สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวการเมืองที่น่าสนใจมากๆ มาอัพเดทกัน นั่นคือเรื่อง “วิโรจน์” แจ้งความ ม.157-172 เอาผิด 7 กกต.-กกต.จ.ชลบุรี-ประธานหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการเลือกตั้งของเราโดยตรง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ก้าวเข้ามาในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เพื่อปกป้องสิทธิเลือกตั้งที่สำคัญยิ่ง
“วิโรจน์” แจ้งความ ม.157-172 เอาผิด 7 กกต.-กกต.จ.ชลบุรี-ประธานหน่วยเลือกตั้ง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาช่วงเย็น นายวิโรจน์ได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี โดยเอาผิดบุคคลสำคัญหลายราย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ มาตรา 172 ชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งต้องสุจริตและยุติธรรม แม้แต่สิทธิ์ของประชาชนในการกาเลือกตั้งแค่ 5 วินาที ก็ยังต้องได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่

รายละเอียดผู้ถูกแจ้งความในคดี “วิโรจน์” แจ้งความ ม.157-172
- กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน
- กกต.จังหวัดชลบุรี
- ประธานหน่วยเลือกตั้งที่ 15 จังหวัดชลบุรี
นอกจากนี้ นายวิโรจน์ยังได้ลงบันทึกประจำวันแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลน่าสงสัยที่อาจจัดตั้งอันธพาลมาก่อความวุ่นวายที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดการเลือกตั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายวรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี รับปากว่าจะดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้าย

เหตุผลหลักที่นำไปสู่การแจ้งความ ม.157-172
มาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานแล้วปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริยะ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ส่วนมาตรา 172 ใน พ.ร.ป.ป.ป.ช. มุ่งเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ละเว้นหน้าที่ปราบปรามทุจริต นายวิโรจน์ชี้ว่ากลุ่มผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถปกป้องสิทธิพื้นฐานของประชาชนได้ แม้จะเป็นเพียงการลงคะแนนเสียงไม่กี่วินาทีก็ตาม ซึ่งถือเป็นหัวใจของประชาธิปไตย
บริบทของเรื่องนี้มาจากการเลือกตั้งในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ 15 ที่สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี ซึ่งมีกระแสข่าวเรื่องความไม่โปร่งใส ประชาชนหลายคนรวมถึงตัวแทนพรรคต้องการเฝ้าระวังหีบบัตรเลือกตั้ง ล่าสุดรองเลขาธิการ กกต. ได้อนุญาตให้ประชาชนเข้าเฝ้าภายใต้การดูแลของตำรวจ พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อความมั่นใจ ระยะเวลาเฝ้า 2 วันก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ความสำคัญของ “วิโรจน์” แจ้งความ ม.157-172 ต่อระบบเลือกตั้งไทย
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คดีส่วนตัว แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ของระบบเลือกตั้งไทย กกต. ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก ต้องมีสามัญสำนึกและดำเนินการอย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้การนับคะแนนในชลบุรีและจังหวัดอื่นๆ เป็นไปด้วยความยุติธรรม หากแม้สิทธิ์ 5 วินาทีในการกาบัตรยังปกป้องไม่ได้ แล้วประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไร? การแจ้งความครั้งนี้เป็นการเตือนใจว่าประชาชนมีพลังในการตรวจสอบ และไม่ยอมให้เกิดช่องโหว่
จากประสบการณ์ของผมในฐานะคนติดตามข่าวการเมือง เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในอดีต เช่น การทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นหรือ ส.ส. ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่น การมีกล้อง CCTV ตำรวจเฝ้า และการอนุญาตให้ประชาชนเฝ้าหีบ ถือเป็นก้าวดี แต่ต้องทำต่อเนื่องเพื่อป้องกันกลุ่มอันธพาลหรือผู้มีผลประโยชน์แทรกแซง
มาตรการป้องกันที่ควรมีในอนาคต
- เพิ่มเจ้าหน้าที่อิสระในการตรวจสอบหีบบัตร
- ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Blockchain สำหรับนับคะแนน
- อบรม กกต. ทุกระดับให้เข้าใจหน้าที่ปราบปรามทุจริต
- เปิดช่องให้ประชาชนร้องเรียนแบบเรียลไทม์
สุดท้ายนี้ ผมคิดว่า “วิโรจน์” แจ้งความ ม.157-172 เอาผิด 7 กกต.-กกต.จ.ชลบุรี-ประธานหน่วยเลือกตั้ง เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเรียกร้องความยุติธรรม ถ้ากกต.ทุกคนมีสติและทำหน้าที่ได้จริง การเลือกตั้งไทยจะก้าวหน้าขึ้นมาก คุณล่ะครับคิดเห็นยังไง? เชิญแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆ รู้ด้วยนะครับ ช่วยกันรักษาสิทธิเลือกตั้งของเรากันเถอะ!
ที่มา – “วิโรจน์” แจ้งความ ม.157-172 เอาผิด 7 กกต.-กกต.จ.ชลบุรี-ประธานหน่วยเลือกตั้ง





