Hull City ถูกปรับ 3 หมื่นปอนด์และแบนแฟนบอลหลังตะโกนเหยียด
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลอังกฤษเมื่อ Hull City ถูกปรับ 3 หมื่นปอนด์และแบนแฟนบอลหลังตะโกนเหยียดในเกมที่พบกับเชลซี โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทีมไป 0-4 ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดในสนาม MKM Stadium
เหตุการณ์ Hull City ถูกปรับ 3 หมื่นปอนด์และแบนแฟนบอลหลังตะโกนเหยียด
สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้ตัดสินลงโทษสโมสร Hull City หลังจากพบว่ามีการใช้ถ้อยคำเหยียดหยามทางเพศจากกลุ่มกองเชียร์ในระหว่างเกมการแข่งขัน ทางสโมสรยอมรับผิดในข้อกล่าวหาดังกล่าวและได้รับบทลงโทษเป็นค่าปรับจำนวน 30,000 ปอนด์ นอกจากนี้ สโมสรยังได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดด้วยการสั่งแบนแฟนบอลจำนวน 3 คนเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าทางทีมจะไม่ยอมให้เกิดพฤติกรรมลักษณะนี้อีกต่อไป
มาตรการเด็ดขาดเมื่อ Hull City ถูกปรับ 3 หมื่นปอนด์และแบนแฟนบอลหลังตะโกนเหยียด
ทางสโมสรได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่าถ้อยคำที่ถูกนำมาใช้ในการตะโกนนั้นถือเป็นการเหยียดเพศและอาจเข้าข่ายอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) ซึ่งในวันเกิดเหตุได้มีการประกาศเตือนผ่านระบบกระจายเสียงในสนามและแสดงข้อความบนหน้าจอแล้ว แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงเพิกเฉย จนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด
ก่อนที่ทีมจะต้องออกไปเยือนสแตมฟอร์ดบริดจ์ในศึกพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ ทาง Hull City จึงต้องรีบออกมาเน้นย้ำกับแฟนบอลทุกคนว่าการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และใครก็ตามที่ฝ่าฝืนจะต้องเผชิญกับการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
- สโมสรแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่
- มีมาตรการแบนแฟนบอลที่กระทำผิดทันที
- การเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในเกมเยือน
ในมุมมองของแฟนบอลและผู้ติดตามข่าวสาร นี่ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนว่าฟุตบอลควรเป็นพื้นที่ของความสนุกและความสามัคคี การใช้ถ้อยคำที่สร้างความแตกแยกไม่เพียงแต่ทำลายชื่อเสียงของสโมสร แต่ยังเป็นการทำร้ายจิตใจของผู้อื่นในสังคมฟุตบอลด้วย หวังว่าเหตุการณ์นี้จะช่วยให้แฟนบอลตระหนักถึงความสำคัญของการเชียร์กีฬาอย่างสร้างสรรค์และให้เกียรติซึ่งกันและกันมากขึ้นครับ
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



