“พลพีร์” เตือน “ลิณธิภรณ์” ตั้งสติก่อนโทษ ปม ปชช.จมน้ำ

“ภูมิใจไทย” ถาม “เพื่อไทย” ใครปล่อยประชาชนจมน้ำ 6 เดือน ชี้รัฐบาลอนุทินเพิ่งเริ่มงานเดือนกว่า แนะตั้งสติก่อนจ้องโทษคนอื่น ระวังเจ็บเอง

วันที่ 13 พ.ย. 2568 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตอบโต้ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาให้สัมภาษณ์กล่าวหารัฐบาลชุดปัจจุบันว่า กำลังปล่อยประชาชนจมน้ำยาวนาน 6 เดือน โดยระบุว่าคำกล่าวหาดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และเป็นการบิดเบือนข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดอย่างชัดเจน

นายพลพีร์ ระบุว่า รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพิ่งเริ่มมีอำนาจบริหารเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งนับถึงปัจจุบันก็เพียงแค่หนึ่งเดือนกว่าเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งที่จะกล่าวหาว่ารัฐบาลที่เพิ่งเริ่มงาน จะปล่อยให้เกิดน้ำท่วมยืดเยื้อยาวนานถึง 6 เดือน และยิ่งไม่ควรที่จะคาดคะเนจากข่าวสารเพื่อกล่าวร้ายทางการเมือง ซึ่งเป็นการบั่นทอนขวัญของประชาชน โดยเฉพาะเมื่อปัญหาน้ำท่วมดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ในยุครัฐบาลก่อนหน้า สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน รัฐบาลชุดนี้ เพียงแต่ต้องมาแก้ปัญหาที่รัฐบาลก่อนทิ้งไว้ให้ วันนี้ยังตั้งหน้าตั้งตาทำงาน แต่ทางท่านกลับมาวิจารณ์ให้เสียหายโดยลืมไปแล้วว่า ปัญหาน้ำท่วมเกิดตั้งแต่เมื่อไร

“อนุทิน”เพิ่งรับตำแหน่งแค่ 1 เดือน

ที่สำคัญ นายอนุทินได้ลาออกจากการร่วมรัฐบาลชุดเก่าไปตั้งแต่กลางปี 2568 ก่อนเกิดการเปลี่ยนถ่ายอำนาจด้วยซ้ำ จึงยิ่งชัดเจนว่า เหตุการณ์น้ำท่วมนานหลายเดือนนั้นเป็นผลพวงจากการบริหารจัดการของรัฐบาลก่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่กลับถูกโยนความผิดมาให้รัฐบาลใหม่ที่เพิ่งเริ่มงานไม่นาน

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า แม้รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาบริหารได้เพียงเดือนกว่า แต่ก็ได้เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมทันที นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หลายจังหวัดด้วยตนเอง สั่งการระบายน้ำทุกกลุ่มน้ำ ใช้ข้อมูลดาวเทียม GISTDA แบบเรียลไทม์ และตั้งระบบประสานงานฉุกเฉินทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเร็วที่สุด ซึ่งสะท้อนชัดว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาที่สืบเนื่องมาจากรัฐบาลก่อน ไม่ใช่นิ่งเฉยตามที่ถูกกล่าวหา

ย้อน พท. ดูตัวเองก่อนโจมตีคนอื่น

ท้ายที่สุด นายพลพีร์ตั้งคำถามกลับไปยังพรรคเพื่อไทยว่า ถ้าจะพูดเรื่องความรับผิดชอบ ต้องดูไทม์ไลน์ตามข้อเท็จจริงว่าก่อนจะถึงวันนี้ ใครเป็นรัฐบาล ใครเพิ่งเข้ามา และใครอยู่มาก่อนตั้งนาน พร้อมย้ำว่าการโจมตีด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงข้อเท็จจริงเช่นนี้ ไม่เป็นผลดีต่อประชาชน และยิ่งทำให้การแก้ปัญหาน้ำท่วมล่าช้าเพราะต้องมานั่งตอบโต้เรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงตั้งแต่แรก

“มาบอกว่า รัฐบาลกำลังปล่อยให้ประชาชนจมน้ำอยู่ครึ่งปี ท่านไม่ได้ศึกษามาเลยหรือว่ารัฐบาลชุดนี้เพิ่งเข้ามาทำงานได้ประมาณเดือนครึ่งเท่านั้น แล้วก่อนหน้านี้ รัฐบาลไหนดู ใครเป็นนายกฯ มาจากพรรคไหน แล้วพรรคไหน ขึ้นชื่อเรื่องปล่อยประชาชนจมน้ำ ปี 2554 ผมยังจำภาพนั้นได้ดี จะบอกว่าเราปล่อยประชาชนจมน้ำอยู่ครึ่งปี ท่านก็ต้องรับไปเต็มๆ ด้วย” นายพลพีร์ กล่าวและว่า

ปัญหาจากรัฐบาลก่อน

วันนี้เป็นปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุครัฐบาลก่อน จะวิจารณ์ ท่านต้องตั้งสติ หนึ่งนิ้วที่ท่านชี้โทษคนอื่น ยังมีอีก 4 นิ้ว ที่มันย้อนชี้ไปที่ท่าน แล้วคนเป็นถึง ดร.ต้องรอบคอบ อย่าเปิดช่องให้ถูกสวนน็อกได้ง่ายๆ ยืนยันรัฐบาลชุดนี้ตั้งใจทำงานมาก เรารู้ว่าเรามีเวลาน้อยเราก็ดูแลงานของเราอย่างเต็มที่ ล่าสุดนายกฯ ก็ลงพื้นที่ไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดอ่างทอง และก่อนหน้านั้น ช่วงเดือนกันยายน ที่นายกฯ ยังไม่มีอำนาจเต็ม ก็ลงพื้นที่มาแล้ว นี่คือความพยายาม ทั้งในการแก้ปัญหา และไปให้กำลังใจประชาชนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวบ้าน

“พลพีร์” แนะ “ลิณธิภรณ์” ตั้งสติก่อนโทษ ปม ปชช.จมน้ำ

จากกรณีที่ ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลชุดปัจจุบัน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาตอบโต้ โดยเน้นย้ำให้ ดร.ลิณธิภรณ์ ตั้งสติก่อนที่จะกล่าวโทษผู้อื่น และตั้งคำถามกลับไปยังพรรคเพื่อไทยว่า ใครกันแน่ที่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมเป็นเวลานานถึง 6 เดือน

นายพลพีร์ ชี้แจงว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบได้เพียงเดือนกว่าเท่านั้น การกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้ปล่อยปละละเลยให้ประชาชนจมน้ำเป็นเวลานานถึง 6 เดือนจึงไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ยังระบุว่า ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงมาจากการบริหารจัดการของรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันกำลังเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

ประเด็นสำคัญที่นายพลพีร์ต้องการสื่อสารคือ การที่พรรคเพื่อไทยควรมองย้อนกลับไปพิจารณาการทำงานของตนเองก่อนที่จะกล่าวโทษผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่รัฐบาลชุดใหม่กำลังพยายามแก้ไขปัญหาที่สืบทอดมาจากรัฐบาลก่อนหน้า การโจมตีด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะไม่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาแล้ว ยังอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในสังคมอีกด้วย

ดังนั้น การที่นายพลพีร์ออกมาเตือนให้ ดร.ลิณธิภรณ์ ตั้งสติก่อนโทษ จึงเป็นการแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทุกฝ่ายได้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และร่วมมือกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน การกล่าวโทษกันไปมาโดยปราศจากข้อมูลที่ถูกต้อง จะไม่นำไปสู่ทางออกของปัญหา แต่จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

การออกมาแสดงความเห็นของนายพลพีร์ในครั้งนี้ ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม การตั้งสติก่อนโทษจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในสังคม

ที่มา – “พลพีร์” แนะ “ลิณธิภรณ์” ตั้งสติก่อนจ้องโทษคนอื่น ย้อนถามใครกันแน่ปล่อยประชาชมจมน้ำ 6 เดืิอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to top