วัน: 7 มิถุนายน 2026

จี้ ก.คลัง แจง ปมพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ บัตรคนจน เหตุลูกลดหย่อนภาษี

จี้ ก.คลัง แจง ปมพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ บัตรคนจน เหตุลูกลดหย่อนภาษี

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกกันติดปากว่า บัตรคนจน ซึ่งมีเงื่อนไขเรื่องการตัดสิทธิ์พ่อแม่หากลูกนำไปใช้ยื่นลดหย่อนภาษี โดยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้กระทรวงการคลังเร่งชี้แจงความชัดเจนในเรื่องนี้โดยด่วน

นายชัยวัฒน์มองว่า จี้ ก.คลัง แจง ปมพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ บัตรคนจน เหตุลูกลดหย่อนภาษี เป็นเรื่องที่มีตรรกะไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากการที่ลูกนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีตามสิทธิทางกฎหมาย ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อแม่ซึ่งอาจไม่มีรายได้จริงต้องถูกตัดสิทธิ์สวัสดิการของรัฐ ดังนั้น กระทรวงการคลังในฐานะผู้ออกนโยบายหลัก จึงจำเป็นต้องเข้ามาชี้แจงว่าใช้ตรรกะใดในการพิจารณา เพื่อให้เกิดความชัดเจนและยุติธรรมแก่ผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

มุมมองต่อการปรับปรุงเกณฑ์และทางออกของ จี้ ก.คลัง แจง ปมพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ บัตรคนจน เหตุลูกลดหย่อนภาษี

นอกจากประเด็นเรื่องการจัดสิทธิ์แล้ว นายชัยวัฒน์ยังให้มุมมองเชิงนโยบายเศรษฐกิจที่น่าสนใจ โดยมองว่าแทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการคัดกรองคนออก รัฐบาลควรหันมาเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งขึ้น ซึ่งเขามีนโยบายที่โดดเด่นดังนี้:

  • หวย SME กทม.: เป็นการนำโมเดลความสำเร็จจากประเทศไต้หวันมาปรับใช้ โดยทุกการซื้อสินค้า 20 บาท ร้านค้า SME จะมีสิทธิลุ้นรางวัลเงินสด เพื่อจูงใจให้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย
  • กระจายรายได้สู่ฐานราก: เน้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับชุมชน ผ่านการดึงดูดให้ประชาชนเข้ามาอุดหนุนร้านค้า SME ในรูปแบบที่สนุกและเข้าถึงง่าย
  • การต่อยอดโครงการเดิม: ต่อยอดแนวคิดจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับชาวกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ติดตามข่าวสาร เราคงต้องเฝ้าดูท่าทีจากทางกระทรวงการคลังว่าจะมีการตอบรับอย่างไรต่อเสียงสะท้อนนี้ การปรับปรุงฐานข้อมูลให้ทันสมัยและสมเหตุสมผลถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายสวัสดิการที่ดี หากนโยบายภาครัฐยังคงทิ้งคนเปราะบางไว้ข้างหลังเพียงเพราะเงื่อนไขทางบัญชีที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของประชาชนอย่างแน่นอน

คุณมีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? การใช้เกณฑ์ลดหย่อนภาษีมาเป็นตัวตัดสิทธิ์คนในครอบครัวเป็นเรื่องที่ยุติธรรมแล้วหรือไม่ หรือถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องปรับปรุงกติกาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันมากกว่าระบบตัวเลขเพียงอย่างเดียว

ที่มา – จี้ ก.คลัง แจง ปมพ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ “บัตรคนจน” เหตุลูกยื่นลดหย่อนภาษี

Steve Clarke มีการตัดสินใจที่ต้องทำ: มีอะไรบ้าง?

Steve Clarke มีการตัดสินใจที่ต้องทำ: มีอะไรบ้าง?

หลังจากจบเกมอุ่นเครื่องที่ถล่มโบลิเวียไปอย่างงดงาม Steve Clarke กุนซือทีมชาติสกอตแลนด์ดูจะมีความสุขแบบสุดๆ กับฟอร์มการเล่นของลูกทีม เขาให้สัมภาษณ์ด้วยรอยยิ้มว่านี่เป็นครั้งแรกที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่มีการบาดเจ็บ ฟอร์มการเล่นดี และได้ผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยอมรับว่าตอนนี้ตัวเขากำลังเจอกับโจทย์ยาก Steve Clarke มีการตัดสินใจที่ต้องทำ ก่อนจะถึงทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้ายจริงๆ เพราะฟอร์มของนักเตะทุกคนในตอนนี้เรียกว่ากำลังร้อนแรงจนแย่งกันลงสนาม

Steve Clarke มีการตัดสินใจที่ต้องทำ ในแง่ของตำแหน่งผู้รักษาประตู

หนึ่งในคำถามที่แฟนบอลสงสัยที่สุดคือใครจะได้ยืนเฝ้าเสา? แม้ว่า Angus Gunn จะถูกวางตัวเป็นมือหนึ่ง แต่ความเก๋าของ Craig Gordon ก็ยังคงเป็นที่เล่าขาน การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทั้งคู่ต่างก็ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน เราคงต้องรอดูกันว่ากุนซือจะเลือกใช้ใครในนัดเปิดสนาม

กองหลังและแดนกลางที่ไร้ที่ติ

ในแผงหลัง Grant Hanley และ Jack Hendry กำลังทำหน้าที่ได้อย่างแข็งแกร่งจนน่าประทับใจ ความเข้าใจเกมของพวกเขาในแมตช์ที่ผ่านมาถือเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดี นอกจากนี้ ความสดใหม่ของ Ben Gannon-Doak ในแดนกลางถือเป็นสีสันที่น่าจับตามองมาก Steve Clarke มีการตัดสินใจที่ต้องทำ ในแดนกลางว่าใครจะถูกดร็อปหรือใครจะได้ลงเล่นตัวจริง โดยเฉพาะเมื่อนักเตะอย่าง John McGinn ก็พร้อมสู้เพื่อแย่งตำแหน่งเช่นกัน

ในส่วนของแดนหน้า คู่หูอย่าง Lawrence Shankland และ Che Adams ก็โชว์ฟอร์มประสานงานกันได้อย่างลงตัว นี่เป็นสัญญาณที่ดีว่าหากวางแผนให้ถูกจุด สกอตแลนด์ก็มีโอกาสไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์นี้

บทสรุปของเรื่องนี้คือ แม้จะเป็นปัญหาหนักใจสำหรับกุนซือ แต่การมีนักเตะฟอร์มดีให้เลือกใช้งานย่อมดีกว่าการขาดแคลนตัวเลือก ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับกองเชียร์ทุกคน มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่าการตัดสินใจครั้งสำคัญของกุนซือจะพาพาทีมไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“อัครเดช” วางกรอบพิจารณา พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า เพื่อความเป็นธรรม

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงกำลังจับตามองสถานการณ์ทางเศรษฐกิจกันอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการผูกขาดทางการค้าที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราโดยตรง ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากฝั่งการเมือง เมื่อ “อัครเดช” วางกรอบพิจารณา พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า เน้นความเป็นธรรม ปิดช่องว่างกฎหมายสกัดผูกขาด เพื่อให้ตลาดไทยเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้

“อัครเดช” วางกรอบพิจารณา พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า เน้นความเป็นธรรม

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ออกมาเผยถึงแนวทางการทำงานที่เน้นหลักความเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน โดยมองว่าการจะแก้ไขเศรษฐกิจให้ยั่งยืนนั้น กฎหมายต้องมีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์ “อัครเดช” วางกรอบพิจารณา พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า เน้นความเป็นธรรม ปิดช่องว่างกฎหมายสกัดผูกขาด ครั้งนี้ จึงไม่ได้มุ่งเน้นแค่การควบคุม แต่คือการสร้างกติกาที่โปร่งใส ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการรายย่อยและบริษัทยักษ์ใหญ่ครับ

ทำไมต้องรื้อกฎหมายการแข่งขันทางการค้า?

ปัญหาเรื่องการควบรวมกิจการที่เราเห็นผ่านตาในอดีต โดยเฉพาะธุรกิจโทรคมนาคม กลายเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญที่ทำให้คณะกรรมาธิการต้องกลับมาทบทวนว่า ช่องว่างของกฎหมายเดิมอยู่ตรงไหน สิ่งที่นายอัครเดชเน้นย้ำเสมอคือ:

  • ต้องแยกให้ออกระหว่างข้อจำกัดของกฎหมายกับการบังคับใช้ที่ไม่เข้มแข็ง
  • คุ้มครอง SMEs ไม่ให้ถูกรายใหญ่กดดันจนเกินไป
  • ส่งเสริมให้รายเล็กและรายใหญ่สามารถแชร์องค์ความรู้หรือทรัพยากรกันได้

แนวคิดที่น่าสนใจคือ การทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยในระบบเศรษฐกิจสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม โดยรัฐจะเข้าไปอุดรอยรั่วที่ทำให้นายทุนใหญ่สามารถเอาเปรียบทางการค้าได้ง่ายเกินไป ซึ่งการกระทำนี้จะช่วยคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเราๆ ในระยะยาว ไม่ให้เกิดภาวะค่าครองชีพแพงจากอิทธิพลของการผูกขาดเจ้าเดียวในตลาด

ท้ายที่สุดแล้ว การ “อัครเดช” วางกรอบพิจารณา พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า เน้นความเป็นธรรม ปิดช่องว่างกฎหมายสกัดผูกขาด นี้เปรียบเสมือนก้าวสำคัญของการเมืองที่หันมาใส่ใจโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรม หากกฎหมายนี้สำเร็จและประกาศใช้อย่างจริงจัง เราอาจได้เห็นตลาดไทยที่มีการแข่งขันเสรีมากขึ้น และนั่นเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราที่จะมีตัวเลือกในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้นครับ

ที่มา – “อัครเดช” วางกรอบพิจารณา พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า เน้นความเป็นธรรม ปิดช่องว่างกฎหมายสกัดผูกขาด

“อนุชา” ชี้คน กทม. รู้กันหมดอิสระจริงไม่จริง ซัดปมส่วย

“อนุชา” ชี้คน กทม. รู้กันหมดอิสระจริงไม่จริง ซัดปมส่วย

กลายเป็นประเด็นเดือดในช่วงหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อ “อนุชา บูรพชัยศรี” แคนดิเดตผู้สมัครลงชิงเก้าอี้พ่อเมืองกรุงจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกขณะลงพื้นที่ตลาดวัดแขก เขตบางรัก โดยมีการพูดถึงประเด็นร้อนเรื่องส่วยในกรุงเทพมหานครอย่างดุเดือด ซึ่งถือเป็นไม้ตายที่หลายคนจับตามอง

มุมมองต่อเรื่อง “อนุชา” ชี้คน กทม. รู้กันหมดอิสระจริงไม่จริง ซัดปมส่วย

ในการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน นายอนุชาได้ย้ำชัดเจนว่า “อนุชา” ชี้คน กทม. รู้กันหมดอิสระจริงไม่จริง ซัดปมส่วย โดยเปรียบเปรยให้เข้าใจง่ายว่า ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก เพื่อสะท้อนถึงปัญหาคอร์รัปชันในหน่วยงานที่หลายคนกังขา เขาเชื่อมั่นว่าข้าราชการชั้นผู้น้อยจำนวนมากส่งสัญญาณความอัดอั้นตันใจมาถึงตัวเขาตลอด ว่าปัญหาเหล่านี้มีอยู่จริงแต่หาหลักฐานใบเสร็จได้ยาก เพราะขบวนการหาประโยชน์นั้นแนบเนียนเหลือเกิน

นายอนุชายังได้กล่าวด้วยความมั่นใจว่า ประชาชนชาวกรุงเทพฯ ทุกคนมีความฉลาดและรู้เท่าทันการเมืองดีที่สุด ไม่ว่าใครจะอ้างตัวว่าเป็นอิสระหรือมีเบื้องหลังอย่างไร “อนุชา” ชี้คน กทม. รู้กันหมดอิสระจริงไม่จริง ซัดปมส่วย ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากขยายความให้มากความ เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงวันเลือกตั้ง เสียงของประชาชนจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่าสิ่งที่เขาสื่อสารนั้นคือความเป็นจริงหรือไม่

  • นโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและสตรีทฟู้ดในพื้นที่
  • การปรับปรุงสุขอนามัยและการจัดระเบียบขยะในแหล่งท่องเที่ยว
  • แนวคิดการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าเพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้

นอกจากประเด็นส่วยแล้ว นายอนุชายังชูวิสัยทัศน์ในเรื่องการจัดสัดส่วนทางเท้า โดยเน้นย้ำว่าความเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ คือสตรีทฟู้ดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว เราสามารถบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้คนเดินถนนสัญจรได้และพ่อค้าแม่ค้ายังคงมีอาชีพไปพร้อมๆ กันได้ หากมีการจัดการที่เป็นระเบียบเรียบร้อย แทนที่จะใช้มาตรการรุนแรงเพียงอย่างเดียว

ในฐานะของผู้สมัครที่พร้อมเข้ามาแก้ไขปัญหา นายอนุชาทิ้งท้ายไว้ว่าการทำงานต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่อย่างจริงจัง ท้ายที่สุดแล้วอำนาจการตัดสินใจจะอยู่ที่ปลายปากกาของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ว่าจะให้โอกาสคนทำงานที่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงเพื่อให้เมืองหลวงของเราดีขึ้นกว่าเดิมอย่างไร

ที่มา – “อนุชา” ชี้คน กทม. รู้กันหมดอิสระจริงไม่จริง ซัดปมส่วย ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก

ทายชื่อเจ้าภาพฟุตบอลโลก: คุณรู้จักเจ้าภาพฟุตบอลโลกครบทุกครั้งไหม?

ทายชื่อเจ้าภาพฟุตบอลโลก: คุณรู้จักเจ้าภาพฟุตบอลโลกครบทุกครั้งไหม?

ฟุตบอลโลกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกเพียงไม่กี่วันข้างหน้า บรรยากาศแห่งความตื่นเต้นกำลังถาโถมเข้ามาสู่แฟนบอลทั่วโลก เมื่อพูดถึงการแข่งขันฟุตบอลที่มีมนต์ขลังที่สุดรายการนี้ เรามักจะนึกถึงความทรงจำในสนาม แต่คุณเคยลองทดสอบความจำเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรายการนี้กันบ้างไหม? วันนี้เราจะมาท้าทายคุณด้วย ทายชื่อเจ้าภาพฟุตบอลโลก: คุณรู้จักเจ้าภาพฟุตบอลโลกครบทุกครั้งไหม? ซึ่งเป็นคำถามที่คอลูกหนังตัวจริงไม่ควรพลาด

เหตุผลที่การทายชื่อเจ้าภาพฟุตบอลโลก: คุณรู้จักเจ้าภาพฟุตบอลโลกครบทุกครั้งไหม? สนุกกว่าที่คิด

การย้อนกลับไปดูว่าประเทศใดเคยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกในปี 1930 ที่อุรุกวัยจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การท่องจำชื่อประเทศ แต่มันคือการเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก เราได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่าง การพัฒนาของสนามแข่งขัน และตำนานมากมายที่เกิดขึ้นในแต่ละทวีป การเล่นเกมตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้จะช่วยให้คุณเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกฟุตบอลได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

ทดสอบความเชี่ยวชาญของคุณกับทายชื่อเจ้าภาพฟุตบอลโลก: คุณรู้จักเจ้าภาพฟุตบอลโลกครบทุกครั้งไหม?

สำหรับแฟนฟุตบอลที่มีใจรัก การตอบโจทย์นี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก คุณจำได้แม่นยำแค่ไหนว่าเยอรมนีเคยเป็นเจ้าภาพกี่ครั้ง? หรือทีมใดได้จัดฟุตบอลโลกในภูมิภาคเอเชียเป็นครั้งแรก? การตอบคำถามเหล่านี้จะช่วยยืนยันตำแหน่ง “กูรูฟุตบอล” ในกลุ่มเพื่อนของคุณได้อย่างแน่นอน

หากคุณอยากลับสมองประลองปัญญา ลองทบทวนลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ฟุตบอลโลกครั้งที่ 1 จนถึงการแข่งขันครั้งล่าสุดในปี 2026 ที่จะจัดขึ้นร่วมกันถึงสามประเทศ คุณจะพบว่าประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลกมีเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เคยจัดแล้ว หรือประเทศที่มีความฝันว่าสักวันจะได้เป็นเจ้าภาพบ้าง

เราเชื่อว่าการเรียนรู้ผ่านการเล่นเกมตอบคำถามเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจดจำข้อมูล ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลมือใหม่หรือแฟนพันธุ์แท้ อย่ารอช้าที่จะพิสูจน์ความรู้ของคุณ แล้วคุณจะพบว่าฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่เรื่องของ 90 นาทีในสนาม แต่เป็นเรื่องราวที่โลกร่วมกันสร้างขึ้นมาหลายทศวรรษ

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

เกาะสนามแข่ง ISUZU CHALLENGE THAILAND ที่ใช้กระบะ 2.2 Ddi MAXFORCE ประลองความเร็ว

สวัสดีครับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตทุกคน! วันนี้เราจะพาทุกคนไปสัมผัสบรรยากาศความมันส์ที่น่าจับตามองที่สุดในฤดูกาลนี้ นั่นคือการเกาะสนามแข่ง ISUZU CHALLENGE THAILAND ที่ใช้กระบะ 2.2 Ddi MAXFORCE ประลองความเร็ว ซึ่งงานนี้ถือเป็นการรวมพลคนรักความแรงมาไว้ในที่เดียวเลยครับ บอกเลยว่าใครที่ชอบรถกระบะแต่งเท่ๆ หรือหลงใหลในเสียงเครื่องยนต์ดีเซลต้องห้ามพลาด

เกาะสนามแข่ง ISUZU CHALLENGE THAILAND ที่ใช้กระบะ 2.2 Ddi MAXFORCE ประลองความเร็ว

การแข่งขันในรายการนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เพราะนอกจากจะเป็นเวทีโชว์สมรรถนะของรถ Isuzu D-Max Spacecab 2.2 Ddi MAXFORCE แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ตของอีซูซุอีกด้วย ครับ การได้เห็นรถกระบะสายใช้งานกลายมาเป็นรถแข่งเต็มรูปแบบในสนามเซอร์กิตเป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจมากจริงๆ

เจาะลึกสมรรถนะและการเกาะสนามแข่ง ISUZU CHALLENGE THAILAND ที่ใช้กระบะ 2.2 Ddi MAXFORCE ประลองความเร็ว

ความน่าสนใจของรถแข่งในรายการนี้คือการปรับแต่งเครื่องยนต์ที่รีดขุมพลังออกมาได้ถึง 285 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 507 นิวตัน-เมตร โดยทีมวิศวกรไทยอย่าง TERA Engineering ได้เข้ามาดูแลตั้งแต่ชุดบอดี้พาร์ทไปจนถึงระบบช่วงล่าง เพื่อให้มั่นใจว่ารถทุกคันขับสนุกและมีความปลอดภัยระดับสากล

  • เครื่องยนต์: 2.2 Ddi MAXFORCE ปรับจูนระบบอัดอากาศและจ่ายเชื้อเพลิงใหม่
  • ช่วงล่าง: โช้คอัพ Penske แบบ 2 Way Sub-Tank
  • เบรก: ดิสก์เบรก 4 ล้อจาก Neo Tech พร้อมระบบวัดอุณหภูมิ
  • อากาศพลศาสตร์: ชุดแต่ง Carbon Composite ช่วยให้เกาะถนนดีเยี่ยม

สิ่งที่ผมประทับใจสุดๆ คือการนำระบบ Telemetry เข้ามาใช้แบบ Real Time ทำให้นักแข่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่ของตัวเองได้ในทุกโค้ง การที่ทางอีซูซุกล้าเปิดกว้างและใช้เทคโนโลยีระดับสูงในสนามแข่งแบบนี้ ยิ่งทำให้นักแข่งรุ่นใหม่พัฒนาฝีมือได้ก้าวกระโดด

สำหรับใครที่พลาดสนามแรกไป ยังมีโอกาสล้างตากันอีกครับ เพราะรายการนี้จะจัดต่อเนื่องไปอีก 2 สนามใหญ่ ทั้งที่สนามช้างฯ บุรีรัมย์ และสนามสตรีท เซอร์กิต จ.สงขลา ซึ่งรับประกันความลุ่ยและความดุดันไม่แพ้กันแน่นอนครับ

หากคุณเป็นสายซิ่งที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการแต่งรถ หรือแค่ต้องการเสพบรรยากาศความเร้าใจในรูปแบบมอเตอร์สปอร์ตไทยคุณภาพสูง ผมแนะนำให้ลองหาโอกาสไปรับชมด้วยตาตัวเองสักครั้งที่สนามแข่งครับ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมอีซูซุถึงเป็นขวัญใจของเหล่านักแข่งทั่วเมืองไทย

ที่มา – เกาะสนามแข่ง ISUZU CHALLENGE THAILAND ที่ใช้กระบะ 2.2 Ddi MAXFORCE ประลองความเร็ว

อาลัย อาจารย์หมอต้น แพทย์เฉพาะทางจิตอาสา

เชื่อว่าหลายคนคงได้รับทราบข่าวเศร้าและร่วมแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ อาลัย อาจารย์หมอต้น แพทย์เฉพาะทางจิตอาสา ซึ่งถือเป็นการสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ผู้ทรงคุณค่าระดับแนวหน้าของเมืองไทยไปอย่างไม่มีวันกลับ รศ.นพ.ธีระศักดิ์ แก้วอมตวงศ์ หรือที่ใครหลายคนรู้จักในนาม “อาจารย์หมอต้น” แพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤต ซึ่งเป็นที่รักของทั้งเพื่อนร่วมงานและลูกศิษย์มากมาย

อาลัย อาจารย์หมอต้น แพทย์เฉพาะทางจิตอาสา ที่แฟนข่าวต้องจดจำ

เหตุการณ์น่าสลดใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านรับเคราะห์จากอุบัติเหตุถูกชาวต่างชาติซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาทและมีสารเสพติดในร่างกายชนแล้วหลบหนีบนเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี แม้ทีมแพทย์จะพยายามยื้อชีวิตและรักษาอย่างเต็มที่ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสจึงนำมาสู่การจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและวงการการแพทย์ไทยที่ต้องสูญเสียคุณหมอผู้มีความเสียสละสูงยิ่ง

ความทรงจำที่มีต่อ อาลัย อาจารย์หมอต้น แพทย์เฉพาะทางจิตอาสา

ทางโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยระบุถึงคุณูปการที่ท่านได้มอบให้กับผู้ป่วยและสังคมตลอดมา ท่านไม่ได้เป็นเพียงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังเป็นอาจารย์แพทย์ที่มีจิตวิญญาณของความเป็นผู้ให้ ตลอดระยะเวลาการทำงาน ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาทางด้านทางเดินหายใจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

  • คุณสมบัติเด่นของอาจารย์หมอต้นคือความเมตตาที่มีต่อผู้ป่วย
  • ท่านเป็นอาจารย์แพทย์ที่เป็นต้นแบบของความเสียสละในจิตอาสา
  • งานวิจัยและองค์ความรู้ที่ท่านทิ้งไว้จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาไปอีกยาวนาน

ในฐานะคนไทย การต้องมาเสียชีวิตจากความมักง่ายของผู้ที่ขาดความรับผิดชอบนับเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง เราได้แต่หวังว่าบทเรียนจากเหตุการณ์ อาลัย อาจารย์หมอต้น แพทย์เฉพาะทางจิตอาสา ในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกับเรื่องกฎหมายจราจรและการควบคุมชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้ต้องมีครอบครัวไหนต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปเพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกต่อไป

ขอให้บุญกุศลและคุณงามความดีที่ท่านได้สั่งสมมาตลอดการเป็นแพทย์ผู้มีจิตเมตตา นำพาดวงวิญญาณของท่านไปสู่สัมปรายภพที่ดีครับ

ที่มา – อาลัย “อาจารย์หมอต้น” แพทย์เฉพาะทางจิตอาสา ถูกต่างชาติชนที่เกาะพะงัน เสียชีวิต

โปรตุเกสจะดีกว่าไหมถ้าไม่มีโรนัลโด้ และเขาสำคัญเกินกว่าจะดร็อป?

โปรตุเกสจะดีกว่าไหมถ้าไม่มีโรนัลโด้ และเขาสำคัญเกินกว่าจะดร็อป?

ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางในนามทีมชาติเมื่อปี 2003 คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าฟุตบอลโปรตุเกสไปอย่างสิ้นเชิง แม้ในวัย 41 ปี คำถามที่ว่า โปรตุเกสจะดีกว่าไหมถ้าไม่มีโรนัลโด้ ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงที่ร้อนแรงที่สุดในวงการลูกหนัง โดยเฉพาะก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 จะมาถึง

โปรตุเกสจะดีกว่าไหมถ้าไม่มีโรนัลโด้

หลายคนมักตั้งข้อสงสัยว่าทีมชาติโปรตุเกสเล่นได้ลื่นไหลและดูเป็นระบบมากขึ้นในยามที่ไม่มีกัปตันทีมรายนี้ลงสนาม สังเกตได้จากผลการแข่งขันที่ถล่มคู่แข่งขาดลอยในแมตช์ที่เขาไม่ได้มีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ เฮดโค้ชของทีมยังคงเน้นย้ำถึงสถิติการผลิตสกอร์ที่ยอดเยี่ยมของเขาว่ายังคงเป็นอาวุธสำคัญที่ทีมขาดไม่ได้ในสถานการณ์กดดัน

โรนัลโด้ยังเป็นผู้เล่นที่ห้ามดร็อปจริงหรือ?

คำถามว่า โปรตุเกสจะดีกว่าไหมถ้าไม่มีโรนัลโด้ นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องความเร็วเพียงอย่างเดียว เพราะประสบการณ์และอิทธิพลทางจิตวิทยาในสนามยังคงทำให้นักเตะรุ่นน้องเกิดความมั่นใจ อดีตทีมชาติหลายคนมองว่าทักษะในการตัดสินเกมในจังหวะสำคัญคือสิ่งที่ทำให้เขายังคงเป็นหัวใจหลักของทีม แม้ว่าสภาพร่างกายจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าสมัยหนุ่มๆ แต่ความอันตรายของเขายังคงอยู่เสมอเมื่อบอลมาถึงเท้า

ทั้งนี้ การจัดการกับไอคอนระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับโค้ชคนใดก็ตาม การจะดร็อปเขาเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก เนื่องจากอิทธิพลของเขาทั้งในและนอกสนามมีสูงมาก แต่ในมุมมองของแฟนบอลหลายคน การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

บทสรุปของเรื่องนี้

ในฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา โรนัลโด้ยังคงมีโอกาสพิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังเป็นตัวตัดสินเกมได้ ไม่ว่าข้อถกเถียงเรื่องการดร็อปเขาจะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือโรนัลโด้ทิ้งมรดกที่ยิ่งใหญ่ให้กับโปรตุเกสไว้แล้ว และฟุตบอลโลกหนนี้จะเป็นบทส่งท้ายที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

8-10 มิถุนายน 2569 ชวนชมปรากฏการณ์ ดาวเคราะห์ชุมนุม ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี

สวัสดีครับเพื่อนๆ สายดูดาวทุกคน! ใครที่ชื่นชอบเรื่องราวบนท้องฟ้าต้องห้ามพลาดข่าวดีนี้เลย เพราะในช่วงวันที่ 8-10 มิถุนายน 2569 จะเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สวยงามและน่าสนใจมาก นั่นก็คือ 8-10 มิถุนายน 2569 ชวนชมปรากฏการณ์ “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี ซึ่งทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ได้ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่าเราสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าครับ

8-10 มิถุนายน 2569 ชวนชมปรากฏการณ์ “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี

การเกิด “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษที่จะทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนดูมีสีสันขึ้น โดยเราจะเห็นดาวเคราะห์สว่างจ้า 2 ดวง คือดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดี มาปรากฏใกล้กันทางทิศตะวันตก ยิ่งในช่วงวันที่ 9 มิถุนายน ดาวทั้งสองจะยิ่งสว่างไสวและดูใกล้กันมากที่สุด เรียกได้ว่าใครที่อยากถ่ายภาพสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึกห้ามพลาดช่วงเวลานี้เลยครับ

รายละเอียดการรับชมปรากฏการณ์ 8-10 มิถุนายน 2569 ชวนชมปรากฏการณ์ “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี

สำหรับการสังเกตการณ์ คุณสามารถเริ่มดูได้ตั้งแต่ฟ้าเริ่มมืดหลังดวงอาทิตย์ตกดิน จนไปถึงเวลาประมาณ 21:20 น. โดยมีข้อมูลที่ควรรู้ดังนี้:

  • ทิศทางการสังเกต: ท้องฟ้าทางทิศตะวันตก
  • ความพิเศษเพิ่มเติม: ในคืนดังกล่าว คุณยังสามารถเลือกชมดาวคู่เด่นอย่าง ดาวพอลลักซ์และดาวคาสเตอร์ ในกลุ่มดาวคนคู่ที่อยู่ใกล้ๆ กันได้ด้วย
  • คำแนะนำ: ในวันที่ 10 มิถุนายน เวลา 02:42 น. ดาวทั้งสองจะทำมุมใกล้กันที่สุดเพียง 1.6 องศา แต่จะลับขอบฟ้าไปเสียก่อน ดังนั้นช่วงค่ำของวันที่ 8-9 มิถุนายน จึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการรับชม

หลายคนอาจสงสัยว่าการที่ดาวมาอยู่ใกล้กันแบบนี้ ดาวเคราะห์จะมาชนกันหรือเปล่า? คำตอบคือไม่ใช่นะครับ เป็นเพียงมุมมองจากโลกของเราเท่านั้นที่เห็นดาวทั้งสองดวงโคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกันในเชิงมุมมอง ไม่ได้หมายความว่าดาวทั้งสองดวงในอวกาศจะมาอยู่ใกล้กันจริงๆ ครับ

ผมเชื่อว่านี่เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับครอบครัวหรือคู่รักที่จะมานั่งชมความงามของจักรวาลด้วยกันในยามค่ำคืน การเรียนรู้ดาราศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยากและสนุกกว่าที่คิด ลองออกไปสัมผัสบรรยากาศท้องฟ้ากว้างดูสักครั้ง แล้วคุณจะหลงรักความมหัศจรรย์ของดวงดาวครับ!

ที่มา – 8-10 มิถุนายน 2569 ชวนชมปรากฏการณ์ “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี