ภคมนคุยตรีนุช: เร่งฟื้นฟูเมือง อย่าพึ่งอาสาสมัคร
“ภคมนคุยตรีนุช” กลางศูนย์อพยพ จี้ระดมแรงงานนอกพื้นที่เร่งฟื้นฟูเมือง อย่าหวังพึ่งแค่อาสาสมัคร – หวั่นเยียวยา ม.33 แค่ 6 เดือนไม่พอซ่อมชีวิต
วันที่ 30 พ.ย. 2568 ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ 12 จังหวัดสงขลา นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและแนวทางปฏิบัติจากหน่วยงานในพื้นที่ ประกอบด้วย แรงงานจังหวัด จัดหางานจังหวัด พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด สวัสดิการคุ้มครองแรงงานจังหวัด และประกันสังคมจังหวัด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงาน 5 เสือแรงงาน ดำเนินงานให้ความช่วยเหลือทุกอย่างโดยเร่งด่วนที่สุด อะไรที่สามารถลดขั้นตอนได้ขอให้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด
รมว.แรงงาน กล่าวว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วนของกระทรวงแรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีด้วยกันหลายมาตรการ ทั้งการจ้างงานเร่งด่วน วันละ 300 บาท ไม่เกิน 10 วัน จำนวน 4,000 คน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผ่านกองทุนผู้ใช้แรงงาน เยียวยาสถานประกอบการและลูกจ้างที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ด่วนที่สุด เงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานนำไปปล่อยกู้ให้ลูกจ้างใช้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือฟื้นฟูอาชีพ เงินกู้กองทุนความปลอดภัย สำหรับนายจ้างที่สถานประกอบกิจการได้รับความเสียหายหรืออุปกรณ์ไม่มีความปลอดภัย เพื่อนำไปปรับปรุงซ่อมแซมอุปกรณ์หรือเครื่องจักรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน การจ่ายเงินค่าจ้าง 50% นาน 6 เดือน กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ภัยพิบัติ เงินค่าทำศพ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 รายละ 50,000 บาท และการให้บริการศูนย์ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
รมว.แรงงาน กล่าวต่อว่า ในส่วนของการจ้างงานเร่งด่วน จังหวัดสงขลา จะดำเนินการจ้างงานเร่งด่วนคนในพื้นที่ 16 อำเภอ 120 ตำบล วงเงิน 3.6 ล้านบาท จำนวน 2,400 คน วันละ 300 บาท เบื้องต้น 5 วัน รวมรายได้ คนละ 1,500 บาท
สำหรับในจังหวัดสงขลา มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้ง 16 อำเภอ 127 ตำบล สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 10,045 แห่ง ผู้ประกันตนได้รับผลกระทบ 730,599 ราย โดยมีผู้ประกันตนที่เสียชีวิตขณะนี้ที่พิสูจน์ทราบแล้ว จำนวน 5 ราย
ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้ได้นำเครื่องปั่นไฟไปบริการพี่น้องประชาชนที่คลองแห จากนั้นจึงได้มีโอกาสได้พบกับรัฐมนตรีตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มาเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จึงได้ทวงถามและหารือกับรัฐมนตรีตรีนุช 2 เรื่องใหญ่ คือ
1.เรื่องการฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด ที่ต้องอาศัยแรงงานคนจำนวนมากในการเข้าฟื้นฟู จะพึ่งพาเฉพาะอาสาสมัครหรือแรงงานในพื้นที่ไม่ได้ เพราะทุกคนก็เป็นผู้ประสบภัยเหมือนกันทั้งหมด ชีวิตประชาชนแย่พอแล้ว ดังนั้นกระทรวงแรงงานต้องมีการจัดหาแรงงานจากภายนอกเข้ามาโดยเร็วที่สุด ต้องมีการกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานที่เหมาะสมและเป็นธรรมให้กับแรงงานด้วย เพราะเมืองเสียหายหนักมาก
2. เรื่องการเยียวยาแก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ที่ประสบอุทกภัย บ้านพัง ไปทำงานไม่ได้ในช่วงนี้ กระทรวงจะดูแลอย่างไร? ซึ่งรัฐมนตรีแจ้งว่าเบื้องต้นจะมีการเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ประมาณ 6 เดือน ตามอัตราที่ผู้ประกันตนส่งเบี้ยประกันเข้ามาในระบบ ซึ่ง น.ส.ภคมนเสนอว่า อยากให้กระทรวงแรงงานไปหารือกับกระทรวงอื่นๆ ด้วย เพราะ 6 เดือนสำหรับหลายคนอาจไม่พอ
“กรอบเวลา 6 เดือนต้องยืดหยุ่นตามความจริง” อยากให้กระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวง พม. (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ช่วยกันวางกรอบเวลาฟื้นฟูเยียวยาให้ชัดเจนไปในทางเดียวกัน และย้ำไปด้วยว่าผู้ประกันตนในมาตราอื่นก็ต้องมีหลักเกณฑ์เยียวยาออกมาให้ชัดเจน “อย่าแยกกันคิด” รัฐบาลต้องวางกรอบร่วมกัน ประชาชนจะได้ฟื้นตัวแล้วกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าบางคนซ่อมบ้านยังไม่เสร็จ แต่จะไม่ได้รับเงินเยียวยาแล้ว” น.ส.ภคมน กล่าวและว่า ยังได้ขอร้องให้คิดถึงผู้ประกันตนในมาตราอื่นๆ รวมถึงกลุ่มนายจ้าง ที่ได้รับความเสียหายไม่ต่างกันด้วย
น.ส.ภคมน ทิ้งท้ายด้วยว่า ตนยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่และได้พบเจอกับผู้มีอำนาจ รัฐมนตรีหลายกระทรวง หวังว่าการสะท้อนความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับตลอดช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาจะมีประโยชน์และส่งผลให้ระดับผู้นำและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจะสามารถนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนดังกล่าวเร่งหารือเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป
ภคมนคุยตรีนุช: เร่งฟื้นฟูเมือง อย่าพึ่งอาสาสมัคร
ทำไม “ภคมนคุยตรีนุช” ถึงสำคัญต่อการฟื้นฟูเมือง?
สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง การฟื้นฟูเมืองและเยียวยาผู้ประสบภัยจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในการนี้ การหารือระหว่าง “ภคมน” และ “ตรีนุช” ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูต่างๆ ให้เกิดขึ้นจริง
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการหารือ “ภคมนคุยตรีนุช” คือการระดมแรงงานจากภายนอกพื้นที่เพื่อเข้ามาช่วยฟื้นฟูเมือง น.ส.ภคมน เน้นย้ำว่าการพึ่งพาอาสาสมัครหรือแรงงานในพื้นที่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน การดึงแรงงานจากภายนอกมาเสริมทัพจะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ น.ส.ภคมน ยังให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่อาจต้องเผชิญกับปัญหาบ้านเรือนเสียหายและขาดรายได้ในช่วงฟื้นฟู แม้ว่ากระทรวงแรงงานจะมีมาตรการเยียวยาเบื้องต้น 6 เดือน แต่ น.ส.ภคมน มองว่าอาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย จึงเสนอให้กระทรวงแรงงานหารือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายระยะเวลาเยียวยาและให้ความช่วยเหลืออย่างครอบคลุม
การหารือ “ภคมนคุยตรีนุช” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามข้อเสนอต่างๆ ที่ได้หารือกันไว้ยังคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การฟื้นฟูเมืองและเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน
ดังนั้น, การติดตามความคืบหน้าของมาตรการช่วยเหลือต่างๆ และการให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนสามารถทำได้ เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งหลังภัยพิบัติ
ที่มา – “ภคมน” คุย “ตรีนุช” กลางศูนย์อพยพ จี้ระดมแรงงานนอกพื้นที่เร่งฟื้นฟูเมือง อย่าหวังพึ่งแค่อาสาสมัคร

