วัน: 23 ธันวาคม 2025

SKY Group Cash Cow: รันเวย์ไทย

ส่องอาณาจักรหมื่นล้าน จากไอทีหน้าใหม่สู่ยักษ์ใหญ่ผู้คุมระบบสนามบินทั่วไทย

วันก่อนมีโอกาสได้ร่วมโต๊ะอาหารและทำความรู้จักกับ วรพจน์ อำนวยผล หรือ “บอย สกาย” ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ผู้กว้างขวางในแวดวงธุรกิจและการเมือง พร้อมด้วยบรรดาผู้บริหารระดับสูง ทำให้ได้รู้ข้อมูลเชิงลึกว่า บมจ.สกาย ไอซีที (SKY) ที่เริ่มต้นธุรกิจเมื่อปลายปี 2553 จากการให้บริการด้านไอทีและซอฟต์แวร์ความปลอดภัยด้วยทุนจดทะเบียนไม่มากนักนั้น มาถึงวันนี้ได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพียงไม่กี่ปี SKY ได้สยายปีกกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่คว้างานประมูลในสนามบินทั่วประเทศไปแล้วถึง 13 แห่ง โดยเฉพาะการวางระบบเทคโนโลยีในสนามบินสุวรรณภูมิที่ทำได้อย่างเบ็ดเสร็จ รวมถึงงานติดตั้งกล้อง CCTV และระบบ AI แก่ศูนย์ราชการและเอกชนรายใหญ่รวมกว่า 400 แห่ง จนกระทั่ง สิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยืนยันว่าวันนี้ได้ยกระดับเป็น “SKY Group” เต็มตัวแล้ว

หัวใจสำคัญของการเติบโตครั้งนี้คือการสร้างธุรกิจที่เรียกว่า Cash Cow หรือธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดได้อย่างมหาศาลและสม่ำเสมอ โดย SKY Group ได้ร่วมทุนกับ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) หรือ AOT เพื่อให้บริการภาคพื้นดินครบวงจรตลอดระยะเวลา 25 ปี ครอบคลุมตั้งแต่ระบบ Smart AI การเช็กอิน ระบบคัดกรองผู้โดยสาร ไปจนถึงระบบลำเลียงกระเป๋า นอกจากนี้ยังร่วมมือกับการบินไทยในส่วนของงานบริการทำความสะอาดห้องโดยสาร การบำรุงรักษาเครื่องบิน และการบริหารจัดการคลังสินค้าทางอากาศทั้งหมด

เป้าหมายใหญ่ในปี 2569 ของ SKY Group คือการปรับโฉมสนามบินสุวรรณภูมิในทุกตารางนิ้วให้ก้าวขึ้นไปสู้กับสนามบินอันดับ 1 อย่างชางฮีของสิงคโปร์ และเช็คแลปก๊อกของฮ่องกงให้ได้ ด้วยบริการที่เหนือมาตรฐานและการขนส่งสินค้าที่รวดเร็ว ซึ่งคุณบอย สกาย ตั้งเป้าว่าการขยายอาณาจักรครั้งนี้จะทำให้รายได้ในปี 2568 พุ่งทะยานสู่ 12,000 ล้านบาท พร้อมดูแลพนักงานทั่วประเทศกว่า 24,000 คน

ความสำเร็จนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ตัวเลขรายได้ แต่ยังรวมถึงธรรมาภิบาลในการบริหาร จนได้รับคะแนน SET ESG Ratings ระดับ AAA ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นเครื่องหมายยืนยันความโปร่งใสและผลตอบแทนที่ต่อเนื่องแก่ผู้ถือหุ้น นานๆ ทีเราจะเห็นบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยไม่หลอกลวงนักลงทุนรายย่อยจนได้รับเรตติ้งสูงสุดเช่นนี้ เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่น่าจับตามองอย่างยิ่งใน พ.ศ. นี้

SKY Group Cash Cow ตัวใหม่แห่งรันเวย์ไทย

บริษัท SKY Group Cash Cow ตัวใหม่แห่งรันเวย์ไทย กำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย จากบริษัทไอทีเล็กๆ สู่กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่กุมบังเหียนระบบสนามบินหลายแห่งทั่วประเทศ การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ ทำให้หลายคนสนใจว่าอะไรคือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของพวกเขา

ปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จของ SKY Group Cash Cow ตัวใหม่แห่งรันเวย์ไทย

  • การร่วมทุนกับยักษ์ใหญ่: การร่วมมือกับ AOT และการบินไทย ทำให้ SKY Group สามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่ และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
  • การลงทุนในเทคโนโลยี: การนำเทคโนโลยี Smart AI มาใช้ในสนามบิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสาร
  • ธรรมาภิบาลในการบริหาร: การได้รับคะแนน SET ESG Ratings ระดับ AAA แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและสังคม

SKY Group Cash Cow ตัวใหม่แห่งรันเวย์ไทย ไม่ได้เป็นเพียงแค่บริษัทที่ประสบความสำเร็จทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว การเติบโตของ SKY Group เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และแสดงให้เห็นว่าด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ก็สามารถสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้

การที่ SKY Group Cash Cow ตัวใหม่แห่งรันเวย์ไทย ตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิให้เทียบเท่ากับสนามบินชั้นนำระดับโลก แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานการบินของประเทศไทย หากพวกเขาสามารถทำได้จริง ก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอย่างมาก

จับตาดูการเติบโตของ SKY Group อย่างใกล้ชิด เพราะพวกเขาอาจเป็นผู้เล่นสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมการบินไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ที่มา – “SKY Group” Cash Cow ตัวใหม่แห่งรันเวย์ไทย

กัณวีร์ ตั้งเป้า! ปักธง 3 พื้นที่ สิทธิมนุษยชน

“พรรคพลวัต” เปิดตัวแรง “กัณวีร์” เผยส่ง 90 เขต 25 จังหวัด ชู 6 เสาหลักสิทธิมนุษยชน หวังกัณวีร์ ตั้งเป้า! ปักธง 3 พื้นที่ กทม.-นนท์-ชายแดน

วันที่ 23 ธันวาคม 2568 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต พร้อมแกนนำพรรคเปิดโครงการปฐมนิเทศผู้สมัคร สส. ประกาศความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งปี 69 แม้เป็นพรรคใหม่แต่เน้นนักปฏิบัติ พร้อมส่งผู้สมัครกระจายทั่วประเทศรวม 90 เขต ใน 25 จังหวัด

นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลวัต ระบุว่า พรรคคัดเลือกผู้สมัครอย่างเข้มข้น โดยเน้นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ โดยพื้นที่ กทม. ส่ง 28 เขต และปริมณฑล 7 เขต ตั้งเป้าคว้าชัยพื้นที่ จ.นนทบุรีอย่างน้อย 3 เขต ขณะที่จังหวัดชายแดนมุ่งเน้น จ.นราธิวาส ปัตตานี พิษณุโลก และจังหวัดตามแนวตะวันตก-ตะวันออก เพื่อแก้ปัญหาสิทธิและสันติภาพอย่างยั่งยืน ส่วนบัญชีรายชื่อเบื้องต้นมี 24 ราย พร้อมเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรค

นายกัณวีร์ เผยนโยบายหลักที่ยืนบนระบอบสังคมนิยมประชาธิปไตย เน้นการกระจายทุนที่ไม่กระจุกตัว และสร้างตาข่ายรองรับสิทธิมนุษยชน ผ่าน 6 เสาหลัก 23 นโยบาย อาทิ เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ คุ้มครองแรงงานนอกระบบและหนุนสหภาพ สิทธิการแข่งขันให้ฐานรากเข้าถึงโอกาสอย่างเป็นธรรม ความปลอดภัยข้ามชาติ จัดการปัญหามลพิษข้ามแดน สแกมเมอร์ และสร้างสันติภาพชายแดนใต้-เมียนมา-กัมพูชา อย่างจริงจัง

ด้านนายอภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ย้ำจุดแข็งเรื่อง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ มุ่ง Upskill-Reskill แรงงานและฟรีแลนซ์ เพิ่มอำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์มใหญ่ ยืนยันพรรคพลวัตมาจากนักปฏิบัติที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี นโยบายจึงไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรูแต่ต้องสัมฤทธิ์ผลในพื้นที่จริง เราไม่กังวลเรื่องฐานเสียงเดิม เพราะมีประชาชนกว่า 40% ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ พรรคพลวัตจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่รอความชัดเจนและการปฏิบัติจริง” แกนนำพรรคระบุทิ้งท้าย

กัณวีร์ ตั้งเป้า! ปักธง 3 พื้นที่ สิทธิมนุษยชน

การเปิดตัวอย่างแข็งขันของพรรคพลวัตและการประกาศนโยบายที่มุ่งเน้นสิทธิมนุษยชน 6 เสาหลัก ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายของพรรคในการ กัณวีร์ ตั้งเป้า! ปักธง 3 พื้นที่ สำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และพื้นที่ชายแดน

กัณวีร์ ตั้งเป้า! ปักธง 3 พื้นที่สำคัญอย่างไร?

การที่พรรคพลวัตให้ความสำคัญกับพื้นที่ทั้ง 3 แห่งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเมือง การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ นนทบุรีเป็นจังหวัดปริมณฑลที่มีประชากรหนาแน่นและมีความหลากหลาย การพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่พื้นที่ชายแดนมีความซับซ้อนของปัญหา ทั้งเรื่องความมั่นคง สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืนจึงเป็นความท้าทาย

นโยบาย 6 เสาหลักสิทธิมนุษยชนของพรรคพลวัตมีความครอบคลุมและตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การคุ้มครองแรงงาน การส่งเสริมสิทธิการแข่งขัน การจัดการปัญหามลพิษ และการสร้างสันติภาพในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ พรรคพลวัตยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการ Upskill-Reskill แรงงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาประเทศในยุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของพรรคพลวัตคือการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชน เนื่องจากเป็นพรรคใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก การสื่อสารนโยบายและการทำงานในพื้นที่อย่างเข้มแข็งจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของพรรคในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ

การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประชาชนในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างแท้จริง พรรคพลวัตเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาความเปลี่ยนแปลงและต้องการเห็นประเทศไทยเป็นสังคมที่เคารพสิทธิมนุษยชนและมีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน การที่ กัณวีร์ ตั้งเป้า! ปักธง 3 พื้นที่ นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าจับตามอง

ดังนั้นจึงอยู่ที่ประชาชนแล้วว่า จะให้โอกาสพรรคพลวัตได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้มากน้อยแค่ไหน

ที่มา – “กัณวีร์” ตั้งเป้าปักธง 3 พื้นที่ เมืองกรุง – เมืองนนท์ – เมืองชายแดน ชู 6 เสาหลักสิทธิมนุษยชน

ก้าวไปข้างหน้า: วอร์ตันคือหัวใจพาเลซ?

เมื่อ คริสตัล พาเลซ มองหาก้าวไปข้างหน้าเพื่อคว้าถ้วยรางวัลให้มากขึ้นในวันอังคารที่เอมิเรตส์ สเตเดียม อดัม วอร์ตัน อาจเป็นกุญแจสำคัญ

กองกลางวัย 21 ปีรายนี้ช่วยให้ดิ อีเกิลส์ คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อต้นปีนี้ และประสบความสำเร็จในคอมมิวนิตี้ ชิลด์กับ ลิเวอร์พูล

ทีมของ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เหลืออีกสองรอบก็จะถึงเวมบลีย์ในคาราบาว คัพ แต่ต้องเอาชนะ อาร์เซนอล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในรอบก่อนรองชนะเลิศเสียก่อน

หากพาเลซจะประสบความสำเร็จเพิ่มเติมจากความสำเร็จล่าสุด และก้าวไปสู่การแข่งขันในยุโรปอย่างสม่ำเสมอ การรั้งตัว วอร์ตัน ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมที่กำลังจะมาถึงอาจมีความสำคัญอย่างยิ่ง

“เขายังเป็นผู้เล่นอายุน้อย แต่การเคลื่อนที่ในสนามของเขานั้นดูสงบมาก และเขาเพิ่งเล่นไปไม่ถึง 50 เกมในพรีเมียร์ลีกด้วยซ้ำ” โธมัส ฮิตเซิลสแปร์เกอร์ นักวิเคราะห์ของ Match of the Day กล่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้

“การเป็นศูนย์กลางและยังไม่มีประสบการณ์ แต่กลับมีผลกระทบต่อทีมนี้อย่างมากนั้นน่าประทับใจมาก หมายเลขหกสมัยใหม่ที่จ่ายบอลได้ แต่ก็แย่งบอลกลับมาได้ด้วย”

“การวางตำแหน่งในสนามของเขาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เขารู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เขารู้ว่าเพื่อนร่วมทีมของเขาอยู่ที่ไหน บางครั้งเขาก็วิ่งเหยาะ ๆ และไม่ค่อยมีเหงื่อออก แต่เขารู้ว่าเขาต้องอยู่ในตำแหน่งไหน ไม่มีใครสามารถแย่งบอลไปจากเขาได้”

ขณะนี้พาเลซอยู่อันดับแปดในพรีเมียร์ลีกหลังจากการแพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-1 เมื่อวันเสาร์ หลังจากหลุดจากอันดับที่ห้า แต่ตามหลัง เชลซี ทีมอันดับสี่เพียงสามแต้ม

พวกเขาได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบเพลย์ออฟสองนัดในคอนเฟอเรนซ์ ลีก และจะต้องมี วอร์ตัน อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดหากพวกเขาต้องการผ่านเข้ารอบและทำให้ความฝันในยุโรปเป็นจริงต่อไป

“กองกลางที่มีระดับและมีการแข่งขันสูง” ตามที่นักเขียนฟุตบอลของ BBC Sport ฟิล แม็คนัลตี้ กล่าวไว้ว่า “กำลังควบคุมเกม” ด้วย “สไตล์ที่เชื่องช้าและเกียจคร้าน”

จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาได้รับการเชื่อมโยงกับสโมสรในพรีเมียร์ลีกมากมาย รวมถึง เชลซี, ลิเวอร์พูล และทีมจากแมนเชสเตอร์ทั้งสองทีม

ต่อไปนี้เราจะมาดู วอร์ตัน อย่างละเอียดและเปรียบเทียบเขากับกองกลางคนอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีก

เขาเทียบกับกองกลางคนอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีกได้อย่างไร?

วอร์ตัน สร้างความประทับใจในแดนกลาง แม้จะพ่ายแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในเดือนธันวาคม

ในระหว่างเกม ไม่มีผู้เล่นคนใดเข้าสกัดได้มากกว่าเขา ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่นักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้ จากข้อมูลของ Opta เฉลี่ย 2.2 แท็กเกิลต่อเกม

ในด้านเกมรับที่แข็งแกร่ง เขายังเฉลี่ย 2.1 การตัดบอลต่อเกม ซึ่งเน้นถึงความฉลาดในการเล่นเกมและความสามารถในการอ่านสถานการณ์

เขาเกือบทำประตูได้ แต่ยิงชนเสาและพลาดโอกาสดี ๆ สองครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน้าประตูเขาต้องปรับปรุง และการโจมตีไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติสำหรับผู้เล่นที่เน้นเกมรับ

วอร์ตัน ลงเล่นไป 1,213 นาทีในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ โดยลงสนาม 15 นัด

โดยเฉลี่ยเขาจ่ายบอลแบบรุก 4.9 ครั้งต่อเกม และสร้างโอกาสจากโอเพ่นเพลย์ 0.7 ครั้ง

เมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทีม เขาเป็นอันดับหนึ่งสำหรับการพยายามจ่ายบอลมากที่สุดในพื้นที่สุดท้าย (170), อันดับสองสำหรับการแทงทะลุช่อง (8) และตามหลัง เยเรมี ปิโน่ หนึ่งคน ซึ่งเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์โอกาส (21)

เมื่อขยายวงสนทนาให้รวมถึงกองกลางคนอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีก วอร์ตัน มีอัตราการเลี้ยงบอลสำเร็จ 50% โดยมีเพียง Elliot Anderson (53.9%) และ Declan Rice (57.1%) ที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่า

Rice ยังเป็นผู้นำในการเลี้ยงบอลแบบรุกด้วย 11.3 ตามด้วย Anderson (9.8) และ Bruno Guimaraes (6.5) Moises Caicedo เฉลี่ย 6.1 และ วอร์ตัน 4.8

จากกองกลางทั้งห้าคน วอร์ตัน อาจอยู่อันดับล่างสุดสำหรับการจ่ายบอลและความแม่นยำในการจ่ายบอลภายใต้แรงกดดันสูง แต่เขามีการจ่ายบอลไปข้างหน้าสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับสามภายใต้แรงกดดันสูงต่อ 90 นาทีด้วย 6.53 ซึ่งบ่งบอกว่าเขามีแนวโน้มที่จะพยายามจ่ายบอลทะลุไลน์มากกว่า

ในด้านเกมรับ เมื่อเทียบกับกองกลางคนอื่น ๆ เขาอยู่อันดับสองสำหรับการตัดบอล (1.1) ตามหลัง Caicedo อันดับสี่สำหรับการแย่งบอลกลับมา อันดับสามสำหรับการเข้าสกัดและการดวลที่ชนะมากที่สุด

เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นแห่งอนาคต และกำลังแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถอยู่ในบทสนทนาได้ในปัจจุบันกับผู้เล่นที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก

ไม่น่าแปลกใจสำหรับ วอร์ตัน เองที่ยังมีงานต้องทำอีกมาก

“ผมพยายามนำส่วนต่าง ๆ จากทุกคน” กองกลางรายนี้กล่าว เมื่อทีมของเขาเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-0 เมื่อเดือนที่แล้ว “ไม่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้หรือในการฝึกซ้อม ผู้คนจะขึ้นมาในตำแหน่งที่แตกต่างกัน”

เขากล่าวเสริมว่า “ผมคุยกับพวกเขานอกสนามด้วยเพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ แม้ว่ามันจะไม่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโดยตรง แต่เป็นเรื่องของจิตใจ”

“มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมพยายามรับให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหวังว่ามันจะช่วยให้ผมพัฒนาขึ้นได้”

“คุณต้องเป็นแบบนั้นในวงการฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิธีการที่มันเปลี่ยนแปลงไปมาก”

วอร์ตัน ติดทีมชาติอังกฤษของ Tuchel หรือไม่?

เชย์ กิ Given อดีตผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผู้ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ของ Match of the Day ชื่นชมสติปัญญาของนักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้

“เขาทำให้ผมประทับใจในฐานะผู้เล่นที่คุณไม่จำเป็นต้องฝึกสอนมากเกินไป เขาเข้าใจตำแหน่ง” Given กล่าว

“บางครั้งเขาก็ยืนนิ่ง ๆ และปล่อยให้เกมหมุนรอบตัวเขา เขารู้ว่าการส่งบอลจะมาถึงก่อนที่จะชนะเสียอีก สมองของเขาทำงานล้ำหน้าคนที่อยู่รอบตัวเขาไปอีกก้าว”

“สำหรับผม เขาเป็นหนึ่งในกองกลางที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก เขาจะติดทีมไปเล่นฟุตบอลโลกไหม?

“ในความคิดของผม เขาต้องอยู่บนเครื่องบินอย่างแน่นอน”

ทำไม อดัม วอร์ตัน จึงเป็นหัวใจสำคัญของคริสตัล พาเลซ?

การมี อดัม วอร์ตัน ในทีม ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ คริสตัล พาเลซ สามารถสร้างความแตกต่าง และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในฤดูกาลนี้

ที่มา – ‘A step ahead’ – why Wharton holds key for Palace

ใครจะสืบทอดเป๊ป? ว่าที่กุนซือแมนซิตี้คนต่อไป

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ “ต้องเตรียมพร้อม” สำหรับแผนการจากไปของเขา เนื่องจากเขา “จะไม่อยู่ที่นี่ตลอดกาล”

กุนซือวัย 54 ปี ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษตลอด 9 ปีที่เขาอยู่ในพรีเมียร์ลีก คว้าแชมป์ลีก 6 สมัย รวมถึงแชมเปียนส์ลีก

แต่จะมีวันที่ชาวสเปนคนนี้ตัดสินใจเลิกคุมทีมที่ซิตี้ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่จะทำให้ผู้เล่น สตาฟฟ์ และผู้สนับสนุนขาดหายไปจากการบริการของชายที่จะถูกจารึกว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ไม่มีใครรู้ว่ากวาร์ดิโอลาจะก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อใด และเขาจะทำตามสัญญาที่เหลืออีก 18 เดือนหรือไม่ แต่เข้าใจกันว่าซิตี้ได้เริ่มกระบวนการระบุผู้สมัครที่จะมาแทนที่เขาแล้ว

มีการระบุผู้สมัครอย่างน้อยสองคนแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันชื่อใด ๆ ในขณะนี้

บีบีซี สปอร์ต ลองทายชื่อที่อาจมีสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชของซิตี้เมื่อกวาร์ดิโอลาจากไป

ว่าที่กุนซือแมนซิตี้คนต่อไป จากพรีเมียร์ลีก

ฮูโก้ เวียน่า ผู้อำนวยการกีฬาของซิตี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำในการค้นหาตัวแทน ซึ่งจะต้องเผชิญกับงานที่ยากที่สุดในการเดินตามรอยเท้าของกวาร์ดิโอลาผู้พิชิตทุกสิ่ง

ผู้บริหารสโมสรสามารถเริ่มต้นได้โดยการมองหาในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมีผู้สมัครที่โดดเด่นซึ่งสามารถก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในวงการฟุตบอลโลกได้

เริ่มจาก เชลซี เอนโซ่ มาเรสก้า ซึ่งกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ารายงานที่เชื่อมโยงเขากับซิตี้เป็น “การคาดเดา 100%”

ชาวอิตาลีมีช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในการคว้าแชมป์สโมสรโลก แต่ได้พูดอย่างตรงไปตรงมาในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการไม่รู้สึกได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร และความจำเป็นในการนำประสบการณ์มาสู่ผู้เล่นมากขึ้น

มาเรสก้าจะคุ้นเคยกับผู้ตัดสินใจที่เอติฮัด สเตเดียม เนื่องจากเคยทำงานเป็นผู้ช่วยของกวาร์ดิโอลาในช่วงฤดูกาล 2022-23

ซิตี้อาจมองหาที่อื่นด้วย

อูไน เอเมรี่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการนำ แอสตัน วิลล่า จากขอบของการตกชั้นกลับสู่ยุโรปและการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ ตามหลัง อาร์เซนอล ผู้นำลีกอยู่ 3 แต้ม

อันโดนี่ อิราโอลา ก็จะมีผู้สนใจหลังจากนำ บอร์นมัธ ที่ไม่ได้รับการคาดหวังให้จบอันดับที่ 9 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ชาวออสเตรีย หมดสัญญาที่ คริสตัล พาเลซ ในช่วงซัมเมอร์ และทีมของเขาสร้างความตกตะลึงให้กับซิตี้ในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ในขณะที่ เอ็ดดี้ ฮาว ชาวอังกฤษ ก็ยุติการรอคอยถ้วยรางวัลครั้งใหญ่ของ นิวคาสเซิล ด้วยการคว้าแชมป์อีเอฟแอล คัพ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ว่าที่กุนซือแมนซิตี้คนต่อไป จากยุโรป

มีชื่อดังมากมายในยุโรปที่ซิตี้สามารถเล็งเป้าหมายได้ และมีชาวสเปนปรากฏขึ้นมาอีก

หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตเพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลน่าของกวาร์ดิโอลา มอบจอกศักดิ์สิทธิ์ให้ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อฤดูกาลที่แล้ว นำสโมสรไปสู่ความรุ่งโรจน์ในแชมเปียนส์ลีกเพื่อคว้าทริปเปิ้ลแชมป์

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งเอ็นริเก้ หมายถึงการกลับมารวมตัวกันอย่างอึดอัดกับผู้รักษาประตู จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนเกินและขายให้กับซิตี้ในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะ

ชาบี อลอนโซ่ แย่งแชมป์บุนเดสลีกาจากบาเยิร์น มิวนิค แชมป์ตลอดกาล ในช่วงเวลาที่เขาอยู่ที่ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะยึดติดกับงานของเขาที่เรอัล มาดริด ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานะของเขาได้

อดีตกองกลางเล่นภายใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอลาที่บาเยิร์น และกุนซือของซิตี้เพิ่งพูดถึงว่าเขา “รัก” อลอนโซ่ และช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ด้วยกันมากแค่ไหน

แว็งซองต์ กอมปานี กุนซือคนปัจจุบันของบาเยิร์น จะเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับแฟน ๆ เนื่องจากเคยเป็นกัปตันทีมสโมสรและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัยในช่วง 11 ปีที่เขาอยู่ในแมนเชสเตอร์

อดีตกองหลังของซิตี้ ได้สร้างชื่อเสียงของเขาขึ้นใหม่อย่างงดงามหลังจากทนทุกข์ทรมานจากการตกชั้นกับ เบิร์นลีย์ คว้าแชมป์เยอรมันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และนำโด่งอีกครั้งในปีนี้ด้วยการนำหน้า 9 แต้ม

ซิเนดีน ซีดาน ยังคงว่างงานอยู่ 4 ปีหลังจากออกจากเรอัล มาดริด แต่เขายังคงรอคอยงานคุมทีมชาติฝรั่งเศสอยู่หรือไม่?

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ชาวอิตาลี รู้เกี่ยวกับการทำงานในอังกฤษหลังจากช่วงเวลาที่ ไบรท์ตัน และกำลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจที่มาร์กเซย แต่เขาจะเป็นบุคคลที่เอาแน่เอานอนไม่ได้สำหรับผู้บริหารของซิตี้หรือไม่?

ยูเลียน นาเกลส์มันน์ อีกคนที่น่าจับตามอง ว่าที่กุนซือแมนซิตี้คนต่อไป

ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ยังอายุเพียง 38 ปี แต่ตำแหน่งของเขาอาจถูกตั้งคำถามหากเยอรมนีทำผลงานได้ไม่ดีในฟุตบอลโลกหรือไม่? อดีตกองกลางของซิตี้และเยอรมนี ดีทมาร์ ฮามันน์ กล่าวว่า, external อดีตกุนซือของบาเยิร์น “จะเป็นตัวเลือกอย่างแน่นอน” เพราะเขาเชื่อว่ากวาร์ดิโอลา “มีความคิดเห็นสูงเกี่ยวกับนาเกลส์มันน์”

คนใน

ซิตี้จะมองหาจากภายในหรือไม่?

เป๊ป ลินเดอร์ส อดีตผู้ช่วยของ ลิเวอร์พูล ปัจจุบันเป็นมือขวาของกวาร์ดิโอลา แต่มีช่วงเวลาที่ไม่ประสบความสำเร็จสองครั้งในการแยกตัวไปทำทีมเองที่เอ็นอีซีในปี 2018 และเร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์กเมื่อปีที่แล้ว

ชาวดัตช์อยู่คุมทีมเพียง 51 เกมที่สองสโมสรนั้น โดยมีอัตราชนะ 47% การก้าวขึ้นไปรับงานหลักของซิตี้อาจเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่เกินไปสำหรับผู้บริหาร

อาจกล่าวได้เช่นเดียวกันสำหรับ โอลิเวอร์ รีส หัวหน้าโค้ชทีม Under-18 ชาวเยอรมันเข้ารับตำแหน่งในปี 2024 และนำทีมคว้าชัยชนะ 21 นัดติดต่อกันอย่างน่าประทับใจเพื่อช่วยให้ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก นอร์ธ ในรุ่นอายุนั้น

มาลองโยนหินถามทางกัน

ใครจะเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น…?

มิเกล อาร์เตต้า เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมครั้งแรกที่ อาร์เซนอล หลังจากออกจากตำแหน่งผู้ช่วยของกวาร์ดิโอลา และคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในฤดูกาลแรกของเขา

ชาวสเปนอีกคนที่ผู้บริหารของซิตี้คุ้นเคย อาร์เตต้าได้เปลี่ยนปืนใหญ่ให้กลายเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ โดยจบอันดับที่สองในแต่ละฤดูกาลที่ผ่านมาสามฤดูกาล

ในฤดูกาลนี้ ซิตี้กำลังหายใจรดต้นคอ ดังนั้นเขาจะสามารถนำ อาร์เซนอล ข้ามเส้นไปได้หรือไม่ เพื่อยุติการรอคอยอันยาวนานในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุด หรือซิตี้และกวาร์ดิโอลาจะครองราชย์ต่อไป?

แล้วการโทรหา เจอร์เก้น คล็อปป์ ล่ะ?

อดีตกุนซือของ ลิเวอร์พูล มีการต่อสู้ที่น่าจดจำมากมายกับกวาร์ดิโอลา และกุนซือของซิตี้กล่าวว่าชาวเยอรมันเป็นคนที่ผลักดันเขามากที่สุดในงานนี้

คล็อปป์ ปัจจุบันเป็นหัวหน้ากลุ่มเร้ดบูลล์ แต่เขาจะถูกล่อลวงหรือไม่หากมีโทรศัพท์จากซิตี้?

การคาดเดาเป็นเรื่องสนุก แต่การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับการพิจารณาอย่างรอบคอบของผู้บริหาร แมนซิตี้ ซึ่งจะต้องเลือกคนที่ใช่เพื่อสานต่อความสำเร็จของเป๊ป กวาร์ดิโอลา

ที่มา – Who could succeed Guardiola at Man City?

BMW M3 ไฟฟ้า: 4 มอเตอร์ 1,000 แรงม้า!

เตรียมพบกับสุดยอดซีดานไฟฟ้าแรงสะใจ! BMW M3 ไฟฟ้า (Electric) เจเนอเรชั่นใหม่ กำลังจะมาพร้อมกับพละกำลังมหาศาลถึง 1,000 แรงม้า จากมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 4 ตัว! นี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่มันคือสัตว์ร้ายที่พร้อมจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถยนต์สมรรถนะสูง

4 มอเตอร์ 1,000 แรงม้า BMW M3 ELECTRIC

การพัฒนา BMW M3 ไฟฟ้า (รหัส ZA0) บนแพลตฟอร์ม Neue Klasse ใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2027 มาพร้อมเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าแรงสูง (อาจถึง 1,000 แรงม้า) และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยคาดว่าจะมีพลังแรงกว่ารุ่นเครื่องยนต์สันดาปเดิม พร้อมเสียงสังเคราะห์คล้ายซาว์ดแทรคของรถ M แบบสันดาป M3 ไฟฟ้า วางขายคู่กับ M3 รุ่นเครื่องยนต์ โดย M3 ไฟฟ้าจะเน้นสมรรถนะที่เหนือกว่าของระบบขับเคลื่อนที่ใช้มอเตอร์ถึง 4 ตัว

จุดเด่นที่น่าจับตามองของ BMW M3 ไฟฟ้า

BMW M3 ไฟฟ้า ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมเทคโนโลยีและสเปคที่น่าตื่นตาตื่นใจ:

  • การเปิดตัว: คาดว่าปี 2027, สร้างบนแพลตฟอร์ม Neue Klasse.
  • สมรรถนะ: อาจมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว ให้กำลังสูงมาก (อาจเกิน 1,000 แรงม้า) และมีรุ่นย่อยที่ทรงพลังกว่า.
  • ระบบขับเคลื่อน: ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง (EESM) และอาจมีมอเตอร์แบบอื่นๆ ผสานกัน อาจเป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ.
  • เสียง: มีการพัฒนาเสียงสังเคราะห์ให้คล้ายเสียงเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง เพื่อตอบโจทย์แฟน M.
  • เทคโนโลยี: ใช้สถาปัตยกรรม 800 โวลต์ และระบบ regenerative braking ที่มีประสิทธิภาพสูง.
  • การออกแบบ: จะมีดีไซน์เฉพาะตัวแต่ยังคงเอกลักษณ์ M (ซุ้มล้อกว้าง, กันชนดุดัน) และอาจมีรุ่น Touring.
  • เกียร์: ทั้งรุ่นสันดาปและไฟฟ้าอาจเป็นเกียร์อัตโนมัติที่สามารถจำลองฟิลลิ่งของเกียร์คลัตช์คู่

ความพยายามของ BMW ในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าก้าวไปอีกขั้นจากการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ Neue Klasse ซึ่งนำมาใช้กับรถยนต์ที่ผลิตออกจำหน่ายในอนาคต สถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มแบบใหม่ที่เน้นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของ BMW มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้ระยะเวลาในการชาร์จน้อยลง และมีระยะทางการวิ่งด้วยแบตเตอรี่ที่ไกลขึ้น ความพยายามในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าของ BMW ขยายขอบเขตจนครอบคลุมแบรนด์ M ด้วย M3 Electric ที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนา

รถซีดานไฟฟ้าสมรรถนะสูงของแบรนด์ตราใบพัด ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณสามปี กว่าที่จะออกสู่ตลาด แต่ BMW ก็เริ่มโปรโมท M EV อย่างเต็มที่ รายละเอียดบางอย่าง เช่น ระบบมอเตอร์สี่ตัว สถาปัตยกรรม 800 โวลต์ การออกแบบ กำลังขับ และสเปคสมรรถนะ ยังคงเป็นความลับดำมืด จนกว่าจะใกล้ถึงวันเปิดตัว

BMW M3 Electric ใช้แพลตฟอร์ม Neue Klasse ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมยานยนต์ล่าสุดของ BMW ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องวางแบตเตอรี่เอาไว้บนพื้นรถ แพลตฟอร์มนี้ ผสานรวมแบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างของรถเพื่อสร้างความแข็งแรง มีสถาปัตยกรรม 800 โวลต์ รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 270 กิโลวัตต์ รองรับแบตเตอรี่ขนาดตั้งแต่ 75.0 ถึง 150.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มระยะทางได้สูงสุด 55 กิโลเมตร ต่อนาที ขณะชาร์จ DC ด้วยการอัดไฟกระแสตรงแบบสูงสุด 270 กิโลวัตต์

โครงสร้างพื้นฐานใหม่ นำมาซึ่งเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเจเนอเรชั่นที่หกของ BMW M3 ไฟฟ้ายังโชว์ความไฮเทคด้วยแบตเตอรี่ทรงกระบอกแบบใหม่ ที่มีระยะทางการวิ่งเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า BMW ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีราคาถูกกว่าแบตเตอรี่เจเนอเรชั่นที่ห้าในปัจจุบันถึง 50 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะลดเวลาในการชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่ามันชาร์จไฟจาก 10-80% ในเวลาประมาณ 15-20 นาทีเท่านั้นเอง

M3 ไฟฟ้า มีมอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัวพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ มีมอเตอร์หนึ่งตัวอยู่ที่ล้อแต่ละข้าง แพลตฟอร์ม Neue Klasse สามารถสร้างกำลังได้สูงสุดถึงหนึ่งเมกะวัตต์หรือ 1,341 แรงม้า แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า BMW M จะดึงศักยภาพทั้งหมดนั้นมาใช้กับ M รุ่นไฟฟ้าหรือไม่?

BMW M3 รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ยังขายคู่ไปกับรุ่นไฟฟ้าต่อไปอีกหลายปี โดยมีกำลัง 473 แรงม้าในรุ่นพื้นฐาน ข่าวลือล่าสุดระบุว่า M3 ไฟฟ้าจะมีกำลังประมาณ 700 แรงม้า BMW วางแผนที่จะผลิตทั้งรุ่นปกติและรุ่น Competition รวมถึงพัฒนาเวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลังแบบสองมอเตอร์ นอกจากนี้ อาจมีการผลิต M3 สเตชั่นแวกอนไฟฟ้าอีกตะหาก

BMW เตรียมเปิดตัวรถซีดาน 3 Series แพลตฟอร์ม Neue Klasse ต่อจาก iX3 รถไฟฟ้าทั้งสองรุ่นจะวางขายในปี 2026 ส่วน M3 ไฟฟ้า จะเปิดตัวตามาหลังนั้น ประมาณปี 2027 M3 ไฟฟ้า น่าจะมีกำลังมากกว่า 1,000 แรงม้า ทำให้พลังของ M ไฟฟ้ารุ่นนี้ เทียบเท่ากับซูเปอร์คาร์ที่ใช้เครื่องยนต์ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ทรงพลังที่สุดในไลน์อัพของ BMW ในปัจจุบันคือ i7 M70 รุ่นปี 2024 มีกำลังสูงสุด 650 แรงม้า เมื่อเทียบกับ i5 M60 กำลัง 593 แรงม้า ตัวเลขแสดงให้เห็นว่ากำลังแรงม้าในรถยนต์ไฟฟ้าระดับ 1000 แรงม้านั้น ทุกวันนี้ กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว.

สรุป: BMW M3 ไฟฟ้า 4 มอเตอร์ 1,000 แรงม้า คือการก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ BMW สู่ยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง เตรียมตัวพบกับประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน!

ที่มา – 4 มอเตอร์ 1,000 แรงม้า BMW M3 ELECTRIC

ทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคง

ทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเน้นย้ำว่า สหรัฐอเมริกาต้องการ กรีนแลนด์ เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าต้องการซื้อเกาะดังกล่าวจากเดนมาร์ก

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ทำให้หลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้

ทำไม ทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ? อะไรคือเหตุผลเบื้องหลังความต้องการนี้? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเหตุผลและความเป็นไปได้ของดีลประวัติศาสตร์นี้

เหตุผลที่ทรัมป์ต้องการกรีนแลนด์

  • ความมั่นคงทางยุทธศาสตร์: กรีนแลนด์ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ สามารถควบคุมเส้นทางการเดินเรือในมหาสมุทรอาร์กติกได้
  • ทรัพยากรธรรมชาติ: กรีนแลนด์อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก เช่น แร่ธาตุหายาก น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ
  • ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ: การครอบครองกรีนแลนด์จะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มหาศาล

อย่างไรก็ตาม การที่ ทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก และชาวกรีนแลนด์เองก็มีสิทธิ์ในการตัดสินใจอนาคตของตนเอง

นอกจากนี้ การเข้าซื้อกรีนแลนด์อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกับประเทศอื่นๆ ที่มีผลประโยชน์ในแถบอาร์กติก เช่น รัสเซียและแคนาดา

ถึงแม้ว่าการที่ ทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ จะยังเป็นเพียงแนวคิด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกรีนแลนด์ในเวทีโลก และความต้องการของสหรัฐฯ ที่จะขยายอิทธิพลในแถบอาร์กติก

สถานการณ์นี้ยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอนาคตของภูมิภาคอาร์กติก

แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ การที่ทรัมป์ออกมาพูดเรื่องนี้ ได้ทำให้ทั่วโลกหันมาสนใจกรีนแลนด์มากขึ้น และตระหนักถึงความสำคัญของดินแดนแห่งนี้ที่มีต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก

การที่สหรัฐฯ แสดงความต้องการในกรีนแลนด์อย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาคอาร์กติก ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 การช่วงชิงทรัพยากรและการควบคุมเส้นทางการค้า จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของโลกในอนาคต

ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจต่างๆ เร่งขยายอิทธิพลในอาร์กติก ประเทศไทยก็ควรเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือความมั่นคง การเรียนรู้และทำความเข้าใจพลวัตของภูมิภาคนี้ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

ที่มา – ทรัมป์ย้ำ สหรัฐฯ ต้องการกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ

กกต. ยันพร้อม! เลือกตั้ง สส. และประชามติ

กกต. ยันเตรียมพร้อมเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ “ณรงค์” ชวนใช้สิทธิได้คนดีมาบริหารประเทศ ยัน กกต.พร้อมออกกฎระเบียบรองรับเรียบร้อย

วันที่ 23 ธ.ค.2568 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และรองเลขาธิการ กกต. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม มีวาระสำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมรับสมัครและการจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งการประชาสัมพันธ์เอกสารคู่มือจัดทำประชามติ

นายณรงค์ กล่าวเปิดประชุมว่า ตลอดเวลาเกือบ 1 เดือน กกต.ประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมเลือกตั้งทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ พยายามออกกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อรองรับการเลือกตั้ง ซึ่งคิดว่าคณะกรรมการมีความพร้อมในการเลือกตั้ง และขอประชาสัมพันธ์ ทั้งเรื่องการเลือกตั้ง การทำประชามติ ประชาสัมพันธ์เรื่องสิทธิต่าง ๆ เพื่อเราจะได้ผู้แทนที่ดีเข้ามาบริหารประเทศ

สำหรับการรับสมัคร สส. แบบแบ่งเขต จะรับสมัคร 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 ธ.ค. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และรับสมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และส่งบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง วันที่ 28 – 31 ธ.ค. รวม 4 วัน ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ

วันเดียวกัน สำนักงาน กกต. ได้จัดประชุมทำความเข้าใจ รวมถึงซักซ้อมการทำงานให้สื่อมวลชน ในการรับสมัครรับเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ซึ่งจะเริ่มรับสมัครในวันที่ 27 – 31 ธ.ค. 2568 รวมถึงบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง กระบวนการและขั้นตอนการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง กระบวนการรับสมัคร สส. แบบแบ่งเขต และการสนับสนุนข้อมูลและสื่อประชาสัมพันธ์ในการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติ พร้อมพาสื่อมวลชนแต่ละสำนัก ดูสถานที่จริง เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนในช่วงบ่าย สำนักงาน กกต.ก็จะชี้แจงการเลือกตั้ง สส. ให้กับสื่อมวลชน

กกต. ยันเตรียมพร้อมเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ

การเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีบทบาทสำคัญในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างเต็มที่

ทำไมการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติถึงสำคัญ?

  • การเลือกตั้ง สส.: เป็นกระบวนการที่ประชาชนเลือกตัวแทนของตนเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีอำนาจในการออกกฎหมายและควบคุมการบริหารประเทศ การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมจะทำให้ได้ผู้แทนที่มาจากเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
  • การออกเสียงประชามติ: เป็นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงในการตัดสินใจในประเด็นสำคัญของประเทศ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เสียงของประชาชนถูกรับฟังและนำไปพิจารณาในการตัดสินใจของรัฐบาล

การที่ กกต. เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาและส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย การที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิของตนในการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ คือการแสดงพลังของประชาชนในการกำหนดอนาคตของประเทศ

ดังนั้น การที่ กกต. เน้นย้ำถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่ากระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยกำลังเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง การที่ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้สิทธิของตน และออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินั้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนไม่เพียงแต่เป็นสิทธิ แต่ยังเป็นหน้าที่ที่สำคัญในการสร้างสังคมที่ดีและประเทศที่เข้มแข็ง มาร่วมกันใช้สิทธิใช้เสียงของเราเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประเทศไทยกันเถอะ!

ที่มา – “กกต.” ยันเตรียมพร้อมเลือกตั้ง สส. – ออกเสียงประชามติ “ณรงค์” ชวนใช้สิทธิได้คนดีมาบริหารประเทศ

“พิพัฒน์” ย้ำเป้า สส.ใต้ ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง

“พิพัฒน์” แกนนำพรรคภูมิใจไทย ย้ำภูมิใจไทยส่งแคนดิเดตนายกฯ มากกว่า 1 แน่ อีก 2 คนรอลุ้นเปิดตัวพรุ่งนี้ ตั้งเป้า สส.ใต้ ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ดูแลพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ ว่า พรรคภูมิใจไทยต้องพยายามอย่างถึงที่สุด เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ต้นๆ และการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พื้นที่ภาคใต้ควรได้รับการปรับปรุงเรื่องใดบ้าง เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้ขาดโอกาสมากกว่า 30 ปี ฉะนั้นหากคนใต้อยากได้โอกาสกลับคืน ตนก็พร้อมที่จะทวงคืนโอกาส โดยเฉพาะเรื่องสาธารณูปโภค โดยเฉพาะเรื่องการขยายเส้นทางคมนาคม ซึ่งมีการพูดคุยกับปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะภาคใต้เป็นพื้นที่จังหวัดที่ได้รับการจัดอันดับรายได้ประชากรต่อหัวยากจนที่สุดของประเทศ

ส่วนเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลกระทบกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หากบอกว่าไม่ส่งผลกระทบคงเป็นไปไม่ได้ แต่ยอมรับเรื่องภัยธรรมชาติต้องรับสภาพ โดยปี 2568 โดยเฉพาะผู้บริหารท้องถิ่นประมาณการผิดพลาด โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พยายามแก้ไขปัญหาและเยียวยา เพราะที่ผ่านมาการเยียวยาค่อนข้างช้า ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการเร่งรัดโดยได้รับการเยียวยาไปแล้วกว่า 97% ซึ่งมีเพียงบางส่วนที่ติดขัดโดยจะพยายามให้จบก่อนสิ้นปีนี้

เมื่อถามว่าในฐานะดูแลพื้นที่ภาคใต้คาดว่าจะได้ สส.กี่เก้าอี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังคงยืนยันเหมือนเดิม จะพยายามทำให้ได้ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง เพราะหากทำได้น้อยกว่านั้นจะเสียความตั้งใจเพื่อนๆ สส. ที่ย้ายมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง สส.เขต ที่ย้ายมาอยู่กับพรรคขณะนี้มีรวม 32 คน ฉะนั้นการรักษาพื้นที่เดิมถือเป็นเป้าหมาย เนื่องจากตามสถิติการเลือกตั้งทุกครั้งจะมีผู้สมัครเก่าสอบไม่ผ่าน 30% แต่ต้องพยายาม เพราะมีผู้ที่ตัดสินใจมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคภูมิใจไทย

ส่วนที่ขณะนี้มีการเปิดตัวผู้สมัคร สส. จากพรรคกล้าธรรม (กธ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเมืองคือการแข่งขันอยู่แล้ว เราเชื่อว่ามีการเตรียมความพร้อมมาก่อน จึงต้องมั่นใจในความพร้อมของพรรคภูมิใจไทย ส่วนพรรคอื่นจะเตรียมความพร้อมขนาดไหนขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละพรรคที่แถลงไป และทำให้คนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้แทนจากพรรคใด

ส่วนการประชุมพรรคภูมิใจไทย วันที่ 24 ธันวาคม จะเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ เลยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จะมีการเปิดตัวผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 500 คน ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบเขต

ส่วนแคนดิเดตนายกฯ นายอนุทิน เป็นเบอร์ 1 ส่วนอีก 2 คน ขอให้รอลุ้นวันพรุ่งนี้ แต่ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ส่งคนเดียว เนื่องจากอดีตที่ผ่านมาเห็นอยู่แล้วว่าการเสนอแคนดิเดตนายกฯ คนเดียว เป็นความสุ่มเสี่ยง เพราะคำว่าจริยธรรม เราก็ไม่ทราบว่าจะพลาด หรือผิดเมื่อใด เพราะในปัจจุบันหรืออดีตหากมีความผิดพลาดขึ้นมา จะได้มีนายกฯ ที่พร้อมขึ้นมาทำงานบริหารประเทศในนามพรรคต่อไป

“พิพัฒน์” ย้ำเป้า สส.ใต้ ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ยังคงมั่นใจในศักยภาพของพรรคในการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยตั้งเป้า สส.ใต้ ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง แม้ว่าจะมีปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบ เช่น สถานการณ์อุทกภัย แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างผลงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

เป้าหมาย สส.ใต้ 30 ที่นั่งของภูมิใจไทย

การตั้งเป้า สส.ใต้ ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการขยายฐานเสียงในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางการเมือง การที่พรรคสามารถรักษาที่นั่งเดิมและเพิ่มจำนวน สส. ได้ จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความนิยมและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรค

นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของพรรคในการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ และการทำความเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

การแข่งขันทางการเมืองเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พรรคภูมิใจไทยก็มีความเชื่อมั่นในความพร้อมและศักยภาพของตนเอง รวมถึงนโยบายที่ได้นำเสนอต่อประชาชน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

การที่พรรคภูมิใจไทยส่งแคนดิเดตนายกฯ มากกว่าหนึ่งคน แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบและความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการบริหารประเทศในระยะยาว การมีตัวเลือกที่หลากหลายจะช่วยให้พรรคสามารถปรับตัวและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยรวมแล้ว พรรคภูมิใจไทยกำลังเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศต่อไป การที่นายพิพัฒน์ย้ำเป้า สส.ใต้ ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นของพรรคภูมิใจไทยที่มีต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – “พิพัฒน์” ย้ำเป้า สส.ใต้ ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง ลุ้น “ภูมิใจไทย” เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ พรุ่งนี้

รวบแล้ว! หนุ่ม 18 ขนยาบ้าขึ้นรถทัวร์ไปสุราษฎร์

ตำรวจเชียงรายจับกุมหนุ่มวัย 18 ปี รับจ้างขนยาบ้าขึ้นรถทัวร์จากแม่สาย ปลายทางสุราษฎร์ธานี ยึดยาบ้ากว่าแสนเม็ด! มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น

จับหนุ่มวัย 18 ขนยาบ้าขึ้นรถทัวร์ จากแม่สายไปส่งสุราษฎร์

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2566 เวลาประมาณ 16.30 น. ที่ลานจอดรถสถานีขนส่งแห่งที่ 2 สมบัติทัวร์ กรุงเทพฯ-เชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย นำโดย พ.ต.ท.สมชาย พรหมมินทร์ สว.สส.สภ.เมืองเชียงราย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ทำการจับกุม นายชลิพัฒน์ ชูพงศ์ หรือพายุ อายุ 18 ปี ชาว ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ขณะกำลังนั่งโดยสารอยู่บนรถทัวร์คันดังกล่าว

ข้อหาและของกลาง:

  • ข้อหา: “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ”
  • ของกลาง: ยาบ้า ตรา 999 สีน้ำเงิน จำนวน 10 ก้อน รวม 101,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้สะพาย วางไว้ใต้ท้องรถสมบัติทัวร์

ยาบ้า

สารภาพรับจ้างขนยาบ้าขึ้นรถทัวร์

จากการสอบสวน นายชลิพัฒน์ สารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจาก นายสหภาพ ชุมภูนุช หรืออาร์ม อายุ 25 ปี อาชีพซ่อมรถ อยู่หมู่บ้านดอนสัก ต.ทองอ่าว อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจำนวนเงิน 25,000 บาท เพื่อให้ไปรับยาบ้าที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนสะพาน 1 อ.แม่สาย แล้วนำไปส่งที่ จ.สุราษฎร์ธานี แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย

รายละเอียดเพิ่มเติม:

  • ผู้ต้องหา: นายชลิพัฒน์ ชูพงศ์ (พายุ) อายุ 18 ปี
  • ปลายทาง: สุราษฎร์ธานี
  • จำนวนยาบ้า: 101,000 เม็ด

คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามจังหวัด โดยใช้รถโดยสารประจำทางเป็นช่องทางในการกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและสกัดกั้นยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย

การขนยาบ้าขึ้นรถทัวร์ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาการใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือในการขนส่งยาเสพติด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลและต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่เยาวชนถึงโทษและภัยของยาเสพติด รวมถึงผลกระทบที่จะตามมาต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม

เชื่อว่า ปัญหาการขนยาบ้าขึ้นรถทัวร์ หรือการลักลอบขนส่งยาเสพติดในรูปแบบอื่นๆ จะยังคงมีอยู่ต่อไป ตราบใดที่ยังมีผู้ต้องการและมีคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้น การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – จับหนุ่มวัย 18 ขนยาบ้าขึ้นรถทัวร์ จากแม่สายไปส่งสุราษฎร์ ของกลางกว่า 1 แสนเม็ด