่เคยวางไว้ให้ประชาชนบูชาได้หายไป ซึ่งองค์พระที่หายไปนั้น อยู่คู่กับมูลนิธิมานานกว่า 50 ปี มีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างมาก และไม่สามารถประเมินราคาได้ เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีคนร้ายเป็นชาย 1 คนปีนขึ้นมาชั้น 2 ของศาลเจ้าแล้วขโมยพระพุทธรูปไป เบื้องต้นได้แจ้งความไว้กับสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตแล้ว

เร่งล่าตัวคนร้ายขโมย “พระพุทธรูปทองเหลือง” อายุกว่า 50 ปี

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ศรัทธาและเคารพในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เพราะพระพุทธรูปทองเหลืององค์นี้ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับศาลเจ้ามาเป็นเวลานาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน การกระทำของคนร้ายจึงเป็นการลบหลู่ความเชื่อและความศรัทธาของผู้คน

ความสำคัญของพระพุทธรูปทองเหลือง

พระพุทธรูปทองเหลืองมีความสำคัญในทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทย ด้วยความทนทานและสวยงามของทองเหลือง ทำให้พระพุทธรูปที่สร้างจากวัสดุนี้เป็นที่นิยมในการสร้างพระพุทธรูปสำคัญต่างๆ นอกจากนี้ ทองเหลืองยังเป็นวัสดุที่มีคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ การสูญหายของพระพุทธรูปทองเหลืองจึงเป็นการสูญเสียมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขโมยทรัพย์สิน แต่เป็นการทำลายความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชน การเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และเป็นการแสดงให้เห็นว่ากฎหมายยังคงมีความศักดิ์สิทธิ์

ทางมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตได้ขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคนร้าย หรือพบเห็นพระพุทธรูปทองเหลืองที่มีลักษณะคล้ายกับที่ถูกขโมยไป โปรดแจ้งเบาะแสให้กับทางมูลนิธิฯ หรือสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต เพื่อให้สามารถติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

ความร่วมมือของทุกท่านเป็นสิ่งสำคัญในการนำตัวคนร้ายมาลงโทษ และรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพุทธ

ที่มา – เร่งหาตัวคนร้าย แอบปีนขึ้นศาลเจ้า ขโมย “พระพุทธรูปทองเหลือง” อายุกว่า 50 ปี

“ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” ชี้แจงยุบสภา

“ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” เร่งแจงประชาชนให้ชัดหลังมีข่าวยุบสภาถูกตีกลับ ลั่นถ้าขัดรธน.ต้องยืดอกรับผิดชอบ ชี้ ควรเห็นแก่ปชช. ก่อนห่วงฐานอำนาจ ย้ำ อย่ายื้อเวลาทำประเทศเสียหาย

วันที่ 3 ก.ย. 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหนังสือทูลเกล้าฯ ขอยุบสภาฯ ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีถูกตีกลับว่า นายภูมิธรรมและรัฐบาลต้องเร่งออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกระบวนการต่างๆ รัฐบาลควรต้องตระหนักให้ดีและรอบคอบที่สุดในข้อกฎหมาย หากสุ่มเสี่ยงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรกระทำ ซึ่งหากขัดต่อรัฐธรรมนูญจริง นายภูมิธรรมและรัฐบาลต้องรับผิดชอบ

ทั้งนี้นายธนกร มองว่า ควรใช้ระบบสภา ในการแก้ปัญหาตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ เพราะต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่นายกรัฐมนตรีก็ควรจะต้องแก้ให้ตรงจุดคือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาแทนเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ทำผิดอะไร

“ปัญหาที่สำคัญของประเทศขณะนี้ค่อนข้างหนักหน่วง เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง หนี้สิน และความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ภาษีทรัมป์ก็รออยู่ รวมถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายังต้องรีบดำเนินการแก้ไข การที่พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลเดินเกมแบบนี้ถือเป็นการยื้อเวลาเพราะหวงอำนาจ คิดถึงแต่การเมืองแต่ไม่นึกถึงเลยว่า พี่น้องประชาชนและประเทศจะเสียหาย เสียโอกาสแค่ไหน สุดท้ายจะเกิดประโยชน์อะไร หากมุ่งแต่เอาชนะคะคานกันทางการเมือง แต่กลับกลายเป็นชัยชนะบนซากปรักหักพัง” นายธนกร กล่าว

“ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” ชี้แจงประชาชนให้ชัดหลังมีข่าวยุบสภาถูกตีกลับ

จากกระแสข่าวเรื่องการยุบสภาที่ถูกตีกลับ ทำให้เกิดคำถามมากมายในสังคมถึงความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมายของกระบวนการต่างๆ นายธนกร วังบุญคงชนะ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายภูมิธรรม เวชยชัย เร่งดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบโดยเร็ว เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความสับสนที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันมีความละเอียดอ่อน การตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาลจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ การเร่งรีบดำเนินการโดยไม่ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน อาจนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

ความรับผิดชอบต่อรัฐธรรมนูญ

นายธนกรได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด หากกระบวนการยุบสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญจริง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว การหลีกเลี่ยงหรือละเลยความรับผิดชอบ จะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลลดน้อยลง

นอกจากนี้ นายธนกรยังได้กล่าวถึงปัญหาสำคัญที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาหนี้สิน รวมถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การที่รัฐบาลมุ่งเน้นแต่เรื่องการเมือง โดยไม่คำนึงถึงปัญหาที่แท้จริงของประชาชน จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

การยุบสภาควรเป็นทางเลือกสุดท้าย หากการแก้ไขปัญหาด้วยกลไกปกติไม่สามารถทำได้ การใช้ระบบสภาในการแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ ควรเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก การตัดสินใจที่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จะนำพาประเทศไปสู่ความเสียหายอย่างไม่คาดฝัน

ดังนั้น รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการยุบสภาให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเข้าใจที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงการตอบคำถามหรือการปกปิดข้อมูล จะยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและความไม่ไว้วางใจ

การเมืองควรเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาของประชาชน ไม่ใช่เครื่องมือในการแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตน รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติ

ที่มา – “ธนกร” จี้ “ภูมิธรรม-รัฐบาล” ชี้แจงประชาชนให้ชัดหลังมีข่าวยุบสภาถูกตีกลับ

อาร์ไกล์ประณามการเหยียดผิว ‘ที่น่ารังเกียจ’ ต่อ Pepple

พลีมัธ อาร์ไกล์ กล่าวว่า พวกเขา “ตกตะลึง” กับการเหยียดผิว “ที่น่ารังเกียจ” ที่อาริบิม เปปเปิล กองหน้าได้รับทางออนไลน์ หลังจากการแข่งขัน Vertu Trophy กับเชลท์แนม ทาวน์ เมื่อวันอังคาร

สโมสรในลีกวันกล่าวว่า เปปเปิล ผู้เซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์ได้แสดงให้พวกเขาเห็นถึงการถูกทำร้ายที่เขาได้รับจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเขา

The Pilgrims กล่าวเสริมว่าพวกเขาได้แชร์ภาพหน้าจอของบัญชีและข้อความกับตำรวจและ Meta ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึง Facebook และ Instagram

เปปเปิล ผู้เล่นใหม่ ลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 55 ในชัยชนะของอาร์ไกล์ 2-0 และได้ลูกโทษ ซึ่งเขาเป็นคนเรียกเอง แต่ถูกเซฟไว้ในนาทีที่ 81

แถลงการณ์ของพลีมัธระบุว่า “เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้การสนับสนุน Bim และนำตัวผู้รับผิดชอบมารับโทษ”

“ทำไมเขาถึงได้รับข้อความเหล่านี้? เพราะเขาทำประตูจากลูกโทษในเกมฟุตบอลไม่ได้ เราทุกคนเป็นมนุษย์”

“ทำไม Bim ถึงสมควรได้รับข้อความในลักษณะนี้”

“คำตอบนั้นง่ายมาก เขาไม่สมควรได้รับ เช่นเดียวกับผู้เล่นหรือทีมงานของเรา… การกระทำของคนใจแคบจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งนั้น และเรารู้ว่า Green Army [ฐานแฟนบอลของอาร์ไกล์] จะสนับสนุน Bim ในทุกวิถีทางที่เขาต้องการ”

เปปเปิล ซึ่งเข้าร่วมทีมอาร์ไกล์จากลูตันด้วยค่าตัวที่ไม่เปิดเผยในเดือนกรกฎาคม ได้แชร์แถลงการณ์ของสโมสรและข้อความที่เขาได้รับทางบัญชี Instagram ของเขา

ข้อความที่เขาแชร์ดูเหมือนจะมาจากผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้งสองสโมสรที่เกี่ยวข้องในการแข่งขัน

อาร์ไกล์ประณามการเหยียดผิว ‘ที่น่ารังเกียจ’ ต่อ Pepple

พลีมัธให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมต่อต้านการเหยียดผิวในวงการฟุตบอลต่อไป ซึ่งรวมถึงแคมเปญ “Together Against Racism” ของ English Football League แต่กล่าวว่าข้อความดังกล่าว “ยังไม่ได้รับผล”

แถลงการณ์เสริมว่า “เราจะไม่หยุดจนกว่าจะสำเร็จ ก่อนที่คุณจะส่งข้อความนั้น ลองคิดดู คิดถึงคนที่อ่านมัน”

“Bim พวกเราทุกคนอยู่กับคุณ คุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอาร์ไกล์ และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทุกคนในสโมสรฟุตบอล”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักฟุตบอลจำนวนมากได้เน้นย้ำถึงการเหยียดผิวที่พวกเขาได้รับ โดยเฉพาะทางออนไลน์

เจส คาร์เตอร์ กองหลังทีมชาติอังกฤษ เปิดเผยว่าเธอตกเป็นเป้าของการถูกทำร้ายดังกล่าวในช่วงยูโร 2025 ในเดือนกรกฎาคม

ด้วยเหตุนี้ Lionesses จึงหยุดเข้าร่วมในการแสดงท่าทางต่อต้านการเหยียดผิวด้วยการคุกเข่าก่อนการแข่งขัน เนื่องจากพวกเขาแย้งว่า “ชัดเจนว่าพวกเราและฟุตบอลจำเป็นต้องหาวิธีอื่นในการจัดการกับการเหยียดผิว”

หลังจากที่ท็อตแนมกล่าวว่าพวกเขา “รังเกียจ” ต่อการเหยียดผิวที่ Mathys Tel กองหน้ารได้รับหลังจากการพ่ายแพ้ต่อปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เมื่อเดือนสิงหาคม องค์กรการกุศลต่อต้านการเลือกปฏิบัติ Kick It Out กล่าวว่าความรับผิดชอบจากทั้งผู้กระทำผิดและบริษัทโซเชียลมีเดีย “ไม่ได้รับการตอบสนอง”

กลุ่มดังกล่าวกล่าวว่า “หากคุณเป็นผู้เล่นผิวดำ การคิดว่า ‘ทำไมฉันถึงอยากยิงจุดโทษ?’ ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้”

“นั่นคือสถานะของเกมในตอนนี้ และความจริงที่น่าเศร้าก็คือมันไม่ใช่เรื่องใหม่”

“หน่วยงานฟุตบอล เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานกำกับดูแล Ofcom ต้องร่วมมือกันเร่งแผนการที่ปกป้องผู้เล่นได้ดีขึ้น”

“ความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขาควรมีความสำคัญสูงสุดเสมอ และเรายืนหยัดเคียงข้าง… ทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกทำร้ายด้วยการเหยียดผิวอย่างต่อเนื่องนี้”

พรีเมียร์ลีกเข้ามาดำเนินการเพื่อลบโพสต์ที่เป็นการดูถูก 1,500 รายการออกจากบัญชีโซเชียลมีเดียต่างๆ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แหล่งข่าวในพรีเมียร์ลีกกล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปได้ด้วยการแทรกแซงโดยตรงจากทีมสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ และการดำเนินการที่ดำเนินการผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ

การเหยียดผิว ‘ที่น่ารังเกียจ’ ต่อ Pepple

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเหยียดผิวยังคงเป็นปัญหาที่แพร่หลายในวงการฟุตบอลและสังคมโดยรวม เราต้องร่วมมือกันเพื่อต่อต้านการเหยียดผิวในทุกรูปแบบและสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยและได้รับการเคารพ อาร์ไกล์ประณามการเหยียดผิว ‘ที่น่ารังเกียจ’ ต่อ Pepple อย่างหนักแน่น และเราหวังว่าผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ฟุตบอลควรเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถสนุกได้โดยปราศจากความกลัวว่าจะถูกเลือกปฏิบัติ

ทุกวันนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว การเหยียดผิวออนไลน์ก็เช่นกัน การจัดการกับปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้แต่ตัวบุคคลเอง การสร้างความตระหนักรู้และการให้ความรู้แก่สังคมเป็นสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและลดการเลือกปฏิบัติ อาร์ไกล์ประณามการเหยียดผิว ‘ที่น่ารังเกียจ’ ต่อ Pepple และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ การสนับสนุนนักกีฬาที่ได้รับผลกระทบ และการรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงปัญหา เป็นสิ่งที่ทุกสโมสรและทุกองค์กรควรมุ่งเน้น

อาร์ไกล์ประณามการเหยียดผิว ‘ที่น่ารังเกียจ’ ต่อ Pepple และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้น

ที่มา – Argyle condemn ‘vile’ racial abuse against Pepple

เพื่อไทยไม่กังวล “ภูมิธรรม” ถูกแจ้งความปมทูลเกล้าฯ

“วิสุทธิ์” โว พรรคเพื่อไทยไม่กังวล หลัง “ภูมิธรรม” ถูกแจ้งความ ม.112 กรณีทูลเกล้าฯ ชงยุบสภา เชื่อมั่นทำได้ถูกต้อง ถวายฎีกาได้ ย้ำ ยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 3 กันยายน 2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธาน สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวที่รัฐสภา ถึงกรณี นายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ แจ้งความ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เอาผิด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ในความผิดตามมาตรา 112 กรณีไม่มีอำนาจในการกราบบังคมทูลฯ ยุบสภา ว่า รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่เต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งก่อนหน้านั้นทำหน้าที่รักษาการขณะที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

แต่ในขณะนี้อำนาจเต็มอยู่กับนายภูมิธรรม ถือว่าสามารถถวายฎีกาได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แม้จะมีนักวิชาการหลายคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเราก็รับฟังในช่วงที่ผ่านมา รวมถึง นายภูมิธรรม ก็ได้รับฟัง จึงได้ข้อสรุปและเชื่อมั่นว่าทำได้ถูกต้อง มีการถวายฎีกาได้ ซึ่งไม่ได้มีความกังวลอะไร

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับคนที่จะไปแจ้งก็ถือว่าเป็นเรื่องของเขา และประเทศนี้เรามีนักร้องเรียนเยอะแยะ ที่เห็นต่างเป็นเรื่องปกติ พร้อมย้ำว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องน่ากังวล เมื่อถามว่าฝ่ายกฎหมายเตรียมหลักฐานอะไรไว้ต่อสู้บ้าง นายวิสุทธิ์ ตอบว่า เรามีทีมนักกฎหมายเตรียมการไว้อยู่แล้ว เรามั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดอะไร การยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ เราได้แต่น้อมรับและรอฟัง เราไม่ควรพูดอะไรที่เกินเลยกว่านี้ ซึ่งจะเกิดความไม่เหมาะสม.

เพื่อไทยไม่กังวล “ภูมิธรรม” ถูกแจ้งความปมทูลเกล้าฯ ชงยุบสภา

จากกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ถูกแจ้งความในมาตรา 112 จากประเด็นการทูลเกล้าฯ ชงยุบสภานั้น พรรคเพื่อไทยได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างมั่นใจว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและขั้นตอนที่เหมาะสม

ความมั่นใจของพรรคเพื่อไทยต่อกรณี “ภูมิธรรม”

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้เน้นย้ำว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้รู้สึกกังวลต่อการแจ้งความดังกล่าว เนื่องจากเชื่อมั่นว่านายภูมิธรรมได้ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่มีอยู่ และการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การที่นักวิชาการมีความเห็นที่แตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ แต่พรรคก็ได้พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนที่จะดำเนินการใดๆ

พรรคเพื่อไทยยังกล่าวเสริมอีกว่า การที่มีผู้ไปแจ้งความร้องเรียนเป็นเรื่องปกติในสังคม และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของพรรค เนื่องจากมีทีมกฎหมายที่พร้อมจะให้ข้อมูลและต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม การยุบสภาถือเป็นพระราชอำนาจ และพรรคพร้อมที่จะน้อมรับและปฏิบัติตาม

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของพรรคเพื่อไทยในการดำเนินการทางการเมือง และความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น การออกมาให้ความเห็นอย่างชัดเจนเช่นนี้เป็นการแสดงจุดยืนที่แข็งแกร่ง และสร้างความมั่นใจให้กับสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุน

การที่พรรคเพื่อไทยออกมาตอบโต้ประเด็นนี้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความใส่ใจในการปกป้องชื่อเสียงและสมาชิกของพรรค การดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างรอบคอบและมีการเตรียมพร้อมในทุกด้าน ทำให้พรรคสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยรวมแล้ว สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในการเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ในสนามการเมืองไทย พรรคยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน และพร้อมที่จะตอบคำถามและข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

กรณี เพื่อไทยไม่กังวล “ภูมิธรรม” ถูกแจ้งความปมทูลเกล้าฯ ชงยุบสภา นี้สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองที่ซับซ้อน และความสำคัญของการตีความกฎหมายในบริบทต่างๆ

ที่มา – เพื่อไทยไม่กังวล “ภูมิธรรม” ถูกแจ้งความปมทูลเกล้าฯ ชงยุบสภา เชื่อมั่นทำถูกต้อง

เตือน! รุกที่ดินหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว มีโทษทั้งคุกปรับ

เจ้าหน้าที่ติดป้ายเตือนชาวกัมพูชารุกล้ำที่ดินบริเวณบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว มีโทษทั้งจำและปรับสูงสุด หากฝ่าฝืนกฎหมายไทย

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้สระแก้ว ร่วมกับทหารพรานและตำรวจตระเวนชายแดน ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายประกาศบังคับใช้กฎหมายกับชาวกัมพูชาที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จุดที่ติดตั้งป้ายคือบริเวณแนวลวดหนามและสแลนสีดำ เพื่อส่งสัญญาณเตือนไปยังฝั่งกัมพูชาอย่างชัดเจน

เนื้อหาในป้ายประกาศ ระบุถึงบทลงโทษอย่างชัดเจน โดยเป็นป้าย 3 ภาษา เพื่อให้ชาวกัมพูชาที่กระทำการรุกล้ำทราบว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา และมีโทษทั้งจำและปรับ หากไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือทรัพย์สินออกจากที่ดิน และยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดๆ จะถูกดำเนินคดีและต้องรับโทษตามกฎหมายไทย

ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การกระทำรุกที่ดินหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

เตือน! รุกที่ดินหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว มีโทษทั้งคุกปรับ

การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ไทยในการปกป้องอธิปไตยและรักษาทรัพยากรของชาติ โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่กระทำการรุกที่ดินหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ทำไมการรุกที่ดินหนองจาน-หนองหญ้าแก้วถึงเป็นเรื่องใหญ่?

ปัญหาการรุกล้ำที่ดินบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้มีผู้พยายามแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย การรุกที่ดินหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกด้วย

ดังนั้น การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั้งสองฝั่ง จึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาพื้นที่ชายแดน ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดแรงจูงใจในการรุกล้ำที่ดินและสร้างความมั่นคงในระยะยาว

เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเคารพกฎหมายและอธิปไตยของชาติ โดยขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ช่วยกันสอดส่องดูแลและแจ้งเบาะแส หากพบเห็นการกระทำใดๆ ที่เป็นการรุกล้ำที่ดินหรือกระทำผิดกฎหมาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ

การลักลอบข้ามแดนและรุกที่ดินหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ไม่ได้สร้างผลดีต่อฝ่ายใดเลย นอกจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ยังสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศอีกด้วย

ดังนั้น, การเคารพกฎหมายและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ที่มา – ติดป้ายเตือนชาวกัมพูชา รุกที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว มีโทษทั้งคุกและปรับ

โรดอนนำทัพ! 4 แข้งเวลส์ถอนตัวเกมคาซัคสถาน

การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก: คาซัคสถาน พบ เวลส์

สนาม: Astana Arena, Astana วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน เริ่มเตะ: 15:00 BST

ช่องทางการถ่ายทอดสด: iPlayer, BBC One, S4C, BBC Radio Wales and Radio Cymru, เว็บไซต์และแอป BBC Sport พร้อมรายงานสด

โจ โรดอน, นาธาน บรอดเฮด, แดนนี่ วอร์ด และ เจย์ ดาซิลวา ได้ถอนตัวจากทีมชาติเวลส์สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับคาซัคสถานในวันพฤหัสบดีนี้

ทอม คิง, รีส นอร์ริงตัน-เดวีส์ และ โจเอล โคลวิลล์ ถูกเพิ่มเข้ามาในกลุ่มที่โค้ช เคร็ก เบลามี่ ได้ประกาศรายชื่อไว้ก่อนหน้านี้

โจ โรดอน กองหลังจากทีมลีดส์ ยูไนเต็ด, นาธาน บรอดเฮด และ แดนนี่ วอร์ด สองดูโอ้จากทีมเร็กซ์แฮม และ เจย์ ดาซิลวา จากโคเวนทรี ซิตี้ ต่างมีปัญหาอาการบาดเจ็บ

โจเอล โคลวิลล์ กองกลางจากคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก หลังจากที่พี่ชายของเขา รูบิน ได้รับการเรียกตัวจากเบลามี่ก่อนหน้านี้ แต่ต้องถอนตัวออกไปเนื่องจากได้รับบาดเจ็บในเกมที่ทีมบลูเบิร์ดส์เอาชนะพลีมัธ อาร์ไกล์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรดอน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของเวลส์ พลาดการลงสนามแม้ว่าจะลงเล่นเต็ม 90 นาที ในเกมที่ลีดส์เสมอกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในขณะที่แบ็คซ้าย ดาซิลวา ลงเล่นเต็มเกมในเกมที่โคเวนทรีเสมอกับอ็อกซ์ฟอร์ด

บรอดเฮด ไม่พร้อมลงเล่นในเกมที่เร็กซ์แฮมเอาชนะมิลล์วอลล์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัญหาที่น่อง ในขณะที่ วอร์ด คาดว่าจะพลาดการลงเล่นให้เวลส์ หลังจากถูกหามออกจากสนามในเกมดังกล่าว

เวลส์ไม่มี อีธาน แอมพาดู จากลีดส์ และ คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์ ฟูลแบ็คจากเบิร์นลีย์ สำหรับการแข่งขันครั้งนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ในขณะที่กัปตันทีม อารอน แรมซีย์ ไม่ได้รับการเรียกตัวเนื่องจากได้ลงเล่นให้กับสโมสรน้อยมาก

โจเอล โคลวิลล์ มีส่วนร่วมหลังจากลงเล่นให้คาร์ดิฟฟ์ไป 8 นัดในฤดูกาลนี้ โดยเบลามี่รับทราบเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ใกล้ที่จะก้าวเข้าสู่ทีมของเขาแล้ว

รูบิน โคลวิลล์ วัย 23 ปี อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมของไบรอัน แบร์รี่-เมอร์ฟี โดยทำไป 4 ประตูจาก 8 เกมในฤดูกาลนี้

กองกลางตัวรุกรายนี้ลงเล่น 90 นาที และทำประตูได้ ในเกมกับพลีมัธ แต่ต้องถอนตัวจากการแข่งขันระดับนานาชาติหลังจากได้รับบาดเจ็บในเกมนั้น

เวลส์อยู่อันดับสองในกลุ่ม J จากความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวจากการแข่งขัน 4 นัดในรอบคัดเลือกนี้ โดยแพ้เบลเยียม 4-3 ในเดือนมิถุนายน

พวกเขาตามหลังนอร์ทมาซิโดเนียอยู่แต้มเดียว ซึ่งเอาชนะคาซัคสถาน 1-0 ในขณะที่เบลเยียมอยู่อันดับสาม ตามหลังอยู่ 3 แต้ม แต่มีเกมในมืออีก 2 นัด

หลังจากเล่นกับคาซัคสถาน เวลส์จะพบกับแคนาดาในเกมกระชับมิตรที่สวอนซีในวันอังคารที่ 9 กันยายน

โรดอนนำทัพ! 4 แข้งเวลส์ถอนตัวเกมคาซัคสถาน

ทำไมถึงต้องถอนตัวจากเกมคาซัคสถาน?

การที่ผู้เล่นหลักหลายคนถอนตัวออกจากทีมชาติเวลส์ ก่อนเกมสำคัญกับคาซัคสถาน ส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมาก โค้ชต้องปรับแผนและหาผู้เล่นมาทดแทน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของทีมในการแข่งขัน

อาการบาดเจ็บเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในวงการฟุตบอล แต่การที่ผู้เล่นหลายคนได้รับบาดเจ็บพร้อมกัน ถือเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายสำหรับทีมชาติเวลส์ การจัดการทีมและการเตรียมพร้อมสำหรับเกมที่เหลือจึงเป็นสิ่งสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ทีมชาติเวลส์ยังมีผู้เล่นที่มีความสามารถคนอื่นๆ ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาแสดงศักยภาพ การแข่งขันกับคาซัคสถานจะเป็นโอกาสให้ผู้เล่นเหล่านี้ได้พิสูจน์ตัวเองและสร้างผลงานที่ดีให้กับทีม

การถอนตัวของผู้เล่นหลัก อาจเป็นโอกาสให้ดาวรุ่งได้แจ้งเกิดและสร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง การสนับสนุนและให้โอกาสผู้เล่นใหม่ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อทีมชาติเวลส์ในระยะยาว

โดยรวมแล้ว แม้ว่าการถอนตัวของผู้เล่นหลักจะเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่ทีมชาติเวลส์ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก การทำงานเป็นทีมและการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

การที่ทีมต้องเผชิญกับสถานการณ์ผู้เล่นบาดเจ็บและการถอนตัวกะทันหัน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีทีมที่แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวอยู่เสมอ การลงทุนในระบบเยาวชนและการพัฒนาผู้เล่นสำรองจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จในระยะยาวของทีมชาติ

ที่มา – Rodon among four Wales withdrawals for Kazakhstan

3 สส.ปชป. แจงเหตุผลหนุน “อนุทิน” ตั้งรัฐบาล

3 สส.ประชาธิปัตย์ แจง 4 เหตุผลหนุน “อนุทิน” ตั้งรัฐบาล-นั่งนายกฯ คนที่ 32 ผ่าทางตันประเทศ ปัดต่อรองตำแหน่งทางการเมือง ย้ำขอใช้เอกสิทธิ์ สส. ตามรัฐธรรมนูญ

วันที่ 3 กันยายน 2568 นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา, นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา และนายราชิต สุดพุ่ม สส.นครศรีธรรมราช 3 สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกคำชี้แจงกรณีร่วมลงชื่อสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ตามที่ปรากฏว่าพวกตนได้สนับสนุนข้อตกลงร่วมระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยในการเสนอชื่อบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินในช่วงเปลี่ยนผ่าน แก้ไขปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า จัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยุบสภาผู้แทนราษฎรนั้น พวกตนขอชี้แจงเหตุผลและเจตนารมณ์ใน 4 ประเด็นสำคัญ ที่ทำให้ต้อง 3 สส.ประชาธิปัตย์ แจง 4 เหตุผลหนุน “อนุทิน”

3 สส.ประชาธิปัตย์ แจง 4 เหตุผลหนุน “อนุทิน”

1. พวกตนทั้ง 3 คนเห็นว่า ปัญหาความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ปรากฏชัดเจนที่สุดในกรณีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ได้ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงกรณีคลิปเสียง จนบั่นทอนความเชื่อมั่นของสังคมไม่เพียงชี้ให้เห็นถึงการขาดคุณสมบัติและความซื่อสัตย์สุจริตที่ผู้นำควรมี ยังทำให้รัฐบาลสูญเสียความชอบธรรม ในการบริหารประเทศ และทำลายศักดิ์ศรีของประเทศโดยรวม การบริหารประเทศภายใต้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม ขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ประชาชนเผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน

2. การที่พวกตนลงนามสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการตัดสินใจในฐานะ สส. ที่สำคัญคือพรรคภูมิใจไทยเคยร่วมสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล ในช่วงปี 2551-2554 จนสามารถสร้างเสถียรภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม ตรงกันข้ามพรรคเพื่อไทยในห้วงเวลานั้น กลับเลือกที่จะล้มรัฐบาลและผลักประเทศเข้าสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ 3 สส.ประชาธิปัตย์ แจง 4 เหตุผลหนุน “อนุทิน” ในครั้งนี้

3. พวกตนเห็นด้วยกับ 5 เงื่อนไขร่วมที่ทั้งสองพรรควางไว้เพื่อผ่าทางตันประเทศทั้งการยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด การจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่กระทบชีวิตประชาชน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และปัญหาความมั่นคงชายแดน

4. การสนับสนุนของพวกตน มิได้มีเจตนาเพื่อแลกเปลี่ยนตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น หากแต่เป็นการใช้เอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่บัญญัติว่า “สส. ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ..” เพื่อยืนยันว่า เสียงของพวกตนคือเสียงที่ประชาชนมอบให้

เหตุผลที่ 3 สส.ประชาธิปัตย์ แจง 4 เหตุผลหนุน “อนุทิน”

การออกมาให้เหตุผลของ สส. ทั้งสามท่านนี้ ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจน และเป็นการยืนยันถึงการทำหน้าที่ผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง การตัดสินใจทางการเมืองในครั้งนี้ จะส่งผลต่อทิศทางของประเทศอย่างไร คงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ การที่ 3 สส.ประชาธิปัตย์ แจง 4 เหตุผลหนุน “อนุทิน” ถือเป็นการเปิดเผยเบื้องหลังการตัดสินใจที่น่าสนใจ

ที่มา – 3 สส.ประชาธิปัตย์ แจง 4 เหตุผลหนุน “อนุทิน” ปัดต่อรองตำแหน่งทางการเมือง

รวบ 4 เขมร ลอบขนบุหรี่เถื่อน พบเงิน 7 ล้าน!

เจ้าหน้าที่สระแก้วรวบตัว 4 ผู้ต้องหาชาวกัมพูชา ลักลอบขนบุหรี่เถื่อน พร้อมของกลางเป็นเงินสดกว่า 7 ล้านบาทที่ซุกซ่อนไว้ในยางอะไหล่รถยนต์ ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเงินของญาติที่ฝากให้นำกลับประเทศ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สรรพสามิต และกองกำลังบูรพา ทหารพรานที่ 13 ได้ร่วมกันเข้าตรวจค้นและจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบค้าบุหรี่เถื่อน ในพื้นที่ชายแดนอำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านบริเวณตลาดบ้านเขาดินว่ามีกลุ่มบุคคลต้องสงสัยลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีในพื้นที่

รวบ 4 ผู้ต้องหาชาวกัมพูชา ลอบขนบุหรี่เถื่อน อึ้งพบเงินสด 7 ล้านซุกในยางอะไหล่

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้วางแผนล่อซื้อ จนกระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยหลายคันจอดอยู่ใกล้ตลาดเขาดิน เมื่อแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบว่าภายในรถยนต์บรรทุกบุหรี่เถื่อนหลากหลายยี่ห้อเป็นจำนวนมาก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน พร้อมรถยนต์ 4 คันที่ใช้ในการกระทำผิด

ผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา และจากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบเงินสดจำนวนกว่า 7 ล้านบาทซุกซ่อนอยู่ในยางอะไหล่ของรถยนต์คันหนึ่ง ผู้ต้องหารายหนึ่งให้การว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นของญาติที่ฝากให้นำกลับประเทศ เนื่องจากไม่ไว้วางใจในการฝากเงินกับธนาคารและเกรงว่าอาจเกิดสงคราม

ขบวนการลักลอบขนบุหรี่เถื่อน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยมีพิรุธหลายอย่าง และเชื่อว่าน่าจะมีความเชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษี โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนที่กำลังระบาดตามแนวชายแดนในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมเงินสดส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด เพื่อดำเนินการสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายบริเวณชายแดน และความพยายามในการปราบปรามการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ การที่ผู้ต้องหาเลือกซุกซ่อนเงินสดจำนวนมากไว้ในยางอะไหล่ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่ในที่สุดก็ไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ไปได้

สำหรับประชาชนทั่วไป การเลือกซื้อสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ และหลีกเลี่ยงการสนับสนุนขบวนการผิดกฎหมายต่างๆ หากพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษี สามารถแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบได้ทันที

ที่มา – รวบ 4 ผู้ต้องหาชาวกัมพูชา ลอบขนบุหรี่เถื่อน อึ้งพบเงินสด 7 ล้านซุกในยางอะไหล่