วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ในโซเชียลมีเดีย นั่นคือ “พริษฐ์” ซัดรัฐบาลฉวยโอกาสมัดรวมเงิน 2 ก้อน ใน พ.ร.ก.กู้เงิน ชี้ว่ารัฐบาลกำลังใช้เงินช่วยเหลือประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อสอดไส้โครงการพลังงานเข้าไปแบบลักไก่ โดยข้ามหัวสภาผู้แทนราษฎรไปเลย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์อย่างดุเดือดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ประกาศบังคับใช้แล้ว
“พริษฐ์” ซัดรัฐบาลฉวยโอกาสมัดรวมเงิน 2 ก้อน ใน พ.ร.ก.กู้เงิน
ทำไมเรื่องนี้ถึงวุ่นวายขนาดนี้? เพราะ พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้มัดรวมเงิน 2 ก้อนใหญ่เข้าไว้ด้วยกัน ก้อนแรกคือมาตรการช่วยเหลือ-เยียวยาประชาชน 200,000 ล้านบาท ที่ทุกคนรอคอยเพราะเศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ ค่าครองชีพพุ่งสูง แต่ก้อนที่สองคือโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน อีก 200,000 ล้านบาท ซึ่งนายพริษฐ์ชี้ว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ข้ามสภา รัฐบาลฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของประชาชน เอาเงินก้อนแรกเป็นตัวล่อ เพื่อลักไก่ใส่ก้อนสองเข้าไปให้ผ่านฉลุย
ตามหลักการ พ.ร.ก.เงินกู้ใช้ได้เฉพาะกรณีฉุกเฉินที่ “ต้องทำตอนนี้” และ “หาเงินทางอื่นไม่ได้” เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น ช่วงโควิดที่ผ่านมา แต่โครงการพลังงานอย่างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด มันเป็นเรื่องระยะยาว ไม่ใช่เร่งด่วน รัฐบาลสามารถรอเสนอในงบประมาณปี 70 หรือเสนอ พ.ร.บ.เงินกู้ปกติให้สภาตรวจสอบได้ แต่เลือกไม่ทำ เพราะกลัวโดนคัดค้าน
ชี้สอดไส้โครงการพลังงานข้ามหัวสภาฯ
นายพริษฐ์ย้ำชัดว่ารัฐบาล “ไม่ตรงไปตรงมา” การมัดรวม 2 ก้อนแบบนี้ บังคับให้ฝ่ายค้านที่คัดค้านก้อนสอง ถูกเหมารวมว่าต่อต้านก้อนหนึ่งด้วย เสี่ยงถูกโจมตีว่าขัดขวางการช่วยประชาชน พรรคประชาชนเลยมีแผนรับมือชัดเจน
- ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ: ใช้มาตรา 173 ขอให้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.นี้ชอบด้วย รธน.มาตรา 172 หรือไม่ โดยโฟกัสที่ก้อนสอง เพื่อไม่ให้รัฐบาลอ้างว่าฝ่ายค้านขัดขวางเยียวยาประชาชน
- เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญ: ให้สภาติดตามตรวจสอบการใช้เงินทันที เหมือนสมัยโควิด เพื่อให้โปร่งใส
แม้ที่มาศาลรัฐธรรมนูญจะถูกตั้งคำถาม แต่กลไกนี้มีไว้ป้องกันฝ่ายบริหารข้ามหัวสภา นายพริษฐ์เข้าใจมุมมองต่าง แต่ยืนยันปัญหาต้นตอคือพฤติกรรมรัฐบาล
ทำไมโครงการพลังงานถึงไม่เหมาะกับ พ.ร.ก.?
พรรคประชาชนเห็นด้วยกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานนะครับ เพราะเป็นอนาคตของประเทศ ลดนำเข้าน้ำมัน ลดโลกร้อน แต่ทำไมต้องลับๆ ล่อๆ? โครงการเหล่านี้ไม่เห็นผลทันที ใช้เวลาวางแผน สร้างโครงสร้าง ไม่ใช่แจกเงินด่วน รัฐบาลมีทางเลือกอื่นเพียบ เช่น เสนอแยก พ.ร.ก.ก้อนหนึ่ง หรือรอสภา แต่เลือกมัดรวมเพื่อหนีตรวจสอบ สุดท้ายประชาชนเดือดร้อนจริงๆ อาจได้เงินเยียวยาน้อยกว่าที่ควร เพราะเงินกระจายไปก้อนอื่น
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องมาตรการก้อนแรกด้วย เช่น การเยียวยาหว่านแห อาจตกหล่นกลุ่มเปราะบาง หรือกระตุ้นใช้จ่ายในช่วงค่าครองชีพแพง เศรษฐกิจถูกกดดัน แต่ปัญหาหลักคือหลักธรรมาภิบาล รัฐบาลต้องโปร่งใส เปิดให้สภาที่มาจากประชาชนตรวจสอบ
เรื่องนี้สะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่ฝ่ายบริหารพยายาม bypass สภา สุดท้ายประชาชนคือผู้เสียหาย ถ้าปล่อยไป เงินภาษีเราจะถูกใช้อย่างไร้การตรวจสอบ ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ นายพริษฐ์กำลังต่อสู้เพื่อความยุติธรรมนี้
คุณคิดอย่างไรกับการมัดรวมเงินแบบนี้? ควรตรวจสอบหรือปล่อยไป? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อให้การเมืองโปร่งใสยิ่งขึ้น สนับสนุนฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลกันเถอะ!
ที่มา – “พริษฐ์” ซัดรัฐบาลฉวยโอกาสมัดรวมเงิน 2 ก้อน ใน พ.ร.ก.กู้เงิน ชี้สอดไส้โครงการพลังงานข้ามหัวสภาฯ

