'อัครเดช' ยันไม่จำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผล ย้ำ 'กมธ.พาณิชย์' มีอำนาจเต็ม ไม่ซ้ำซ้อน

“อัครเดช” ยันไม่จำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ราคาพืชผล

ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำเป็นประเด็นร้อนที่เกษตรกรไทยเผชิญมานานหลายปี ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน หรือผลไม้อย่างทุเรียน มังคุด ล่าสุดในสภา มีการถกเถียงเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่ “อัครเดช” ยันไม่จำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผล ย้ำ “กมธ.พาณิชย์” มีอำนาจเต็ม ไม่ซ้ำซ้อน โดยนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล ได้ออกมาชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน

“อัครเดช” ยันไม่จำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผล ย้ำ “กมธ.พาณิชย์” มีอำนาจเต็ม ไม่ซ้ำซ้อน

จากเหตุการณ์วันที่ 29 เมษายน 2567 สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาราคาพืชผล นายอัครเดชกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสูงสุดกับปัญหานี้ โดยได้กำชับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ติดตามข้อเสนอและการอภิปรายของ ส.ส. อย่างใกล้ชิดแล้ว การส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ (กมธ.พาณิชย์) ดำเนินการจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

ในสัปดาห์หน้า กมธ.พาณิชย์ชุดใหม่จะเริ่มทำงานทันที โดยไม่เสียเวลาในการตั้งใหม่ ซึ่งกมธ.นี้ในฐานะกรรมาธิการสามัญประจำสภา มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการติดตามและแก้ไขปัญหาราคาพืชผลอยู่แล้ว “ไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพิ่มเติม เพราะอาจเกิดความซ้ำซ้อน สิ้นเปลืองงบประมาณ ขณะที่กมธ.พาณิชย์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” นายอัครเดชย้ำ

เหตุผลหลักที่ “อัครเดช” ยันไม่จำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผล

  • อำนาจเต็มรูปแบบ: กมธ.พาณิชย์สามารถเชิญหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนมาหารือได้ มีตัวแทนทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
  • ไม่ซ้ำซ้อนและประหยัดงบ: หลีกเลี่ยงการใช้ทรัพยากรซ้ำซ้อน ช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดิน
  • ทำงานต่อเนื่อง: มีอายุการทำงานยาวนานจนครบวาระสภา สามารถติดตามผลรัฐบาลได้ยาวนาน ต่างจากกมธ.วิสามัญที่จำกัดเวลา
  • ประสิทธิภาพสูงกว่า: เป็นกลไกประจำสภา ทำให้แก้ปัญหาได้รวดเร็วและยั่งยืน

ปัญหาราคาพืชผลที่เกษตรกรเผชิญและแนวทางแก้ไข

ราคาพืชผลตกต่ำเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ผลผลิตล้นตลาดในฤดูเก็บเกี่ยว ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากน้ำมันและปุ๋ย สงครามการค้าโลกที่กระทบการส่งออก และปัญหาโลจิสติกส์ รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือ เช่น การรับซื้อสต็อกผลผลิต การเจรจาเปิดตลาดใหม่ ลดภาษีนำเข้าปุ๋ย และส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน โดยกมธ.พาณิชย์จะช่วยตรวจสอบและเสนอแนะเพิ่มเติม

ฝ่ายค้านเสนอว่ากมธ.วิสามัญจะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม แต่ในความเป็นจริง กมธ.พาณิชย์ก็ทำได้เช่นกัน และมีประสิทธิภาพมากกว่าเพราะความต่อเนื่องในการทำงาน

การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมุ่งเน้นประสิทธิภาพและการแก้ปัญหาจริงจัง โดยไม่เสียเวลากับโครงสร้างใหม่ที่อาจล่าช้า คุณเห็นด้วยกับมุมมองของ “อัครเดช” หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เกษตรกรได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ติดตามข่าวอัปเดตปัญหาเกษตรและการเมืองเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ที่มา – “อัครเดช” ยันไม่จำเป็นตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผล ย้ำ “กมธ.พาณิชย์” มีอำนาจเต็ม ไม่ซ้ำซ้อน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: