ในการประชุมพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วาระ 2 สส.ลำพูน พรรคประชาชน ได้ออกมาแฉถึงการเทงบ อ.ต.ก. 41 ล้าน ลงพะเยา โดยตั้งข้อสงสัยถึงเหตุผลในการจัดสรรงบประมาณจำนวนมากไปยังจังหวัดเดียว และชี้ว่าโครงการล้งแห่งชาติมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ณ รัฐสภา ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระ 2-3 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยเริ่มพิจารณาในมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีวงเงินรวม 62,960,111,400 บาท
นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สส.ลำพูน พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงงบประมาณขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) โดยระบุว่ามี 2 โครงการที่ไม่ตอบโจทย์และมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลว ได้แก่
- โครงการตลาดกลาง จ.พะเยา: ในงบประมาณปี 2569 อ.ต.ก. ได้ของบประมาณจำนวน 84,623,500 บาท เพื่อสนับสนุนการตลาดให้แก่เกษตรกร แต่ปรากฏว่างบประมาณจำนวน 41,321,500 บาท ถูกเทงบ อ.ต.ก. 41 ล้าน ลงพะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวเท่านั้น ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดจึงต้องกระจุกงบประมาณไว้ที่จังหวัดเดียว
นายวิทวิสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อพิจารณาจากมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของจังหวัดพะเยาไปยัง สปป.ลาว พบว่าต่ำกว่าจังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่านถึง 3 เท่า สินค้าเกษตรที่ลาวนำเข้าจากไทยส่วนใหญ่ ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวเปลือก และผลไม้สด ซึ่งจังหวัดพะเยามีส่วนแบ่งการตลาดน้อยกว่า 8% เมื่อเทียบกับการค้าชายแดนของภาคเหนือ นอกจากนี้ ระบบโลจิสติกส์ส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่าน ไม่ใช่จังหวัดพะเยา ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่าใครกันแน่ที่จะได้รับประโยชน์จากการเลือกจังหวัดพะเยาเป็นที่ตั้งโครงการ และเหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปในเชิงเศรษฐกิจหรือการเมือง
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างตลาดกลางในภาคเหนือควรมีการกระจายไปยังหลายจังหวัดและเชื่อมโยงกันด้วยระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่การปักเสาหลักเพียงแห่งเดียว เพราะหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จก็อาจนำไปสู่การผูกขาดตลาด ทำให้เกษตรกรในจังหวัดอื่นต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่หากโครงการล้มเหลวก็จะกลายเป็นตลาดร้างและสูญเสียงบประมาณของประชาชนไปโดยเปล่าประโยชน์
นอกจากนี้ นายวิทวิสิทธิ์ยังได้กล่าวถึงโครงการที่สอง คือ
- โครงการล้งแห่งชาติ: อ.ต.ก. ได้ตั้งงบประมาณจำนวน 11,612,000 บาท เพื่อศึกษาต้นแบบการสร้างล้งแห่งชาติ โดยให้ อ.ต.ก. ทำหน้าที่เป็นเอกชน ซึ่งนายวิทวิสิทธิ์มองว่าเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น เนื่องจากรัฐวิสาหกิจมีขั้นตอนในการอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างที่ล่าช้า และเจ้าหน้าที่รัฐส่วนใหญ่ไม่มีทักษะในเชิงพาณิชย์ ทำให้ไม่สามารถขายสินค้าได้ในราคาเต็มมูลค่า โครงการดังกล่าวจึงไม่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรไทย และอาจนำไปสู่การกระจุกงบประมาณ การผูกขาด และความล้มเหลวในที่สุด
วิทวิสิทธิ์แฉ! เทงบ อ.ต.ก. 41 ล้าน ลงพะเยา
ดังนั้น นายวิทวิสิทธิ์จึงเสนอให้มีการตัดลดงบประมาณของทั้งสองโครงการนี้ทันที และนำเงินดังกล่าวไปใช้ในการสร้างโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรทั่วประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่โครงการที่ดูดีบนกระดาษแต่ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันของเกษตรกร
ข้อสังเกตถึงการเทงบ อ.ต.ก. 41 ล้าน ลงพะเยา
การที่ สส.วิทวิสิทธิ์ออกมาแฉเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณดังกล่าวถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ
การเทงบ อ.ต.ก. 41 ล้าน ลงพะเยาเพียงจังหวัดเดียวนั้น อาจมีเงื่อนงำหรือเหตุผลทางการเมืองที่ซ่อนอยู่ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม
ที่มา – “วิทวิสิทธิ์” แฉ เทงบ อ.ต.ก. 41 ล้าน ลงพะเยา ข้องใจใช้เหตุผลทางเศรษฐกิจหรือการเมือง




