วัน: 17 มิถุนายน 2026

รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 เจ็บ 18

เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะอุบัติเหตุบนท้องถนนที่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ล่าสุดมีรายงานข่าวเศร้าเกิดขึ้นที่จังหวัดพัทลุง เมื่อมีเหตุ รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย สร้างความตกใจให้กับคนในพื้นที่และผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย

เหตุการณ์สลดใจนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา เมื่อรถสองแถวที่บรรทุกผู้สูงอายุซึ่งเดินทางกลับจากงานศพในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำตกคูน้ำบริเวณโค้งหักศอกในพื้นที่บ้านต้นโดน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง แรงกระแทกส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายสมบูรณ์ วงค์สุวรรณ อายุ 70 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมกันถึง 18 ราย ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

สาเหตุของอุบัติเหตุ รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย

จากการสอบถามผู้ขับขี่วัย 75 ปี ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้มีฝนตกลงมาทำให้ถนนมีความเปียกลื่น ในขณะที่รถกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งหักศอก ทำให้รถเสียหลักไม่อาจควบคุมได้จนพุ่งลงข้างทาง ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงในการใช้รถใช้ถนนช่วงหน้าฝน:

  • สภาพถนน: ฝนที่ตกลงมาทำให้ผิวถนนลื่น เพิ่มความเสี่ยงในการหลุดโค้ง
  • ความเชี่ยวชาญ: การขับขี่ในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยหรือในสภาวะที่ทัศนวิสัยไม่ดีต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • ความปลอดภัยของผู้โดยสาร: การใช้รถโดยสารส่วนบุคคลในการบรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก จำเป็นต้องตรวจสภาพรถให้พร้อมเสมอ

อุบัติเหตุครั้งนี้น่าสลดใจยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อรถกู้ชีพของเทศบาลตำบลตำนวนที่กำลังรีบเดินทางไปช่วยผู้ประสบเหตุ ก็ได้ประสบอุบัติเหตุเสียหลักลงข้างทางเช่นเดียวกันเนื่องจากถนนลื่นจากฝนตก โชคดีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยปลอดภัยทุกคน

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและขอให้ผู้บาดเจ็บทุกท่านหายเป็นปกติโดยเร็ว เหตุการณ์ รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย ในครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ขับขี่ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังเป็นทวีคูณเมื่อเจอฝนตก ถนนลื่น หรือเส้นทางโค้งอันตราย การชะลอความเร็วคือเกราะป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุดครับ

ที่มา – รถสองแถวผู้สูงอายุกลับจากงานศพ พลิกคว่ำตกคูน้ำ ดับ 1 ศพ เจ็บ 18 ราย

คุณจะเลือกใครลงสนามพบโครเอเชีย? จัดทีม 11 ตัวจริงทีมชาติอังกฤษ

คุณจะเลือกใครลงสนามพบโครเอเชีย? จัดทีม 11 ตัวจริงทีมชาติอังกฤษ

เมื่อทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมทัพของ โทมัส ทูเคิล กำลังจะลงประเดิมสนามนัดแรกในศึกฟุตบอลโลกที่ดัลลาสพบกับทีมชาติโครเอเชีย คำถามที่แฟนบอล “สิงโตคำราม” ทั่วโลกต่างถกเถียงกันคือ คุณจะเลือกใครลงสนามพบโครเอเชีย? จัดทีม 11 ตัวจริงทีมชาติอังกฤษ ในแบบฉบับของคุณเอง เพื่อคว้าชัยชนะในเกมเปิดหัวนัดสำคัญนี้

ตำแหน่งที่น่าสนใจที่สุดคงหนีไม่พ้นแผงหลัง จะเลือกคู่หูจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง มาร์ค เกฮี และ จอห์น สโตนส์ หรือจะไว้วางใจให้ เอซรี คอนซ่า จากแอสตัน วิลลา ลงยืนบัญชาการเกมรับร่วมกับเซนเตอร์แบ็คตัวเก่งดี หลายคนกังวลเรื่องสมดุลของทีม แต่หากถามถึงความมั่นใจในเกมบุก จู๊ด เบลลิงแฮม ซึ่งสวมเสื้อหมายเลข 10 ก็เป็นชื่อแรกๆ ที่แฟนบอลอยากเห็นออกสตาร์ทตั้งแต่เริ่มเกม

คุณจะเลือกใครลงสนามพบโครเอเชีย? จัดทีม 11 ตัวจริงทีมชาติอังกฤษ ในใจคุณ

อดีตตำนานทีมชาติอย่าง ไมกาห์ ริชาร์ดส์ ได้ออกมาวิเคราะห์ว่า จอร์แดน พิคฟอร์ด คือตัวเลือกเบอร์หนึ่งในตำแหน่งผู้รักษาประตูแน่นอน ส่วนแบ็คขวาหากฟิตสมบูรณ์ต้องยกให้ รีซ เจมส์ โดยเขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ จอห์น สโตนส์ ในการครองบอลและควบคุมจังหวะเกม แม้ว่าคอนซ่าจะโชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยมก็ตาม

กลยุทธ์การจัดทัพที่น่าสนใจ

  • แดนกลาง: ดีแคลน ไรซ์ เป็นตัวยืนแน่นอนในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ เล่นร่วมกับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ที่มีทีเด็ดในการจ่ายบอลทะลุช่อง
  • แนวรุก: จู๊ด เบลลิงแฮม ควรได้รับโอกาสก่อน มอร์แกน โรเจอร์ส ในตำแหน่งหมายเลข 10 เพราะเขาคือผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ที่สามารถตัดสินเกมใหญ่ได้เสมอ
  • ริมเส้น: การแข่งขันระหว่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ แอนโธนี กอร์ดอน เป็นสิ่งที่ทูเคิลต้องตัดสินใจหนัก

ในมุมมองของอดีตผู้รักษาประตูอย่าง พอล โรบินสัน เขาเชื่อว่าฟอร์มของเบลลิงแฮมในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าเขาควรเป็นตัวจริงอย่างไม่มีข้อสงสัย อย่างไรก็ตาม การจะหา 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทีมชาติอังกฤษชุดนี้มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยผู้เล่นฝีเท้าดีทั่วทุกตำแหน่ง

ท้ายที่สุดแล้ว ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ต้องการนักเตะที่มีความยืดหยุ่น การจัดทีมในเกมนัดแรกอาจไม่ใช่ทีมที่จะใช้ไปตลอดทั้งรายการ แต่การเลือก 11 ตัวจริงให้สมดุลที่สุดคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ แล้วคุณล่ะ ได้จัดทีม 11 ตัวจริงในใจเพื่อนำทีมชาติอังกฤษไปสู่แชมป์แล้วหรือยัง? มาร่วมแชร์ความเห็นและจัดทีมในแบบที่คุณเชื่อมั่นที่สุดกันเถอะ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สกอตแลนด์รับมือสภาพอากาศร้อนในฟุตบอลโลกอย่างไร

สกอตแลนด์รับมือสภาพอากาศร้อนในฟุตบอลโลกอย่างไร

มหกรรมฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของฝีเท้าเท่านั้น แต่เรื่องของอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกทีมต้องรับมือ สำหรับทีมชาติสกอตแลนด์ การลงเล่นภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวกลายเป็นบททดสอบสำคัญที่พวกเขาต้องเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี

สกอตแลนด์รับมือสภาพอากาศร้อนในฟุตบอลโลกอย่างไร

เพื่อให้มั่นใจว่าขุนพลทัพตาร์ตันจะรักษาฟอร์มการเล่นได้แม้ในวันที่อากาศร้อนจัด ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของสกอตแลนด์ได้วางแผนอย่างละเอียด ตั้งแต่การบินไปเก็บตัวล่วงหน้าที่ฟลอริดา เพื่อปรับสภาพร่างกายให้คุ้นเคยกับความชื้นและอุณหภูมิที่สูงถึง 30 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีห้องจำลองสภาพอากาศสุดขั้วจากมหาวิทยาลัย West of Scotland เพื่อให้ผู้เล่นได้ฝึกซ้อมเสมือนเล่นอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของฟลอริดาและไมอามี

เคล็ดลับการฟื้นฟูร่างกายท่ามกลางอากาศร้อน

การรักษาความชุ่มชื้นในร่างกาย (Hydration) คือหัวใจสำคัญ ศาสตราจารย์ Vish Unnithan ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้ให้คำแนะนำว่าโปรแกรมการดื่มน้ำและสารอาหารต้องเป็นแบบเฉพาะบุคคล เนื่องจากเหงื่อของนักฟุตบอลแต่ละคนออกไม่เท่ากัน การได้รับคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นักเตะไม่หมดแรงกลางคัน

นอกจากเรื่องร่างกายแล้ว สกอตแลนด์ยังถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องของความสดของนักเตะ สถิติเผยให้เห็นว่านักเตะสกอตแลนด์ลงเล่นในฤดูกาลที่ผ่านมาน้อยกว่านักเตะจากบราซิลหรือโมร็อกโก ซึ่งอาจหมายถึงความพร้อมของกล้ามเนื้อที่มากกว่าภายใต้สภาพอากาศที่สูบพลังงานของผู้เล่นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการเวลาในสนามและการครองบอลให้เหนียวแน่นนับเป็นเรื่องจำเป็น

เกรแฮม ซูเนสส์ ตำนานทีมชาติสกอตแลนด์ได้กล่าวเตือนว่า “การเสียบอลง่ายๆ ในวันที่อากาศร้อนคือความผิดพลาดมหันต์” หากสกอตแลนด์สามารถครองบอลได้ดีและลดความผิดพลาดในการผ่านบอลลงได้ พวกเขาก็มีโอกาสที่จะต้านทานความร้อนและคู่แข่งที่แข็งแกร่งได้อย่างแน่นอน สกอตแลนด์รับมือสภาพอากาศร้อนในฟุตบอลโลกอย่างไรนั้น จะเป็นคำตอบที่พิสูจน์ได้ดีที่สุดในทุกนาทีที่พวกเขาอยู่ในสนาม

ท้ายที่สุดแล้ว แม้สภาพอากาศจะเป็นอุปสรรค แต่เชื่อว่าด้วยวินัยและการเตรียมตัวที่เข้มข้น แฟนๆ ชาวสกอตแลนด์จะได้เห็นทีมรักโชว์ฟอร์มสุดแกร่งแม้ในวันที่ปรอทแตะระดับสูงแบบนี้ คุณคิดว่าทีมโปรดของคุณจะรับมือกับอากาศร้อนได้มากน้อยแค่ไหน? มาเอาใจช่วยพวกเขากันต่อไปครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“ซาบีดา” พบ “ทูตจีน” เห็นพ้องร่วมมือด้านมรดกวัฒนธรรม ดันสู่เวทีโลก

เชื่อว่าคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า มิตรภาพระหว่างไทย-จีนนั้นมีความแน่นแฟ้นมายาวนาน และล่าสุดถือเป็นข่าวดีของวงการวัฒนธรรมไทย เมื่อนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เพื่อหารือถึงความร่วมมือครั้งสำคัญ ในประเด็นที่ว่า “ซาบีดา” พบ “ทูตจีน” เห็นพ้องร่วมมือด้านมรดกวัฒนธรรม ดันสู่เวทีโลก ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการนำมิติด้านวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

“ซาบีดา” พบ “ทูตจีน” เห็นพ้องร่วมมือด้านมรดกวัฒนธรรม ดันสู่เวทีโลก เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

การหารือในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ เพื่อต่อยอดความสัมพันธ์หลังครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งเน้นที่จะใช้ซอฟต์พาวเวอร์และมรดกทางวัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมใจคนทั้งสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาระบบบริหารจัดการวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งความร่วมมือในด้านภาพยนตร์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่จะถูกหยิบยกมาเป็นกลยุทธ์หลัก

ก้าวสำคัญร่วมมือด้านมรดกวัฒนธรรมในระดับสากล

หนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจที่สุดคือการพูดคุยเรื่องกรอบองค์การยูเนสโก โดยทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการร่วมกันอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเก็บรักษาของเก่า แต่เป็นการส่งเสริมให้อัตลักษณ์ความเป็นเอเชียของเราเป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติอย่างจริงจัง เมื่อ “ซาบีดา” พบ “ทูตจีน” เห็นพ้องร่วมมือด้านมรดกวัฒนธรรม ดันสู่เวทีโลก ผลลัพธ์ที่จะตามมาย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยแน่นอน

หากเรามองถึงโอกาสในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่การแลกเปลี่ยนระดับนโยบาย แต่ยังครอบคลุมถึง:

  • การพัฒนาศักยภาพของเหล่าบุคลากรทางวัฒนธรรมให้มีมาตรฐานสากล
  • การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงระหว่างไทยและจีน
  • การต่อยอดพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับโลก
  • การแลกเปลี่ยนด้านภาพยนตร์ เพื่อยกระดับคอนเทนต์ไทยให้เป็นที่นิยมในตลาดจีน

ในมุมมองของผม นี่เป็นนโยบายที่น่าจับตามองมากครับ เพราะหากไทยสามารถดึงจุดแข็งของมรดกวัฒนธรรมมาประกอบเข้ากับเทคโนโลยีและช่องทางสื่อสารจากจีนได้ เราจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัฒนธรรมของเราได้อย่างมหาศาล ความร่วมมือครั้งนี้เปรียบเสมือนการปลุกพลัง soft power ไทยให้มีชีวิตชีวาอีกครั้งบนเวทีโลก หวังว่าโครงการต่างๆ ที่ได้หารือกันจะกลายเป็นจริงและสร้างประโยชน์ให้กับคนไทยทุกภาคส่วนในเร็ววันนี้ครับ

ที่มา – “ซาบีดา” พบ “ทูตจีน” เห็นพ้องร่วมมือด้านมรดกวัฒนธรรม ดันสู่เวทีโลก

ทำไม เออร์ลิง ฮาแลนด์ ถึงเพิ่มคำว่า Braut บนเสื้อนอร์เวย์

ทำไม เออร์ลิง ฮาแลนด์ ถึงเพิ่มคำว่า Braut บนเสื้อนอร์เวย์

แฟนบอลหลายคนอาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของยอดดาวยิงจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง เออร์ลิง ฮาแลนด์ เมื่อเขารับใช้ทีมชาตินอร์เวย์ นั่นก็คือการเพิ่มชื่อกลางอย่าง ‘Braut’ ลงไปบนเสื้อแข่ง ซึ่งต่างจากตอนที่เขาเล่นให้กับสโมสรที่ปักชื่อแค่ ‘Haaland’ เท่านั้น วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันว่า ทำไม เออร์ลิง ฮาแลนด์ ถึงเพิ่มคำว่า Braut บนเสื้อนอร์เวย์ และมีความหมายแฝงอย่างไรบ้าง

เข้าใจที่มา ทำไม เออร์ลิง ฮาแลนด์ ถึงเพิ่มคำว่า Braut บนเสื้อนอร์เวย์

แท้จริงแล้วการเพิ่มชื่อ ‘Braut’ เข้ามานั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือความชอบส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการให้เกียรติและหยั่งรากลึกไปถึงวัฒนธรรมนอร์เวย์ โดย Braut เป็นนามสกุลของคุณแม่ของเขาคือ Gry Marita Braut ซึ่งเป็นอดีตนักกีฬาสัตตกรีฑาระดับแนวหน้าของประเทศ ในวัฒนธรรมนอร์เวย์นั้น เป็นเรื่องปกติมากที่ผู้คนจะใช้นามสกุลของทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่รวมกันในการใช้ชีวิตประจำวัน

ในอดีตสมัยที่เขาเริ่มต้นค้าแข้งกับเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เรามักจะเห็นเขาใช้ชื่อแบบเต็มคือ Erling Braut Haaland มาตลอด แต่เมื่อย้ายมาร่วมทัพแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาเลือกที่จะลดทอนชื่อเหลือเพียงแค่ Haaland เพื่อความเป็นสากลและจดจำได้ง่ายขึ้นในระดับสโมสร อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องสวมชุดแข่งของทีมชาตินอร์เวย์ เขากลับรู้สึกว่าการนำชื่อแม่มาใส่ไว้นั้นเป็นการสะท้อนตัวตนและมรดกทางครอบครัวที่สำคัญยิ่ง

ความเป็นมาในระดับสากล

นอกจากจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมแล้ว เมื่อครั้งที่ เออร์ลิง ฮาแลนด์ อายุ 25 ปี ถูกถามเรื่องการออกเสียงชื่อในการเตรียมข้อมูลสำหรับสื่อมวลชนช่วงฟุตบอลโลก เขาได้ยืนยันการใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Erling Braut Haaland ซึ่งเป็นการเน้นย้ำว่าชื่อนี้คือตัวตนที่แท้จริงของเขา การที่แฟนบอลสงสัยว่า ทำไม เออร์ลิง ฮาแลนด์ ถึงเพิ่มคำว่า Braut บนเสื้อนอร์เวย์ จึงเป็นบทสะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้เขาจะเป็นนักเตะระดับโลกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่เขาก็ไม่เคยลืมรากเหง้าและสายเลือดของฝั่งมารดาที่หล่อหลอมเขาขึ้นมา

สำหรับใครที่ติดตามผลงานของฮาแลนด์ การได้เห็นชื่อเต็มของเขาบนสนามระดับนานาชาติถือเป็นสีสันที่ทำให้แฟนๆ ได้เรียนรู้ถึงความผูกพันในครอบครัวของนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่คนนี้ คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจใส่ชื่อคุณแม่ลงบนเสื้อของเขา? มาร่วมแชร์มุมมองกันได้เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รัฐบาล คิกออฟ อ.โซ่พิสัย ศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่แรก 21 มิ.ย. นี้

รัฐบาล คิกออฟ อ.โซ่พิสัย ศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่แรก 21 มิ.ย. นี้

ข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชน เมื่อล่าสุดภาครัฐเตรียมเดินหน้ายกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เข้าถึงระดับชุมชนมากขึ้น โดย รัฐบาล คิกออฟ อ.โซ่พิสัย ศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่แรก 21 มิ.ย. นี้ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบบูรณาการให้กระจายไปทั่วประเทศ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเผยหลังจากการประชุมคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดว่า ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ผ่านโครงการ 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด โดยจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมที่อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ เป็นแห่งแรก เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ

ความสำคัญของการเปิดตัวโครงการ 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด

การเลือกตั้ง รัฐบาล คิกออฟ อ.โซ่พิสัย ศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่แรก 21 มิ.ย. นี้ ถือเป็นการปฏิรูปการบริหารจัดการด้านสาธารณสุขและการบำบัดรักษา โดยมีรายละเอียดแผนงานที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • การขับเคลื่อนสถานฟื้นฟูระยะสั้นระดับอำเภอทั่วประเทศ
  • เป้าหมายครอบคลุม 31 จังหวัดในปี 2569 และขยายสู่ 76 จังหวัดในปี 2570
  • การนำหลักสูตร Fast Model มาใช้ในการดูแลผู้เข้ารับการบำบัด
  • การใช้งานแอปพลิเคชัน “ล้อมรักษ์” เพื่อติดตามและดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร

นอกจากนี้ ในวันดังกล่าวจะมีการเปิดตัวมินิธัญญารักษ์ที่โรงพยาบาลโซ่พิสัย เพื่อเป็นต้นแบบให้กับสถานพยาบาลระดับอำเภออื่นๆ ในการรับมือกับปัญหาสุขภาพจิตและผู้ติดยาเสพติดได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น

การที่ รัฐบาล คิกออฟ อ.โซ่พิสัย ศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่แรก 21 มิ.ย. นี้ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีของการกระจายอำนาจในการแก้ไขปัญหาไปสู่ส่วนภูมิภาค ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของสถานบำบัดในตัวเมือง และช่วยให้ครอบครัวสามารถมาเยี่ยมเยียนผู้ป่วยได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีกำลังใจในการเลิกยาและฟื้นฟูตนเองได้สำเร็จ

หวังว่าโครงการนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีและสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนในการลดจำนวนผู้ติดยาเสพติดในประเทศไทย หากใครอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือมีข้อสงสัย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชันล้อมรักษ์ที่จะเปิดตัวในวันดังกล่าวได้เลยครับ

ที่มา – รัฐบาล คิกออฟ อ.โซ่พิสัย ศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่แรก 21 มิ.ย. นี้

เจาะลึกวิธีที่ลูก้า โมดริชและโครเอเชียเอาชนะอุปสรรคได้อย่างเหลือเชื่อ

เจาะลึกวิธีที่ลูก้า โมดริชและโครเอเชียเอาชนะอุปสรรคได้อย่างเหลือเชื่อ

ในโลกฟุตบอลไม่กี่ทีมที่จะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับชาติมหาอำนาจได้ตลอดกาลเหมือนกับทีมชาติโครเอเชีย โดยมีกัปตันทีมระดับตำนานอย่าง ‘ลูก้า โมดริช’ เป็นหัวใจสำคัญที่คอยขับเคลื่อนทีมให้ก้าวข้ามขีดจำกัดอยู่เสมอ แม้ว่าในวัยเด็กเขาจะเคยถูกมองว่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มตัวเล็กๆ ที่ดูผอมแห้ง แต่ด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ทำให้วันนี้เขากลายเป็นไอคอนที่พาบ้านเกิดผงาดในเวทีโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์

เหตุผลที่ลูก้า โมดริชและโครเอเชียเอาชนะอุปสรรคได้อย่างเหลือเชื่อ

เส้นทางของโมดริชไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเติบโตมาในช่วงสงครามประกาศอิสรภาพของโครเอเชีย ซึ่งหล่อหลอมให้เขามีความมุ่งมั่นทนทานเกินคนทั่วไป สภาพแวดล้อมที่ยากลำบากในวัยเด็กไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่กลับเป็นแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ขยันวิ่งและกัดไม่ปล่อยเหมือน ‘บูลเทอร์เรีย’ โดยมีคนอย่าง Romeo Jozak ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเยาวชนของโครเอเชีย คอยขัดเกลาจนเขาเติบโตมาเป็นยอดแข้งระดับโลก

เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ลูก้า โมดริชและโครเอเชียเอาชนะอุปสรรคได้อย่างเหลือเชื่อ

ความลับของความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคชะตา แต่คือโครงสร้างการพัฒนานักเตะที่เข้มแข็ง Dinamo Zagreb ได้สร้างระบบการแข่งขันภายในที่ดุเดือด ทำให้นักเตะรุ่นใหม่ทุกคนต้องแย่งชิงโอกาสด้วยฝีเท้าจริงๆ นอกจากโมดริชแล้ว ยังมีดาวรุ่งอีกหลายคนที่ก้าวไปสู่เวทีระดับโลกอย่าง Josko Gvardiol ซึ่งได้พัฒนาทักษะการเล่นฟุตบอลตั้งแต่อยู่ในระบบอะคาเดมี่ โดยพื้นฐานที่แน่นปึ้กบวกกับการมีกุนซืออย่าง Zlatko Dalic ที่เข้าใจเรื่อง ‘ความฉลาดทางอารมณ์’ ของคนในชาติ ทำให้บรรยากาศในทีมมีความสามัคคีและทรงพลังอย่างยิ่ง

การที่นักเตะโครเอเชียก้าวขึ้นมาติดทีมชาติและเล่นในลีกชั้นนำของยุโรปจนแทบจะครึ่งทีมนั้น พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ประเทศจะมีประชากรเพียง 4 ล้านคน แต่พวกเขามี ‘ความกระหาย’ ที่ยิ่งใหญ่พอจะเขย่าบัลลังก์ของทีมยักษ์ใหญ่ได้เสมอ

ในฐานะแฟนบอล เราคงต้องจับตาดูว่าในทัวร์นาเมนต์สำคัญที่ใกล้จะมาถึง กัปตันวัยเก๋าผู้นี้จะนำพาทีมสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ได้สำเร็จหรือไม่ ความเชื่อมั่นและความรักชาติคือพลังวิเศษที่ทำให้นักเตะโครเอเชียยังคงรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อนุทิน เซ็นตั้งคณะกรรมการ กรอ. นั่งประธานเอง

เป็นประเด็นร้อนที่น่าจับตามองในแวดวงเศรษฐกิจไทยตอนนี้ เมื่อ “อนุทิน” เซ็นตั้งคณะกรรมการ กรอ. นั่งประธานเอง เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ ไปให้ได้ครับ การขยับตัวครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะเป็นการรวมพลังระหว่างภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ

อนุทิน เซ็นตั้งคณะกรรมการ กรอ. นั่งประธานเอง

เหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 227/2569 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “คณะกรรมการ กรอ.” ซึ่งงานนี้ท่านนายกฯ เลือกที่จะนั่งเก้าอี้ประธานด้วยตัวเอง เพื่อให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงจุดครับ

เป้าหมายการทำงานของคณะกรรมการ กรอ.

การที่ “อนุทิน” เซ็นตั้งคณะกรรมการ กรอ. นั่งประธานเอง ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักที่ชัดเจนมาก คือการส่งเสริมบทบาทภาคเอกชน ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐมากขึ้น เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยมีรองนายกรัฐมนตรีอย่าง คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองประธาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นรูปธรรม

องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ถือว่าครบเครื่องทีเดียวครับ ประกอบด้วยรัฐมนตรีจากกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ๆ หลายกระทรวง รวมถึงหน่วยงานชั้นนำ เช่น:

  • สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • สมาคมธนาคารไทย และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย

ด้วยความร่วมมือระดับสูงเช่นนี้ เชื่อว่าอุปสรรคทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าหรือการลงทุน ก็น่าจะได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

เตรียมถกนัดแรกจันทร์นี้

สำหรับภารกิจประเดิมงาน คณะกรรมการ กรอ. เตรียมประชุมนัดแรกกันในวันที่ 22 มิ.ย. นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งคนในแวดวงธุรกิจต่างคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้ จะนำไปสู่มาตรการใหม่ ๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในระดับสากลครับ

ในมุมมองของผม การที่ผู้นำตัดสินใจลงมาคุมเกมเศรษฐกิจด้วยตัวเองแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาหน้างานจริง และเป็นการเปิดช่องทางให้ภาคเอกชนได้รับฟังและเสนอทางออกกันแบบใกล้ชิด หากการประชุมนัดนี้ดำเนินไปได้ด้วยดี เราคงเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จับต้องได้ออกมาอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – “อนุทิน” เซ็นตั้งคณะกรรมการ กรอ. นั่งประธานเอง เรียกถกนัดแรกจันทร์นี้

“ชัชชาติ” พร้อมเปิดรับตรวจสอบ ชี้ กทม.มีฐานข้อมูลทรัพย์สินสาธารณะแล้ว

ในยุคที่การบริหารงานภาครัฐต้องการความโปร่งใสและตรวจสอบได้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ออกมาตอกย้ำจุดยืนอย่างชัดเจนว่า “ชัชชาติ” พร้อมเปิดรับตรวจสอบ ชี้ กทม.มีฐานข้อมูลทรัพย์สินสาธารณะแล้ว เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงบประมาณของกรุงเทพมหานคร โดยเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องดำเนินการตามระเบียบของกรมบัญชีกลางอย่างเคร่งครัด

“ชัชชาติ” พร้อมเปิดรับตรวจสอบ ชี้ กทม.มีฐานข้อมูลทรัพย์สินสาธารณะแล้ว

การถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจงนั้น นายชัชชาติมองว่าเป็นเรื่องที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการและระเบียบราชการ อย่างไรก็ตาม เพื่อความโปร่งใสสูงสุด กทม. ได้เร่งพัฒนาการเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบ Digital เพื่อให้ภาคประชาชนและผู้เชี่ยวชาญร่วมตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทาง จนถึงขั้นนำระบบ AI มาช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงในการล็อกสเปกโครงการ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ

ก้าวสำคัญสู่การเป็นเมืองแบบ Digital Twin ที่ตรวจสอบได้จริง

สำหรับประเด็นการบริหารทรัพย์สินสาธารณะ นายชัชชาติยืนยันว่าปัจจุบัน กทม. ได้ทำฐานข้อมูลและแผนที่ดิจิทัลไว้อย่างเป็นระบบ โดยที่มาของประเด็น “ชัชชาติ” พร้อมเปิดรับตรวจสอบ ชี้ กทม.มีฐานข้อมูลทรัพย์สินสาธารณะแล้ว นั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพูดลอยๆ แต่มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จริง ได้แก่:

  • ระบบแผนที่แสดงโครงการโครงสร้างพื้นฐานและจุดขุดเจาะสาธารณูปโภคทั่วกรุง
  • ฐานข้อมูลถังดับเพลิงและหัวจ่ายน้ำดับเพลิงในชุมชนเพื่อความปลอดภัย
  • การจัดทำบันทึกข้อมูลอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่กว่า 16,400 แห่ง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภาวะฉุกเฉิน
  • การเชื่อมโยงฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างร่วมกับกรมบัญชีกลางเพื่อความโปร่งใสแบบ real-time

นอกจากนี้ นายชัชชาติยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาไปสู่แนวคิด “Digital Twin” หรือการจำลองเมืองในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้เห็นภาพรวมของเมืองและสถานะทรัพย์สินทั้งหมดแบบครบวงจร ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารจัดการงบประมาณและการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในฐานะประชาชน เราถือเป็นกลไกสำคัญที่จะเข้ามาช่วยสอดส่องดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ ข้อมูลที่เปิดเผยออกมาจาก กทม. ไม่เพียงแค่เพิ่มความโปร่งใส แต่ยังเป็นเครื่องมือให้ชาวกรุงเทพฯ ได้รับรู้ถึงความเป็นไปของเมืองผ่านปลายนิ้วสัมผัส การที่ “ชัชชาติ” พร้อมเปิดรับตรวจสอบ ชี้ กทม.มีฐานข้อมูลทรัพย์สินสาธารณะแล้ว ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่นที่จะสร้างเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนร่วมกัน

ที่มา – “ชัชชาติ” พร้อมเปิดรับตรวจสอบ ชี้ กทม.มีฐานข้อมูลทรัพย์สินสาธารณะแล้ว