'สส.ลิซ่า' ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด 'พิพัฒน์' น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์

“สส.ลิซ่า” ซัด พิพัฒน์ น่าสงสัยดันแลนด์บริดจ์

“สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความฮือฮาในแวดวงการเมืองและโซเชียลมีเดียช่วงนี้ หลังจาก น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือที่รู้จักกันในนาม สส.ลิซ่า ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์โครงการแลนด์บริดจ์อย่างดุเดือด

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือ Landbridge เป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการพื้นฐานของรัฐบาล มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยมีเป้าหมายพัฒนาท่าเรือน้ำลึกสองแห่ง คือ ท่าเรือชุมพรฝั่งอ่าวไทย และท่าเรือรันคเวย์ที่สุราษฎร์ธานีฝั่งอันดามัน เชื่อมต่อด้วยรถไฟความเร็วสูงและระบบโลจิสติกส์ เพื่อสร้างเส้นทางขนส่งสินค้าทางบกที่ลัดฟัน ลดเวลาและต้นทุนจากการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นจุดอับคอขวดของการค้าทั่วโลก โครงการนี้คาดว่าจะช่วยยกระดับไทยให้เป็นฮับคมนาคมแห่งอาเซียน สร้างรายได้มหาศาลและงานจ้างการจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 ว่า โครงการมีความคืบหน้าเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีช่วงมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ โดยจะเชิญเอกชนลงทุน ไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่ใช้การจัดสรรที่ดินและสิทธิสัมปทานแทน

“สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์

สส.ลิซ่าถึงกับตั้งข้อสังเกตหนักว่า การดันทุรังทั้งที่ยังตอบคำถามเรื่องความคุ้มทุนและนักลงทุนไม่ได้นั้นน่าสงสัย “ประเทศไทยไม่ใช่สมบัติท่านคนเดียว ที่จะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ” เธอเน้นย้ำว่า ทุกโครงการของรัฐต้องวัดผลจากประโยชน์สาธารณะและความคุ้มค่า ไม่ใช่แค่มีคนได้ประโยชน์บางกลุ่ม โดยเฉพาะ “สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์ จนกลายเป็นข่าวใหญ่

จุดวิจารณ์หลักมาจากรายงานศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ (สนข.) ที่อ้างว่ารายได้ต่อปีสูงถึง 58,000 ล้านบาท โดย 8,000 ล้านบาทมาจากค่าบริการขนส่ง แต่ส่วนใหญ่กว่า 50,000 ล้านบาทมาจากการขายน้ำมันให้เรือสินค้าที่แวะเติม แต่สส.ลิซ่าชี้แจงชัดว่า ไทยไม่มีโรงกลั่นน้ำมันของตัวเอง การขายน้ำมันเพื่อกำไรขนาดนั้นต้องลงทุนกลั่นเองเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ส่วนหนึ่งของแผนโครงการ นี่คือการ “จับแพะชนแกะ” ที่ทำให้ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ

ประเด็นน่าสงสัยในโครงการแลนด์บริดจ์ที่สส.ลิซ่าชี้

  • ขาดความชัดเจนเรื่องความคุ้มทุน: ยังไม่มีตัวเลข BCR (Benefit-Cost Ratio) ที่ชัดเจนและยอมรับได้จากผู้เชี่ยวชาญ
  • นักลงทุนลึกลับ: ยังไม่เปิดเผยชื่อเอกชนที่สนใจลงทุนจริงจัง
  • สิทธิสัมปทานยาวนาน: อยู่ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.SEC ที่ให้สิทธิ์ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี ซึ่งอาจทำให้ทรัพยากรชาติตกเป็นของต่างชาติ
  • เสี่ยงกำไรเข้าบางกลุ่ม: เกรงว่าประโยชน์จะตกกับนักการเมืองหรือกลุ่มทุนใกล้ชิด แต่ประชาชนต้องแบกรับความเสี่ยงหากล้มเหลว

สส.ลิซ่ายังจี้ให้นายกรัฐมนตรีและนายพิพัฒน์ตอบคำถามประชาชนให้ได้ เนื่องจากถึงแม้ไม่ใช้งบแผ่นดิน แต่การให้สัมปทานที่ดินและสิทธิพิเศษคือการใช้ทรัพย์สินของชาติ โครงการนี้อาจสร้างความมั่งคั่งให้ภาคใต้ สร้างอาชีพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม แต่หากขาดการตรวจสอบ อาจกลายเป็นหนี้สินระยะยาวเหมือนโครงการอื่นๆ ในอดีต

ก่อนหน้านี้ โครงการแลนด์บริดจ์เคยถูกวิจารณ์จากสว. นักวิชาการ และนักสิ่งแวดล้อม เรื่องผลกระทบต่อระบบนิเวศทะเล ชุมชนชาวประมง และความยั่งยืนทางการเงิน หากรัฐไม่แก้ไขข้อกังวลเหล่านี้ การผลักดันต่อไปอาจยิ่งจุดชนวนความขัดแย้ง

มุมมองสรุป: “สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์ ถือเป็นการเตือนใจที่ดีให้รัฐบาลโปร่งใสมากขึ้น โครงการใหญ่ต้องตอบโจทย์ชาติ ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุณเห็นด้วยกับสส.ลิซ่าหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามพัฒนาการต่อไป!

ที่มา – “สส.ลิซ่า” ซัดประเทศไทยไม่ใช่สมบัติใคร อัด “พิพัฒน์” น่าสงสัยรีบดันโครงการแลนด์บริดจ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: