วัน: 23 เมษายน 2026

พาณิชย์สั่งตรวจเข้มราคารับซื้อปาล์มทั่วประเทศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ เกษตรกรและคนรักข่าวเศรษฐกิจวันนี้เรามีข่าวดีสำหรับชาวสวนปาล์มน้ำมันนะครับ เพราะ พาณิชย์ สั่งตรวจเข้มราคารับซื้อปาล์ม ทั่วประเทศแล้ว! หวั่นจะมีการกดราคาเกษตรกร ทำให้ราคาปาล์มที่กำลังตกต่ำยิ่งแย่ลงไปอีก ทางกระทรวงพาณิชย์ยังดันใช้น้ำมันไบโอดีเซลเพิ่มด้วย เพื่อช่วยดูดซับผลผลิต ลดความผันผวนของราคา มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

พาณิชย์ สั่งตรวจเข้มราคารับซื้อปาล์มทั่วประเทศ หวั่นกดราคาเกษตรกร

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้รับหนังสือจากกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันหลายพื้นที่ ทั้งภาคกลางและภาคใต้ โดยเฉพาะจากนางอรุณี ชีสังวรณ์ ตัวแทนกลุ่มรพีพัฒน์ จังหวัดปทุมธานี ที่ยื่นต่อนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ ขอให้เร่งแก้ปัญหา ราคารับซื้อปาล์ม ที่ลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 6.60-7.20 บาท/กก. ซึ่งต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับต้นทุนที่พุ่งสูง โดยเฉพาะปุ๋ยและขนส่ง

เกษตรกรเสนอให้รัฐเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในไบโอดีเซล B7 และ B20 เพื่อช่วยระบายผลผลิต รวมถึงกำกับดูแลการรับซื้อให้เข้มงวด ตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนและค่าขนส่งให้โปร่งใส ชี้แจงนโยบายส่งออกและใช้ในประเทศให้ชัดเจน

มาตรการจากพาณิชย์ สั่งตรวจเข้มราคารับซื้อปาล์มทันที

ทางกรมการค้าภายในรับทราบปัญหาเต็มที่ครับ และยืนยันว่ากำลังบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์มดีอยู่ การบริโภคในประเทศคงที่ แต่เพิ่มใช้ในพลังงานจาก 70,000 ตัน เป็น 100,000-110,000 ตัน กรมธุรกิจพลังงานมีแผนขยายจุดจำหน่าย B20 จาก 100 แห่ง เป็น 200 แห่งสิ้นเมษายนนี้ และเพิ่มต่อเนื่องเพื่อภาคขนส่ง

ส่วนส่งออก ไม่ห้ามครับ แค่ใช้ระบบขออนุญาตล่วงหน้าเพื่อควบคุมสมดุล ปรับหลักเกณฑ์ให้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการส่งได้ปกติ สถานการณ์ผลผลิตปีนี้ยังไม่ล้นตลาดช่วงเมษา-พฤษภา แต่ราคาตกเพราะ CPO โลกจาก 40 บาท/กก. เหลือ 36 บาท

  • สั่ง กจร. จังหวัดตรวจตั้งแต่ลานเท โรงงานสกัด ถึงปลายทาง ป้องกันบิดเบือนราคา
  • พบราคาลดวันละ 40-50 สต. แต่ขึ้นช้า จะเร่งตรวจสอบ
  • ลงพื้นที่ตรวจรับซื้อและวัด % น้ำมันต่อเนื่อง
  • หากกดราคาหรือเอาเปรียบเกษตรกร โทษตามกฎหมายทันที

ด้านน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ราคายังอิง CPO ย้อนหลัง 1-2 เดือน ผู้ผลิต 6 รายยื่นปรับราคา แต่ยังไม่อนุมัติกรอบใหม่ ปัจจุบันปรับในกรอบเดิมเพราะต้นทุนขึ้น กรมจะพิจารณาตามต้นทุนจริง และจัดการสต็อกไม่ให้กระทบค่าครองชีพประชาชน

ดันใช้ไบโอดีเซลเพิ่ม ช่วยเกษตรกรปาล์มอย่างไร

นอกจาก พาณิชย์ สั่งตรวจเข้มราคารับซื้อปาล์ม แล้ว การเพิ่มไบโอดีเซล B20 ถือเป็นมาตรการเด่นครับ ช่วยดูดซับผลปาล์ม ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ส่งเสริมพลังงานทดแทนยั่งยืน เกษตรกรจะได้ราคาที่มั่นคงขึ้น แถมผู้บริโภคได้น้ำมันดีเซลผสมปาล์มราคาถูกกว่า

สรุปนะครับ กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญเกษตรกรอันดับแรก ติดตามระบบซื้อขายทั้งห่วงโซ่ รักษาเสถียรภาพราคา ดูแลทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคให้เป็นธรรม ในมุมผมคิดว่านโยบายนี้จะช่วยชาวสวนปาล์มได้จริง หากบังคับใช้เข้มงวด แนะนำเกษตรกรติดตามประกาศจุดจำหน่าย B20 ใกล้บ้าน และแจ้งเบาะแสกดราคาได้ที่กรมการค้าภายในเลยครับ

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือแชร์บทความช่วยเพื่อนเกษตรกรกันนะครับ! ติดตามข่าวเกษตรและเศรษฐกิจอัปเดตที่นี่

ที่มา – “พาณิชย์” สั่งตรวจเข้มราคารับซื้อปาล์มทั่วประเทศ หวั่นกดราคาเกษตรกร ดันใช้ไบโอดีเซลเพิ่ม

“ยศชนัน” เผยเตรียมคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกา แง้มปรับเพื่อไทย

ในวันที่ 23 เมษายน 2567 “ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในแวดวงการเมืองและการศึกษา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นกันเอง แสดงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

“ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน

นายยศชนัน เน้นย้ำว่ากระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมความพร้อมอย่างครบถ้วนสำหรับการพูดคุยกับโรงเรียนปอเนาะและตาดีกา ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามที่สำคัญในพื้นที่ชายแดนใต้ แม้จะขออุบรายละเอียด แต่ก็ยืนยันว่ามีแนวทางชัดเจนแล้ว ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกคือการส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษา ความปลอดภัย ความมั่นคง และการลดความรุนแรง รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนในพื้นที่

การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน โรงเรียนปอเนาะและตาดีกาไม่เพียงแต่เป็นแหล่งเรียนรู้ศาสนา แต่ยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ช่วยหล่อหลอมเยาวชน หากสามารถเชื่อมโยงหลักสูตรให้สอดคล้องกับระบบการศึกษารัฐได้ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดช่องว่างทางสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายละเอียดการเตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกา

จากที่ “ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน นายยศชนันได้หารือเบื้องต้นกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งเน้นมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจควบคู่กัน ในฐานะสมาชิกคณะรัฐมนตรี เขาจะสะท้อนปัญหาเหล่านี้เพื่อหาทางแก้ไขอย่างยั่งยืน

  • ประเด็นความเท่าเทียม: ส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเท่าเทียมทุกคน
  • ความปลอดภัยและมั่นคง: ลดเหตุรุนแรงในพื้นที่ผ่านการศึกษา
  • เศรษฐกิจปากท้อง: พัฒนาทักษะเพื่อเพิ่มรายได้
  • บูรณาการหลักสูตร: เชื่อมโรงเรียนเอกชนศาสนากับระบบรัฐ

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายยศชนันจะประชุมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา สนับสนุนสินค้ามูลค่าสูง ซึ่งอาจนำไปสู่การแถลงข่าว

แง้มประชุมพรรคเพื่อไทย: ปรับคนให้เหมาะกับงาน

สำหรับการประชุมพรรคเพื่อไทยในวันที่ 24 เมษายน นายยศชนันในฐานะแกนนำเผยว่าเป็นการอัปเดตการลงพื้นที่ รายงานแผนระยะสั้น-ยาว และบูรณาการงาน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างบุคลากรให้เหมาะสมกับตำแหน่ง “เป็นการปรับคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ เพื่อความคล่องตัว โดยเฉพาะคนที่ร่วมรัฐบาลและต้องรับมือสถานการณ์เร่งด่วน” เขากล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของพรรคการเมือง

การปรับเปลี่ยนนี้สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของพรรคเพื่อไทยในการบริหารจัดการท่ามกลางสถานการณ์政治ที่ซับซ้อน ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่เปลี่ยนหลักการใหญ่โต

โดยรวมแล้ว “ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำในการแก้ปัญหาเชิงรุก ทั้งการศึกษาและการเมือง หากดำเนินการได้ดี จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับภาคใต้และเสถียรภาพรัฐบาล

คุณคิดอย่างไรกับแนวทางนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารการเมืองการศึกษาล่าสุดจากบล็อกเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “ยศชนัน” เผย เตรียมแนวทางคุย รร.ปอเนาะ-ตาดีกาแล้ว แง้มประชุมเพื่อไทยปรับคนให้เหมาะกับงาน

“อิสริยะ” จี้รัฐชี้แจงมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่

“อิสริยะ” จี้รัฐตอบให้ชัดมาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” จะลดใช้น้ำมัน หรือส่งเสริมผลิตรถยนต์ในประเทศ สส.อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ จากพรรคประชาชน ได้อภิปรายในสภาเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 เกี่ยวกับนโยบายรถเก่าแลกรถใหม่ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน โดยตั้งคำถามถึงเป้าหมายที่ยังคลุมเครือ ว่าต้องการลดการใช้น้ำมันเพื่อสิ่งแวดล้อมจริงๆ หรือแค่กระตุ้นการผลิตรถยนต์ในประเทศ

มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ ถูกนำเสนอในฐานะส่วนหนึ่งของการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 แต่สส.อิสริยะชี้ว่ายังขาดความชัดเจน รัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจนกว่านี้เพื่อไม่ให้เป็นแค่นโยบายลอยๆ

มาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ควรโฟกัสอะไรเป็นหลัก?

สส.อิสริยะยกตัวอย่างปัญหาหลักของไทยคือการขาดแคลนน้ำมันดีเซล ไม่ใช่เบนซิน โดยยอดขายดีเซลเฉลี่ยวันละ 81.63 ล้านลิตร เบนซินเพียง 35.10 ล้านลิตร ดังนั้นมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ควรเน้นลดดีเซลจากรถกระบะ รถบรรทุก รถบัส ไม่ใช่รถเก๋งส่วนบุคคลที่ตลาด EV กำลังบูมอยู่แล้ว

ข้อสังเกตข้อ 1: ไม่ควรรถเก๋งในมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่

ตลาดรถเก๋ง BEV และ HEV กำลังทำงานเต็มประสิทธิภาพ ยอดจอง BEV ในมอเตอร์โชว์ 2026 สูงถึง 60% รัฐเคยช่วยในช่วงแรกด้วยส่วนลด 1-1.5 แสนบาท แต่ตอนนี้ราคารถ EV ลงมา 4-5 แสนบาท กลไกตลาดเพียงพอแล้ว ควรเอางบไปช่วยด้านอื่น

ข้อสังเกตข้อ 2: โฟกัสดีเซลจากรถกระบะเก่า

ไทยมีรถกระบะเก่าจำนวนมาก ใช้งานหนัก สิ้นเปลืองน้ำมันสูง ปล่อย CO2 และควันดำ สถิติกรมการขนส่งทางบก ชี้รถกระบะไม่ผ่านตรวจสภาพ 2.51% สูงกว่ารถเก๋ง (0.71%) มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ควรยิงนก 3 ตัว ลดน้ำมัน ลดคาร์บอน ลดมลพิษ

แม้กระบะไฟฟ้าออกมาแล้ว แต่ยังมีข้อจำกัด น้ำหนักบรรทุกน้อย ระยะทางสั้น ชาร์จช้า ราคาเกิน 1 ล้านบาท (เทียบกระบะดีเซล 5-6 แสน) ยอดจด BEV ใหม่เดือนมี.ค. 2569 รถกระบะฯ แค่ 71 คัน แต่เก๋ง 26,000 คัน

ข้อเสนอทางเลือกรัฐบาลสำหรับรถเก่าแลกรถใหม่

  • กระบะดีเซลเก่าแลกกระบะดีเซลใหม่: เทคโนโลยีใหม่ สิ้นเปลืองน้อยลง ลดคาร์บอน
  • กระบะดีเซลเก่าแลกกระบะ HEV: ไฮบริดเบนซิน-ไฟฟ้า ลดดีเซล เป็นทางกลาง
  • กระบะดีเซลเก่าแลกกระบะ BEV: ไฟฟ้าล้วน ไม่ใช้น้ำมัน ไม่ปล่อย CO2

รัฐควรจูงใจแบบขั้นบันได จากน้อยไปมาก เพื่อให้ผู้ใช้เปลี่ยนรถเก่าได้จริง

นอกจากนี้ สส.อิสริยะยังย้ำว่ารัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามนโยบาย Net Zero ให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

สรุปมุมมอง: มาตรการรถเก่าแลกรถใหม่มีศักยภาพสูง หากโฟกัสถูกจุดอย่างรถกระบะเก่า จะช่วยลดการใช้น้ำมัน ลดโลกร้อน และกระตุ้นเศรษฐกิจสีเขียวได้จริง ไม่ใช่แค่ช่วยอุตสาหกรรมรถยนต์

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการรถเก่าแลกรถใหม่นี้? มีรถเก่าอยู่หรือเปล่า สนใจเปลี่ยนไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจรถ EV และไฮบริดนะครับ!

ที่มา – “อิสริยะ” จี้รัฐตอบให้ชัดมาตรการ “รถเก่าแลกรถใหม่” จะลดใช้น้ำมัน หรือส่งเสริมผลิตรถยนต์ในประเทศ

รัฐบาลเร่งเข้า OECD ใช้ AI ยกระดับกฎหมาย 2571

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวดีของบ้านเรา ที่ รัฐบาลเร่งเข้า OECD ใช้ AI ยกระดับกฎหมาย 2571 กันเถอะ เป็นแผนการที่เจ๋งมาก เพราะจะช่วยให้ไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ประชาชนได้มีงานดีๆ รายได้เพิ่ม และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเข้ามาเพียบเลย

รัฐบาลเร่งเข้า OECD ใช้ AI ยกระดับกฎหมาย 2571

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงว่ารัฐบาลตั้งเป้าชัดเจนให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ภายในปี 2571 โดยมุ่งเน้นการยกระดับกฎหมายและเศรษฐกิจให้เทียบเท่าระดับโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและโอกาสให้กับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจ้างงาน รายได้ที่มั่นคง หรือการลงทุนที่ยั่งยืนในอนาคต

ทำไม OECD ถึงสำคัญ? เพราะเป็นองค์กรชั้นนำที่มีสมาชิก 38 ประเทศเศรษฐกิจ发达 เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ถ้าไทยเข้าได้ จะเท่ากับได้ “ตราประทับ” ว่ากฎหมายและนโยบายของเรามาตรฐานสากล นักลงทุนต่างชาติจะมั่นใจมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโต GDP พุ่ง และประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นแน่นอน

การเตรียมความพร้อมสู่ OECD

รัฐบาล โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีรองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ ดูแล กำลังเร่งปรับกฎหมาย นโยบาย และการทำงานของภาครัฐให้สอดคล้องกับ OECD อย่างเข้มข้น ตอนนี้เราก้าวสู่ขั้นตอนสำคัญคือ “Technical Review” หรือการประเมินทางเทคนิค ที่จะตรวจสอบลึกๆ ว่ากฎหมายไทย match กับมาตรฐานสากลแค่ไหน ถ้าผ่านได้ ก็ใกล้เป้าเข้า OECD แล้ว!

ไฮไลต์เด็ด: ใช้ AI ในโครงการ TH2OECD

จุดเด่นสุดๆ คือการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยผ่านโครงการ “TH2OECD” ซึ่งโฟกัส 3 ด้านหลัก ดังนี้

  • พัฒนาโมเดลแปลภาษากฎหมายไทย-อังกฤษ: ทำให้แปลเอกสารกฎหมายได้รวดเร็ว แม่นยำ ไม่ต้องเสียเวลานานๆ
  • เทคนิค RAG (Retrieval-Augmented Generation): วิเคราะห์ช่องว่างระหว่างมาตรฐาน OECD กับกฎหมายไทย ช่วยหาจุดที่ต้องปรับปรุงได้ตรงเป๊ะ
  • โครงสร้างข้อมูลภาครัฐสากล: สร้าง data structure ที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ง่ายต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล

ผลลัพธ์เบื้องต้นสุดปัง! ไทยจัดทำ “Initial Memorandum” ได้ทันเวลา แสดงให้เห็นศักยภาพในการใช้ AI ยกระดับการบริหารราชการ ลดเวลาทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ

ก้าวต่อไปหลังจากนี้

ในอนาคต รัฐบาลจะร่วมมือใกล้ชิดกับ OECD มากขึ้น ทั้งแลกเปลี่ยนความรู้ รับการประเมิน และนำ best practices มาปรับใช้ พร้อมอัพเกรด AI ให้ช่วยนโยบายสาธารณะได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น วิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจแบบ real-time หรือคาดการณ์แนวโน้มการลงทุน

นอกจากนี้ การใช้ AI ยังช่วยลดภาระงานข้าราชการ ทำให้โฟกัสที่การบริการประชาชนได้ดีกว่าเดิม ลองนึกภาพกฎหมายที่อัพเดทไว รองรับ digital economy สมัยใหม่ ไทยจะกลายเป็นฮับเทคโนโลยีอาเซียนชัดๆ

สรุปแล้ว รัฐบาลเร่งเข้า OECD ใช้ AI ยกระดับกฎหมาย 2571 ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่เป็นการปฏิรูประบบทั้งหมด เพิ่มความเชื่อมั่น ดึงทุนต่างชาติ สร้างงานคุณภาพให้ประชาชน นี่คือโอกาสทองสำหรับอนาคตไทย!

คุณคิดเห็นอย่างไรกับแผนนี้? มันจะช่วยเศรษฐกิจไทยได้จริงไหม? คอมเมนต์มาบอกกันด้านล่างนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รู้ด้วย!

ที่มา – รัฐบาลเร่งเข้า OECD ใช้ AI ยกระดับกฎหมาย–เศรษฐกิจ สร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชน ตั้งเป้า 2571

ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม สังขละบุรี

ข่าวใหญ่ที่ทุกคนรอคอย ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม สังขละบุรี ในที่สุดตำรวจก็บุกจับตัวผู้ต้องหาคนสำคัญได้แล้ว หลังจากก่อเหตุยิงถล่มรถของ ส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้สร้างความฮือฮาและความกังวลในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นอย่างมาก

ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม สังขละบุรี

ชุดสืบสวนจาก บช.น. ร่วมกับสืบสวนภาค 7 และสืบสวนกาญจนบุรี ได้ไล่ล่าติดตาม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนายทหารนาวิกโยธิน วัย 40 กว่าๆ ซึ่งเป็นมือยิงหลักในคดีนี้ หลังจากหลบหนีไปกบดานที่พื้นที่สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ตำรวจบุกจับได้ทันก่อนที่เขาจะเผ่นข้ามแดนไป เบื้องต้นควบคุมตัวมาสอบสวนที่กรุงเทพฯ เพื่อขยายผลหาแรงจูงใจและผู้บงการเบื้องหลัง

ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม สังขละบุรี: พื้นหลังเหตุการณ์

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 เวลาตี 1 เศษ กลุ่มคนร้ายขับรถกระบะสีดำประกบรถของ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ขณะจอดหน้าบ้านพักใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส คนร้ายยิงถล่มอย่างไม่ยั้ง ทำให้คนขับและตำรวจคุ้มกันบาดเจ็บ แต่ ส.ส.กมลศักดิ์โชคดีรอดชีวิตมาได้ คดีนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับปัญหาความไม่สงบและผลประโยชน์ทางการเมือง

ก่อนหน้านี้ ตำรวจจับผู้ต้องหาได้ 4 คนแล้ว ได้แก่

  • นายสมพร ลังเดช อดีตเรือโทนาวิกโยธิน หน้าที่ประสานงานและชี้เป้า
  • นายอลาวี อาแว คนขับรถกระบะก่อเหตุ
  • นายสุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่รถที่ช่วยชำแหละรถกระบะ
  • นายธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน อีกหนึ่งมือยิง

เหลือเพียง ร.อ.วิโรจน์ ที่เป็นหัวโจกและยืมรถกระบะจาก กอ.รนม.จ.นราธิวาส มาออกก่อเหตุ ซึ่งตำรวจออกหมายจับในข้อหาหนักหลายกระทง

รายละเอียดข้อกล่าวหาและการจับกุม

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยผิดกฎหมาย, พกพาอาวุธในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, และยิงปืนในที่ห้าม การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อ 22 เมษายน 2567 โดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. นำทีมบุกที่สะพานมอญ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี พื้นที่ที่ใกล้ชายแดนมาก ผู้ต้องหาพยายามหลบหนีแต่ถูกตะครุบได้ทัน

การสืบสวนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานตำรวจหลายแห่ง ที่ใช้ข้อมูลข่าวกรองและเทคโนโลยีติดตามร่องรอย ทำให้จับผู้ร้ายได้อย่างรวดเร็ว สังขละบุรีเป็นพื้นที่ชนกลุ่มน้อยมอญและใกล้เมียนมา จึงเป็นจุดหลบภัยยอดนิยมของผู้ร้ายข้ามชาติ

นอกจากนี้ คดีนี้อาจเชื่อมโยงกับปัญหาการเมืองในภาคใต้ พรรคประชาชาติซึ่งมี ส.ส.กมลศักดิ์ เป็นสมาชิก มักถูกมองว่าเป็นตัวแทนมุสลิมปาทานี ทำให้ตกเป็นเป้าของกลุ่มขัดแย้งต่างๆ ตำรวจกำลังเค้นสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบหรือผลประโยชน์อื่นๆ

เหตุการณ์ ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม สังขละบุรี นี้เป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของระบบยุติธรรมไทย แม้ผู้ต้องหาจะมีประวัติทหารเก่า แต่กฎหมายยังคงอยู่เหนือกว่า การจับกุมครั้งนี้จะช่วยคลายความกังวลของประชาชนในพื้นที่ และป้องกันเหตุรุนแรงในอนาคต

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ยังต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการคุ้มครอง ส.ส. และนักการเมืองท้องถิ่นให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ติดตามความคืบหน้าคดีนี้และข่าวอาชญากรรมอื่นๆ ได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ลากคออดีตนาวิกโยธิน ยิงสส.กมลศักดิ์ หนีจนมุม “สังขละบุรี” คุมเค้นถึงคนบงการ

จับอดีตนาวิกโยธิน มือยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์

เหตุการณ์ยิงถล่มรถของ อดีตนาวิกโยธิน มือยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสที่ยังคงมีปัญหาความไม่สงบ ล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญได้แล้ว ทำให้คดีนี้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

อดีตนาวิกโยธิน มือยิงถล่มรถ “สส.กมลศักดิ์” ยังไม่ซัดทอดผู้จ้างวาน

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ และทีมสืบสวนนครบาล แถลงข่าวการจับกุม ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน ซึ่งเป็นมือปืนหลักในคดีนี้ ผู้ต้องหาถูกจับได้บริเวณสะพานมอญ ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนที่จะหลบหนีข้ามแดน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 คนร้ายใช้รถกระบะโตโยต้า 4 ประตู สีขาว สังกัด กอ.รมน.จ.นราธิวาส ขับมาถล่มยิงรถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพักในตำบลบาเจาะ ส่งผลให้คนขับและตำรวจติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส

ผู้ต้องหายอมรับสารภาพ แต่โยนกันไปมาเรื่องผู้จ้าง

จากการสอบสวน ร.อ.วิโรจน์ ยอมรับสารภาพว่าตนเองเป็นคนยิงจริง โดยมีประวัติเคยทำงานกับกองทัพเรือและองค์การสหประชาชาติ (UN) 國外 16 ปี หลังกลับไทยไม่มีงานทำ จึงไปพึ่งพานายสมพร ลังเดช ซึ่งเป็นผู้ต้องหาอีกคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้จ้างวาน ผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การขัดแย้งกัน โดยโยนความรับผิดชอบไปมา ทำให้ตำรวจต้องขยายผลต่อไป

ก่อนหน้านี้ ตำรวจจับผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย ได้แก่ นายสมพร ลังเดช (ประสานงานและชี้เป้า), นายอาลาวี อาแว (คนขับรถ), นายสุนทร พรหมภักดี (เจ้าของอู่รถ), และนายธนภัทร วัฒนภิญโญ (มือปืนอีกคน) โดยจับได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และกาญจนบุรี

  • ข้อหาหลัก: ร่วมกันพยายามฆ่า, มีอาวุธปืนผิดกฎหมาย, พาอาวุธในที่สาธารณะ, ยิงปืนโดยใช่เหตุ, ใช้อาวุธปืนพยายามฆ่าโดยไตร่ตรอง
  • อาวุธที่ใช้: ปืน M16
  • เส้นทางหลบหนี: นราธิวาส → ตรัง → พังงา → ราชบุรี → กาญจนบุรี

พล.ต.อ.สำราญ เน้นย้านายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งรัดคดีนี้ โดยจะดำเนินการอย่างเป็นกลางและเที่ยงธรรมตามพยานหลักฐาน คดีหลักอยู่ที่ตำรวจภูธรภาค 9 และ สภ.นราธิวาส ซึ่งจะส่งผู้ต้องหาคืนท้องที่เกิดเหตุเพื่อขยายผล

ประวัติอดีตนาวิกโยธิน และบทเรียนจากคดี

ร.อ.วิโรจน์ เคยถูกจับคดีอาวุธปืนเถื่อนในกาญจนบุรีมาก่อน แสดงให้เห็นว่านายทหารเก่าบางคนอาจหลงผิดไปสู่เส้นทางอาชญากรรมเมื่อขาดงานทำ คดีนี้ยังชี้ให้เห็นปัญหาการยืมรถราชการและการลักลอบใช้อาวุธสงคราม ซึ่งเป็นภัยคุกคามความมั่นคง

นอกจากนี้ การติดตามผู้ต้องหายังต้องประสานหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ สืบสวน กองทัพ และแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพื้นที่

คดี อดีตนาวิกโยธิน มือยิงถล่มรถ สส.กมลศักดิ์ ยังคงต้องติดตามต่อไป โดยเฉพาะตัวการตัวจริงเบื้องหลัง หากมีพยานหลักฐานชัดเจน จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

สำหรับผู้อ่านที่สนใจเรื่องความมั่นคงและข่าวอาชญากรรม สามารถติดตามอัปเดตคดีล่าสุดได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – อดีตนาวิกโยธิน มือยิงถล่มรถ “สส.กมลศักดิ์” ยังไม่ซัดทอดผู้จ้างวาน ผู้ต้องหาโยนกันไปมา

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 3 ฝนฟ้าคะนอง ลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 3 แล้วนะครับ หลังจากที่หลายพื้นที่เริ่มมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 23-25 เมษายน 2569 นี้ ใครที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องเตรียมตัวให้พร้อมเลยครับ

เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 3 กระทบหลายภาคทั่วประเทศ

ประกาศจาก เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุชัดเจนว่า พายุฤดูร้อนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน โดยเริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นจะขยายไปยังภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก ลักษณะเด่นของพายุนี้คือ ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ลมกระโชกแรงที่อาจทำให้ต้นไม้หัก โต๊ะเก้าอี้ปลิว หรือป้ายโฆษณาพัง นอกจากนี้ยังมีลูกเห็บขนาดเล็กถึงกลางตกในบางพื้นที่ และฝนตกหนักสะสมที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือดินถล่มได้ครับ

สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดการปะทะกันของอากาศเย็น-ร้อน ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนแบบนี้ทุกปีในช่วงเมษายน-พฤษภาคม

พื้นที่เสี่ยงและผลกระทบที่คาดการณ์

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พะเยา แม่ฮ่องสอน เชียงราย และภาคอื่นๆ เริ่มได้รับผลกระทบก่อน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี ect.
  • ภาคกลางและกรุงเทพฯ: นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม รวมกรุงเทพมหานคร
  • ภาคตะวันออก: นราธิวาส? ไม่ ฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง

นอกจากฟ้าผ่าและลมแรงแล้ว ยังอาจมีน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลุ่ม และเกษตรกรต้องระวังผลผลิตที่เสียหายจากลูกเห็บและลมครับ

เคล็ดลับป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน

เพื่อความปลอดภัย กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง หากฝนตกหนักให้รีบหาที่กำบังที่มั่นคง สำหรับเกษตรกร ควรเสริมโครงสร้างเรือนกระจก ผูกยึดไม้ผลให้แน่นหนา เตรียมหลังคาคลุมผลผลิต และย้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหันอาจทำให้ไม่สบายได้ง่าย

พายุฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยในฤดูแล้งปลาย แต่ปีนี้ดูรุนแรงเพราะอิทธิพลจากเอลนีโญ่ที่ทำให้อากาศร้อนผิดปกติ ในอดีตเคยมีเหตุลมพัดบ้านพัง ต้นไม้ล้มทับรถยนต์ หรือลูกเห็บทำหลังคารถบุบมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นการเตรียมตัวล่วงหน้าคือกุญแจสำคัญ

อย่าลืมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th โทร. 1182 หรือ 0-2399-4012-13 ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีพายุมา ให้ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรือเสาไฟฟ้าในที่โล่ง และเตรียมไฟฉาย เทียนไข อาหารแห้งไว้เผื่อไฟดับ

ในมุมมองของผม การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแบบนี้ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจาก climate change มากขึ้น ดังนั้นนอกจากเตรียมตัวส่วนบุคคลแล้ว เราควรช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ติดตามข่าวสารและแชร์ให้เพื่อนๆ รับรู้เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะครับ!

เรียกดูแผนที่พยากรณ์อากาศล่าสุดและเตรียมตัววันนี้เลย!

ที่มา – เตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 3 ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 23 เมษายน 2569

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถทุกคัน! วันนี้เรามาอัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 23 เมษายน 2569กันแบบสดๆ ร้อนๆ เลยนะ น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร? หลายคนคงกำลังมองหาข้อมูลนี้เพื่อวางแผนเติมน้ำมันให้คุ้มที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนจากสถานการณ์โลก ไม่ว่าจะเป็นสงครามยูเครนหรือราคาน้ำมันดิบที่ขึ้นลง เราจะสรุปรายละเอียดจากปั๊มใหญ่ๆ อย่าง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ คาลเท็กซ์ และซัสโก้ ให้เช็คได้ง่ายๆ ไปเลย

อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 23 เมษายน 2569

ข้อมูลราคาน้ำมันล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นี้ มาจากเว็บไซต์官方ของแต่ละบริษัท โดยส่วนใหญ่ราคายังคงนิ่งในหลายประเภท แต่บางตัวปรับขึ้นลงเล็กน้อยตามกลไกตลาด เราเช็คจาก ปตท. บางจาก คอร์ปอเรชั่น เชลล์แห่งประเทศไทย พีทีจี เอ็นเนอร์ยี เชฟรอน (ไทย) และซัสโก้ ราคากลางไม่รวมภาษีท้องถิ่นนะครับ ซึ่งอาจต่างกันบ้างตามพื้นที่

ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินลิตรละเท่าไร?

เริ่มจากน้ำมันยอดฮิตอย่างดีเซล B20 ที่อยู่ที่ 34.70 บาท/ลิตร ทั่วปั๊มหลักๆ ส่วนดีเซลธรรมดา 41.70 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ถูกสุดที่ 31.39 บาท เหมาะสำหรับรถที่ประหยัดน้ำมัน ethanol สูง เบนซินโคตรแพงที่ 52 บาทกว่าๆ ครับ

ราคาน้ำมัน ปตท. วันที่ 23 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20: 34.70 บาท/ลิตร
  • ดีเซล: 41.70 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.45 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.04 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 63.60 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน บางจาก วันที่ 23 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20: 34.70 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S: 41.70 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S: 64.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98: 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO: 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO: 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO: 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO: 42.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน เชลล์ วันที่ 23 เมษายน 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 35.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 42.33 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 42.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 41.70 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 64.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน พีที วันที่ 23 เมษายน 2569

  • ดีเซล: 41.70 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.08 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน ซัสโก้ วันที่ 23 เมษายน 2569

  • ดีเซล: 41.70 บาท/ลิตร
  • เบนซิน: 52.19 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95: 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน คาลเท็กซ์ วันที่ 23 เมษายน 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน: 56.01 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20: 35.45 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน: 41.70 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 64.10 บาท/ลิตร

เคล็ดลับเลือกน้ำมันให้คุ้มค่า

จากอัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 23 เมษายน 2569 ถ้ารถคุณเป็นดีเซล แนะนำ B20 ราคาถูกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนรถเบนซิน ลอง E20 หรือ E85 ถ้ารถรองรับ จะช่วยประหยัดได้เยอะ น้ำมันเกรดพรีเมี่ยมอย่าง V-Power หรือ Techron เหมาะกับรถหรูที่ต้องการสมรรถนะสูง แต่แพงกว่าปกติ 2-3 เท่า! อย่าลืมเช็คโปรโมชั่นแอปปั๊มด้วยนะ บางที่ลดเพิ่มได้

สถานการณ์ตลาดน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ราว 85-90 USD/บาร์เรล ส่งผลให้ราคาในไทยนิ่งๆ แต่ถ้าขึ้นต่อ คงกระทบค่าครองชีพ ลองคำนวณดู ถ้าเติมสัปดาห์ละ 1,000 บาท ปีนึงกี่บาท? วางแผนดีๆ นะครับ

ติดตามอัปเดตราคาน้ำมันทุกวันได้ที่นี่เลย สมัครรับแจ้งเตือนฟรีเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ คอมเมนต์บอกเราทีว่าราคาที่ปั๊มใกล้บ้านคุณเป็นยังไงบ้าง!

ที่มา – อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 23 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน ลิตรละเท่าไร

สองทีมตกชั้นแล้ว เหลือหนึ่งทีม – ใครตามเบิร์นลีย์วูล์ฟส์?

สองทีมตกชั้นแล้ว เหลือหนึ่งทีม – ใครตามเบิร์นลีย์วูล์ฟส์?

สองทีมตกชั้นแล้ว เหลือหนึ่งทีม ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ การพ่ายแพ้ของ เบิร์นลีย์ ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้พวกเขาตกชั้นตาม วูล์ฟส์ ไปเป็นที่เรียบร้อย

ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดูเหมือนจะมี 4 ทีมลุ้นหนีตกชั้นคือ ลีดส์ ยูไนเต็ด, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, เวสต์แฮม และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่หลังจาก شان ลองสตาฟฟ์ ยิงประตูสูสีช่วงท้ายที่บอร์นมัธ ลีดส์เก็บ 7 แต้มจาก 3 นัด ถึง 40 แต้มแล้ว หลายคนเริ่มมองว่าพวกเขารอดแน่

“ผมมีประสบการณ์มากพอ เราจะฉลองเมื่อแน่นอนทางคณิตศาสตร์ มันยังเร็วไป” กุนซือลีดส์ แดเนียล ฟาร์เค กล่าวกับ BBC Match of the Day “เรามี 40 แต้ม ไม่แพ้ 7 นัดติดในทุกรายการ ทำไมเราจะแพ้ 4 นัดสุดท้ายล่ะ?”

ชัยชนะเหนือเบิร์นลีย์ที่กำลังมุ่งสู่แชมเปี้ยนชิพที่เอลแลนด์ โรด อาจทำให้ลีดส์รอดทางคณิตศาสตร์ จนกว่าจะถึงตอนนั้น ยังต้องลุ้นต่อ โดยเฉพาะ 3 ทีมที่เหลือ อาจดราม่าจนวินาทีสุดท้าย

สองทีมตกชั้นแล้ว เหลือหนึ่งทีม – สเปอร์สเสี่ยงสุดตาม Opta

ฉลองสุดมันส์หลังประตูสูสีนาที 97 ที่ไวทัลลิตี้ สเตเดี้ยม ไม่ใช่แค่ 1 แต้มสำหรับนักเตะลีดส์ แต่เป็นการหนีตกชั้น ลีดส์นำท็อตแน่ม 9 แต้ม ด้วยนัดเหลือน้อยนิด ช่องว่างนี้แทบจะการันตีการอยู่รอด

ตาม Opta Supercomputer โอกาสตกชั้นของฟาร์เคเหลือแค่ 0.21% ยังเป็นไปได้ทางคณิตศาสตร์ แต่แทบเป็นไปไม่ได้ ข่าวดีสำหรับฟอเรสต์ที่ชนะเบิร์นลีย์ โอกาสตก 4.27%

ดังนั้นเหลือเวสต์แฮมกับท็อตแน่มชิงอันดับ 18 แฮมเมอร์ส 38.58% สเปอร์ส 56.93% ฟ้าผ่าครั้งแรกนับตั้งแต่ 1977

ฟอร์มบอกอะไร?

โรแบร์โต้ เด เซอร์บี กุนซือท็อตแน่มมั่นใจหลังเสมอบрайตัน “เราชนะ 5 นัดติดได้” แต่ฤดูกาลนี้สวนทาง สเปอร์สไม่ชนะ 15 นัดลีกติด ไม่ชนะในปี 2026 มีแค่ 2 ชัยตั้งแต่ 26 ตุลาคม

ต้องชนะวูล์ฟส์ทีมบ๊วยวันเสาร์ มิฉะนั้นจะเท่าการไม่ชนะนานสุดในประวัติศาสตร์สโมสรตั้งแต่ 1934-35

คู่แข่งฟอร์มดีขึ้น ฟอเรสต์ชนะ 2 ใน 3 นัดล่าสุด ไม่แพ้ 5 นัด เวสต์แฮมชนะ 2 ใน 5 นัด ลองยาวกว่านั้น แฮมเมอร์ส 19 แต้มจาก 12 นัด ฟอเรสต์ 18 จาก 13 ลีดส์ 19 จาก 15 สเปอร์สได้แค่ 6 จาก 15 นัดตั้งแต่ชนะคริสตัล พาเลซ 28 ธ.ค.

โปรแกรมยาก-ง่าย?

ทุกปีบอกว่า “เจอทุกทีม 2 ครั้ง ไม่สำคัญ” แต่จังหวะสำคัญ สเปอร์สนัดเหลือ 5 ดูง่ายบนกระดาษ ไปเยือนวูล์ฟส์ที่ตกแล้ว รับลีดส์ 11 พ.ค. (ถ้าลีดส์รอด) เยือนแอสตัน วิลล่าช่วงยูโรป้า ลีกเซมิ

เยือนเชลซี รับเอฟเวอร์ตันนัดสุดท้าย ลุ้นยูโรป แต่ทุกทีมลุ้นเหมือนกัน

เวสต์แฮมรับเอฟเวอร์ตัน เยือนเบรนท์ฟอร์ด รับอาร์เซนัล 10 พ.ค. เยือนนิวคาสเซิ่ลนัดใกล้จบ รับลีดส์นัดสุดท้าย

ฟอเรสต์หนักสุด เยือนเชลซี (ก่อนยูโรป้าเลก2) เยือนแมนยู รับนิวคาสเซิ่ล เยือนซันเดอร์แลนด์วันศุกร์ รับบอร์นมัธนัดบ็อกซิ่ง

สถิติพูดว่าอะไร?

49 ปีแล้วที่สเปอร์สอยู่ในโซนตกหลังนัด 33 ฤดูกาล 1976-77 และรอดไม่ได้ บ้านสเปอร์สแย่สุดรองจากเชฟฟิลด์ เว้นชัย 2 นัดในท็อป4

ไม่ชนะ 15 นัดต้นปี ยาวกว่าเดอร์บี้ 2007-08 กับซันเดอร์แลนด์ 2002-03 ที่ทั้งคู่ตก ฟอเรสต์ปลอดภัยที่ 36 แต้มตั้งแต่ 2015-16 ลีดส์ดีสุด มีแค่ 6 ทีมตก 39+ แต้ม ไม่มี 14 ฤดูกาลหลัง

40 แต้มอาจต้อง เวสต์แฮมรู้ดี 42 แต้มปี 2002-03 ยังไม่พอ ฟาร์เคเลยไม่ประมาท

คุณคิดทีมไหนจะเป็น สองทีมตกชั้นแล้ว เหลือหนึ่งทีม ที่ร่วงตาม? คอมเมนต์บอกเราสิ! ติดตามอัปเดตพรีเมียร์ลีกต่อไป

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ