วัน: 28 กรกฎาคม 2026

ยุคของ McInnes ช่วยลดความกลัวความล้มเหลวของแฟนบอล Rangers ได้จริงไหม?

ยุคของ McInnes ช่วยลดความกลัวความล้มเหลวของแฟนบอล Rangers ได้จริงไหม?

หลายคนอาจหลงลืมไปว่า Rangers จบฤดูกาลล่าสุดด้วยอันดับที่ 3 ท่ามกลางความวุ่นวายและการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้จัดการทีมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจาก Danny Rohl ต้องอำลาไปและถูกแทนที่โดย Derek McInnes คำถามที่น่าสนใจคือ ยุคของ McInnes ช่วยลดความกลัวความล้มเหลวของแฟนบอล Rangers ได้จริงไหม? หลังจากที่สโมสรทุ่มงบกว่า 40 ล้านปอนด์ไปกับการเสริมทัพ แต่กลับจบฤดูกาลโดยไร้ถ้วยรางวัลเป็นปีที่สองติดต่อกัน ความอดทนของแฟนบอลที่ Ibrox ก็เริ่มเข้าสู่จุดวิกฤต

ความหวังใหม่ใน ยุคของ McInnes ช่วยลดความกลัวความล้มเหลวของแฟนบอล Rangers ได้จริงไหม?

การเข้ามาของ McInnes ท่ามกลางสถานการณ์ที่สโมสรเคยผ่านยุคสมัยของ Russell Martin และ Rohl มาอย่างยากลำบาก ทำให้แฟนบอลต่างตั้งคำถามและหวังให้เขานำความมั่นคงกลับมาสู่ทีม เขามีประสบการณ์ที่โชกโชน ทั้งในฐานะอดีตนักเตะและโค้ชที่เคยพา Hearts สู้ศึกแย่งแชมป์จนเกือบคว้าสำเร็จ Andy Halliday อดีตนักเตะ Rangers ยังเชื่อว่านี่คือจังหวะเวลาที่ลงตัวที่สุดสำหรับเขาในการเข้ามากุมบังเหียน

ก้าวสำคัญกับการสร้างทีมใน ยุคของ McInnes ช่วยลดความกลัวความล้มเหลวของแฟนบอล Rangers ได้จริงไหม?

นอกจากผู้จัดการทีมแล้ว การเสริมทัพที่ถูกจุดก็เป็นสิ่งสำคัญ การเข้ามาของ Lawrence Shankland กองหน้าตัวเป้าที่แฟนบอลรอคอย และการดึงตัวนักเตะที่มีใจรักสโมสรมาเสริมทัพแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่เปลี่ยนไป ยุคของ McInnes ช่วยลดความกลัวความล้มเหลวของแฟนบอล Rangers ได้จริงไหม? คำตอบอาจขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันในช่วงต้นฤดูกาล โดยเฉพาะการเปิดหัวพรีเมียร์ลีกที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว

  • McInnes นำประสบการณ์มาปรับใช้เพื่อความมั่นคง
  • การเสริมทัพกองหน้าอย่าง Shankland ตอบโจทย์ประตูที่ขาดหาย
  • การทำงานภายใต้ความกดดันสูงที่ Ibrox คือบททดสอบจริง

ท้ายที่สุดแล้ว แฟนบอลต้องการเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่าคำสัญญา การเริ่มต้นที่ดีในนัดเปิดสนามจะเป็นกุญแจสำคัญที่พิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถก้าวข้ามเงาของความล้มเหลวเดิมๆ ไปได้หรือไม่ เราต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะพา Rangers กลับสู่เส้นทางการคว้าแชมป์ที่แฟนบอลโหยหามานานได้สมบูรณ์แบบเพียงใด

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

รัฐบาลเผยข่าวดี นักวิจัยไทยเก่ง ผลิต “ยาต้านพิษโบทูลินัม” สำเร็จ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับอันตรายจากการรับประทานอาหารบรรจุขวดหรือหน่อไม้อัดปี๊บที่ไม่สะอาด จนเกิดอาการป่วยจากสารพิษโบทูลินัมกันมาบ้างนะครับ ล่าสุดมีข่าวดีที่ส่งผลต่อวงการสาธารณสุขไทยเป็นอย่างมาก เมื่อรัฐบาลออกมาประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ หลังนักวิจัยไทยสามารถคิดค้นและผลิต รัฐบาลเผยข่าวดี นักวิจัยไทยเก่ง ผลิต “ยาต้านพิษโบทูลินัม” สำเร็จ ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งถือเป็นการยกระดับความมั่นคงทางยาของประเทศไทยสู่ระดับสากลอย่างแท้จริงครับ

รัฐบาลเผยข่าวดี นักวิจัยไทยเก่ง ผลิต “ยาต้านพิษโบทูลินัม” สำเร็จ

การผลิตยาตัวนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน อาทิ สภากาชาดไทย สถานเสาวภา และองค์การเภสัชกรรม ทำให้วันนี้เรามี “TRCS BOTULINUM ANTITOXIN” ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือราคาครับ จากเดิมที่ประเทศไทยต้องนำเข้ายาราคาแพงลิ่วถึงโดสละ 250,000 บาท แต่การผลิตเองในประเทศทำให้ต้นทุนลดลงเหลือเพียง 25,000 บาทต่อโดสเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการประหยัดงบประมาณและเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงชีวิตได้มากขึ้นถึง 10 เท่าเลยทีเดียว

ทำไมการผลิตยาต้านพิษโบทูลินัมถึงสำคัญต่อไทย?

แม้โรคโบทูลิซึมจะพบได้ไม่บ่อยนัก แต่หากเกิดขึ้นแล้วถือว่ามีความรุนแรงสูงมาก เพราะส่งผลต่อระบบประสาททำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและหายใจล้มเหลว การมี รัฐบาลเผยข่าวดี นักวิจัยไทยเก่ง ผลิต “ยาต้านพิษโบทูลินัม” สำเร็จ อยู่ในคลังยาของประเทศจึงเป็นหลักประกันความปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือแม้แต่การรับมือกับการก่อวินาศกรรมทางชีวภาพ โดยจุดเด่นของความสำเร็จครั้งนี้มีดังนี้ครับ:

  • ลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ ทำให้เรามีความเป็นอิสระทางการแพทย์
  • ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้รวดเร็วขึ้น เพิ่มโอกาสรอดชีวิตในเคสวิกฤต
  • สร้างความพร้อมให้กับประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางยาในภูมิภาคอาเซียน
  • แสดงศักยภาพของนักวิจัยไทยที่สามารถต่อยอดนวัตกรรมมาใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากหน่วยงานเดียว แต่เกิดจากการบูรณาการของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำคือหน่วยวิจัย ไปจนถึงปลายน้ำคือการจัดสิทธิประโยชน์ให้ประชาชนได้รับสิทธิการรักษาอย่างเท่าเทียม นี่คือบทพิสูจน์ว่าหากคนไทยร่วมมือกัน เราก็สามารถสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตของเพื่อนร่วมชาติได้ในระยะยาว

ในมุมมองของผม นี่คือจุดเริ่มต้นที่น่าภาคภูมิใจมากครับ การที่ประเทศไทยเราก้าวผ่านจากการเป็นผู้ซื้อมาเป็นผู้ผลิตยาที่ซับซ้อนและมีมูลค่าสูงเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเรื่องสุขภาพของประชาชนโดยตรง แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในนวัตกรรมไทยไปยังสายตาชาวโลกอีกด้วย ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการพัฒนาสาธารณสุขไทยให้มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – รัฐบาลเผยข่าวดี นักวิจัยไทยเก่ง ผลิต “ยาต้านพิษโบทูลินัม” สำเร็จ

เริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า

เริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า

เทศกาลประเพณีที่หลายคนรอคอยกลับมาอีกครั้งแล้วครับ สำหรับเริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า ที่อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศปีนี้บอกเลยว่าคึกคักสุดๆ เพราะนอกจากจะมีการรวมตัวของวัดดังถึง 5 แห่ง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวทางพุทธศาสนาและศิลปะวัฒนธรรมผ่านต้นเทียนอันวิจิตรตระการตาแล้ว ยังมีไฮไลท์เด็ดที่ทำเอาโซเชียลฮือฮามากครับ

พบกับความอลังการของขบวนแห่เทียนพรรษาโคราชปี 2569

สำหรับเริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า ในปีนี้ ทางเทศบาลตำบลโชคชัยได้จัดเตรียมความพร้อมไว้อย่างสวยงาม โดยขบวนจากวัดบิง วัดนอก วัดใน วัดใหม่สระประทุม และวัดโบสถ์คงคาล้อม ได้เคลื่อนขบวนออกมารวมตัวกันที่สนามหน้าเทศบาล เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด ซึ่งไม่ใช่แค่ความวิจิตรของลายเทียนเท่านั้น แต่ยังมีจุดที่เรียกเสียงฮือฮาและสร้างรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้เลยคือการแกะสลักเทียนเป็นรูปนางฟ้าและนางจำแลงที่มีใบหน้าถอดแบบมาจาก “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล ศิลปินสาวชื่อดังระดับโลก จัดวางอยู่ในขบวนเทียนถึง 7 จุด ซึ่งความประณีตของช่างฝีมือชาวโคราชนั้นยอดเยี่ยมมาก จนทำให้ใครที่ผ่านไปมาต้องขอแวะถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันทุกคน

สิ่งที่น่าสนใจในงานแห่เทียนปีนี้:

  • การผสมผสานพุทธประวัติเข้ากับศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
  • ประติมากรรมเทียนรูปนางฟ้าลิซ่าที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ
  • บรรยากาศความร่วมมือของชุมชน 5 คุ้มวัดชื่อดังอำเภอโชคชัย

หากคุณกำลังมองหาทริปท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ได้ทั้งบุญและภาพสวยๆ ขอบอกเลยว่าเริ่มแล้วขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช ชมความงามนางฟ้าลิซ่า เป็นงานที่คุณไม่ควรพลาดเด็ดขาด เพราะหลังจากนี้ขบวนเทียนทั้งหมดจะเคลื่อนไปร่วมงานใหญ่ที่เทศบาลนครนครราชสีมาต่อ หากใครอยู่ที่โคราชหรือใกล้เคียง ช่วงวันหยุดนี้แนะนำให้รีบไปชมความสวยงามของต้นเทียนฝีมือช่างไทยด้วยตากันสักครั้ง รับรองว่าคุณจะหลงรักเสน่ห์ของการแห่เทียนพรรษาอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – เริ่มแล้ว “ขบวนแห่เทียนพรรษาโคราช” นักท่องเที่ยวแห่ชมความสวยงาม “นางฟ้าลิซ่า”

อนุทิน ปลุกผู้บริหารมท. รีเซ็ตกระทรวงใหม่ สร้างศรัทธาประชาชน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนองค์กรขนานใหญ่ ในภารกิจ อนุทิน ปลุกผู้บริหารมท. รีเซ็ตกระทรวงใหม่ สร้างศรัทธาประชาชน หลังจากที่หน่วยงานต้องเผชิญกับมรสุมปัญหาการทุจริตในท้องถิ่นที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน

อนุทิน ปลุกผู้บริหารมท. รีเซ็ตกระทรวงใหม่ สร้างศรัทธาประชาชน อย่างเร่งด่วน

ในการประชุมเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทินได้ย้ำชัดเจนว่า กระทรวงมหาดไทยถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ โดยเปรียบเปรยถึงเรื่องของการคัดกรองบุคลากรและจัดการปัญหาหญ้ากาฝาก เพื่อไม่ให้คนดีในองค์กรต้องเดือดร้อน หรือเสียกำลังใจในการทำงาน ซึ่งนี่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ อนุทิน ปลุกผู้บริหารมท. รีเซ็ตกระทรวงใหม่ สร้างศรัทธาประชาชน ให้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง

ก้าวต่อไปของมหาดไทย: เลิกแค้น เดินหน้าสร้างผลงาน

นายอนุทินยืนยันว่า ตนไม่ได้เข้ามาด้วยความแค้นในอดีต แต่มาพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยระบุว่าไม่มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง และพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อยกระดับศักยภาพในการบริการพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

ประเด็นที่น่าจับตามองและถือเป็นวาระเร่งด่วน ได้แก่:

  • การปราบปรามการทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างเด็ดขาดร่วมกับ ป.ป.ช.
  • การจัดระเบียบสถานบันเทิงและป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์
  • การเตรียมการรับมือภัยพิบัติและดูแลทรัพยากรธรรมชาติบริเวณชายแดน
  • การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมหารือกับผู้นำเมียนมาในเดือนสิงหาคมนี้

สำหรับการบริหารงานในระยะจากนี้ นายอนุทินตั้งใจเต็มที่ที่จะใช้โอกาสในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ในการปรับจูนการทำงานของทุกกรมและทุกจังหวัดให้สอดประสานกันมากขึ้น โดยเน้นย้ำว่าหากใครมีความคิดเห็นดีๆ ที่จะช่วยให้การทำงานในพื้นที่ทำได้ง่ายขึ้นและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ให้รีบเสนอเข้ามาได้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีการสั่งการเตรียมข้อมูลสำคัญเพื่อรองรับการมาเยือนของผู้นำเมียนมา เพื่อให้การขับเคลื่อนงานในพื้นที่ชายแดนเป็นไปอย่างราบรื่นและเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมสูงสุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระทรวงมหาดไทยภายใต้การนำของนายอนุทินนั้น พร้อมที่จะทำงานเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งงานภายในประเทศและการต่างประเทศ

สุดท้ายนี้ สิ่งที่พี่น้องประชาชนคาดหวังได้จากการรีเซ็ตกระทรวงในครั้งนี้ คือการได้เห็นมหาดไทยที่รับใช้ประชาชนด้วยความโปร่งใส ปราศจากการเรียกรับผลประโยชน์ และมุ่งเน้นการสร้างผลงานที่สัมผัสได้จริง เพราะรากฐานที่มั่นคงของประเทศเริ่มจากหน่วยงานที่เข้มแข็งและมือสะอาด เราคงต้องมารอดูกันต่อไปว่า การปรับรื้อระบบครั้งนี้จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนตั้งตารอได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – “อนุทิน” ปลุกผู้บริหารมท. รีเซ็ตกระทรวงใหม่ สร้างศรัทธาประชาชน หลังเจอมรสุมโกงท้องถิ่น

อนาคตของเคลลี่กับอาร์เซนอลหลังผ่านช่วงซัมเมอร์นี้

อนาคตของเคลลี่กับอาร์เซนอลหลังผ่านช่วงซัมเมอร์นี้

ในโลกฟุตบอลหญิงที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีชื่อใครจะโดดเด่นไปกว่า โคลอี้ เคลลี่ ไอคอนแห่งทัพสิงโตคำราม แฟชั่นไอคอน และตัวรุกคนสำคัญของอาร์เซนอล หลายคนอาจมองเห็นภาพความมั่นใจของเธอในสนาม แต่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้น เคลลี่ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาไม่น้อย โดยเฉพาะการย้ายทีมในช่วงต้นปี 2025 ที่เธอต้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ภายใต้การคุมทีมของ เรเน่ สเลเกอร์ส

อนาคตของเคลลี่กับอาร์เซนอลหลังผ่านช่วงซัมเมอร์นี้

การกลับมาสวมเสื้อสีแดงขาวซึ่งเป็นสโมสรเก่าแก่ของเธออีกครั้ง เคลลี่ยอมรับว่าช่วงแรกมันคือความกลัวต่อสิ่งที่ยังไม่รู้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป 18 เดือน เคลลี่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอคือผู้ชนะตัวจริงทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลที่ผ่านมากลับเต็มไปด้วยอุปสรรคจากอาการบาดเจ็บที่พรากโอกาสการลงสนามของเธอไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้คำถามที่หลายคนสนใจคือ อนาคตของเคลลี่กับอาร์เซนอลหลังผ่านช่วงซัมเมอร์นี้ จะเป็นอย่างไร?

เตรียมตัวให้พร้อมกับซีซั่นใหม่

เคลลี่เปิดใจว่าเธอใช้เวลาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ “ฉันต้องการช่วงเวลานี้ในการทำงานกับตัวเอง ทั้งการเข้ายิมและการฝึกซ้อม เพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะกลับมาอยู่ในจุดที่ดีที่สุด” เธอกล่าว เป้าหมายหลักของเธอในฤดูกาลนี้คือการรักษาความฟิตและโชว์ฟอร์มให้สม่ำเสมอ เพื่อคอยช่วยเหลือทีมอาร์เซนอลให้กลับมาทวงความสำเร็จอีกครั้ง แม้จะมีทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่างฟุตบอลโลกที่บราซิลรออยู่ แต่นักเตะสาวรายนี้เลือกโฟกัสที่ภารกิจตรงหน้ามากกว่า

  • การเข้ามาของนักเตะใหม่เช่น จอร์เจีย สแตนเวย์ และ โอน่า บาเย่ ทำให้การแข่งขันในทีมสูงขึ้น
  • เคลลี่พร้อมที่จะเป็นพี่ใหญ่คอยต้อนรับนักเตะใหม่เข้าสู่ครอบครัวอาร์เซนอล
  • ความท้าทายใหม่ในลีก WSL ที่ดุเดือดขึ้นกว่าเดิม

ด้วยการปรับเปลี่ยนขุมกำลังขนานใหญ่ของอาร์เซนอล ทีมต้องการความเก๋าเกมของเคลลี่ในการผนึกกำลังร่วมกับนักเตะใหม่ เพื่อไล่ล่าถ้วยแชมป์อย่างมุ่งมั่น ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมไปหาความท้าทายใหม่ แต่สำหรับเคลลี่ การได้เป็นส่วนหนึ่งของอาร์เซนอลยังคงเป็นเรื่องที่แสนพิเศษ เธอไม่ได้ต้องการเป็นโซเชียลบัตเตอร์ฟลายที่ไหน แต่มีความสุขกับการกลับบ้านไปหาครอบครัวและสุนัขคู่ใจหลังจบการฝึกซ้อมหนักๆ

ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ เราคงจะได้เห็นกันว่าศักยภาพของเคลลี่จะพาทัพปืนใหญ่ไปได้ไกลแค่ไหน ความทุ่มเทของเธอในช่วงซัมเมอร์จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้อาร์เซนอลกลับมาผงาดอีกครั้งอย่างแน่นอน และแฟนบอลทุกคนต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นเธอกลับมาสร้างความมหัศจรรย์ในสนามอีกครั้ง อย่าลืมติดตามชมฟอร์มการเล่นของเธอให้ดี!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ยิ่งชีพ ไอลอว์ ชวนชาวอำนาจเจริญ บอกพิกัด ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่-เขียงหมู สว.

ยิ่งชีพ ไอลอว์ ชวนชาวอำนาจเจริญ บอกพิกัด ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่-เขียงหมู สว.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาโซเชียลมีเดียต้องลุกเป็นไฟ เมื่อนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชวนชาวอำนาจเจริญร่วมกันตรวจสอบและบอกพิกัด ยิ่งชีพ ไอลอว์ ชวนชาวอำนาจเจริญ บอกพิกัด ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่-เขียงหมู สว. ที่กำลังเป็นที่สงสัยว่าการสมัครเข้าสู่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในครั้งนี้มีความผิดปกติหรือไม่

เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่คุณยิ่งชีพตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ สว. ท่านใหม่จากจังหวัดอำนาจเจริญ 2 ท่าน ได้แก่ นางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์ โดยท่านหนึ่งระบุอาชีพเป็นแม่ค้าขายหมูหน้าเขียง และอีกท่านเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ แต่ที่น่าตกใจคือทั้งคู่เลือกสมัครในกลุ่มที่ 10 ซึ่งหมายถึง “กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดใหญ่” ที่มีลูกจ้างมากกว่า 300 คน ตามนิยามของกฎหมาย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ยิ่งชีพ ไอลอว์ ชวนชาวอำนาจเจริญ บอกพิกัด ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่-เขียงหมู สว. เพื่อพิสูจน์ความจริงว่าร้านเหล่านี้ใหญ่ระดับอุตสาหกรรมจริงหรือเปล่า

กางเกณฑ์วัดความเป็น สว. กับความสงสัยของสังคม

คุณยิ่งชีพได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า การที่ สว. ทั้งสองท่านได้รับเลือกด้วยคะแนนถล่มทลายจน กกต. ต้องนำแผ่นนับคะแนนมาต่อเพิ่ม แสดงว่าต้องเป็นบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้สมัครด้วยกันเอง อย่างไรก็ตาม ในฐานะประชาชนผู้ติดตามการเมือง คุณยิ่งชีพจึงท้าพิสูจน์ด้วยการขอลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อไปอุดหนุนก๋วยเตี๋ยวไก่ และขอนั่งนับจำนวนลูกจ้างในร้านให้เห็นกับตาว่าเข้าข่ายกิจการขนาดใหญ่ตามที่ได้ลงสมัครไว้หรือไม่

  • ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร สว. กลุ่มที่ 10
  • เปรียบเทียบขนาดกิจการจากสิ่งที่ปรากฏในข่าวและพื้นที่จริง
  • ผลกระทบทางกฎหมายหากพบว่ามีการแจ้งข้อมูลเท็จในการสมัคร

หากพิสูจน์ได้ว่าร้านก๋วยเตี๋ยวไก่หรือเขียงหมูดังกล่าวไม่ได้มีลูกจ้างถึง 300 คนตามกฎหมายกำหนด สิ่งที่จะตามมาคือคำถามเรื่อง “คุณสมบัติ” ซึ่งคุณยิ่งชีพย้ำว่า กรณีที่มีความตั้งใจรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติแต่ยังฝืนไปสมัคร รวมถึงผู้รับรองอีกหนึ่งคน อาจจะต้องได้รับโทษทางอาญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในตอนท้ายนี้ คุณยิ่งชีพยังฝากให้ชาวอำนาจเจริญช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากใครเคยใช้บริการร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ระดับ “ยักษ์ใหญ่” ในจังหวัด หรือพบเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขียงหมูในตลาดหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน ให้ช่วยกันเก็บภาพถ่ายหรือแจ้งข้อมูลเพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพราะการคัดเลือก สว. คือเรื่องของผลประโยชน์ประชาชนทุกคนที่ต้องการความโปร่งใสและตรวจสอบได้

ที่มา – “ยิ่งชีพ ไอลอว์” ชวนชาวอำนาจเจริญ บอกพิกัด ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่-เขียงหมู สว.

มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย.

ข่าวดีที่หลายคนรอคอยมาถึงแล้วครับ! สำหรับใครที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกำลังมองหาวิธีลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน ล่าสุดมีข่าวอัปเดตจากกระทรวงมหาดไทย โดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาประกาศข่าวสำคัญว่า มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย. เพื่อให้พี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์นี้ได้อย่างทั่วถึงและไม่เสียสิทธิไปอย่างน่าเสียดายครับ

มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย. ตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อย

การขยายระยะเวลาในครั้งนี้ถือเป็นนโยบายเชิงรุกที่ต้องการช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจที่อาจมีความท้าทาย โดยการประปานครหลวง (กปน.) พร้อมให้บริการอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้องตามขั้นตอน

รายละเอียดและเงื่อนไขการรับสิทธิที่คุณต้องรู้เมื่อ มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย.

สำหรับมาตรการนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายค่าน้ำประปาให้ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมีเกณฑ์การคำนวณที่น่าสนใจดังนี้ครับ:

  • หากยอดการใช้น้ำไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน: รัฐจะอุดหนุนให้เต็มจำนวนตามยอดที่จ่ายจริง
  • หากยอดการใช้น้ำเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท: รัฐช่วยสนับสนุน 100 บาท ส่วนที่เหลือผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบเอง
  • หากยอดค่าน้ำเกิน 315 บาทขึ้นไป: ผู้ใช้สิทธิจะต้องชำระค่าน้ำเต็มจำนวนด้วยตนเอง

ขั้นตอนการลงทะเบียนสำหรับผู้มีสิทธิ:

ก่อนที่จะเริ่มลงทะเบียนกับ กปน. สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยแนะนำให้ดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน จากนั้นสามารถเข้าไปลงทะเบียนออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ MWA e-Service ของการประปานครหลวงได้เลยครับ การลงทะเบียนที่ขยายออกไปจนถึงวันที่ 30 กันยายนนี้ จะครอบคลุมถึงรอบบิลเดือนถัดไป ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับคนที่อาจจะพลาดรอบแรกไปครับ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิเดิมจากโครงการปี 2565 ทางหน่วยงานแจ้งว่าจะยังคงได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่องจนถึงรอบใบแจ้งหนี้เดือนตุลาคม 2569 อย่าลืมตรวจสอบสถานะของตนเองและรีบดำเนินการนะคะ เพราะสิทธินี้ไม่มีผลย้อนหลัง หากพ้นกำหนดไปแล้วจะต้องเสียสิทธิในเดือนนั้นๆ ทันทีครับ

ผมมองว่ามาตรการนี้คือตัวช่วยที่จับต้องได้จริงสำหรับครอบครัวที่ต้องการประหยัดรายจ่ายพื้นฐาน การขยายเวลาในครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐพยายามอำนวยความสะดวกให้เราอย่างเต็มที่ ใครที่มีสิทธิอยู่ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ อย่าลืมเตือนคนข้างๆ ให้รีบเข้าไปลงทะเบียนกันนะครับ

ที่มา – มท.3 ไฟเขียวขยายเวลาลงทะเบียนค่าน้ำฟรี ถึง 30 ก.ย.

ญี่ปุ่นจับชายวัย 61 ปี เปิดวิทยุ-เล่นกีตาร์เสียงดังต่อเนื่องกว่า 7 ปี ทำเพื่อนบ้านป่วยนอนไม่หลับ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอประสบการณ์เพื่อนบ้านส่งเสียงดังรบกวนกันบ้าง แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น กลับกลายเป็นกรณีที่หนักหนาสาหัสกว่าที่ใครจะคาดคิด เมื่อมีข่าว ญี่ปุ่นจับชายวัย 61 ปี เปิดวิทยุ-เล่นกีตาร์เสียงดังต่อเนื่องกว่า 7 ปี ทำเพื่อนบ้านป่วยนอนไม่หลับ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในละแวกนั้นมาอย่างยาวนาน โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพฤติกรรมดังกล่าวเลย

ญี่ปุ่นจับชายวัย 61 ปี เปิดวิทยุ-เล่นกีตาร์เสียงดังต่อเนื่องกว่า 7 ปี ทำเพื่อนบ้านป่วยนอนไม่หลับ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนายคาซุนาริ โยโกอิ ชายว่างงานวัย 61 ปี ในเขตนิชิเคียว เมืองเกียวโต ผู้ซึ่งเปลี่ยนบ้านของตัวเองให้กลายเป็นสตูดิโอเสียงที่สร้างความทรมานให้เพื่อนบ้านรอบข้าง โดยเขาได้เปิดวิทยุผ่านหน้าต่างทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังซ้อมดีดกีตาร์ไฟฟ้าผ่านตู้แอมป์ที่มีความดังสูงถึง 80-90 เดซิเบล ซึ่งดังพอๆ กับรถไฟใต้ดินที่กำลังวิ่ง โดยพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2017

ผลกระทบที่เพื่อนบ้านต้องเผชิญจากการกระทำเกินควร

การที่ ญี่ปุ่นจับชายวัย 61 ปี เปิดวิทยุ-เล่นกีตาร์เสียงดังต่อเนื่องกว่า 7 ปี ทำเพื่อนบ้านป่วยนอนไม่หลับ นั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะระยะเวลาที่สะสมมานานหลายปีส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง โดยเพื่อนบ้านกว่า 4 รายที่มีอายุระหว่าง 60 ถึง 80 ปี ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น:

  • อาการโรคซึมเศร้าจากการถูกรบกวนต่อเนื่อง
  • ภาวะโรคนอนไม่หลับอย่างรุนแรง
  • โรคความผิดปกติทางการนอนหลับ
  • อาการหูดับฉับพลันหรือเสียงดังในหู

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายโยโกอิและบ้านของภรรยา พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก เช่น กีตาร์ไฟฟ้า 49 ตัว แอมป์ขยายเสียง 19 เครื่อง และเครื่องเล่นวิทยุเทปอีก 5 เครื่อง เพื่อยุติปัญหาที่เรื้อรังมายาวนานนี้

ในมุมมองของผู้เขียน ข่าวเรื่อง ญี่ปุ่นจับชายวัย 61 ปี เปิดวิทยุ-เล่นกีตาร์เสียงดังต่อเนื่องกว่า 7 ปี ทำเพื่อนบ้านป่วยนอนไม่หลับ ถือเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในสังคม การใช้สิทธิของตนเองในพื้นที่ส่วนตัวต้องไม่ไปละเมิดสิทธิและสุขภาพของผู้อื่น การมีความเห็นอกเห็นใจกันคือหัวใจสำคัญของการอาศัยอยู่ในชุมชน หากคุณพบเจอปัญหาสิ่งรบกวนในลักษณะนี้ การรวมกลุ่มกันร้องเรียนตามกระบวนการกฎหมายคือทางออกที่ถูกต้องก่อนที่สุขภาพของคุณจะได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้

ที่มา – ญี่ปุ่นจับชายวัย 61 ปี เปิดวิทยุ-เล่นกีตาร์เสียงดังต่อเนื่องกว่า 7 ปี ทำเพื่อนบ้านป่วยนอนไม่หลับ

“นิรัตน์” เผย จัดลำดับคะแนนใหม่ หลังพบ 5,925 รายแก้คะแนน

“นิรัตน์” เผย จัดลำดับคะแนนใหม่ หลังพบ 5,925 รายแก้คะแนน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่น ล่าสุด “นิรัตน์” เผย จัดลำดับคะแนนใหม่ หลังพบ 5,925 รายแก้คะแนน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการคืนความยุติธรรมให้กับผู้เข้าสอบทุกคน หลังจากเกิดความไม่โปร่งใสในกระบวนการสอบที่ผ่านมา โดยมีการตรวจสอบพบว่ามีการปรับเปลี่ยนคะแนนอย่างไม่ถูกต้อง ส่งผลให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขบัญชีผลสอบให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

ความคืบหน้าล่าสุด “นิรัตน์” เผย จัดลำดับคะแนนใหม่ หลังพบ 5,925 รายแก้คะแนน

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานะของผู้เข้าสอบ โดยยืนยันว่าไม่มีการตรวจกระดาษคำตอบใหม่ แต่ใช้การตรวจสอบบัญชีรายชื่อที่ถูกต้องควบคู่ไประหว่างคนและเครื่องมือดิจิทัล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด โดยแบ่งกลุ่มผู้เข้าสอบออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้:

  • กลุ่มสุจริต: กลุ่มนี้คือผู้สอบที่ผ่านเกณฑ์ด้วยความสามารถของตนเอง ซึ่งได้บรรจุเข้าทำงานแล้วกว่า 11,030 คน โดยไม่มีปัญหาใดๆ และสถานะยังคงเดิมแม้จะมีการจัดลำดับใหม่
  • กลุ่มที่มีการแก้คะแนน: พบจำนวนทั้งสิ้น 5,925 ราย ซึ่งแบ่งเป็นคนที่สอบไม่ผ่านแต่มีการปรับคะแนนให้ผ่าน และกลุ่มที่สอบผ่านอยู่แล้วแต่ยังมีการแก้ไขคะแนนโดยไม่จำเป็น
  • กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ: ผู้ที่บรรจุไปแล้วแต่อยู่ในกลุ่มคะแนนไม่ถึงมาตรฐาน จะต้องถูกเพิกถอนการบรรจุตามข้อกฎหมาย

ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุม กสถ. เพื่อสรุปวิธีปฏิบัติสำหรับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้ชัดเจน อีกทั้งยังมีการหารือเกี่ยวกับการขึ้นแบล็คลิสต์หน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดสอบ หากพบว่ามีความประมาทเลินเล่อจนก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นขอยืนยันว่าจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบและยึดหลักความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต

สำหรับผู้ที่รอคอยความชัดเจน ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางต้นสังกัดอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้ทุกอย่างกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการแก้ไขที่ถูกต้องและโปร่งใส การจัดลำดับคะแนนใหม่นี้สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับการคัดเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถเข้าสู่ระบบราชการอย่างแท้จริง และเราหวังว่ากระบวนการหลังจากนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้ผู้สุจริตได้รับโอกาสและสิทธิที่ควรได้รับอย่างเต็มที่ที่สุด

ที่มา – “นิรัตน์” เผย จัดลำดับคะแนนใหม่ หลังพบ 5,925 รายแก้คะแนน