สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกคน! วันนี้เรามีประเด็นร้อนมาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ นั่นคือ นายกรัฐมนตรี ยืนยันออก พ.ร.ก.เงินกู้ทำเพื่อประชาชน พร้อมสวนกลับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่กำลังจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ เรื่องนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงหนักในแวดวงการเมืองเลยทีเดียว มาดูรายละเอียดกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

นายกรัฐมนตรี ยืนยันออก พ.ร.ก. เงินกู้ทำเพื่อประชาชน

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2567 ที่อิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาท โดยปชป.มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และอาจขัดต่อวินัยการเงินการคลังของรัฐ

นายกรัฐมนตรียิ้มก่อนตอบแบบชิลๆ ว่า “ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ตนทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผลประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยทำ” คำตอบนี้แหละที่ทำให้หลายคนฮือฮา เพราะเหมือนสวนกลับแบบเนียนๆ ว่าปชป.เองก็เคยออก พ.ร.ก.กู้เงินสมัยอยู่ 집권มาแล้ว

สวนกลับปชป. ยื่นศาล รธน. ตัวเองก็เคยกู้

ที่มาของดราม่าครั้งนี้คือ พรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัดว่าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก.นี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยอ้างว่ามันไม่ใช่ “เรื่องจำเป็นเร่งด่วน” ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด แต่ฝั่งรัฐบาลยืนยันว่าจำเป็นจริงๆ เพื่อนำเงินกู้ไปใช้ในโครงการช่วยเหลือประชาชน เช่น โครงการดิจิทัลวอลเล็ต หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประชาชนเดือดร้อนจากโควิดและค่าครองชีพสูง

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า พ.ร.ก.นี้ทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เพื่อพวกพ้องหรือผลประโยชน์ส่วนตัว รัฐบาลพร้อมเปิดเผยทุกอย่างให้ประชาชนตรวจสอบได้

ยินดีให้ตรวจสอบความโปร่งใส ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

เมื่อนักข่าวถามว่ารัฐบาลยินดีให้ตรวจสอบการใช้งบหรือไม่ นายกฯ ตอบชัดเจนว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงไปแล้วว่า มีการตรวจสอบทุกขั้นตอน ทั้งระบบดิจิทัลและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น สตง. หรือหน่วยงานอิสระอื่นๆ

หากมีคำถามเพิ่มเติม กระทรวงการคลังก็พร้อมชี้แจงข้อมูลครบถ้วน นี่คือจุดแข็งของรัฐบาลชุดนี้ที่เน้นความโปร่งใสแบบดิจิทัลฟูลออปชั่นเลยครับ

  • ประโยชน์ของ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน: ช่วยเหลือประชาชนโดยตรง เช่น เยียวยาเศรษฐกิจ กระตุ้นการบริโภค
  • การตรวจสอบ: ใช้ระบบดิจิทัลติดตามเงินทุกบาท ทุกสตางค์
  • การมีส่วนร่วม: เปิดให้ ส.ส. ทุกพรรคเสนอแนะได้
  • ตัวอย่างเก่า: รัฐบาลชุดก่อนๆ ก็เคยออก พ.ร.ก.คล้ายๆ กันโดยไม่มีปัญหา

เพื่อนๆ ลองคิดดูนะครับ ในสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้ การกู้เงินเพื่อช่วยประชาชนถือเป็นทางออกที่จำเป็น แต่ต้องทำอย่างโปร่งใสจริงๆ ถ้าปชป.ยื่นศาลแล้วศาลรับคำร้อง เรื่องอาจยืดเยื้อ แต่รัฐบาลดูมั่นใจมาก

ส่วนตัวผมมองว่า นายกรัฐมนตรีตอบได้ฉลาด สวนกลับแบบมีสไตล์ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทำเพื่อประชาชน ไม่กลัวตรวจสอบ แต่ก็อยากเห็นการเมืองไทยโต้ตอบกันแบบมีเหตุผลมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่โยนไปโยนมา

นอกจากนี้ พ.ร.ก.เงินกู้ยังเชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ที่จะทำให้เงินไหลเวียนเร็วขึ้น ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยและครอบครัวยากจนได้จริง หากเทียบกับงบประมาณปกติ การกู้แบบนี้ช่วยเร่งรัดได้ทันสถานการณ์

หลายคนอาจสงสัยว่าเงิน 4 แสนล้านจะไปไหนหมด? รัฐบาลชี้แจงแล้วว่าส่วนใหญ่ไปโครงการประชาชน เช่น 10,000 บาทดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะแจกให้ 50 ล้านคน ช่วยหมุนเงินในระบบได้มหาศาล

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่านี่คือโอกาสดีที่ฝ่ายค้านจะเสนอทางเลือกที่ดีกว่า แทนที่จะคัดค้านอย่างเดียว การเมืองไทยจะได้ก้าวหน้า

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? คิดว่ารัฐบาลควรออก พ.ร.ก.นี้ไหม หรือมีทางอื่นที่ดีกว่า? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย!

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ยืนยันออก พ.ร.ก. เงินกู้ทำเพื่อประชาชน สวนกลับปชป. ยื่นศาล รธน.ตัวเองก็เคยกู้