ในสถานการณ์ที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก รัฐบาลไทยไม่นิ่งนอนใจ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมที่ออกมาตรการ สกัดขึ้นค่าโดยสาร คุมเข้มทุกระบบ ตามคำสั่งของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อปกป้องประชาชนจากภาระค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูง
วิกฤติตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนอย่างหนัก ซึ่งอาจกระทบต้นทุนเชื้อเพลิงในไทย แม้รัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ แต่ผู้ประกอบการขนส่งบางรายอาจฉวยโอกาสขึ้นค่าโดยสาร กระทรวงคมนาคมจึงเร่งตั้ง War Room หรือศูนย์ติดตามสถานการณ์ เพื่อจับตาการเคลื่อนไหวทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด

สกัดขึ้นค่าโดยสาร คุมเข้มทุกระบบ ครอบคลุมทุกภาคส่วน
มาตรการ สกัดขึ้นค่าโดยสาร คุมเข้มทุระบ ม นี้ครอบคลุมการขนส่งทั้ง 4 ระบบหลัก ได้แก่ ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง โดยห้ามผู้ประกอบการปรับขึ้นเกินกรอบกฎหมายกำหนด พร้อมขอความร่วมมือตรึงราคาในช่วงวิกฤติ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสบายใจ
นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงาน รายงานต่อศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยด้านการคมนาคม (ศผส.คค.) เพื่อเตรียมสำรองเชื้อเพลิงและช่วยเหลือผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระประชาชน แต่ยังรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กวดขันรถโดยสาร
สำหรับการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบรถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ รถรับจ้างทุกประเภท ให้เรียกเก็บค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนด หากพบการละเมิดจะลงโทษทันที สิ่งนี้ช่วยให้ประชาชนที่พึ่งพารถเมล์หรือแท็กซี่ไม่ต้องกังวลกับค่าโดยสารที่พุ่งปรี๊ด
กรมเจ้าท่า (จท.) ดูแลเรือโดยสารและสินค้า
ทางน้ำ กรมเจ้าท่าจะกำกับผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือสินค้า ไม่ให้คิดค่าบริการเกินกำหนด พร้อมติดตามค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในภาคใต้และเกาะต่างๆ
การบินพลเรือนและทางราง ป้องกันความเสี่ยง
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จะกำกับสายการบินให้ยึดกฎหมายค่าโดยสารและสินค้า พิจารณาตรึงราคาในช่วงผันผวน ส่วนกรมการขนส่งทางรางจะประเมินความเสี่ยงรถจักรไอน้ำมันดีเซล เตรียมแผนบริหารล่วงหน้า เพื่อให้รถไฟยังวิ่งได้ปกติ
- ตรวจสอบและกวดขันรถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ รถรับจ้างทุกประเภท
- ติดตามผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้า
- กำกับสายการบินเรื่องค่าโดยสารและค่าขนส่งสินค้า
- ประเมินความเสี่ยงต้นทุนพลังงานทางราง
นายพิพัฒน์ ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับแรก จะไม่ยอมให้เกิดการขึ้นค่าโดยสารเกินกฎหมาย และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะให้บริการอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม

มาตรการนี้ถือเป็นการตอบสนองที่รวดเร็วและเด็ดขาด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบรรเทาความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันโลก หากสถานการณ์คลี่คลาย ประชาชนจะได้ประโยชน์เต็มๆ ในระยะยาว ควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม เพื่อความยั่งยืนของระบบขนส่งไทย
ความเห็นส่วนตัว: การตั้ง War Room เป็นไอเดียดีเยี่ยม ช่วยให้รัฐบาลตอบสนองได้ทันท่วงที ลดโอกาสถูกเอาเปรียบจากวิกฤติ หากคุณเดินทางบ่อย อย่าลืมแจ้งเบาะแสหากเจอค่าโดยสารแพงผิดกฎหมายนะครับ
เรียกดูข่าวเพิ่มเติม: คลิกติดตาม นโยบายรัฐ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!
ที่มา – สกัดขึ้นค่าโดยสาร คุมเข้มทุกระบบ “พิพัฒน์” สั่งตั้ง War Room จับตาวิกฤติตะวันออกกลาง




